เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 145 พลังสายเลือดแคระ

ตอนที่ 145 พลังสายเลือดแคระ

ตอนที่ 145 พลังสายเลือดแคระ


“ระวัง, นั่นคือพลังสายเลือดแคระ!”เสียงอุทานของเมอเรย์ดังมาจากด้านหลัง เสียงเขาสั่นและรู้สึกตื่นเต้นรุนแรง

พลังสายเลือดแคระ....ชื่อแปลกๆ...

ตาของถังเทียนจับจ้องหัวซาเขม็ง  แต่ความไม่สบายใจของเขาเพิ่มมากขึ้นทุกที

หัวซายิ้มเล็กน้อย"สายตายอดเยี่ยม!"

หัวซาในร่างที่มีขนาดเล็กลงกลายเป็นอีกคนหนึ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงลักษณะหน้าตาที่น่าเกลียดหายไป แทนที่ด้วยใบหน้าที่ละเอียดอ่อนกล้ามเนื้อที่ปูดโปนถูกแทนที่ด้วยร่างที่สมส่วนค่อนไปทางอ่อนแอแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามถังเทียนไม่อาจเชื่อมโยงหัวซาผู้ละเอียดอ่อนกับหัวซาที่เหมือนสัตว์ร้ายก่อนหน้านั้นได้เลย

มือที่ผอมบางหยิบกระบองอย่างช่ำชอง  กระบองยาวกว่า 1.8เมตรเกือบจะสองเท่าของตัวหัวซาในตอนนี้ แต่น้ำหนักเกือบ 300กิโลกรัมดูเหมือนว่าจะเบาเหมือนขนนกเมื่ออยู่ในมือของหัวซา

ฉากภาพที่เกิดขึ้นต่อหน้าทุกคนดูขัดแย้งกันอย่างมโหฬาร  แต่ไม่มีใครหัวเราะออก รวมทั้งถังเทียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวซาที่ข้อมือบางกำลังปั่นควงกระบองเขี้ยวสุนัขป่าราวกับกังหันลม

ร่างที่ผอมแห้งและใบหน้าของหัวซาที่ยิ้มเล็กน้อยช่างตรงกันข้ามกับพลังที่น่ากลัว

ถังเทียนระวังตัวไม่ประมาทและไม่กล้าผ่อนความระวังทันใดนั้นสายตาเขาพร่าและหัวซาก็หายไป

ฮึ่ม..

ร่างที่เลือนลางปรากฏอยู่ในสายตาของถังเทียนทันที

ม่านตาของถังเทียนขยายทันที!

ไวมาก

ในช่วงเวลาตื่นเต้นเขาไม่สามารถตอบสนองได้ทันที เขามีเวลาทำได้แต่เพียงไขว้แขนป้องกันหน้าอกไว้

ปัง

ถังเทียนรู้สึกเหมือนว่าเขาถูกสัตว์ร้ายวิ่งเข้าขวิดถึงกับหน้ามืดไปชั่วขณะ

ร่างที่ผอมแห้งของหัวซาในกลางอากาศม้วนตัวและลงสู่พื้นใบหน้าของเขายังคงยิ้มน้อยๆ และกระบองเขี้ยวหมาป่าสองหัว (ท้าย)ยังคงหมุนติ้วเป็นกังหัน

"เป็นไงบ้าง?  พลังนี้แข็งแกร่งกว่าครั้งก่อนใช่ไหม?"

เสียงของหัวซาแว่วกระทบโสตของถังเทียนที่ถูกกระแทกล้มกับพื้นและพยายามดิ้นรนลุกขึ้นยืน เขาถลึงตาจ้องหัวซา และเลือดไหลซึมออกจากมุมปาก

จากการกระแทกนั้นทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ

ถังเทียนปาดเลือดที่มุมปาก สายตาเขาจ้องมองหัวซาและเขาพยายามเค้นสมองหาแนวคิดสู้

พลังของหัวซามากกว่าเดิมถึงสองเท่าและสิ่งที่อันตรายมากกว่าก็คือความเร็วของเขาน่าตกใจมากยิ่งกว่า สัญชาตญาณที่เขาเคยภูมิใจมากนักหนาใช้ไม่ได้ผลกับการโจมตีที่น่าตื่นตะลึงนี้เลย

ถ้าพลังล้วนๆไม่เพียงพอทำให้เขาหนาวเย็นถึงขั้วกระดูกสันหลังได้  แต่นี่เป็นพลังที่ผสานกันลงตัวกับความเร็วมันยิ่งเพิ่มความอันตรายให้กับหัวซา....

พลังสายเลือดแคระ.....

ชื่อที่แปลกประหลาดที่ไม่คุ้นเคยนี้ทำให้ถังเทียนตระหนักถึงพลังสายเลือดที่แท้จริงเป็นครั้งแรก

แข็งแกร่งมาก!

จะสู้ได้ยังได้?

ถังเทียนจ้องมองหัวซา  หน้าของเขาหมองคล้ำ  แต่ความคิดของเขาเป็นไปอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามหัวซาไม่ยอมให้ถังเทียนคิดช้า

นัยน์ตาของถังเทียนพร่าอีกครั้งและครั้งนี้ก็เหมือนกับครั้งก่อน แทบจะในทันทีถังเทียนแค่มีเวลาพอให้ตั้งท่าป้องกันเท่านั้นขณะที่แรงที่น่าสะพรึงกลัวกระแทกเข้าที่แขนของเขาทำให้ให้เขาปลิวกระเด็นเหมือนกระสอบทราย

ขณะที่ถังเทียนถูกชนกระเด็น  ร่างของหัวซาก็หายไปอีกในทันที

ชั่ววินาทีต่อมาก็ปรากฏตัวอยู่ด้านข้างถังเทียนเขายกกระบองเขี้ยวสุนัขป่าหวดใส่ท้องของถังเทียนอย่างรุนแรง

แม้ว่าถังเทียนจะพยายามหลบในวินาทีสุดท้าย  แต่เขาก็ยังไม่สามารถหลบพ้นเขาคล้ายกับหุ่นเชิดที่โดนจับโยนขึ้นไปในอากาศ แม้ว่าจะมีชุดเกราะคอยป้องกัน แต่ถังเทียนไม่อาจหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บใด  เขารู้สึกลำคอหวานวูบและเตรียมจะพ่นเลือดออกมา

แต่ถังเทียนรู้ว่าสถานการณ์ยังวิกฤติ การโจมตีของหัวซาจะมาอย่างต่อเนื่องและไม่สิ้นสุดแค่นี้แน่นอน

ถังเทียนทั้งที่ยังลอยกระเด็นอยู่ฝืนใจกลืนเลือดลงไปอย่างเต็มฝืนแล้วขดตัวกลมพร้อมกับคำราม “นกยูง!”

ควั่บ!

นกยูงที่อยู่ที่ด้านหลังของเขากางคลี่หางเหมือนกับกำลังรำแพน

กระบองกระแทกเข้าใส่พื้นอย่างรุนแรงเกิดกระแสลมรุนแรงจากการกระแทก

หลังของถังเทียนเจ็บปวดอย่างหนัก ทั้งตัวเขาร่วงลงมาเหมือนดาวตกกระแทกเข้ากับพื้นหินแข็งเสียงดังสนั่น

※※※※

ปิงสังเกตดูสนามต่อสู้เงียบๆ  เขาเห็นสภาพทุลักทุเลของถังเทียนทั้งหมด  พลังสายเลือดแคระของหัวซาทำให้เขาทึ่ง  หลังจากยุคของเขา พลังที่ยังค้นไม่พบยังล้าหลังมากเมื่อเทียบกับวันนี้  ระบบพลังในปัจจุบันนี้แปลกใหม่เกินไปจนเขาไม่คุ้นเคย

พลังสายเลือดแคระทำให้เขาทึ่งและตกใจ

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ยอมยื่นมือช่วย แม้เมื่อถังเทียนดูเหมือนอยู่ในสภาพทุลักทุเลมาก อาจจะตายได้ทุกเมื่อ  เขายังคงรอคอยให้ถังเทียนพลิกสถานการณ์

ถังเทียนเป็นเด็กมีแว่วรุ่งมากที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น แต่ถังเทียนยังไม่ได้ตระหนักชัดเจนว่าเขามีศักยภาพที่แท้จริงมากขนาดไหน

นั่นคือสมบัติที่น่าตื่นตกใจมาก

แต่ก็เช่นเดียวกับอัจฉริยะคนอื่นๆ ทั้งหมดศักยภาพทั้งหมดของพวกเขาจะต้องถูกขุดออกมารีดเค้นออกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเพิ่มฝีมือความสามารถ  มิฉะนั้นศักยภาพของพวกเขาก็จะหลับไหลอยู่เงียบโดยไม่มีใครรู้ตลอดกาล

ปิงเป็นผู้ให้การฝึกอบรม ได้เห็นอัจฉริยะแบบนั้นมานักต่อนักแล้ว พวกเขามักเลือกสละเวลาและความสามารถของพวกเขาและใช้ชีวิตอย่างสุขสบายแทน

กระบวนการเปลี่ยนศักยภาพให้เป็นฝีมือความสามารถ  กว่าจะได้รับมาต้องผ่านความเจ็บปวด,ล้มลุกคลุกคลานและดิ้นรนพยายาม หากไม่ผ่านสิ่งเหล่านี้ ศักยภาพก็ยังจะเป็นศักยภาพอยู่ต่อไป

ระบบพลังสมัยนี้ปิงไม่รู้จักอย่างสิ้นเชิง  มีเนื้อหาที่เขาไม่คุ้นเคยมากเกินไป  แต่วิธีพัฒนาศักยภาพนั่นคือความเชี่ยวชาญของเขา

ด้วยสายตาของปิง เขาพบพื้นที่บางส่วนซึ่งถังเทียนสามารถใช้พัฒนาฝีมือตนเองได้  แต่เขาไม่ตั้งใจจะเตือนถังเทียน

เพราะนี่คือเด็กหนุ่มผู้เชื่อมั่นตนเองไม่ยอมรับความพ่ายแพ้และความล้มเหลว  เจ้าเด็กนั่นทะเยอทะยานแม้ว่าจะตกอยู่ในความลำบาก  ก็ไม่เคยสิ้นหวัง ไม่เคยหยุดต่อต้านดิ้นรน

นอกจากนี้ เจ้าเด็กนี่ยังมีสัญชาตญาณต่อสู้ที่ไม่อ่อนด้อย  แม้ว่าตามปกติเขาจะดูไม่น่าเชื่อถือก็ตาม  แต่ทันทีที่เขาเข้าสู่สภาพต่อสู้ถังเทียนจะมีการโต้ตอบที่ว่องไว

ฝีมือความสามารถของถังเทียนตอนนี้ยังไม่แข็งแกร่งพอ  แต่ก็เริ่มเติบโตผลิบานบ้างแล้ว

แค่นั้นยังคงไม่พอ....

เด็กน้อย, ถ้าเจ้าหาทางออกได้  เจ้าจะได้รับชัยชนะ และเมื่อนั้นเจ้าจะสามารถไปต่อได้

ปิงอธิษฐานเงียบๆ ในใจ  สายตาที่ลึกฉายประกายแห่งความคาดหวัง

※※※※

ถังเทียนตกเป็นรองทุกกรณีในสถานการณ์ที่ถูกโจมตี  หัวซาไวเกินไปสำหรับเขาการโจมตีที่ทรงพลังทำให้เขาเจ็บตัวมากยิ่งขึ้น เขาทำได้แต่เพียงขดตัวเหมือนเม่นอดทนรับการโจมตี

ตั้งแต่หัวซากระตุ้นพลังสายเลือดแคระถังเทียนยังไม่มีโอกาสได้ตอบโต้ การโจมตีของหัวซาเหมือนกับพายุฝนสายฟ้าฟาดที่น่ากลัวทำให้เขาไม่มีเวลาได้พักหรือไตร่ตรองถึงการเคลื่อนไหวของเขา

พวกที่ชมดูอยู่ไกลๆ หน้าซีดกันทุกคน  ตอนนี้พวกเขาตระหนักได้ว่ายอดฝีมือในห้าสิบคนแรกของทำเนียบสุดยอดฝีมือดาวไพรมายาเป็นเช่นไร

การต่อสู้เป็นการกระทำอยู่แต่ฝ่ายเดียว ถังเทียนเป็นเหมือนลูกหนังที่ถูกเตะกระเด็นไปทุกที่  หัวซาจึงเหมือนนั่งรออย่างสบายใจกระบองที่หนักและน่ากลัวถูกใช้ออกราวกับไม่มีน้ำหนักกวัดแกว่งอย่างรวดเร็ว

มันเร็วเกินกว่าถังเทียนจะจับจ้องได้ทัน หัวซาสามารถมาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างถังเทียนเหมือนภูตพรายได้อย่างคาดไม่ถึงถังเทียนซึ่งมีนัยน์ตาเป็นประกายวูบวาบก่อนหลายครั้งครา ก็ยังไม่มีโอกาสตอบโต้

ยอดฝีมือขนาดนั้นพวกเขาไม่สามารถนึกภาพได้ออกเลยว่าจะต่อต้านได้อย่าง

แข็งแกร่งทรงพลังเกินไป

แต่ไม่มีใครสังเกต  โดยไม่รู้ตัวถังเทียนอดทนรับได้อย่างน่าประหลาดถึงยี่สิบกระบวนท่าแล้ว  ชุดเกราะนกยูงสีน้ำเงินจางได้รับความเสียมากมาย  พลังฟาดที่น่ากลัวในแต่ละครั้งทำให้เกิดรอยร้าวและมีชิ้นส่วนเกราะแตกหักไปทั่ว

ถังเทียนทนสู้ต่ออย่างหมดรูป แรงหวดแต่ละครั้งทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะแตกสลาย  อย่างไรก็ตาม เขารู้ว่าถ้าเขาสูญเสียความตั้งใจ อย่างนั้นเขาจะไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย

ไม่มีใครคิดว่าแม้อยู่ในสภาพที่สิ้นหวังอย่างนั้น ถังเทียนก็ยังไม่ยอมแพ้

ไม่เพียงแต่เขาไม่ยอมแพ้เท่านั้น  แต่เขาไม่ยอมเลิกหวังชัยชนะ

ในใจของเขา เขายังกระหายถึงชัยชนะ แม้จะอยู่ในสภาพสิ้นหวังเช่นนั้น

ยังจะมีโอกาส! จะต้องมีช่องว่าง! ยังจะมีความหวังอยู่!

ปิงพยายามอย่างยิ่งที่จะสงบใจลง  เขาเชื่อว่าถังเทียนจะไม่ยอมแพ้  อย่างไรก็ตาม หัวซาไม่ตั้งใจจะอดออมผ่อนรั้งเขายังคงจู่โจมต่อเนื่องไม่มีหยุด

จากลักษณะที่ย่ำแย่น่ากลัวของเกราะนกยูง  ทำให้ปิงรู้ว่าเกราะนกยูงแทบจะถึงขีดจำกัดของมันแล้ว

ถ้าเกราะนกยูงแตกสลายก่อนที่ถังเทียนจะหาแผนมั่นเหมาะได้  อย่างนั้นหายนะที่แท้จริงจะตามมา

ร่างกายของถังเทียนก็แทบจะไม่สามารถทนต่อการโจมตีที่น่าหวาดหวั่นนั้นได้แล้ว

สายตาของปิงกระพริบเป็นประกายด้วยความวิตกกังวล

※※※※

ถูกทุบฟาดต่อเนื่องถึงยี่สิบครั้ง และแต่ละครั้งทำให้ถังเทียนเจ็บปวดเหลือประมาณเขางอตัวและอดทนอย่างเต็มที่ หลังจากการฟาดครั้งที่ยี่สิบเอ็ดถังเทียนไม่ได้อดทนอย่างสูญเปล่า เขาสังเกตเห็นจุดอ่อนในวิทยายุทธของหัวซาแล้ว

พลังและความเร็วของหัวซาอยู่ในระดับที่น่าตื่นตะลึง  แต่วิทยายุทธของเขามีพลังน้อยกว่าความเร็วและพลังของเขาค่อนข้างมาก

ความพยายามของเขายังไม่เพียงพอ  สิ่งที่เขาควรฝึกก็คือวิชาค้อนทุบ แต่เขากลับใช้ปราณเที่ยงแท้ซึ่งไม่ค่อยตรงจุดประสงค์....

เทียบกับพลังและความเร็วที่น่ากลัวของเขาแล้ววิทยายุทธของเขายังอ่อนแน่นอน ถ้าวิทยายุทธของหัวซาแกร่งกล้าจริงๆ อย่างนั้นในการต่อสู้ครั้งนี้ ถังเทียนคงไม่มีโอกาสชนะ

วิชาฝีมืออ่อนด้อย  แล้วจะใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนนี้ได้อย่างไร?

ถังเทียนเค้นสมองอย่างหนัก

ปัง ปัง  ปัง!

การโจมตีที่กดดันเขาตลอดไม่ได้ผ่อนช้าลงแต่อย่างใด แต่ดวงตาที่คอยหลบเลี่ยงการโจมตีพลันฉายประกาย  เขามีความคิดอย่างหนึ่งแล้ว

ยี่สิบห้า, ยี่สิบหก....

เขานับการโจมตีที่ไล่หลังเขาอย่างเงียบๆ และควบคุมลมหายใจทันทีที่แรงฟาดครั้งที่ยี่สิบแปดฟาดใส่หลังเขา  เขายืดตัวออกทันที

ปัง!

กระบองฟาดลงที่หลังของเขาอย่างแรง เขาแทบหน้ามืดสิ้นสติทันทีรู้สึกเหมือนกับว่าหลังจะหัก แต่เขารู้ว่านี่เป็นเพียงโอกาสเดียวของเขาที่ทำได้คือทนเจ็บปวด ร่างของเขาอ่อนเหมือนเส้นบะหมี่ทันที เขาถือโอกาสสะท้อนกระบองขณะที่ย่อขาหลัง

ความเย็นจากขาของเขา ทำให้ถังเทียนยินดี

เกี่ยว!

โดยไม่ต้องคิดอะไร เขาหวดขาเตะกลับหลัง

หัวซาเห็นว่าถังเทียนที่งอตัวตลอดยอมยืดตัวออกมาในที่สุดเขายินดีทันที ถังเทียนคู้ตัวเหมือนกับเป็นลูกบอลป้องกันตัวเองไว้อย่างดีทำให้เขาไม่มีจุดโจมตี

ในที่สุดเขาก็ไม่อาจทนต่อไปได้ หัวซาเหมือนกับเห็นว่าถังเทียนสูญเสียการป้องกันตัวแล้วและแววกระหายเลือดในดวงตาเขาฉายออกมาอีกครั้ง

ทันใดนั้น นัยน์ตาเขาพร่าเลือน  มือของเขาข้างกุมมืออีกข้างหนึ่งไว้

หน้าของถังเทียนพลันปรากฏอยู่หน้าเขาไม่มีปี่มีขลุ่ยและฉีกยิ้มกว้าง

ปากของเขาเต็มไปด้วยเลือด

จบบทที่ ตอนที่ 145 พลังสายเลือดแคระ

คัดลอกลิงก์แล้ว