เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 230 ประวัติกระบี่ผนึกปีศาจ

ตอนที่ 230 ประวัติกระบี่ผนึกปีศาจ

ตอนที่ 230 ประวัติกระบี่ผนึกปีศาจ


พันกระเรียนบรรจบสังหาร!

หัวใจของอาเฮ่อเต้นแรงเหมือนคลื่นซัดโถม  แม้ว่าถังเทียนจะสร้างภาพลวงตาได้สี่ภาพ  แต่อาเฮ่อก็จำได้ทันทีว่านั่นคือพันกระเรียนแยกร่าง!  วิชาพันกระเรียนแยกร่างได้สาบสูญมานานหลายปีแล้ว  ครั้งหนึ่งมันเคยครอบงำโลกทำให้ชาวโลกหวาดกลัว

หลายคนคิดว่าพันกระเรียนแยกร่างใช้ลวงตาทำให้ศัตรูสับสน แต่อาเฮ่อรู้ว่าพันกระเรียนแยกร่างเป็นท่าเตรียมปลดปล่อยไม้ตายสังหาร

แต่ไม้ตายสังหารหายสาบสูญไปกลับสายลม นอกจากชื่อที่ตกทอดลงมา ก็ไม่มีร่องรอยของมัน

บรรจบสังหารจะบรรจบรวมกันได้ยังไง ไม่มีใครรู้

ไม่มีสามารถค้นพบพลังร่างกระเรียนไม่มีกระทั่งวิชาพันกระเรียนแยกร่าง  เคยมีใครเล่าจะคิดหาเคล็ดสังหารที่มีแต่ชื่อเท่านั้นที่ตกทอดลงมา?

อาเฮ่อไม่เคยคิดว่าเคล็ดวิชานี้จะตกไปอยู่กับคนที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสำนักกระเรียน  แม้จะเป็นเรื่องแย่ที่เห็นเขาใช้พันกระเรียนแยกร่างได้ก็ตาม

เจ้านี่..

อาเฮ่อจ้องมองถังเทียนอย่างงุนงง

“วู้ฮูววว,นี่เป็นเคล็ดวิชาที่ยอดเยี่ยมจริงๆ” ถังเทียนกล่าว เมื่อเห็นนิ้วของเขาแปลกๆ เขาพึมพำ  “แต่มันสิ้นเปลืองปราณแท้ของข้ามากมายนัก!เฮ้อ.. ข้าเพียงใช้ปราณแท้ของข้าได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น  ฮะฮะฮะ นี่ก็ยังเป็นอีกเคล็ดสังหารที่สิ้นเปลืองพลังปราณแท้ของข้ามากมายจริงๆ  น่าหงุดหงิดเป็นบ้า”

หงุดหงินเป็นบ้า....

อาเฮ่อหนังตากระตุก  เขากล้าดียังไงถึงได้หงุดหงิดหลังจากเข้าใจเคล็ดพันกระเรียนบรรจบสังหาร

นับเป็นครั้งแรกที่อาเฮ่อที่สงบและสุภาพอยากจะชักกระบี่ออกมาฆ่านัก!

ถังเทียนไม่สนใจแม้แต่น้อยขณะที่มองดูฝ่ามือตนเอง เขาพึมพำ “ถ้าเพียงแต่เคล็ดสังหารที่แข็งแกร่งและทรงพลังใช้พลังปราณแท้ของข้าเพียงเล็กน้อยและเรียนรู้ได้ง่ายกรงเล็บเพลิงจ้าวปีศาจก็กินปราณแท้มากเช่นกัน เฮ้อแต่ปราณแท้ของข้าเพียงพอใช้ได้แค่ครั้งเดียว เฮ้อ..อย่างนี้น่าหงุดหงิดจริงๆ”

ทุกคนหนังตากระตุกทันที  สีหน้าทุกคนกลับกลายไม่เป็นมิตรทันที

อะไรของมัน?ตอนนี้เขาอยู่ดีกินอิ่ม ก็เลยไม่เข้าใจหัวอกคนอดอยากยากจนหรือ? นี่เขาจะพูดพล่อยๆต่อหน้าคนอื่นไปถึงไหนกัน?

เคล็ดสังหารเป็นผลการฝึกที่ทำได้ยากมาก  ใครสามารถพูดกันได้ว่าเคล็ดสังหารของพวกเขาต้องแลกมาด้วยวันและคืนหยาดเหงื่อการฝึกฝนอย่างหนักนับไม่ถ้วนไม่ใช่หรือ? เป็นเรื่องดีแค่ไหนแล้วที่เข้าใจเคล็ดสังหารได้สักอย่าง แต่เขายังบ่นว่ารำคาญอีกเพราะเข้าใจเคล็ดสังหารมากไป...

นอกจากนี้เขายังบ่นเรื่องทำอย่างไรเคล็ดสังหารที่น่ากลัวจะใช้ปราณแท้ได้เพียงเล็กน้อยและศึกษาเรียนรู้ได้ง่าย...

ทุกคนคันไม้คันมืออยากจะทุบเขายิ่งนัก

ทันใดนั้นถังเทียนรู้สึกตัวและกระโดดทันที “เอ๋, ข้าไม่ยอมเสียเวลาต่อไปอีกแล้ว!เร็วเข้า!”

เวลาเป็นเงินเป็นทอง!

ทันใดนั้น เขาโยนเรื่องวิชาสังหารทิ้งไว้เบื้องหลังและลุยเข้าหาฝูงอสูรหินกรวดไม่มีการจดจ่ออะไรมากนักในตอนนี้ตั้งแต่ชายชราตาบอดยอมแพ้  อสูรหินกรวดในตอนนี้ตกอยู่ในความวุ่นวาย  นอกจากนี้เพลงของขลุ่ยวิเศษที่บรรเลงยังทำให้อสูรหินกรวดหันมาทำร้ายกันเอง

การต่อสู้ดำเนินต่อไปอีกหกชั่วโมง

เมื่ออสูรหินกรวดทั้งแสนตัวถูกปราบราบคาบ นับเป็นฉากภาพที่งดงามและน่าจดจำ ชาวบ้านของหมู่บ้านกระบี่ที่รออยู่อีกด้านหนึ่งกุลีกุจอเก็บกวาดสนามรบและรวบรวมทองอีกา

“เราจะทำยังไงกับคนเหล่านี้ดี?”  ปิงเหลือบมองชายชราตาบอดและถามถังเทียน

ผู้เฒ่าบอดถามหาเพื่อขอเรียนรู้เพลงจากขลุ่ยวิเศษอย่างจริงจัง

ในตอนนี้ถังเทียนอยู่ในสถานะลำบากใจ  เขาไม่ต้องการเก็บพวกเขาไว้และเขาก็ไม่มีความคิดจะฆ่าพวกเขาด้วย

ขลุ่ยวิเศษสังเกตการสนทนาของเขาพวกเขา  จากนั้นเขากระซิบบางอย่างกับชายชราตาบอด จากนั้นผู้เฒ่าบอดพยักหน้าและเดินมาพร้อมกับขลุ่ยวิเศษ  “ไว้ชีวิตเขาเถอะ ให้เขาช่วยทำงานก็ได้   เซรีนกำลังขาดคนที่เชื่อถือไว้ใจได้ทำไมเจ้าไม่จัดให้เขาไปอยู่ที่นั่น วิธีนี้ เจ้าจะปลอดกังวลเรื่องความปลอดภัยของเซรีน  ข้าได้ถามเขาก่อนแล้ว  เขายินดีจะทำสัญญาจิตวิญญาณพลังยุทธกับเจ้า”

ถังเทียนนัยน์ตาเป็นประกาย  ถ้ามีนักสู้สวรรค์วิถีประจำการอยู่ที่นั่นเซรีนก็ไม่มีอะไรต้องกังวลเกี่ยวกับร้านของนาง

เขาเพิ่งจะคิดหาวิธีนำอู่กวงไปที่นั่นเพื่อที่ว่าจะได้ไม่มีใครกล้าสร้างความวุ่นวายในร้านนั้น

ตอนนี้เซรีนเป็นเหมือนแม่ไก่ที่ออกไข่เป็นทอง นางคือสมบัติล้ำค่า ถังเทียนเห็นเรื่องนั้นเพื่อประโยชน์ของตนเอง  เกราะจักรกลของเซรีนขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจริงๆ  เขาตั้งใจจะอาศัยเซรีนเพื่อสร้างรายได้

เมื่อคิดว่าเขาสามารถแก้ปัญหาที่ยุ่งยากได้  ถังเทียนรู้สึกยินดี

ถังเทียนมองกลับไปที่สตรีชุดดำจากนั้นเขาถอนหายใจ  “เอ.. นี่คือสตรีจากองค์การวิญญาณมืดที่อยู่ในตำแหน่งม้านี่  เราเคยพบกันมาแล้วไม่ใช่หรือ?”

“ใช่แล้วข้อมูลเกี่ยวกับกระบี่สมบัตินางเป็นคนพบ แม้ว่าฝีมือนางยังไม่สูงล้ำ แต่นางก็มีมาตรฐานในการหาข้อมูลและข่าวสารได้ดี  นางมีน้องสาวคนหนึ่งที่เกิดมาป่วยนางจึงต้องการสายเลือดพิเศษเพื่อนำไปใช้รักษาน้องสาวนาง”  ชายชราตาบอดตอบตามตรง

สตรีชุดดำเพิ่งฟื้นขึ้นแต่นางยังแกล้งทำเป็นหลับอยู่

“โอว, เป็นคนที่เจ้าพบเจอพร้อมกับจิ่งหาวหรือ?”อู่กวงถามตามปกติ “ก็แค่สังหารนางซะ!  ทุกอย่างที่มาจากวิญญาณมืดเลวร้ายทั้งนั้น!  เราไม่รู้ว่านางฝึกฝนอะไรมา  แต่ถ้าเราฆ่าพวกวิญญาณมืดเราจะได้คะแนนตรงนี้ด้วย”

“มีเรื่องอย่างนั้นด้วยหรือ?”  ถังเทียนตะลึง ในที่สุดเขาก็เข้าใจความแค้นเคืองระหว่างสมาพันธ์ชาวยุทธกับองค์การวิญญาณมืดว่าใหญ่หลวงเพียงไหน

“ใช่ ยิ่งพวกเขาฝึกฝนในระดับสูง พวกเขาก็ยิ่งเพิ่มคะแนนให้เจ้าได้มาก” อู่กวงอธิบาย  “มีคนมากมายที่แค้นเคืองคนจากวิญญาณมืด พวกเขาตั้งรางวัลให้กับคนที่ตามหานักสู้ของวิญญาณมืด มันอันตรายแต่ทันทีที่พวกเขาฆ่าพวกนั้นได้ พวกเขาสามารถได้รับรางวัลเป็นคะแนนซึ่งคุ้มค่าแน่นอน  ดังนั้นเจ้าต้องระวังเพราะผลตอบแทนดังกล่าวก็มีในกลุ่มพวกวิญญาณมืดเช่นกัน แน่นอน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องธรรมดาแม้ว่าพวกเขาเป็นศัตรูก็ตาม”

สตรีชุดดำไม่สามารถทนได้ต่อไป  นางลุกขึ้นนั่ง  “อย่าฆ่าข้า!”

ควับ,ทุกคนหันไปมองนาง

“ทำไมถึงจะไม่ได้เล่า?”  ปิงล้อ

“ข้าสามารถหาข้อมูลให้พวกท่านได้  ทุกอย่างที่พวกท่านต้องการรู้  ข้าจะหามาให้พวกท่าน”  สตรีชุดทำพยายามเอาตัวรอด

“ก็ได้,ลองพูดเรื่องข่าวเกี่ยวกับกระบี่สมบัติซิ” ปิงมากประสบการและระวังตัวเป็นอย่างดี นิสัยเจ้าเล่ห์ของเขานำมาใช้ได้ในตอนนี้

เซี่ยชิงหูตั้งทันที เขารู้ว่าพวกเขาเป็นองครักษ์ปกป้องกระบี่สมบัติ  แต่ไม่มีใครรู้อะไรเกี่ยวกับสมบัติที่เขาปกป้องเลย

สตรีชุดดำรู้ว่านี่เป็นบททดสอบแรก  นางตอบโดยไม่ลังเล“กระบี่สมบัติเป็นของกลุ่มดาวถ้วย เป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่รู้จักกันในนามว่ากระบี่ผนึกปีศาจ!  ก็อย่างที่รู้กันกลุ่มดาวถ้วยอับแสงจางลงมากชื่อเสียงไม่มีใครได้รู้จักกระบี่ผนึกปีศาจเช่นกัน นานมาแล้วมันตกอยู่ในมือของนักสู้หนุ่มนามว่าหวีเกอ”

“หวีเกอ!” เซี่ยชิงสั่น เขารู้จักชื่อนี้

“มีคนไม่มากที่รู้จักหวีเกอ แต่เขามีอีกชื่อหนึ่งซึ่งทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี”  สตรีชุดดำกล่าวต่อ “เซียนกระบี่ลับ”

“เซียนกระบี่ลับ”

ขลุ่ยวิเศษ,เฒ่าบอดซอกำศรวล, เซี่ยชิงและคนอื่นๆ ปากอ้าค้างตะลึงกันหมด

แน่นอนว่าพวกเขาเคยได้ยินชื่อของเซียนกระบี่ลับมาก่อน  เขามีชื่อเสียง! นักสู้ที่ฝึกฝนกระบี่ทุกคนไม่มีใครประหลาดใจกับชื่อนี้กล่าวกันว่าข่าวลือของเซียนกระบี่ลับในปัจจุบันยังคงมีให้ได้ยินบ้างก็ว่ากระบี่ลับในปัจจุบันนี้ถูกสร้างและตกทอดโดยเซียนกระบี่ลับ

ตำนานกล่าวไว้ว่ากระบี่ของเซียนกระบี่ลับยังคงซ่อนอยู่ในจุดบอดที่ท่านมองไม่เห็น  กระบี่ของเขาเหมือนกับจะถูกเข้ารหัสและซ่อนไว้

เขาเป็นเซียนกระบี่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในช่วงเวลาของเขา

ไม่มีใครรู้จักชื่อของเขา แต่ผู้ที่ได้รับยกย่องให้มีฐานะเสมอเซียนก็ต้องมีช่วงเวลารุ่งเรืองสุดยอดในยุคของเขาเอง

กระบี่ในมือของเซียนกระบี่ลับความจริงก็คือกระบี่ผนึกปีศาจ!

เซี่ยชิงเชื่ออย่างนี้แน่นอน พวกเขาปกป้องสมบัติในตำนานที่ตกทอดมาโดยเซียนกระบี่คนหนึ่งนี่เอง

“เซียนกระบี่ลับมักจะทำตัวไม่โดดเด่น  เขามีศิษย์คนหนึ่งเมื่อเขายังมีชีวิตเขาได้อธิบายวิธีที่เขาใช้กระบี่ลับซึ่งถ่ายทอดต่อๆกันหลายชั่วคนโดยบุคคลผู้นี้ เขามีบุตรชายคนหนึ่งนามว่าหวีชิงกระบี่ผนึกปีศาจจะต้องตกทอดไปยังบุตรชายเขา แต่ศิษย์ของเขาก็อยากได้กระบี่เล่มนี้ ดังนั้นเขาจึงคิดหาวิธีและวางแผนฆ่าหวีชิง ในที่สุดก็มีเพียงบ่าวรับใช้คนหนึ่งเหลืออยู่ข้างกายหวีชิงเขาคือเซี่ยซินอู่ หวีชิงบาดเจ็บหนักไม่สามารถขยับตัวได้ เพื่อหลอกล่อศัตรูเซี่ยซินอู่นำกระบี่ผนึกปีศาจหนีไป”

ทุกคนพากันสนใจเรื่องนี้  เซี่ยชิงกัดฟันกำหมัดแน่นเนื่องจากเซี่ยซินอู่ก็คือบรรพบุรุษของเขา

“บิดาของเซี่ยซินอู่ก็คือเซี่ยสวงเป็นสหายกับหวีเกอ  เขามักติดตามอยู่ใกล้ๆ หวีเกอ แต่เซี่ยซินอู่และหวีชิงเติบโตมาด้วยกันและมีมิตรภาพที่แน่นแฟ้น  หวีเกอก็รู้สึกได้เหมือนกันดังนั้นเขาจึงสอนวิชาทุกอย่างที่เขารู้ให้เซี่ยซินอู่  เซี่ยซินอู่เป็นบุรุษที่เข้มแข็งอดทน  เขาต่อสู้เบิกทางออกไปเมื่อเขากลับมาตามหาหวีชิง ก็ไม่สามารถหาพบได้เขาพกกระบี่ผนึกปีศาจตามหาหวีชิงตลอดอยู่อย่างนั้นนานถึงสี่สิบปีก็ไม่ได้วี่แวว พออายุมากเซี่ยซินอู่หลีกเร้นไปอยู่ในที่ไกลและเรียกชื่อตัวเองว่าองครักษ์พิทักษ์กระบี่”

สายตาทุกคนรวมทั้งถังเทียนหันไปมองเซี่ยชิง นี่คือสาเหตุที่ตระกูลเซี่ยเป็นที่รู้จักกันในนามว่าองครักษ์พิทักษ์กระบี่

เซี่ยชิงก้มหน้าในดวงตาของเขาเริ่มแดงระเรื่อ “ลูกหลานของหวีชิงยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า?”

“ข้าไม่รู้ พวกเขาไม่เคยปรากฏตัวเลยสักครั้ง” สตรีชุดดำส่ายศีรษะขณะที่นางกล่าว “ข้าติดตามข่าวมาเป็นเวลานาน  แต่ก็ยังไม่มีข่าวคราวของลูกหลานเขาเลย”

“กระบี่ผนึกปีศาจอยู่บนยอดเขาหินนั่นหรือ?”  เซี่ยชิงถามอย่างหดหู่ใจ

“ใช่” สตรีชุดดำพยักหน้า “จุดแข็งที่สุดเกี่ยวกับกระบี่ผนึกปาจก็คือมันสามารถผนึกสมบัติดวงดาวได้ทั้งหมด  แม้ว่าเซียนกระบี่ลับจะทำตัวเองไม่โดดเด่น  แต่เขามีศัตรูอยู่มากมาย  ในกระบี่นี้มีสมบัติอยู่มากมาย  ที่สำคัญที่สุด มันถูกผนึกไว้เป็นมรดก  ปัจจุบันนี้เป็นกระบี่ที่มีรหัสลับอย่างแท้จริง ซึ่งนั่นก็คือเหตุผลที่ศิษย์ของเซียนกระบี่ลับพยายามอย่างเต็มที่เพื่อชิงกระบี่นี้ให้ได้”

“แต่ว่า ตั้งแต่ข้ายังเด็กข้าเดินตรวจดูยอดเขาหินทุกซอกทุกมุมแล้ว ไม่มีกระบี่ผนึกปีศาจเลย” เซี่ยชิงจ้องมองสตรีชุดดำ

“นั่นเป็นเพราะกระบี่ผนึกปีศาจยังคงมีผนึกของเซียนกระบี่ลับ”  สตรีชุดดำตอบ “หลังจากเซียนกระบี่ลับตายไม่มีใครสามารถใช้กระบี่ผนึกปีศาจได้อีกต่อไปรวมทั้งบุตรชายของเขาหวีชิงด้วย บรรพบุรุษของเจ้า เซี่ยซินอู่บางทีก็ใช้ไม่ได้เหมือนกัน  แต่หลายปีผ่านไปผนึกอาจจะอ่อนลงมากแล้วก็ได้ ข้ามีวิธีทำลายผนึก!”

ทุกคนตื่นต้น  กระบี่ศักดิ์สิทธิ์สมบัติศักดิ์สิทธิ์ของสมบัติทั้งปวงต้องเป็นระดับทอง  เมื่อคิดถึงสมบัติทั้งหมดที่ถูกกระบี่นี้ผนึกไว้ใครจะไม่ตื่นเต้นกันเล่า?

พวกเขาแต่ละคนมีข้อสงสัย

“ทำไมผนึกจึงต้องถูกทำลาย?”  ถังเทียนถามด้วยความสงสัย

สตรีชุดดำตกใจ“เจ้าไม่ต้องการกระบี่ผนึกปีศาจหรือ? เจ้าไม่ต้องการสมบัติทั้งหมดที่อยู่ในกระบี่ผนึกปีศาจหรือ?”

ถังเทียนกลับตอบด้วยข้อความที่น่าทึ่ง “เพราะสมบัตินี้เป็นสิ่งที่ตระกูลเซี่ยปกป้อง  ในฐานะสหาย เราควรช่วยเขาไม่ใช่หรือ?  นอกจากนี้ เพราะศรัทธาที่มั่นคงมาเป็นเวลาหลายร้อยปีนั่นสมควรให้ความเคารพพวกเขา”

เซี่ยชิงเงยหน้าขึ้นเหม่อมองถังเทียนด้วยนัยน์ว่างปล่า

**

จบบทที่ ตอนที่ 230 ประวัติกระบี่ผนึกปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว