เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 191 หนุ่มหล่อเหลาเปี่ยมพรสวรรค์กับคนเร่ร่อน

ตอนที่ 191 หนุ่มหล่อเหลาเปี่ยมพรสวรรค์กับคนเร่ร่อน

ตอนที่ 191 หนุ่มหล่อเหลาเปี่ยมพรสวรรค์กับคนเร่ร่อน


“อาจารย์ทำอะไรอยู่?” เด็กหญิงโกรธ “ขังตัวเองอยู่ในห้องถึงยี่สิบวัน อย่าบอกนะว่าแอบทำเรื่องน่าอายหลายอย่างหรือเปล่า?”

ชิงหลวนไม่พอใจขึ้นมาทันทีและสั่งสอนเบาๆ “คุณหนู,  พูดแบบนั้นกับอาจารย์ถังได้ยังไงเจ้าคะ?”

“ก็มันไม่จริงเหรอ”  เด็กหญิงโกรธมากกว่าเดิม “เป็นอาจารย์ประสาอะไรหายตัวไปยี่สิบวัน ปล่อยให้ลูกศิษย์รออยู่คนเดียว นี่เป็นอาจารย์แบบไหน...”

คุณหนูตัวน้อยหยุดบ่นทันทีตาของเธอเบิกกว้างขณะจ้องมองถังเทียนที่เพิ่งออกมาจากห้องอย่างว่างเปล่า

สารรูปของถังเทียนดูไม่ได้เลย ผมเผ้ายุ่งเหยิงตาแดงเส้นเลือดขึ้น เสื้อผ้าที่สวมอยู่ปรากฏรูเม็ดขนาดเม็ดทรายอยู่ทั่ว เด็กหญิงตาคมกล้าและสามารถเห็นสิ่งที่มีขนาดเม็ดทรายร่วงลงจากตัวถังเทียนหล่นลงบนพรมที่มีราคาแพง

พรมปรากฏเป็นรอยเท้าสีดำบนนั้น

เมื่อเห็นอาหารเต็มโต๊ะ ถังเทียนที่ดวงตาดูไร้ชีวิตชีวากลับเปล่งประกายสีเขียวทันทีเหมือนกับเสือร้ายกระโจนขึ้นโต๊ะ  ขณะที่เขายื่นมือทั้งสองหยิบอาหาร พวกเขาก็ต้องตระหนักว่า นิ้วมือของถังเทียนบวมอวบราวกับแคร็อท

เมื่อกรงเล็บมือของถังเทียนสัมผัสกับจานอาหาร เขาร้องครางออกมามือทั้งสองหดกลับมาราวสายฟ้า  เนื้อที่เขาสัมผัสกระดูกของมันหลุดกลิ้งออกไปแล้วจากจานตกลงบนพรม

ทันใดนั้น ร่างของเขาเหมือนกับกระพริบและเนื้อก็หายวับไป

ประกายตาของถังเทียนเหมือกับสัตว์ป่า  เขาอ้าปากและงับเนื้อได้อย่างแม่นยำ  ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาชั่ววับเดียวการกระทำของถังเทียนคล่องแคล่วว่องไวมาก

ช่วงเวลาที่เนื้ออวบเข้าไปในปากของถังเทียนแทบทำให้เขาบ้าเลยทีเดียว

ทุกคนตกตะลึงมองดูเขา พวกเขาได้เห็นประจักษ์วิธีกินอาหารที่เถื่อนที่สุดในประวัติศาสตร์

ง่ำ!

ทันทีที่กัดลง กระดูกแข็งที่อยู่ตรงกลางเนื้อก็ถูกบดทันทีน้ำมันจากเนื้อและเศษกระดูกกระเด็นพร้อมกับน้ำลายที่หยดลง

เรียบร้อย ประสิทธิภาพในการกินของถังเทียน อาหารทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะ ว่างเปล่า แม้แต่ผลไม้ น้ำชาก็หายเรียบโต๊ะสะอาดเหมือนเพิ่งถูกทำความสะอาด ตลอดทั้งกระบวนการการกิน เขาไม่ได้ใช้มือแม้แต่น้อย

ท้องของถังเทียนกลมเป็นลูกบอล  เขาแผ่นิ่งอยู่บนเก้าอี้ ไม่ยอมขยับแม้แต่น้อย

“อาจารย์...เกิดอะไรขึ้นกับท่าน?” คุณหนูถามอย่างระมัดระวัง  ใบหน้าของเธอดูกระวนกระวาย อาจารย์ของเธออยู่แต่ในห้องนานถึงยี่สิบวัน  เขาออกมาในสภาพแบบนี้ได้ยังไง?

หลังจากผ่านไปครึ่งค่อนวัน ไม่มีปฏิกิริยาอะไรจากเขา  เธอเชิดหน้าดู ถังเทียนหลับสนิทกรนสนั่นไปแล้ว

ถังเทียนเหนื่อยเต็มที่เกินกว่าใครจะจินตนาการได้  เวลาตามปกติผ่านไปยี่สิบวัน  แต่สำหรับเวลาในค่ายทหารใหม่  เขาฝึกถึงหกสิบวันรวด

การฝึกหนักที่ถังเทียนเคยทำ ใช้เวลาห้าวันในรอบหนึ่ง  รอบหนึ่งกินเวลาสิบวันเทียบเวลาก็ หนึ่งต่อสอง

แต่ตอนนี้ค่ายอบรมทหารใหม่เปิดใช้งานครั้งแล้วครั้งเล่าอัตราส่วนเวลาเปลี่ยนเป็นหนึ่งต่อสาม และไม่จำเป็นต้องใช้วิธีฝึกฝนหนักหน่วง เวลาก็ดำเนินไปตามธรรมชาติ

แต่สำหรับถังเทียนทำให้มันไม่แตกต่าง

60 วันในค่ายทหารใหม่บวกับเวลาปกติอีก 20 วัน  เขากลับฝึกฝนต่อเนื่องกันเป็นเวลา 80 วัน  เขาจึงล้ามากเกินไป

แค่เพียงนั่งขูดทั่งเหล็กทุกวันๆแม้ว่าเขาจะมีปราณแท้คอยปกป้อง แต่นิ้วทั้งสิบของถังเทียนก็ระบมจนมีขนาดเท่าฝักแคร็อท

เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้เวลาทุกวันใช้ปราณแท้เพื่อลดอาการบวมของนิ้วที่บวมขนาดแคร็อท  แต่ก็ได้ผลที่มีประสิทธิภาพ  สำหรับในช่วงเวลา 60 วันตอนเริ่มแรกเขาใช้เวลาฝนนิ้วกับทั่ง แท่งละสามวัน พอถึงวันที่สิบเขาใช้เวลาฝนทั่งได้วันละสามแท่ง วันที่สามสิบเขาฝนได้วันละห้าแท่ง  และพอถึงวันที่หกสิบ  เขาสามารถฝนทั่งได้วันละสิบแท่ง

จำนวนขนาดนี้ไม่เคยมีใครทำได้มานานแล้ว

การฝนนิ้วกับทั่งได้ถึงวันละสิบแท่ง  แม้แต่กรงเล็บภูตพรายก็ยังตกใจ  ถังเทียนก้าวหน้าได้มากเกินกว่าเขาจะนึกภาพออก

นิ้วมือทั้งสิบของถังเทียนเหมือนชิ้นเหล็กที่น่ากลัวที่ไม่มีอะไรสามารถเอาชนะได้กำลังขูดลงกับทั่งเกิดเป็นประกายไฟกระจายทุกที่ เสื้อผ้าของเขาไหม้เป็นจุดๆ

เขาเหนื่อยเกินไป

นี่คือชีวิตของจับกังดีๆ นี่เอง ถังเทียนรู้สึกว่าเขาเป็นจับกังในโรงช่างตีเหล็กที่ต้องฝนทั่งขูดทั่งทั้งวันทั้งคืน

เขาสงสัย ทำไมกรงเล็บภูตพรายถึงได้คิดวิธีสุดประหลาดนั่งขูดทั่งอย่างนี้ได้

ในตอนแรกกรงเล็บภูตพรายต้องการจะราดน้ำยาสมุนไพรบนนิ้วมือที่บวมเป่งของถังเทียน  แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่าไม่ว่านิ้วของถังเทียนจะบวมขนาดไหนก็ตาม เมื่อถังเทียนโคจรปราณแท้เข้าไปในนิ้วมือ อาการบวมจะลดลงในวันที่สองทันที

เรื่องนี้ทำให้กรงเล็บภูตพรายที่สีหน้าไม่แสดงอารมณ์อะไรเลยถึงกับตกตะลึงอยู่เป็นเวลานาน

ข้อสรุปสุดท้ายของเขาก็คือลักษณะกายภาพของถังเทียนมีความพิเศษ  เรื่องที่ปิงพูดถึงทฤษฎีสัญชาตญาณสัตว์ป่า  เขาไม่มีความเห็นในเรื่องนั้น  แต่สภาพร่างกายของถังเทียนเทียบกับในระดับสัตว์ป่าได้แน่นอน

การหลับครั้งนี้กินเวลาห้าวันเต็ม  ซึ่งถังเทียนหลับลึกและกรนเสียงดังสนั่น

เด็กหญิงเคาะจมูกเธอด้วยความสงสัย และขยับเข้าไปใกล้หยิบเม็ดเล็กๆ เม็ดหนึ่งที่หล่นออกมาจากตัวถังเทียนมาดู  หลังจากพิจารณาดูอยู่ครึ่งวันเธอก็ยังไม่เข้าใจ

ในที่สุดก็เป็นไจ๋เหิงจ้านที่สรุปว่า “มันเป็นเม็ดโลหะ”

“อย่าบอกข้านะว่าอาจารย์กำลังฝึกฝ่ามือทรายเหล็ก?”  ปฏิกิริยาแรกของคุณหนูตัวน้อยเป็นเช่นนี้

“เหมือนกับจะไม่ใช่อย่างนั้น”ไจ๋เหิงจ้านสั่นศีรษะ “เม็ดโลหะจากฝ่ามือทรายเหล็กจะมีขนาดใหญ่กว่านี้เล็กน้อย  และฝ่ามือทรายเหล็กเป็นแค่เพียงวิทยายุทธระดับสี่ทำไมอาจารย์ถังจึงต้องเรียนด้วยเล่า”

“มันก็จริงนะ”เด็กหญิงเอียงคอและคิดอยู่นาน “แต่ยังมีวิทยายุทธอื่นไหนบ้างที่ต้องการเม็ดทรายเหล็กเยอะๆ?”

“ข้าไม่แน่ใจเช่นกัน”  ไจ๋เหิงจ้านสั่นศีรษะ  “ใครจะรู้ได้ว่าวิทยายุทธในโลกนี้มีกี่รูปแบบและแบบไหนจำเป็นต้องใช้ทรายเหล็กบ้าง ยากจะระบุแน่ชัดลงไป”

“นั่นก็แปลกอยู่นะ....”  คุณหนูน้อยมีสีหน้าสงสัย

เมื่อถังเทียนลืมตาได้ในที่สุด  เขาเห็นสีหน้าสงสัยของเด็กหญิง  เธอคาดไม่ถึงว่าจู่ๆ เขาจะลืมตาถึงกับตกใจร้องกรี๊ดกระโดดหนีไปอีกด้านหนึ่ง

ถังเทียนงง

“อาจารย์!  เกิดอะไรขึ้นกับท่าน?”  เด็กหญิงน้อยพอหายตกใจจึงรีบถามทันที

“ข้าน่ะหรือ?”  ถังเทียนมองดูสีหน้างงงัน  ขณะที่เขาก้มหน้ามองดูตัวเอง “โอว... ฝึกฝึมือ”

“อาจารย์ฝึกฝีมือตลอดยี่สิบวันรวดเดียวเหรอ?”  เด็กหญิงถาม

ยี่สิบวันอะไรกัน? มากกว่าหกสิบวันเสียอีก....

ถังเทียนค่อยมีปฏิกิริยาหลังจากดูมึนงง และพยักหน้า “อืมถูกแล้ว”

ชิงหลวนและไจ๋เหิงจ้านรู้สึกเลื่อมใสเขาลึกๆ  แม้ว่าจะอยู่ในช่วงเดินทางเขาก็ยังไม่ทิ้งการฝึกฝน มิน่าเล่าทั้งที่อาจารย์ถังยังอายุน้อยถึงได้มีพลังสูงส่งอย่างน่าประหลาด  ด้วยทัศนคติคร่ำเคร่งฝึกฝน จะมีกี่คนที่มีความคิดเช่นนั้น

ความแข็งแกร่งมิได้สำเร็จมาจากโชค

ถังเทียนกวาดตามองไปรอบๆ แล้วถาม “ซิ่วซิ่วน้อยอยู่ไหน?”

“พี่ซิ่วก็ฝึกฝนทุกวันเหมือนกัน”เด็กหญิงกล่าว “ตอนนี้เขาอยู่ในลานฝึกฝีมือ”

หลิงซิ่วเองก็บ้าฝึกอยู่แล้วและเมื่อเห็นว่าถังเทียนขังตัวอยู่ในห้องหลายวัน ก็ติดเชื้อกระตือรือร้นทันที  เขาทำเหมือนกับว่าลานฝึกกลายเป็นบ้านเขาไปแล้วหลับในนั้นและกินอยู่ในนั้น

ถังเทียนพยักหน้า “เข้าใจล่ะ”

พูดจบ เขาก็เดินกลับเข้าห้อง

ผมของเขายุ่งเหยิงและลักษณะก็สกปรก ในสายตาทุกคนให้การยกย่องเขาทันที  ชิงหลวนได้รับผลกระทบจากเขามากที่สุดนางหันหลัง “งั้นข้าก็จะไปฝึกด้วย!”

ถังเทียนยังคงหมกมุ่นอยู่กับการฝึกฝนตนเองต่อไป

การเดินทางยาวนานสองเดือนก็จบลงในที่สุด  และเป็นการเดินทางที่น่าเบื่อที่สุดเท่าที่เด็กหญิงเคยผ่านมา  ทุกคนเอาแต่ฝึกฝนพลังฝีมือตนเองอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ชิงหลวนที่มักใช้เวลาเล่นกับเธอทุกวันก็พลอยฝึกเป็นบ้าเป็นหลังไปด้วย

ดังนั้นเมื่อเด็กหญิงได้พบเห็นบุรุษวัยกลางคนกำลังยืนรออยู่ที่ประตูอู่โหว  นัยน์ตาเธอเป็นประกายขณะที่เธออุทาน “ท่านพ่อ!”

เธอกระโดดลงจากหน้าต่างและวิ่งเข้าอ้อมกอดบุรุษนั้นทันที

บุรุษวัยกลางคนสีหน้ามีเมตตาเขกศีรษะเด็กหญิงเบาๆ  เขาดุเธอเบาๆ “เจ้าชักซุกซนมากขึ้นทุกทีแล้วนะถึงกับกล้าหนีไปเที่ยวไกลขนาดนั้น”

บุรุษกลางคนผู้มีใบหน้าเมตตาก็คืออู่โหวผู้ทรงอำนาจนั่นเอง

“ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว!”เด็กหญิงแสดงสีหน้ายอมรับผิดด้วยความฉลาด

อู่โหวบิดจมูกเธอและหัวเราะลั่น “ข้าคงโง่ตายล่ะ ถ้าเชื่อเจ้า”

เด็กหญิงกอดมืออู่โหวทันที “จริงๆ นะ”

“ก็ได้ๆๆ”อู่โหวตามใจหมิงจูด้วยความรัก จู่ๆ ก็ขมวดคิ้วทันที  “ชิงหลวนไปไหน?  เหิงจ้านเล่า?”

เด็กหญิงโกรธ “พวกเขาเอาแต่ฝึกฝีมือกันหมด ตลอดการเดินทางพวกเขาไม่ยอมเล่นกับข้าเลย”

สีหน้าของอู่โหวค่อยผ่อนคลาย และแสดงอาการพอใจออกมา  “อืม, นึกไม่ถึงเลยว่าการเดินทางครั้งนี้จะทำให้พวกเขามีความก้าวหน้า ชิงหลวนมีพรสวรรค์ที่ดี เพียงแต่นางยังไม่ทุ่มเทจิตใจฝึกฝน  ดีล่ะมาแนะนำอาจารย์ถังของเจ้าให้ข้ารู้จักหน่อย”

“อาจารย์ก็ฝึกฝีมืออยู่ตลอดด้วย!  เขาไม่ออกมาข้างนอกสี่สิบวันแล้ว!”  ปากของเด็กหญิงแสดงท่าทีโกรธมากกว่าเดิม  “อาจารย์ประสาอะไรก็ไม่รู้ ไม่ยอมถามไถ่เรื่องนักเรียนตัวเองตลอดการเดินทาง”

“เป็นไปได้ไหมว่าเขากำลังขังตัวฝึกวิชา?”อู่โหวมีสีหน้าประหลาดใจ

“ข้าไม่รู้เหมือนกันเขาชอบอยู่ในห้องตลอด ล็อคประตู ไม่มีใครรู้ว่าเขาทำอะไรอยู่ข้างใน”  เด็กหญิงพูดด้วยความรังเกียจเต็มประดา “และเขายังทำให้ชิงหลวนและคนที่เหลือกระตือรือร้นฝึกฝีมือกันหมด”

ทันใดนั้น เด็กหญิงนัยน์ตาเป็นประกาย  เธอกวักมือเรียก “พี่ซิ่ว!”

อู่โหวหันไปทางหลิงซิ่วทันทีเขาอดหรี่ตาประเมินหลิงซิ่วไม่ได้

พลังแข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวหรือนี่

แรงกดดันของหลิงซิ่วเหมือนกับหอกในมือของเขา  ทุกๆย่างก้าวทำให้คนรู้สึกได้ถึงปราณรอบตัวที่อันตรายของเขา  องครักษ์รอบตัวอู่โหวสีหน้าเปลี่ยนอดไม่ได้ที่จะตั้งท่าเริ่มโจมตี

อู่โหวยกมือห้ามองครักษ์เขาไม่ให้ลงมือ

หลิงซิ่วควบคุมขาตนเองอย่างระมัดระวัง มองภายนอกเขามีท่าทีสงบมาก แต่มีความกังวลอยู่ภายใน เขาเพิ่งบรรลุพลังระดับใหม่ พลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย แต่พลังเหล่านี้เขายังควบคุมได้ไม่เต็มที่

ดังนั้นการแผ่พลังที่กล้าแข็งในตอนนี้ของเขาจึงดูเหมือนกับว่าเขาอวดแสดงพลัง

ปุ!

เขายังควบคุมตนเองไม่ดีเท่าที่ควร เขาดูโดดเด่นราวกับว่าก้าวเหยียบไปบนเต้าหู้ ขาของเขาจมลงไปในแผ่นหิน ร่างของเขาเสียหลัก ขณะที่สูญเสียการควบคุมตัว ผัวะ..เขาจมลึกลงไปในแผ่นหิน

องครักษ์ที่อยู่ข้างกายอู่โหวกังวล สีหน้าทุกคนมองดูเหมือนว่าพวกเขากำลังเผชิญกับศัตรู แผ่นหินหนาที่หน้าทางเข้าที่ทำการอู่โหวทำด้วยหินน้ำใส  หินเหล่านี้แข็งแกร่งพอๆ กับเหล็กแต่เมื่ออยู่ใต้เท้าหลิงซิ่วกลับอ่อนยวบเหมือนกับเต้าหู้

น่ากลัวเกินไปแล้ว!

สายตาของอู่โหวแหลมคม ด้วยการดูเพียงครั้งเดียวเขาสามารถบอกได้ว่าหลิงซิ่วอยู่ห่างจากระดับนักสู้สวรรค์วิถีเพียงก้าวเดียวเท่านั้น  อีกเพียงก้าวเดียวเขาก็จะกลายเป็นนักสู้สวรรค์วิถีอย่างแท้จริง!

ที่สำคัญยิ่งกว่า หลิงซิ่งยังอายุเยาว์มาก เขาอยู่ในชุดขาวขลิบทอง ถือหอกเงิน ผมสีเงินนัยน์ตาสีแดงเพลิง  ดูเหมือนว่าเขาเป็นนักสู้ที่พิเศษ  แม้แต่อู่โหวก็อดอุทานไม่ได้ชายหนุ่มที่หล่อเหลานัก!

เมื่อหลิงซิ่วดูดซับพลังของเขาได้เต็มที่  พลังความแข็งแกร่งของเขาเขาพร้อมที่จะมีคุณสมบัติได้เป็นนักสู้สวรรค์วิถี

ศักยภาพของเขามีไม่จำกัด

พอถึงตอนนี้มีเด็กหนุ่มผมเผ้ายุ่งเหยิงหน้าตาสกปรกเสื้อผ้ารุ่งริ่งม้วนตัวตีลังกาออกมาจากยานโดยสารและลงมายืนข้างหลิงซิ่วทันทีนัยน์ตาของเขาเป็นประกายสีเขียว

“เฮ้,ใครมีอาหารบ้าง?”

เด็กหญิงตกตะลึง

หลิงซิ่วบุรุษหนุ่มหล่อเปี่ยมไปด้วยศักยภาพจู่ๆก็มีคนที่เหมือนกับพวกเร่ร่อนมายืนอยู่ข้างๆความแตกต่างชัดเจนสุดขั้วทำให้ทุกคนตกตะลึง

เป็นความเงียบที่น่าอึดอัด

จบบทที่ ตอนที่ 191 หนุ่มหล่อเหลาเปี่ยมพรสวรรค์กับคนเร่ร่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว