เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 181 กระบี่มาร

ตอนที่ 181 กระบี่มาร

ตอนที่ 181 กระบี่มาร


ตอนที่ 181 กระบี่มาร

บันไดหินทำอย่างง่ายๆคร่าวๆ ไม่มีรูปแบบ แต่เป็นทางขึ้นอย่างเดียวมองไม่เห็นที่สุดและนี่ทำให้ทุกคนตกใจ คิดไม่ถึงเลยว่านักสู้ในครั้งนั้นจะใช้กระบี่ยาวขุดเจาะหินเป็นบันไดทีละขั้นๆตลอดเขาปู้โจวตามลำพัง

ในช่วงเวลานั้นไม่มีใครพูดออก  ทุกคนกลัวกันหมด

บรรยากาศกลายเป็นเคร่งขรึมขึ้นโดยไม่รู้ตัว  ถังเทียนและหลิงซิ่วรู้สึกได้มากที่สุด  เพราะบันไดที่ไม่มีจุดสิ้นสุดนี้อยู่ต่อหน้าพวกเขาสร้างความตกตะลึงให้พวกเขาโดยตรง ใครจะรู้กันว่าผ่านไปกี่ปีแล้วด้วยความก้าวหน้าของพลังฝึกปรือผลงานของผู้อาวุโสนั้นก็ยังเจิดจรัสอยู่

“ข้าสงสัยจริงว่าผู้อาวุโสนี้ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงเจาะบันไดได้ไกลขนาดนั้นในตอนนั้น!”  เด็กหญิงฝันเฟื่อง เธอมักเต็มไปด้วยความสงสัยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่ไม่รู้จัก

“นานมาก” หลิงซิ่วพูดทันที เสียงของเขาเต็มไปด้วยความนับถือ “อย่างน้อยสิบปี ข้าพอจะเดาได้ว่าผู้อาวุโสท่านนี้เป็นคนแบบไหน”

ทุกคนมองดูหลิงซิ่วด้วยความประหลาดใจ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์หญิงหมิงจู  เธอมักคิดว่าเธอรู้อะไรมามาก  แต่ว่าแม้แต่เธอก็ยังไม่รู้ว่าผู้อาวุโสท่านนี้เป็นใคร  แต่หลิงซิ่วกลับรู้จัก!

หลิงซิ่วเงียบทันที  “ถ้าข้าเดาไม่ผิด  ข้าเชื่อว่าผู้อาวุโสท่านนี้คือกระบี่มารหวังหย่ง!”

“กระบี่มาร!”  ไจ๋เหิงจ้านอุทานดังๆ

ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้นหน้าของกู้เสวี่ยและชิงหลวนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยเช่นกัน  แต่ดวงตาของเด็กหญิงเป็นประกายทันที เหมือนกับว่าเธอจำอะไรบางอย่างไรและอุทานอย่างตื่นเต้น  “ใช่แล้ว มีความเป็นไปได้สูง!  หย่งกระบี่มาร เขามีชื่อเสียงช้า และเขาสร้างชื่อให้ตัวเองเมื่อตอนอายุ 40 วิชากระบี่ของเขาประหลาดไม่เหมือนใคร ไม้ตายของเขาและกระบี่จอมมารนับเป็นวิชากระบี่ระดับปรมาจารย์เขาอาละวาดอยู่ไม่กี่สิบปี จากนั้นก็หายสาบสูญไป ข่าวลือว่าเขาได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจ มีความเป็นได้สูงที่เขาจะกลับมาที่นี่เพื่อใช้ชีวิตที่เหลือ”

เป็นครั้งแรกที่ถังเทียนได้ยินชื่อของหวังหย่งแต่เขาไม่กล้าดูถูกเขา  เนื่องจากวิชากระบี่ระดับปรมาจารย์วลีนี้ดูเหมือนจะมีฝีมือเป็นพิเศษที่น่ากลัวและตื่นตาแน่นอน

ระดับปรมาจารย์  ถังเทียนอย่างน้อยไม่รู้สึกแปลกกับคำนี้ เพราะกรงเล็บภูตพรายก็มีวิชากรงเล็บระดับปรมาจารย์  ยอดฝีมือมือระดับปรมาจารย์ ถ้าพวกเขาต้องสู้กับนักสู้ในระดับเดียวกันที่ไม่ใช่ระดับปรมาจารย์  ย่อมเป็นงานที่ง่ายแน่นอน  ต่อให้ศัตรูสูงกว่าสองระดับก็ตาม  เขาก็สามารถต่อสู้ได้  เพราะนั่นคือความยากของวิทยายุทธระดับปรมาจารย์

ระดับปรมาจารย์ จะต้องเข้าถึงพลังถึงแก่นวิทยายุทธระดับพื้นฐานทั้งหมด  พวกเขาจึงสามารถสร้างวิทยายุทธที่เฉพาะเป็นของตนได้

ถังเทียนเข้าใจเคล็ดสังหารของวิทยายุทธเกือบทุกอย่าง  แต่จนถึงตอนนี้  เขายังห่างไกลจากวิทยายุทธระดับปรมาจารย์

ในแต่ละยุคยอดฝีมือทุกคนที่มีวิทยายุทธระดับปรมาจารย์ ไม่ว่าเขาจะเป็นนักสู้ระดับใดก็ตามย่อมเป็นยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งแน่นอน ไม่มีใครสามารถดูถูกในยุคนั้นได้

ถังเทียนนัยน์ตาเป็นประกาย “อย่างนั้นก็คงมีอะไรบางอย่างที่ผู้อาวุโสหวังทิ้งไว้ที่นี่กระมัง?”

“คงจะมีแน่นอน!  ตั้งแต่กระบี่มารสำเร็จวิชากระบี่ของเขาแล้วออกมาต่อสู้  เขาก็คงสะสมทรัพย์สมบัติมีค่าไว้เป็นจำนวนมาก สมบัติหลายอย่างเหล่านี้หายไปพร้อมกันการถือสันโดษของเขา  สาเหตุที่เขาถูกเรียกว่ามารเนื่องมาจากบุคลิกเย็นชาและฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตา เขาก็เป็นคนโลภเช่นกันจึงมีสมบัติและความมั่งคั่งไม่ธรรมดา  นั่นคือสาเหตุที่หลายคนเข้าใจว่ากระบี่มารต้องเกิดมาจน”  เด็กหญิงยิ่งตื่นเต้นกระตือรือร้นมาก การผจญภัยที่เธอใช้ความพยายามมากในการค้นหาต้องยอดเยี่ยมแน่นอน!

ถังเทียนนัยน์ตาเป็นประกาย  “หูว... ว้าว.. สมบัติ  สมบัติ!  ใช่แล้วและเขาทิ้งวิชากระบี่ไว้ด้วยหรือเปล่า”

เด็กหญิงมีสีหน้าประหลาดใจ  “อาจารย์, ท่านคิดจะฝึกวิชากระบี่ด้วยเหรอ?”

ถังเทียนสั่นศีรษะ“ไม่! ข้าฝึกวิชาสู้ระยะประชิดหรือวิชาหมัดมวยเป็นหลัก  รู้สึกว่าถ้าใช้หมัดมวยแล้วน่ากลัวกว่ามาก เจ้าไม่ได้บอกหรือว่าเขาสร้างชื่อเสียงช้าไปบ้าง?  ข้าเดาว่าผู้อาวุโสหวังเมื่อยี่สิบปีที่แล้วเขาคงสร้างเสริมวิชากระบี่ที่นี่โดยการเจาะบันไดหินที่นี่ อย่างไรก็ตามวิชากระบี่นี้ก็ย่อมเป็นสมบัติล้ำค่า ฮ่าฮ่า สมบัติล้ำค่าก็ต้องขายได้ราคาดี”

ตาของถังเทียนเป็นประกาย  เขาคิดจะขายวิทยายุทธให้สมาพันธ์ชาวยุทธ  เจ้าพวกนั้นมั่งคั่งร่ำรวยกันนัก  ก่อนหน้านั้นเขารู้แต่เพียงว่าหินดวงดาวช่วยเหลือในเรื่องพลังปราณเที่ยงแท้แต่เขาไม่เคยมีประสบการณ์ด้วยตนเอง  อย่างไรก็ตามครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ

ความจริงเงินทำให้โลกหมุน  เพื่อเร่งความก้าวหน้าในการฝึกฝนของเขา  เขาต้องหาเงินก่อน ถังเทียนเจ้าเด็กหยิ่งผู้นี้เข้าใจโลกอย่างสมบูรณ์ในเวลาชั่วข้ามคืนและรู้ข้อดีของเหรียญดาวและเหตุผลทั้งหมดเหล่านี้ก็เพียงเพื่อการฝึกฝน

ไม่มีผู้ใดสนใจเรื่องเงินของถังเทียน พวกเขาตะลึงเพราะความหนาของโครงสร้างบันไดหินที่ใช้ฝึกวิชากระบี่และมั่นใจว่าพวกเขาควรจะไตร่ตรองให้มากขึ้น

หลิงซิ่วอดแหงนหน้ามองบันไดหินไม่ได้ นัยน์ตาสีแดงเพลิงเต็มไปด้วยความปรารถนาต้องการต่อสู้ เขากระชับหอกเงินของเขาแน่น  และพูดเสียงทุ้ม  “ใช่แล้ว!เคล็ดวิทยายุทธระดับปรมาจารย์ ถ้าไม่ผ่านการฝึกฝนนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจะสร้างมันขึ้นมาได้อย่างไร?”

หลิงซิ่ว!  นั่นคือเป้าหมายของเจ้า

ร่างโดดเดี่ยวผู้ใช้กระบี่สกัดบันไดหินวันแล้ววันเล่าคือแบบอย่างของเจ้า

นอกจากนี้ถ้าเขาต้องการเอาชนะคนทรยศนั่น... เขาต้องฝึกฝนหอกทะเลจุดระดับปรมาจารย์!มีแต่เพียงหอกทะเลจุดระดับปรมาจารย์เท่านั้นจึงจะสามารถเอาชนะกันเองได้!

หลิงซิ่ว,เจ้าสามารถทำได้!

สายตาของหลิงซิ่วยิ่งมุ่งมั่นลึกซึ้งทันที

ถังเทียนไม่ได้สังเกตความเปลี่ยนแปลงของหลิงซิ่ว  เขาน้ำลายหกกล่าว “นี่ตื่นเต้นมาก!  รีบไปกันเถอะ”

คำพูดของถังเทียนทำให้ทุกคนเห็นด้วย  แม้ว่าทุกคนจะตื่นตะลึงกับบันไดหิน  แต่ในบรรดาคนเหล่านี้  เพียงคนเดียวที่ฝึกวิชากระบี่ก็คือชิงหลวน  อย่างไรก็ตามวิชากระบี่ของชิงหลวนเป็นรูปแบบกระบี่เบารวดเร็ว กระบี่จอมมารเป็นกระบี่ที่ทรงพลังไม่เหมาะกับนางอย่างสิ้นเชิง

สิ่งที่ทำให้ทุกคนตื่นเต้นยิ่งขึ้นก็คือสมบัติ  ทุกคนเร่งความเร็วและขึ้นไปตามบันไดหิน

บันไดหินถูกทิ้งไว้นานเกินไปและมีหินงอกกลุ่มหินที่เจาะสกัดเลาะผ่านพุ่มไม้และสูงตรงขึ้นไปยังยอดเขา

หลังจากพวกเขาขึ้นไปตามบันไดในไม่ช้าก็ขึ้นมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย บันไดหินไม่ได้นำขึ้นไปสู่ยอดเขา แต่มาสิ้นสุดที่กึ่งกลางภูเขาด้านนอกปากทางเข้าถ้ำ

“เจ็ดหมื่นขั้น!”  ทันใดนั้นเด็กหญิงอุทาน น้ำเสียงของเธอตกใจ

ทุกคนตกตะลึงและหันไปมองข้างล่าง  เจ็ดหมื่นขั้นรวมตลอดเส้นทางนับเป็นจำนวนรวมที่น่าทึ่ง

มีเพียงถังเทียนที่มีสีหน้าอิจฉา  “คำนวณได้เยี่ยม!”

เด็กหญิงพูดไม่ออกนี่คิดว่าเป็นการคำนวณ...

อาจารย์ของนางพูดอะไรอย่างนั้นได้ยังไง  นี่วิชาคำนวณของเขาย่ำแย่เพียงไหน..

ความปรารถนาต่อสู้ของหลิงซิ่วกำลังแผดเผา  ดูเหมือนว่าเขาหงุดหงิดราวกับกินแมลงวัน  เขาหันควั่บทัน และตะโกนอย่างโกรธ“เจ้าควรให้ความสนใจหลักเรียนรู้จากผู้อาวุโสกระบี่มารผู้สะท้อนให้เห็นความบกพร่องจากนั้นฝึกฝนอย่างหนักไม่ใช่หรือ?ทำไมเจ้าถึงต้องสะท้อนความเห็นเรื่องการคำนวณด้วย?”

ถังเทียนมองดูหลิงซิ่วด้วยความประหลาดใจและพูดอย่างปกติ “เจ้าต้องการสะท้อนให้เห็นถึงผลของการฝึกฝนหนักใช่ไหม? นักสู้ก็ควรเป็นอย่างนั้นมาตั้งแต่แรกไม่ใช่หรือ?”

หลิงซิ่วตะลึง

ทันใดนั้นถังเทียนชี้ไปที่ด้านบนของถ้ำท่าทางดูอัศจรรย์ “เร็ว, นั่นไง!”

บริเวณรอบๆถ้ำมีรอยกระบี่ตัดกันไปมาหลายรอยซึ่งทำให้คนที่เห็นเสียวสันหลังวาบ  ใครๆ ก็สามารถรู้สึกได้ถึงความคมของกระบี่

แม้แต่ถังเทียนที่ค่อนข้างจะหลงตัวเองพอเงยหน้าขึ้นก็ยังตะลึงกับภาพที่เห็น  รอยกระบี่ที่ยุ่งเหยิงแต่ดูคมชัด  ทุกคนสามารถรู้สึกได้ถึงความโกรธของมือกระบี่ได้ในเวลานั้น  รอบๆถ้ำทั้งหมดไม่มีที่ไหนที่ปราศจากรอยกระบี่เลยหินทุกก้อนมีรอยถูกกระบี่ฟันขาดดูน่ากลัวน่าสยดสยอง

ปากทางเข้าถ้ำเหมือนกับมีชิ้นส่วนที่ขาดหายไปดูยุ่งเหยิงไปหมด

หลังจากผ่านไปชั่วขณะทุกคนค่อยเรียกความรู้สึกกลับคืน

“เข้าไปดูกันเถอะ  ข้าอยากดูเพิ่มขึ้นอีก”  ถังเทียนพร้อมจะสู้แล้ว

แต่เดิมเขาแค่ต้องการค้นหาสมบัติของกระบี่มาร  แต่ตอนนี้ เขาเต็มไปด้วยความสงสัยเกี่ยวกับผู้อาวุโสกระบี่มารที่เขาไม่เคยพบเห็นนี้  นี่เป็นลักษณะเฉพาะของเจ้าผู้นี้แน่นอน

สามารถทนอยู่คนเดียวได้  แต่อารมณ์ของเขาดูหงุดหงิดเป็นอย่างมาก

ถังเทียนเหลือบมองหลิงซิ่วโดยไม่รู้ตัว  เขารู้สึกว่าพวกเขาทั้งสองคนมีจุดที่คล้ายกัน

เพียงแต่ว่าคนผู้นั้นยินดีจะใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายอย่างสันโดษในเขาปู้โจว เขาต้องมีความลับอีกมากที่ไม่รู้แน่อน

ถังเทียนส่ายหน้ารัว  ช่างมันเถอะสมองของเจ้านี่แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะขุดเอาความลับจากที่นี่มาได้   คงต้องคิดวิธีหาสมบัติให้มากขึ้นดีกว่า

พอคิดถึงเรื่องสมบัติ  ถังเทียนฉีกยิ้มทันที

เมื่อพวกเขามาถึงปากถ้ำบรรยากาศเย็นเยือกน่าขนลุกทะลักออกมาจากในถ้ำถังเทียนหนาวจนตัวสั่นอย่างช่วยไม่ได้ ไม่ใช่เพียงแต่เขาเท่านั้น แม้แต่คนอื่นก็เหมือนกัน

“สายลมนี่หนาวจริงๆ!”  องค์หญิงน้อยรำพึง  ชิงหลวนรีบเอาชุดหนามาให้เด็กหญิงห่มทันที

“ระวังนะ” ไจ๋เหิงจ้านลดเสียงลง เขามีประสบการณ์โชกโชนหลังจากท่องเที่ยวและต่อสู้ในแนวหน้ามาหลายครั้งครา  พวกเขาสองสามคนไม่ได้มีพลังระดับปานกลาง แต่สายลมนี้ทำให้พวกเขาหนาวสั่นได้ซึ่งดูเหมือนประหลาด

ถังเทียนกับหลิงซิ่วมองหน้ากัน  พวกเขาสามารถบอกให้ระวังตัวโดยแค่มองตากัน หอกเงินที่คอนอยู่บนไหล่ตอนนี้อยู่ในมือของเขาเงียบๆ

“ข้าจะเดินระวังหน้าให้  ซิ่วซิ่วน้อยคุ้มกันหลัง” ถังเทียนพูดเบาๆ

“ทำไมเจ้าต้องอยู่หน้าและข้าอยู่หลังด้วยเล่า?”  หลิงซิ่วไม่พอใจ  แต่เขาก็ยังยอมเดินไปอยู่ที่หลังกลุ่ม

ไจ๋เหิงจ้าน,ชิงหลวนและกู้เสวี่ยเดินประกบคุ้มกันองค์หญิงหมิงจูไว้ตรงกลาง

ฝีมือของกู้เสวี่ยเพิ่งจะดีขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ หลังจากกระตุ้นพลังสายเลือดรุ้งหิมะพลังที่นางปลดปล่อยออกมาได้ยังไม่ย่อยสลายเต็มที่ แม้กระนั้นพลังของนางก็เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย  รังสีรุ้งหุ้มอยู่รอบตัวนางสีหน้าของนางยังกังวล  เพราะนางมีประสบการณ์ต่อสู้เพียงน้อยนิด

อย่างไรก็ตามอย่างน้อยความทุกข์ที่นางได้รับตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ไม่ได้สูญเปล่าพลังใจของนางเข้มแข็งมากกว่าแต่ก่อนมากนัก

ขณะที่พวกเขาเดินเข้าไปในถ้ำทั้งกลุ่มก็ตระหนักได้ทันทีว่าผนังของถ้ำทั้งสี่ด้านเต็มไปด้วยรอยกรีดฟันของกระบี่เต็มไปหมด

แม้ว่าลมภายในถ้ำจะเย็นก็ตาม  แต่ก็ไม่ใช่ความเย็นจากภายนอก ระดับการสึกหรอที่เกิดจากรอยกระบี่น้อยลง  และมีสภาพสมบูรณ์มากขึ้น

ถังเทียนเกิดภาพมายาทันทีว่ามีกระบี่ปกคลุมหนาแน่นอยู่เหนือศีรษะพวกเขา และพื้นที่รอบๆเหมือนกับมีใยแมงมุมขนาดใหญ่คลุมเต็มพวกเขา รอยกระบี่น่าขนลุก ทันใดนั้นเขารู้สึกว่าจู่ๆ พวกเขาก็ไม่มีที่ให้หลบซ่อน

ทันใดนั้นเองจิตวิญญาณพลังยุทธเงินของเขาก็ลุกโพลงขึ้นทันทีถังเทียนได้สติทันที

เขาตกใจ!

เมื่อเขามองดูคนอื่น  สีหน้าเจ็บปวดปรากฏอยู่บนใบหน้าพวกเขา  ถังเทียนรู้ว่าอยู่ในสถานการณ์อันตราย  เขาไม่สนใจอะไรอีกต่อไปเกร็งพลังปราณเที่ยงแท้และตวาดลั่น “ทุกคนระวัง”

ทุกคนสะดุ้งตื่นท่าทีมึนงงหายไป และใบหน้าทุกคนขาวซีด

ขณะนั้นเองถังเทียนเห็นประกายไฟในส่วนลึกของถ้ำจากหางตาของเขา

จบบทที่ ตอนที่ 181 กระบี่มาร

คัดลอกลิงก์แล้ว