เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 261 ฝ่ามือน้ำเงิน

ตอนที่ 261 ฝ่ามือน้ำเงิน

ตอนที่ 261 ฝ่ามือน้ำเงิน


อาเฮ่อถึงกับหน้าซีด

สำหรับอาเฮ่อที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดี  สีหน้าแบบนี้ยากจะได้เห็น แม้แต่หลิงซิ่วที่มีความคิดเรียบง่ายก็ยังเงียบ  เขาโอบหอกเงินขณะที่ยังนั่งชมอยู่บนฟลามิงโก

กองกำลังพากันเงียบทั้งหมด

ทุกคนมองดูถังเทียนอย่างเงียบงัน

“ว้าว ดูข้าว่ายท่าลูกหมาตกน้ำได้ด้วย! ฮูเลฮูเล ฮ่า...”

ถังเทียนกำลังลอยตัวอยู่ในอากาศกำลังทำท่าว่ายด้วยท่าลูกหมาตกน้ำปากของเขาทำเสียงฮูฮา ฮูฮาๆ สิ่งที่น่าแปลกจริงๆ ก็คือเขาดูเหมือนกับอยู่ในน้ำกำลังทำท่ากระพุ้ยน้ำแบบสุนัขเคลื่อนตัวไปข้างหน้า

“ดูข้าเดินในอากาศซะก่อน!”

ถังเทียนหันหลังให้ท้องฟ้า แม้ว่าเขาเหมือนกำลังเดินอยู่บนน้ำแต่ขาทั้งสองของเขาก้าวอยู่ในอากาศที่มองไม่เห็น ร่างของเขาเหมือนถูกดันสูงขึ้นๆ

“ดูข้ากระโดดเด้งดึ๋งๆ โดยใช้มือนะ! โดดโดด โดด โดด!”

ถังเทียนหกหัวคะเมนลงและใช้มือสปริงกระโดดเขาพุ่งไปข้างหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า

ถังเทียนเล่นพิเรนทร์แปลกประหลาดนานๆ เขาจะส่งเสียงแปลกประหลาดออกมา

ทั่วทั้งตัวของถังเทียนถูกชั้นหมอกเย็นสีขาวคลุมไว้ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเป็นปราณอมตะ  นั่นคือพลังของกระเรียน  พลังของกระเรียนลึกลับมาก ทุกๆท่าทางของถังเทียนกล่าวได้ว่ามีคุณภาพมาก

หัวใจของอาเฮ่อสั่นไหวอย่างมิอาจอธิบายได้  เทียบกับพลังร่างกระเรียนแล้ว พลังกระเรียนมีระดับสูงส่งกว่ามากในประวัติศาสตร์สำนักกระเรียน มีเพียงศิษย์ของสำนักกระเรียนรุ่นก่อนนั้นไม่กี่คนที่ฝึกฝนพลังของกระเรียนได้  ถ้าจะว่าไปแล้ว พลังร่างกระเรียนเป็นพื้นฐานของวิทยายุทธของสำนักกระเรียนระดับหนึ่ง  ถ้าไม่มีผู้ใดได้รับพลังร่างกระเรียน  อย่างนั้นวิทยายุทธส่วนใหญ่ของสำนักกระเรียนจะไม่มีผู้ใดเรียนรู้ได้ แต่พลังของกระเรียนเหมือนกับเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับภาพปริศนาวิทยายุทธที่มีพลังของกระเรียนจะมีพลังมากขึ้นเป็นทวีคูณ

อาเฮ่อรู้สึกอิจฉาแน่นอน  แต่เขาเป็นชายหนุ่มที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก  ตั้งแต่เด็กเขาได้รับการอบรมสั่งสอนให้เข้าใจไม่ให้เปรียบเทียบกับคนอื่นและให้อยู่อย่างสันติ  ภายใต้การอิจฉา  เขาควรจะมีความสุขมากขึ้น  ถ้าไม่ใช่เพราะถังเทียน  เขาคงไม่มีที่ยืนในวันนี้แน่นอน

ใครเล่าจะรู้กันว่าถังเทียนพบของเล่นใหม่ทำให้กลายเป็นกระตือรือร้นมากเล่า?

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้พบกับพลังของกระเรียนช่วยให้ร่างของเขาลอยได้  เขาพบวิธีเล่นแปลกใหม่อย่างรวดเร็วซึ่งทำให้เขาว่ายน้ำกลางอากาศหรือโดยไปในอากาศได้ นี่ทำให้เขามีความสุข

สำหรับอาเฮ่อพลังของกระเรียนคือทักษะในตำนาน เป็นวิชาศักดิ์สิทธิ์ไม่เหมือนวิชาใดๆ  ถังเทียน เจ้ารู้ไหมว่ามันยากแค่ไหนกว่าจะได้รับพลังของกระเรียน  เจ้าโชคดีมากแค่ไหนแล้ว?โปรดใส่ใจให้มากกว่านี้แล้วรวมพลังของกระเรียนด้วยวิทยายุทธของเจ้า!  ความคิดของอาเฮ่อเป็นเช่นนี้แต่การได้เห็นถังเทียนทำตัวไม่เป็นโล้เป็นพายใช้วิชาของสำนักทำเป็นเล่นนั่นช่างเสียของจริงๆ  เขาเห็นแล้วจะมีความสุขได้อย่างไร?

เจ้างี่เง่านี่

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

ถังเทียนนอนคว่ำหมดแรงอยู่กับหลังม้า  ร่างกายของเขาไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป  ก่อนหน้านั้นเขาเอาแต่เล่นมากเกินไปความจริงเขาใช้ปราณแท้ไปหมดแล้ว เขาไม่เหลือพลังพอจะเดินจึงไม่มีทางเลือกได้แต่นอนอยู่บนหลังม้า

เมื่อเห็นถังเทียนอยู่ในสถานการณ์ลำบากอาเฮ่อรู้สึกสมน้ำหน้า สีหน้าของเขากลับคืนเป็นปกติและบรรยากาศกดดันรอบข้างหายไป  อาเฮ่อยิ้มให้หัวหม่าเอ้อ  “แม่นางหัวหม่าเอ้อรู้จักคนเหล่านี้หรือเปล่า?”

กองกำลังนักสู้บนหลังม้าถูกจับได้หมด  มีเพียงเยี่ยนจุ่ยจือหลบหนีไปได้คนที่เหลือจึงไม่มีทางเลือกนอกจากยอมแพ้

“เรียนคุณชาย คนทั้งหมดนี้มาจากเผ่าถูเย่”หัวหม่าเอ้อพูดอย่างให้เกียรติคนทั้งสามข้างหน้านางมีพลังไม่อาจหยั่งได้และแข็งแกร่งมากกฎของโลกคือผู้แข็งแกร่งเป็นจ้าว และในกลุ่มดาวหมาป่าที่โหดร้ายกฎของที่นี่ชัดเจนยิ่งกว่า

นอกจากนี้ทั้งสามคนเพิ่งช่วยชีวิตนาง

ถังเทียนหมกมุ่นกับความมหัศจรรย์ของพลังกระเรียน  พลังปราณกระเรียนในร่างของเขายังคงเปลี่ยนและเคลื่อนไหวเหมือนสัตว์ที่มีชีวิต  ในการเปลี่ยนแปลงของร่างกระเรียน  ปราณแท้ในร่างของเขาโคจรไม่รู้จบ  ปราณแท้ทะลักออกมาจากทุกส่วน  เมื่อใดก็ตามที่ปะทะเข้ากับร่างกระเรียนมันจะถูกทำลายและกลายเป็นอนุภาคเล็กละเอียดของปราณแท้

นี่คือสิ่งที่อาเฮ่อและพวกที่เหลือสามารถเห็น  ร่างของถังเทียนนั้นปล่อยหมอกบางๆอย่างต่อเนื่อง

หมอกปราณนี้สร้างขึ้นจากอนุภาคของปราณแท้แนบติดกับร่างของถังเทียนก่อเกิดเป็นชั้นพลังชั้นหนึ่ง

ถังเทียนรู้สึกประหลาดมาก

เขารู้สึกถึงทุกอย่างได้มากยิ่งขึ้น ความรู้สึกว่าชั้นของปราณแท้มาพร้อมกับความลึกลับหลายอย่าง  ถ้าเขาสามารถเข้าใจพลังของกระเรียนเพิ่มมากขึ้นอย่างนั้นชั้นพลังของกระเรียนก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ไม่มีสิ้นสุด

สิ่งที่ทำให้ถังเทียนรู้สึกประหลาดใจที่สุดก็คือแม้ว่าปราณแท้ของเขาจะไม่สามารถควบคุมพลังงานกระเรียนได้  แต่จิตวิญญาณยุทธของเขากลับทำได้

ถังเทียนรู้สึกขุ่นเคืองใจทันทีทันใดนั้นเขาคิดถึงเซียนกระบี่ลับ เมื่อพวกเขาถูกดึงเข้าไปในสนามพลังวิญญาณของกระบี่ผนึกปีศาจ

หรือว่าพลังของกระเรียนจะนับได้ว่าเป็นสนามพลังวิญญาณอย่างหนึ่ง?

แต่ถังเทียนส่ายศีรษะเขาทันที พลังงานกระเรียนและพลังของสนามพลังวิญญาณและแรงสั่นสะเทือนแตกต่างราวฟ้ากับดิน  แต่ก็มีบางลักษณะที่ค่อนข้างเหมาะกับเขา  และหลังจากถูกควบคุมโดยจิตวิญญาณยุทธ ก็มีโอกาสกลายเป็นสภาวะสนามพลังวิญญาณขั้นต้น

การคาดการณ์ที่กล้าหาญทั้งหมดถูกจดจำไว้ในใจถังเทียนและจะค่อยๆได้รับการยืนยันในวันต่อๆ มา

เมื่อเขามีพลังเพิ่มขึ้น  เขาพึ่งพาปิงน้อยลง เขาต้องพึ่งพาตัวเองเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น  แม้ว่าเขาจะมีปัญญาน้อยกว่าและต้องการเวลามากขึ้นก็ตาม

เขาสามารถปล่อยวางหลายเรื่องให้คนที่ฉลาดกว่า

ความคิดของถังเทียนยังคงหมกมุ่นอยู่กับวิทยายุทธต่อไป จุดดีอีกอย่างหนึ่งของพลังกระเรียนก็คือช่วยให้ปราณเที่ยงแท้ฟื้นฟูได้เร็วกว่าเมื่อก่อนมาก

“หัวหม่าเอ้อ เจ้าคิดว่าอาศัยแค่เด็กสามคนนี้  เจ้ายังจะสามารถอยู่ในหมู่บ้านพังๆของเจ้าได้หรือ?” บุรุษร่างใหญ่ผู้กระบองเขี้ยวสุนัขป่าแค่นเสียง  “นายท่านคือผู้นำหกเผ่าแล้วเจ้าคิดว่าเจ้าจะพิชิตทุกสิ่งทุกอย่างด้วยเผ่าหมาป่าเพลิงของเจ้างั้นหรือ?เลิกฝันได้แล้ว”

หน้าของหัวหม่าเอ้อเขียวคล้ำทันที  “ฮาซาร์, เจ้าอาศัยซินลี่จริงๆ น่ะหรือ?”

“ถูกแล้ว!”ฮาซาร์ยืดคอถลึงตาและไม่ปฏิเสธ “นานมากแล้วที่หมาป่าทรายเราไม่มีหัวหน้าผู้เข้มแข็ง ดังนั้นเราจึงมีอย่างวันนี้ได้  หัวหม่าเอ้อเจ้าคือคนที่มีคุณสมบัติที่จะเป็นได้ แต่น่าเศร้า เจ้ากลับไม่ยินดีทำ”

“เยี่ยนจุ่ยจือเป็นซินลี่ส่งมาหรือ?”  หน้าของหัวหม่าเอ้อยิ่งเขียวคล้ำกว่าเดิม

ฮาซาร์แค่นเสียง  “ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว!ขอเพียงเจ้าตายก็จะทำให้เผ่าหมาป่าทรายกลับมารวมตัวกันได้อีกครั้งและถึงตอนนั้นก็จะกลายเป็นหนึ่งอีกครั้ง เผ่าหมาป่าทรายจะอยู่ภายใต้คำสั่งของเรา”

“และเจ้าเชื่อเขาหรือ?”  หัวหม่าเอ้อส่ายหัว  “ฮาซาร์เจ้าเคยพบใครที่เจ้าเล่ห์และโหดร้ายแบบเขาบ้าง? เผ่าไหนก็ตามที่ไม่ร่วมมือกับเขา ยังมีเผ่าไหนเหลืออยู่ในวันนี้บ้างเล่า?”

ฮาซาร์คอแดงอย่างรวดเร็ว  ราวกับมีไฟในดวงตา  “ข้าไม่สนใจอะไรมากทั้งนั้น  ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องห่วง!  แต่มันเป็นเรื่องของเรา?  ถ้าเรายังคงเป็นแบบนี้พวกเราจะไม่สามารถผ่านพ้นฤดูหนาวนี้ไปได้”

หัวหม่าเอ้อตะลึง

“หัวหม่าเอ้อ, เจ้ามีโอกาสแพ้”  ฮาซาร์สงบอารมณ์ได้มากขึ้น  “ได้นักสู้สวรรค์วิถีมาช่วย แล้วยังไงเล่า?พลังที่หนุนหลังซินลี่ยิ่งใหญ่กว่าที่เจ้าคิด! หัวใจที่ป่าเถื่อนของเขาไม่เพียงแต่หยุดยั้งในเขตทะเลทรายนี้  เขาต้องการสู้กับกองทัพจันทร์เงิน, ตะขอฟ้าและศักดินาชาวยุทธ”

“พวกเจ้าทุกคนก็แค่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเท่านั้น”  หัวหม่าเอ้อกล่าวเย็นชา

“ฮ่าฮ่า!”  ฮาซาร์หัวเราะ “หัวหม่าเอ้อ, เจ้ากล้าพูดแบบนั้นได้ยังไง? คนในกลุ่มดาวหมาป่าใครเล่าไม่ใช่เครื่องมือต่อสู้?”

หัวหม่าเอ้อพูดไม่ออก

ฮาซาร์กล่าวต่อ“ข้าจะบอกเจ้าให้ก็ได้ เหตุผลที่เผ่าหมาป่าเพลิงยังไม่ถูกทำลายเป็นเพราะซินลี่ยังไม่มีความมั่นใจว่าจะกำจัดเจ้าได้  ตราบใดที่เจ้าตายหรือยอมแพ้ เขาจะฮุบเผ่าหมาป่าเพลิงของเจ้าทั้งหมด”

ทันใดนั้นถังเทียนหยุด  สายตาของเขามองไปที่เนินเขาไกลออกไป  “มีคนกำลังมา!”

ในตอนนี้จุดสองสามจุดปรากฏอยู่ที่เนินเขาไกล

หัวหม่าเอ้อตกใจ นางจ้องมองถังเทียนด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ  เนินเขาไกลออกไปมากกว่าห้ากิโลเมตรแต่ถังเทียนรู้สึกถึงศัตรูได้จากระยะไกลขนาดนั้น

มีคนกำลังมาด้วยความเร็วสูง

พวกเขามีกันสามคน ผู้นำเป็นชายชราที่ดูอันตรายตาของเขาแดงก่ำน่ากลัว ซ้ายมือเป็นบุรุษสวมเกราะ ทั้งร่างมีเกราะเงิน แม้แต่ใบหน้าก็มีเกราะปกคลุมมิดชิดด้านขวาเป็นสตรีถือแส้กระดูก อยู่ในชุดหนังสีดำแนบเนื้อเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าที่เย้ายวน  แส้กระดูกในมือของนางแปลกประหลาดเหมือนกับเป็นกระดูกสันหลังของอสูรดวงดาว มีข้อต่อแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

“ใครทำร้ายจุ่ยจือ?” ชายชรานัยน์ตาแดงถาม

“ข้าเอง!”  ถังเทียนหัวเราะคิกคักและยืนขึ้น  “ท่านเป็นอาจารย์ของเขาหรือ?  มาที่นี่เพื่อต่อสู้ใช่ไหม?”

“หาที่ตาย!”  ชายชราคำราม ร่างหายไปจากที่เดิมทันที ซี่.....แสงน้ำเงินวาบผ่านนัยน์ตาถังเทียน ขณะที่ภาพกรงเล็บสีฟ้าเลือนรางปรากฏในสายตาของเขา

โดยไม่ต้องคิดอะไรเขาตวัดกรงเล็บแมวโลหิต สร้างประกายไฟแพรวพราวรับมือกรงเล็บน้ำเงิน

ติง!

แรงปะทะของปราณระเบิดปังระหว่างทั้งสองและร่างทั้งสองกระเด็นแยกถอยหลังคนละสามเมตร

ถังเทียนจ้องชายชราอย่างเหี้ยมเกรียมพลังของตาเฒ่านี่เหนือกว่าเยี่ยนจุ่ยจือมากมายนัก ในการปะทะนั้นเขารู้ว่าการจะต่อสู้จะต้องนานและเหลือทน สายตาของเขามองดูที่มือของชายชราเหมือนกับสลักขึ้นจากน้ำแข็งสีน้ำเงินนัยน์ตาเป็นประกายเหมือนกับมีพลังวิเศษดึงดูดจิตใจผู้คน

แข็งแกร่งมาก!

คนของฝ่ายชายชราประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพวกเขาเห็นถังเทียนป้องกันกรงเล็บของชายชราได้

ชายชราหรี่ตา“เมื่อเร็วๆ นี้ข้าได้ยินมาว่ามีคนที่สามารถบัญญัติวิทยายุทธใหม่ขึ้นมานามว่ากรงเล็บเพลิงภูตพราย  ไม่เคยคิดเลยว่าข้าจะได้พบที่นี่มิน่าเล่าจุ่ยจือถึงได้แพ้เจ้า อย่างนั้นเจ้าก็มีฝีมืออยู่บ้าง”

อีกสองคนที่อยู่ฝ่ายชายชรามีสีหน้าเครียดทันทีและตะลึงมองถังเทียน

เจ้าเด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนี่น่ะหรือสามารถบัญญัติวิทยายุทธโดดเด่นไม่ซ้ำใครออกมาได้?

คนที่ประหลาดใจมากที่สุดก็คือฮาซาร์ปากของเขาอ้าค้างขณะจ้องมองถังเทียนว่างเปล่า เขารู้ว่าชายชราผู้นี้เป็นใครเมื่อเห็นเขาปรากฏตัวออกมา  เขาลอบดีใจเนื่องจากเขาคิดว่าพวกเขาชนะแน่!  ไม่เคยคิดเลยว่า เมื่อทั้งสองปะทะกระบวนท่ากันผลจะออกมาเสมอกัน

“วิชากรงเล็บของท่านทรงพลังเช่นกัน!”  สายตาของถังเทียนจับจ้องอยู่ที่มือที่มีประกายสีน้ำเงินของชายชรา “ข้าคิดว่าท่านก็มีวิทยายุทธโดดเด่นไม่ซ้ำใครเช่นกัน”

“เจ้าตาแหลมดีนี่”  ชายชราพูดเย็นชา  “อายุขนาดนี้สามารถเชี่ยวกรงเล็บเพลิงภูตพรายได้ นับว่าเจ้ามีศักยภาพ แต่เมื่อเจ้าพบกับข้าในวันนี้ นับว่าน่าเสียดาย วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า”

มือของชายชราขยับราวกับประกายไฟ  แขนเสื้อของเขาเคลื่อนไหวเหมือนผีเสื้อ  ฝ่ามือของเขาดูเหมือนแกะสลักจากผลึกน้ำแข็ง

ท่าเคลื่อนไหวของฝ่ามือเขาหนึ่งสูงและหนึ่งต่ำเหมือนกับตะขอ

ปัง

คลื่นปราณไร้ขอบเขตและอันตรายระเบิดออกมาจากร่างชายชราและสภาพรอบตัวเริ่มมีการเคลื่อนไหว

เหมือนกับว่าภายในร่างของเขาเป็นน้ำที่ไร้ขอบฝั่งปลาวาฬน้ำเงินขนาดเท่าภูเขาปรากฏอยู่บนผิวน้ำ

******************

จบบทที่ ตอนที่ 261 ฝ่ามือน้ำเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว