- หน้าแรก
- ลูกเต็มบ้าน ไม่ขอเป็นฮูหยินโหว
- บทที่ 1 ข้าขอยอมตายใต้ร่างท่านอัครมหาเสนาบดี
บทที่ 1 ข้าขอยอมตายใต้ร่างท่านอัครมหาเสนาบดี
บทที่ 1 ข้าขอยอมตายใต้ร่างท่านอัครมหาเสนาบดี
หลานชิงซีคุกเข่าอยู่บนคานรถม้า นางแอบขยับเข่าเล็กน้อยเพื่อคลายความชาที่แล่นพล่านไปทั่วเรียวขา นางคุกเข่ามาเกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว อีกไม่นานรถม้าก็จะผ่านเข้าประตูติ้งอัน นางจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกทางเดินให้ตนเอง
หญิงสาวลอบชำเลืองมองซ่งหลินยวนที่เอนกายเอกเขนกอยู่บนตั่ง ห่างออกไปไม่ถึงสามฟุต เหงื่อเย็นซึมชื้นเต็มฝ่ามือโดยไม่รู้ตัว
"คิดตกหรือยัง?"
ซ่งหลินยวนนั่งเช็ดคราบเลือดบนใบมีดอย่างเกียจคร้าน หนึ่งชั่วยามก่อนเขาเพิ่งสังหารมือสังหารไปนับสิบ แม้จะเช็ดถูอยู่นาน แต่กลิ่นคาวเลือดดูเหมือนจะยังไม่จางหายไปจากคมมีด
หลานชิงซีสูดลมหายใจลึกก่อนเอ่ยขึ้น "ข้าน้อยเป็นสตรีที่ออกเรือนแล้ว ต่อให้ต้องอุ่นเตียงให้ท่าน ก็เกรงว่าจะทำให้เตียงของท่านสกปรกเปล่าๆ"
"ทว่า... ข้าน้อยพอจะมีทรัพย์สินติดตัวอยู่บ้าง หากท่านยอมช่วยข้าน้อยให้พ้นภัย ข้าน้อยยินดีมอบให้ท่านทั้งหมดเจ้าค่ะ"
นางเพิ่งแต่งเข้าจวนโหวว่านฮู้เมื่อเดือนก่อน แต่อวี้จวินซูผู้เป็นซื่อจื่อกลับมีคนรักอยู่แล้ว การแต่งงานกับนางหาใช่ความตั้งใจของเขา จนป่านนี้ทั้งสองยังไม่ได้เข้าหอกันเสียด้วยซ้ำ นางรู้ดีว่าอีกไม่กี่ปี เขาจะหาข้ออ้างยึดสินเดิมของนาง แล้วหาทางกลั่นแกล้งจนนางตรอมใจตาย ศพคงถูกโยนทิ้งให้แร้งกากิน ไม่เหลือแม้แต่กระดูก
วันนี้คือจุดเปลี่ยนชะตาชีวิต แม้ซ่งหลินยวนจะขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมอำมหิตและอารมณ์แปรปรวน แต่นางก็ต้องยอมเสี่ยงดวงกับเขา
นางยังไม่อยากตาย!
ซ่งหลินยวนไม่แม้แต่จะปรายตามองนาง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ถ้าไม่อยาก ก็ไสหัวไป"
สิ้นเสียง ดาบสิบสาม ชายร่างกำยำที่ทำหน้าที่บังคับรถม้าอยู่ข้างกายก็ยื่นมือมาคว้าคอเสื้อหลานชิงซี เตรียมจะโยนนางลงไปทันที แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนนางแทบขาดใจตาย!
รถม้ากำลังแล่นด้วยความเร็ว หากถูกโยนลงไปตอนนี้ ไม่ตายก็ต้องพิการ
นางสูดหายใจเฮือกใหญ่ รีบคว้าคานรถไว้แน่นเพื่อยึดร่างไม่ให้กระเด็นตกไป ก่อนจะเอ่ยด้วยความยากลำบาก "ข้ายอมแล้ว!"
ซ่งหลินยวนวางมีดในมือลง เขาไม่ได้มองหน้านาง เพียงแค่โบกมือไล่ลูกน้องเบาๆ ดาบสิบสามจึงยอมปล่อยมือจากคอของหลานชิงซี นางไอโขลกๆ อย่างรุนแรงอยู่หลายครั้ง
ซ่งหลินยวนกระดิกนิ้วเรียกนางเบาๆ หญิงสาวหลุบตาลง ปรับลมหายใจให้เป็นปกติ แล้วค่อยๆ คลานเข่าเข้าไปหาเขาอย่างว่าง่าย
นางคุกเข่าลงหน้าตั่ง เอ่ยเสียงแผ่วเบา "ท่านอัครมหาเสนาบดีผู้สูงส่ง คุณหนูตระกูลผู้ดีในเมืองหลวงที่อยากแต่งให้ท่านมีมากจนต่อแถวได้ยาวนับสิบลี้ ข้าน้อยมีเพียงรูปลักษณ์จืดชืดสามัญ ไม่คู่ควรกับท่านเลยสักนิด ไยท่านต้องมาเสียเวลากับคนอย่างข้าด้วยเล่าเจ้าคะ?"
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะเย็นเยียบก็ดังขึ้น
นางเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาดำขลับลึกล้ำราวกับสระน้ำเย็นพันปีของซ่งหลินยวน หัวใจของนางกระตุกวูบ รีบก้มหน้าลงทันที
เขาเชยคางนางขึ้น บังคับให้สบตา "เจ้าบอกว่ามีเพียงรูปลักษณ์จืดชืดอย่างนั้นรึ?"
นางจำต้องมองเขา เห็นแววขบขันเจือการดูถูกในดวงตาคู่นั้น รวมถึงใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับเทพสร้าง โดยเฉพาะดวงตาหงส์ที่หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย รับกับขนตายาวหนาและนัยน์ตาสีรัตติกาล ช่างเป็นบุรุษที่สามารถกระชากวิญญาณผู้คนได้เพียงแค่ปรายตามอง
ทว่า... ข่าวลือในเมืองหลวงและสิ่งที่นางประสบมาระหว่างทาง เตือนให้นางรู้ว่าบุรุษผู้นี้อันตรายเพียงใด
หลานชิงซีกดความหวาดกลัวไว้ในใจ พยักหน้าเบาๆ "ข้าน้อยมิอาจเทียบแม่นางซูได้ หากนางเปรียบดั่งเมฆบนฟ้า ข้าก็เป็นเพียงโคลนตมบนดินเจ้าค่ะ"
แม่นางซูคือโฉมสะคราญอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง และเป็นผู้ที่หลงใหลซ่งหลินยวน
ซ่งหลินยวนปรายตามองนางอย่างเย็นชา ก่อนจะหยิบถ้วยชาข้างกายสาดใส่นางเต็มแรง
หญิงสาวตะลึงงัน ร้องแย่แล้วในใจ
ซ่งหลินยวนใช้ผ้าเช็ดหน้าถูใบหน้านางอย่างหยาบคาย แล้วจับคางนางหันไปเผชิญหน้ากับกระจกทองเหลือง "นี่น่ะหรือหน้าตาจืดชืด?"
สตรีในกระจก เมื่อไร้คิ้วตกๆ ที่เขียนหลอกตา แป้งสีเหลืองซีด จมูกที่ถูกแต่งให้ดูแบน และริมฝีปากที่วาดให้กว้างเกินจริง บัดนี้กลับกลายเป็นโฉมสะคราญล่มเมืองที่งดงามหยาดเยิ้ม
หัวใจของหลานชิงซีเต้นรัว เขารู้ทันการปลอมตัวของนาง!
แววตาของซ่งหลินยวนวาวโรจน์ดุจหมาป่าได้กลิ่นคาวเลือด "คนล่าสุดที่กล้าหลอกข้า หญ้าบนหลุมศพคงสูงท่วมหัวคนแล้วกระมัง"
ปลายจมูกของเขาชนกับจมูกของนาง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้า "บอกมา เจ้าอยากตายแบบไหน?"
หลานชิงซีข่มความตื่นตระหนก นางขยับกายเข้าหาอ้อมกอดเขา โอบรอบคอแกร่งแล้วกระซิบเสียงแผ่ว "ข้าอยากตาย... ใต้ร่างท่านเจ้าค่ะ"
ซ่งหลินยวน "..."
คำตอบนี้เกินความคาดหมายของเขาไปมาก
เขาหัวเราะในลำคอ พลางพิจารณานางซ้ายขวา "ใจกล้าหน้าด้านดีนี่ น่าสนุก"
มือหนาเอื้อมไปที่ชายกระโปรงของนาง แต่นางรีบคว้ามือเขาไว้ ฝืนยิ้มแล้วเอ่ยว่า "ท่านอัครมหาเสนาบดี ตรงนี้ไม่เหมาะกระมังเจ้าคะ"
รถม้าของซ่งหลินยวนไม่เหมือนรถม้าทั่วไป มันไม่มีผนังไม้ปิดทึบสี่ด้าน มีเพียงตั่งและตู้เก็บของ ภายนอกคลุมด้วยม่านสีแดงฉานผืนใหญ่ แม้จะช่วยบังสายตาได้บ้าง แต่คนภายนอกย่อมมองเห็นเงาตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ด้านใน
ซ่งหลินยวนบีบต้นคอของนาง เอ่ยเสียงเรียบ "เปิ่นเซี่ยง* คิดว่าเหมาะดียิ่งนัก"
(*เปิ่นเซี่ยง: คำเรียกแทนตัวของขุนนางระดับเสนาบดี)
ดาบสิบสามเอ่ยรายงานจากด้านนอก "ท่านอัครมหาเสนาบดี เข้าเมืองแล้วขอรับ"
ทหารเฝ้าประตูเมืองเมื่อเห็นรถม้าของเขา ก็รีบไล่ต้อนชาวบ้านที่ต่อแถวรออยู่ออกไป เปิดทางกว้างให้รถม้าของเขาผ่านเข้าไปทันที พลันเสียงอื้ออึงของผู้คนในเมืองก็ดังเข้าหู
มือของซ่งหลินยวนรุกรานลึกเข้ามา หลานชิงซีจิกมือเขาแน่น มองเห็นฝูงชนมากมายภายนอกม่าน หนังศีรษะนางแทบจะระเบิดด้วยความอับอาย
เขาก้มลงกระซิบข้างหู "เปิ่นเซี่ยงยังไม่เคยลองทำต่อหน้าธารกำนัล แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว"
หลานชิงซี "..."
ตื่นเต้นบ้าบออะไรกัน นี่มันวิปริตชัดๆ!
นางเงยหน้ามองเขา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตัว มืออีกข้างบีบเคล้นสะโพกนาง กดร่างแนบชิดกับกายแกร่ง "วันนี้เปิ่นเซี่ยงจะสนองความต้องการ ให้เจ้าได้ 'ตาย' ใต้ร่างเปิ่นเซี่ยงสมใจ"
สมองของหลานชิงซีมึนงงไปหมด จะทำอย่างไรดี?
ยังไม่ทันที่นางจะคิดหาทางหนีทีไล่ เสียงของอวี้จวินซู ซื่อจื่อแห่งจวนโหวว่านฮู้ ก็ดังมาจากด้านนอก
"คารวะท่านอัครมหาเสนาบดีซ่ง!"
หัวใจที่เพิ่งสงบลงของหลานชิงซีกลับมาเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง
แม้ว่านางและอวี้จวินซูจะเกลียดขี้หน้ากัน และต่างฝ่ายต่างอยากกำจัดอีกฝ่ายให้พ้นทาง แต่นั่นต้องไม่ใช่ในสถานการณ์เช่นนี้ หากอวี้จวินซูรู้ว่านางมาหาซ่งหลินยวนในวันนี้ เขาคงไม่รอให้นางได้วางแผนอะไรต่อ แต่คงลงมือฆ่านางทิ้งทันทีที่กลับถึงจวน!
ซ่งหลินยวนหัวเราะเบาๆ "ช่างบังเอิญเสียจริง ซื่อจื่ออวี้"
ปากเอ่ยทักทาย แต่มือไม้ภายใต้กระโปรงกลับไม่หยุดการรุกราน
หลานชิงซีแทบจะเสียสติ! นางกัดริมฝีปากแน่น กลั้นเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกมา
อวี้จวินซูมองเห็นเพียงเงาสลัวของผู้คนด้านใน แม้จะมองไม่ชัด แต่ก็พอเดาได้ว่ามีสตรีนางหนึ่งอยู่ใต้ร่างของซ่งหลินยวน
คนทั้งเมืองหลวงต่างรู้ดีว่าซ่งหลินยวนกุมอำนาจล้นฟ้าในราชสำนัก เป็นคนมักมากในกาม และการกระทำเรื่องบัดสีบนรถม้าก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเขา
อวี้จวินซูยิ้มประจบ "ช่างเป็นวาสนาที่ได้พบท่านอัครมหาเสนาบดีซ่งที่นี่"
เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้รถม้าอีกนิด แล้วกระซิบเสียงเบา "ท่านเสนาบดี เรื่องที่ข้าน้อยเคยเสนอไป ท่านลองพิจารณาดูหรือยังขอรับ?"
ซ่งหลินยวนถามกลับ "เรื่องอันใด?"
อวี้จวินซูยิ้มอย่างมีเลศนัย "ท่านเสนาบดีคงเคยเห็นภาพวาดของภรรยาผู้ต่ำต้อยของข้า 'หลานชิงซี' แล้วกระมัง ย่อมรู้ดีว่านางเป็นหญิงงามล่มเมืองหาตัวจับยาก"
"หากท่านยอมมอบตำแหน่งรองเสนาบดีกรมคลังให้... ข้ายินดีมอบนางให้ท่านขอรับ"