เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 156 คณะปกครองสวี่ซื่อ

ตอนที่ 156 คณะปกครองสวี่ซื่อ

ตอนที่ 156 คณะปกครองสวี่ซื่อ


“เทวรูปห้าตา?” ถังเทียนสงสัยเมื่อได้ยินเสียงอุทานของกู้เสวี่ย

“อืมมมม!”  กู้เสวี่ยพยักหน้ายืนยัน “ประมาณพันปีหลังจากรัชสมัยของหมู่ดาวแมงป่อง  มีดาวดวงหนึ่งจู่ๆก็มีชื่อเสียงขึ้นมาเรียกกันว่าดาวเนตรโลหิต ดาวเนตรโลหิตมีสิ่งพิเศษที่เรียกกันว่าตุ๊กตาเนตรโลหิต  ข้าเพิ่งจะนึกออกเดี๋ยวนี้เอง  พลังของตุ๊กตาเนตรโลหิตนั้นโดดเด่น พวกเขาสร้างกองทัพตุ๊กตาเนตรโลหิตเพื่อต่อสู้ในสงครามของพวกเขา”

“ทรงพลังขนาดนั้นเชียวหรือ? ข้าคิดว่ามันมีพลังปานกลางนะ  แต่ก็ต้องพูดเลยว่าวิธีการของพวกมันแปลกไปบ้าง”  ถังเทียนถือโอกาสยืดอกลำพอง

ปิงอดไม่ได้ ถึงกับแค่นเสียง “จิตวิญญาณพลังยุทธของพวกมันลดอ่อนลงจนเหลือเพียงเท่านั้น  เจ้าใช้เวลาตั้งมากมายยังกล้าลำพองอีกเหรอ?”

ถังเทียนร้อง “แต่ก็เห็นชัดแล้วนี่ว่า ข้าเป็นคนจบการต่อสู้ได้ก่อนลุงเสียอีก”

ปิงเยาะเย้ย “นั่นเป็นเพราะเจ้ามีถุงมือกระเรียนฟ้า ท่าทางน้ำเสียงเจ้าไม่ได้ยอมรับนับถือตาแก่คนนี้เลยแม้แต่น้อย โอว...เจ้าไม่เคารพครูฝึกของเจ้าด้วย เฮอะๆ.. ถ้านี่เป็นยุคในอดีต และเรามีทหารใหม่อีกคนที่ไม่ใช่เจ้าออกมาสู้กับตุ๊กตาห้าตัวนี้   พวกเขาก็สามารถจบงานได้เพียงลำพัง  และต้องถือว่าเป็นความอับอายขายหน้า ถ้าพวกเขาถึงกับต้องให้นายทหารออกมาช่วยพวกเขา!  โอวและเจ้ายังใช้เม็ดพลังวิญญาณไปถึงสิบลูกเพื่อเรียกกรงเล็บภูตพรายออกมาฮึ.. ใช้ไปตั้งมากมายอย่างนั้นถือว่าน่าขายขี้หน้ายิ่งกว่าครั้งไหนๆ เสียอีก”

“มาเลย, มาสู้กันเลย!ใช้หมัดตัดสินกันเลยดีกว่าว่าใครถูกใครผิด” ถังเทียนโมโหชี้นิ้วใส่ปิง

ปิงเหลือกตาและมองดูเขาอย่างผิดหวัง “ตอนนี้เจ้ามันก็แค่เด็กน้อย ในยุคของเราไม่เคยมีเด็กอย่างเจ้าเลย ที่บังอาจท้าทายนายทหารของตนเองทั้งที่ตนเองยังฝึกระดับทหารเกณฑ์ไม่จบ อาใช่แล้วขนาดยังสอบไม่ผ่านการอบรมทหารใหม่  เด็กรุ่นหลังอย่างเจ้าก็ท้าทายมั่วโดยไม่รู้จักประมาณตัวเองเสียแล้ว”

“ลุง  ลุง   ลุง...” หน้าของถังเทียนแดงก่ำ

กู้เสวี่ยมองดูถังเทียนกับปิงทะเลาะกันก็อดหัวเราะขำไม่ได้  เพื่อกันไม่ให้ทั้งคู่ทะเลาะกันนางตัดสินใจพูด ทันทีที่นางเปิดปากพูดก็สามารถดึงความสนใจพวกเขาได้

“พลังของตุ๊กตาเนตรโลหิตไม่ได้ถูกจำกัดเพียงแค่นั้น  ตามหนังสือที่ข้าได้อ่านมา ดาวเนตรโลหิตถึงความรุ่งเรื่องสุดยอดได้เร็วมาก  พวกเขามีผลงานรบที่ดี  แต่พอหลังจากพวกเขาล่วงเกินหมู่ดาวหมาล่าเนื้อ  ทางดาวเนตรโลหิตจึงทำลายประตูดวงดาวของพวกเขาทั้งหมดเพื่อป้องกันตนเอง จนกระทั่งต่อมาไม่มีผู้ใดเห็นพวกเขาอีกต่อไป  ดาวเนตรโลหิตมีช่วงเวลารุ่งโรจน์อยู่สิบปี ข้าจำได้ว่าตุ๊กตาเนตรโลหิตเป็นของพิเศษมาก   เมื่อพวกมันรวมเข้าด้วยกันก็สามารถเปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ธรรมดานั่นก็คือเทวรูปห้าตา”

“อย่างนั้นหรอกหรือ?” ถังเทียนหมุนดูตุ๊กตาน้อยดูรอบๆ เขาถามด้วยความสงสัยขณะที่ตาเบิกจ้องด้วยความประหลาดใจ  “นี่ช่างสนใจจริงๆ  มันมีห้าตาจริงๆ ด้วย”

ก่อนหน้านั้น เขายังผมลุกตั้งชัน แต่ตอนนี้ถังเทียนดูได้อย่างไม่กลัว

“อืม... เป็นเรื่องยากมากที่จะได้พบกับเทวรูปห้าตา  แม้ว่าไม่มีใครชอบตุ๊กตาเนตรโลหิต  แต่เทวรูปห้าตาก็มีชื่อเสียงมาก  พวกมันล้ำค่ามากเมื่อมีการประมูล  เพราะพวกมันมีพลังเวทมนต์  ตาทั้งห้าของเทวรูปสามารถปล่อยรังสีได้แตกต่างกัน รังสีเหล่านี้สามารถกระตุ้นพลังให้กับสายเลือดเร้นในตัวของเจ้าได้”

กู้เสวี่ยกำชับถังเทียนให้ระมัดระวัง “อาเทียน, จะให้ดีที่สุดก็คือเจ้าอย่าบอกใครว่าเจ้ามีเทวรูปห้าตา

“กระตุ้นพลังสายเลือดน่ะหรือ?” ตาถังเทียนเป็นประกายและยื่นมันให้กู้เสวี่ย  “อย่างนั้นข้าให้เจ้าก็แล้วกันมันสามารถช่วยเจ้ากระตุ้นพลังสายเลือดลับได้แน่นอน”

กู้เสวี่ยปลื้มใจ แต่นางสั่นศีรษะอย่างแน่วแน่ “มันแพงเกินไป  นอกจากนี้ข้าไม่มีฝีมือพอจะปกป้องมันได้   อาเทียน,เจ้ายังไม่ได้กระตุ้นพลังสายเลือด เจ้าต้องใช้มัน”

ตาของกู้เสวี่ยบริสุทธิ์เหมือนน้ำใส ถังเทียนยิ้ม “ข้ามั่นใจว่าข้าไม่มีพลังสายเลือดอะไรทั้งนั้น  ขนาดเพิ่งกลืนสายเลือดแคระและสายเลือดเทพลงไปก็ยังไม่มีอาการสนองตอบแต่อย่างใด ของจะเสียเปล่าได้ ถ้าให้ข้าเก็บไว้ ถ้าเจ้ามีของสิ่งนี้เก็บไว้ อาเสวี่ย! เจ้าอาจไม่ต้องใช้วิธีอันตรายเพื่อกระตุ้นสายเลือดของเจ้าก็ได้”

หลังจากนั้นถังเทียนก็ยัดเทวรูปห้าตาไว้ในมือของกู้เสวี่ย “รับไว้เถอะ”

ก่อนจะรอให้กู้เสวี่ยตอบรับ เขามองดูท้องฟ้า “เวลาล่วงเลยมามากแล้ว  เราต้องกลับกันแล้ว  ไปเถอะ”

ถังเทียนคว้าตัวกู้เสวี่ยและทะยานขึ้นไปในอากาศ

กู้เสวี่ยขบริมฝีปากแน่น และเงียบอยู่ตลอดเวลา

ทั้งสองคนเพิ่งกลับมาถึงตระกูลกู้ ก็เห็นเมอเรย์กำลังมีสีหน้ากังวล นางสลายรอยยิ้มและถามอย่างใจเย็นว่า “เกิดอะไรขึ้น?”

เมอเรย์ฝืนยิ้ม “ข้าเพิ่งได้รับข่าวว่าคณะปกครองสวี่ซื่อจะมาที่ตระกูลกู้เพื่อท้าสู้ในอีกห้าวัน  พวกเขากำลังขอให้เราร่วมมือ”

กู้เสวี่ยดูกระวนกระวายและโกรธ “ต่อให้สวี่ฉางเทียนเป็นคณะปกครองในดาวไพรมายา แต่เขาจะเข้ามาแทรกแซงเรื่องของตระกูลกู้ได้อย่างไร?”

“คณะปกครองคืออะไรเหรอ?” ถังเทียนมองด้วยความสงสัย

กู้เสวี่ยกัดฟันนาง ตาเต็มไปด้วยความโกรธและอธิบาย  “ดาวไพรมายาเป็นขององค์การวิญญาณมืด องค์การวิญญาณได้แต่งตั้งหัวหน้าผู้ปกครองดาวอย่างดาวไพรมายา  ภายใต้ผู้นำของดาว  มีคณะปกครองสามถึงห้าคน  ดาวไพรมายาเป็นดาวเล็กดังนั้นจึงมีคณะปกครองอยู่เพียงสามคน ผู้นำดวงดาวและคณะปกครองเป็นยอดฝีมือขององค์การวิญญาณมืด  พวกเขาทรงพลังแข็งแกร่งมาก”

ถังเทียนตาเบิกกว้าง  “พวกเขาแข็งแกร่งมากแค่ไหน?”

“แข็งแกร่งมาก  พวกเขาได้รับแต่งตั้งจากระดับเบื้องบน  สวี่ฉางเทียนเป็นนักสู้อันดับสิบสามในทำเนียบดาวไพรมายา  เขามีพลังแข็งแกร่งกว่าพี่น้องตระกูลหัวมาก  นอกจากนั้นคณะปกครองยังมีอำนาจแต่งคณะปกครองของตนเองอีกด้วย แม้ว่าจะมีคนทำงานให้สวี่ฉางเทียนไม่มาก ราวๆ สิบคน แต่ไม่มีใครที่ไม่ใช่ยอดฝีมือ สามคนติดอยู่ในห้าสิบอันดับยอดฝีมือของดาว  และพวกที่เหลือ อยู่ในอันดับไม่เกินร้อย”

“นั่นก็น่ากลัวเลยนะ” ถังเทียนสูดลมหายใจหนาวเหน็บ  มีสามคนจากห้าสิบทำเนียบยอดฝีมือของดาว นั่นก็หมายความว่ามีอยู่สามคนที่เหมือนกับพี่น้องตระกูลหัว

“ฮืม!  ตามทฤษฎีแล้ว กลุ่มคณะปกครองจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องภายในตระกูล  นั่นคือระเบียบของดาวไพรมายา แค่เพียงว่าในแต่ละปีเราต้องส่งรายงานเท่านั้น”  กู้เสวี่ยมองดูไม่สบายใจ  แต่นางสงบจิตใจได้และมองดูเมอเรย์ “ลุงเมอเรย์!  ลุงลองไปสืบดู หาให้พบว่าเพราะเหตุใดคณะปกครองถึงได้มายุ่งเกี่ยวกับตระกูลกู้”

เมอเรย์พยักหน้าหนักแน่น  “ได้เลย!”

หลังจากนั้น เขาเดินออกไปโดยไม่ลังเลเลย

ถังเทียนปลอบกู้เสวี่ย “อย่ากังวลไปเลยอาเสวี่ย ถ้าพวกเขาทำอะไรไม่ดี ข้าจะทุบตีพวกมันเอง”

กู้เสวี่ยฝืนยิ้ม  “ฮืม.. อาเทียน,ข้าขอตัวก่อน”

ถังเทียนเข้าใจความกังวลที่ฉาบอยู่ในดวงตาของกู้เสวี่ยและกล่าวว่า “อืม..เชิญ”

เมื่อเห็นกู้เสวี่ยกังวลมาก ถังเทียนเอียงคอและไตร่ตรอง เขากำลังเดินเข้าไปในลานบ้านก็เห็นหลิงซิ่วกำลังฝึกวิชาหอก  “เฮ้!  ซิ่วซิ่วน้อย เจ้ารู้จักคณะปกครองสวี่ซื่อไหม?”

หลิงซิ่วหยุดและขมวดคิ้วทันที “เจ้าสร้างความไม่พอใจให้คนจากคณะปกครองหรือ?  พวกมันเป็นกลุ่มคนบ้าที่ยากจะรับมือได้”

ถังเทียนดูถูกทันที  “ข้าว่าเจ้ากลัวคนพวกนั้นมากกว่า”

“เหลวไหล!”  หลิงซิ่วระเบิดอารมณ์เหมือนแมวโกรธ  เขาคำราม “พวกมันอยู่ไหน! ข้าจะทะลวงพวกมันด้วยหอกของข้า”

“เจ้าจะทำอย่างนั้นด้วยหอกเล่มเดียวน่ะหรือ?”  ถังเทียนตะลึงหลังจากได้ยินคำพูดนี้  จากนั้นเมื่อเขาคิดถึงวิชาหอกทะเลจุดที่หลิงซิ่วใช้  เขาก็รู้สึกว่ามีแนวโน้มจะเป็นเช่นนั้น

ถังเทียนที่ปกติจะโมโหเมื่อเขาโดนปิงปรามาส ค่อยวางท่าทางว่ามีฝีมือตอนอยู่ต่อหน้าหลิงซิ่ว

“ลุงเมอเรย์บอกว่าสวี่ฉางเทียนจากคณะปกครองจะลงมาต่อสู้ในอีกห้าวัน”  ถังเทียนประกาศ

ความหงุดหงิดของหลิงซิ่วสงบลง ในดวงตาเขามีแววรังเกียจ “สวี่ฉางเทียนน่ะหรือ? บรรดาคนในคณะปกครอง เจ้านั่นโลภมากที่สุด! มันใช้วิธีป่าเถื่อนจัดการหลายๆ เรื่อง บริวารของมันก็เหมือนกัน พวกมันไม่ใช่คนดี! มันมาคราวนี้ย่อมมีเจตนาไม่ดี”

“มาด้วยเจตนาไม่ดี...” ถังเทียนถอนหายใจและพูดอย่างอารมณ์ไม่ดี  “พวกมันควรฉลาดกว่านี้  ถ้าไม่อย่างนั้น  อย่าได้โทษว่าหมัดของข้าก็แล้วกัน”

“เจ้ากำลังเข้าร่วมทดสอบผ่านประตูดวงดาวไม่ใช่หรือ?  ถ้าเจ้ามีเรื่องกับสวี่ฉางเทียนเจ้าอย่าหวังเลยว่าจะผ่านได้” หลิงซิ่วมองดูถังเทียน

ถังเทียนมองเขาอย่างหยามเหยียด“ข้านึกว่าเจ้าเปลี่ยนเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่งและได้พบความหมายของคำว่าซื่อสัตย์และยุติธรรม  แต่ดูเหมือนว่าเจ้ายังย่ำอยู่กับที่”

หลิงซิ่วเตือนเขาด้วยความปรารถนาดี  แต่เขากลับถูกถังเทียนยอกย้อน จึงหัวเสียทันที“เดรัจฉาน! เจ้ากล้าดียังไงมาพูดเรื่องความเที่ยงธรรมกับข้า? มาเลย!  เจ้าบ้า!  มาซ้อมมือกันข้าจะแทงก้นเจ้าให้พรุนเป็นรังผึ้งเลย..”

ถังเทียนเหลือกตา โบกมือและหันมาตะโกนตรงๆ

“เจ้าเติบใหญ่แล้ว  และพวกเจ้าทุกคนรู้แต่เรื่องท้าตีท้าต่อยทั้งวันทั้งคืน   พ่อหนุ่มน้อยลองทำบางอย่างด้วยตัวเองบ้างได้ไหม? ข้าไม่มีเวลาจะมาเล่นกับเจ้า เจ้าเรียนรู้จากหนุ่มน้อยชาวฟ้าไว้จะดีกว่า  เจ้ารู้ไหม ทำไมเจ้าเอาชนะข้าไม่ได้?  พ่อหนุ่มน้อย เจ้าไม่ต้องมาอ้างดีกว่า  อัจฉริยะร้อยละ 99 ล้วนสร้างขึ้นมาจากการอาบเหงื่อต่างน้ำฝึกฝนหนักกันทั้งนั้น....”

หลิงซิ่วหน้าแดงและตัวสั่นด้วยความโกรธ

ครั้งล่าสุดที่ถังเทียนเอาชนะเขาได้ ก็ในตอนที่เขาไม่มีหอกอยู่ในมือ แต่เจ้าบ้านี่ยังบอกเขาไม่ให้หาข้ออ้างซึ่งเป็นการทำร้ายจิตใจเขา

ยิ่งกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนหนักหรือความยากลำบาก ใครจะบ้าฝึกอยู่ที่บ้านตลอดทั้งวันเล่าและใครจะออกไปแสดงฝีมือข้างนอกเล่า....

บัดซบเอ๊ย!

※※※※

ถังเทียนรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นหลังจากได้หยอกล้อหลิงซิ่ว!  ความโกรธของเขาหายไปหมด  ทันใดนั้นเขารู้สึกว่าการกระทำของเขาได้รับอิทธิพลมาจากปิง

เมื่อเขาเข้าไปในค่ายฝึกทหารใหม่  ถังเทียนทิ้งเรื่องของคณะปกครองออกไปจากใจ  และทุ่มความสนใจทั้งหมดไปที่วิทยายุทธแทน  เขาไม่ได้เข้าไปในหุบเขาหิวโหยทันที  แต่กลับตั้งท่าเริ่มฝึกฝนแทน

กระบวนท่าของเทวรูปห้าตานั้นพิเศษ

เขาเลียนแบบท่ามือของตุ๊กตาดอกไม้  ทันทีที่ประกบนิ้วเข้าด้วยกันปราณเที่ยงแท้ในตัวของเขาก็เคลื่อนไหวทันที แม้ว่าจะเบามาก แต่เขามั่นใจว่าไม่ใช่ภาพลวงตา

ว้าว...มีพรสวรรค์กับเขาเหมือนกัน!

จู่ๆ ถังเทียนก็กระตือรือร้นขึ้น

เขาจำท่ามือทั้งห้าได้ชัดเจนและเริ่มทำท่าเลียนแบบ  ท่ามือแต่ละท่ามีผลสนองตอบร่างกายแต่ละส่วนที่ต่างกัน  แม้ว่าจะมีผลตอบสนองเล็กน้อย  แต่สัญชาตญาณถังเทียนแรงกล้า  เขาสามารถรู้สึกได้

เมื่อเขาพยายามระลึกถึงอีกครา  เขาทำท่ามือเหมือนตุ๊กตาดอกไม้กลับกลายเป็นว่าเขาเงียบสงบและไม่เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย

ครึ่งชั่วโมงต่อมามีความรู้สึกอุ่นขึ้นมาจากใต้เท้าของเขา ราวกับว่าถังเทียนจมอยู่ในแสงอาทิตย์อบอุ่น  ร่างกายของเขาอุ่น มีความรู้สึกสบายจนอธิบายไม่ถูก  เขายิ้มเล็กน้อย

ปิงยังคงเฝ้าสังเกตถังเทียน

เมื่อถังเทียนเริ่มเลียนแบบ  เขาเริ่มขมวดคิ้วเมื่อเป็นสิ่งที่ไม่รู้จัก เขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับถังเทียนที่จะลองฝึกฝนเช่นนั้น  เพราะมันอันตรายมาก  แต่เขาไม่ห้ามถังเทียนทันที  เขาจะรอจนถังเทียนไม่สามารถโต้ตอบได้  จากนั้นเขาค่อยเน้นย้ำถึงอันตรายจากการกระทำนี้

แต่...

แต่เมื่อรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของถังเทียน  ปิงถึงกับสั่น นัยน์ตาเขาเป็นประกายในเสี้ยววินาทีเขาหาร่องรอยของถังเทียนไม่เจอ

จบบทที่ ตอนที่ 156 คณะปกครองสวี่ซื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว