เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 143 เจ้าขวา ข้าซ้าย!

ตอนที่ 143 เจ้าขวา ข้าซ้าย!

ตอนที่ 143 เจ้าขวา ข้าซ้าย!


“หืม?”

ถังเทียนชะเง้อคอทันที  เขายืนและจ้องไปที่ท้ายถนนครึ่งวินาทีต่อมาหลิงซิ่วค่อยรู้สึกได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายเขาตกตะลึงขณะยืนถือหอกเงิน เขาจ้องมองถังเทียนด้วยความประหลาดใจสัญชาตญาณของเจ้าผู้นี้ปราดเปรียวจริงๆ

ความจริงเขายังช้ากว่าถังเทียนครึ่งวินาที!

อย่าดูถูกเพียงครึ่งวินาทีนี้ในการต่อสู้ในหมู่ของยอดฝีมือ ช่องโหว่ในเสี้ยววินาทีก็ถือว่าอันตรายมากแล้ว

เจ้าผู้นี้...ไม่ง่ายอย่างที่เห็น

หลิงซิ่วหันสายตามองไปที่ไกล  เขาค่อนข้างสงสัยเกี่ยวกับคู่ต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง  ด้วยความที่เข้าใจผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลดี  เขาจะต้องสู้โต้ตอบกลับมาอย่างหนักแน่นอน

อย่างไรก็ตามเขาไม่รู้สึกกลัว สายลมเย็นพัดต้องใบหน้าเขา ผมสั้นสีฟ้าพลิ้วเป็นระลอก  นัยน์ตาสีแดงเพลิงเป็นประกายเหมือนเปลวไฟ

ชีวิตแบบใหม่เริ่มต้นด้วยการต่อสู้ ไม่มีอะไรที่ดีกว่านี้...

อาจารย์....

หลิงซิ่วเบิกบานใจเหมือนเกิดใหม่ขณะที่รัศมีแสงอาทิตย์ส่องผ่านท้องฟ้าที่มีหมอกคลุม  เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกปลื้มนัก แต่ในไม่ช้าเขาก็ดึงความรู้สึกกลับมาอยู่กับตัวและเตรียมพร้อมกับการต่อสู้ที่จะมาถึง

เมื่อมีเงาร่างปรากฏอยู่บนถนน  นัยน์ตาของหลิงซิ่วหรี่แคบทันที หัวใจเขาตกวูบ

“พี่น้องตระกูลหัว!”

ท่าทีเตรียมพร้อมของหลิงซิ่วทำให้ถังเทียนประหลาดใจและรีบถามทันที“พวกเขาน่ากลัวหรือ?”

คนที่ตอบถังเทียนคือเมอเรย์  หน้าของบุรุษเหล็กผู้นี้สิ้นหวังอย่างที่สุดเสียงของเขาแหบแห้ง “น่ากลัวมาก! พวกเขาคือสองพี่น้องที่เข้าสู่ทำเนียบสุดยอดฝีมือห้าสิบคนแรกของดาวไพรมายา”

หน้าของกู้เสวี่ยซีดราวกับกระดาษ แต่นางยังคงนั่งอย่างใจเย็นและไม่แตกตื่นจนเกินไป

“สุดยอดฝีมือห้าสิบคนแรก”  หน้าของถังเทียนก็ซีดขาวเช่นกัน

ไม่ว่าจะดาวดวงใดหากสามารถติดทำเนียบยอดฝีมือห้าสิบอันดับแรกย่อมต้องเก่งกล้าแน่นอน  แม้ว่าดาวไพรมายาจะเป็นเพียงดาวอันดับล่างๆขององค์การวิญญาณมืด แต่มาตรฐานทั่วไปของนักสู้ ก็ยังสูงกว่าหมู่ดาวเพอร์ซูสมากนัก

อย่างไรก็ตาม...

จู่ๆเขาเอียงคอถามทันที “ระหว่างพวกเขากับไซอา ใครมีพลังมากกว่ากัน?”

“ไซอา!”กำลังใจของเมอเรย์ค่อยดีขึ้นมาบ้าง เขาจำได้ว่าถังเทียนคือคนที่สามารถหนีรอดชีวิตจากเงื้อมมือไซอาได้

“โอว” สายตาถังเทียนจับจ้องอยู่ที่พี่น้องตระกูลหัวที่เดินตรงมาทางพวกเขาตามปกติ   เขาแทบไม่มีความกลัวแต่อย่างใดและมีแต่ความต้องการสู้เผาลนใจเขา  “น่าเสียดาย ไว้ข้าค่อยหาไซอามาซ้อมฝีมืออีกครั้งก็แล้วกัน”

เมอเรย์จ้องมาถังเทียนอย่างประหลาดใจ  เขาตะลึงต่อระดับความผยองของถังเทียน

ตามหาเพื่อซ้อมมือกับไซอา..คำพูดแบบนี้ ในช่วงสิบปีมานี้ ทั่วทั้งดาวไพรมายาไม่เคยมีใครกล้าพูดอย่างนั้น

แต่เจ้าผู้นี้....ช่างผยองจริงๆ!

“คิดจะซ้อมมือกับไซอาน่ะหรือ?”  หลิงซิ่วหัวเราะเย็นชา  “คิดให้ได้ก่อนว่าวันนี้เราจะสู้ศึกนี้อย่างไรก่อน  เจ้าหมีสองตัวนี้ ไม่ใช่หมีธรรมดา แค่ความแข็งแกร่งเล็กน้อยของเจ้าเทียบกับพวกมันไม่ได้เลย”

ถังเทียนโต้เถียงไม่ลดละ  “หลีกไปเลย ทุบตีเจ้าพวกขี้แพ้เอ่.. ขาเจ้ากำลังสั่นอยู่หรือนี่? ฮะฮะ ถ้าเจ้ากลัวล่ะสิ มาซ่อนข้างหลังข้าก็ได้  หยาหยาจะปกป้องเจ้าเอง”

"เหลวไหล!ใครสั่นกัน?" หลิงซิ่วโกรธ  "ข้าจะกลัวด้วยเหรอ?  แค่เพราะสองคนนี้จะทำให้ข้ากลัวด้วยหรือ?  ข้าจะเอาชนะพวกมันด้วยมือของข้า"

"พูดได้เด็ดขาดดี"ถังเทียนปรบมือด้วยสีหน้ายินดี "ในฐานะพี่ใหญ่ ข้าชื่นชมเจ้ามาก เจ้าต้องการคนซ้ายหรือขวา? ให้เจ้าเลือกก่อนเผื่อในกรณีเจ้าพลาดท่าข้าจะได้มาช่วยเจ้าได้"

"ช่วยข้าหรือ?"  ตาของหลิงซิ่วแดงแล้วในตอนนี้  "เจ้ากำลังบอกว่าข้าจะแพ้งั้นหรือ?  เจ้ากับมาตรฐานห่วยๆยังจะต้องการช่วยข้าหรือ?  มาเลย มาสู้กันยกหนึ่งก่อน  ข้าจะบอกให้ว่าข้ารำคาญหูรำคาญตาเจ้ามานานแล้ว"

กู้เสวี่ยตะลึงมองทั้งคู่ขัดแย้งกัน

"ไม่"ถังเทียนชูนิ้วแล้วสั่นเบาๆ "มีการประลองที่ยุติธรรมมากอยู่ต่อหน้าเจ้าเราจะเลือกคู่ต่อสู้กันคนละคน ใครก็ตามเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ก่อน คนนั้นจะชนะ อย่างนั้นเป็นไง  ซิ่วซิ่วน้อย เจ้ากล้าหรือเปล่า?"

ก่อนที่หลิงซิ่วจะอ้าปากพูด  ถังเทียนใช้หัวแม่มือชี้ตัวเองด้วยสีหน้ากวนโมโห "ซิ่วซิ่วน้อยต้องกล้าหาญและสู้ให้เหมือนหนุ่มน้อยชาวฟ้า"

"ไสหัวไปเลย!"  หลิงซิ่วโกรธ

"ความโกรธไม่ได้ช่วยอะไรเจ้าหรอกนะเด็กน้อย" สายตาของถังเทียนจับจ้องคู่หูที่กำลังเดินเข้า  สีหน้าเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชา และเขาพึมพำ  "ข้าขอคนซ้าย  เจ้าจัดการคนขวา"

ก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค  หลิงซิ่วก็วิ่งออกไปแล้ว

"ลุงเมอเรย์ปกป้องกู้เสวี่ยให้ดีนะ"

ถังเทียนพูดโดยไม่หันหน้ามาดู สายตาเขาจับจ้องอยู่ที่หัวซาที่อยู่ข้างซ้าย  ความต้องการต่อสู้ของเขากำลังลุกฮือ

ถ้าเขาไม่สามารถเอาชนะหัวซาได้  เขาจะไปท้าทายไซอาได้อย่างไร?

เป้าหมายของข้าคือไซอา!

มาเลยเจ้าหมียักษ์เตรียมตัวพบกับความลำบากด้วยพลังของเด็กๆ ชาวฟ้ากัน

ถังเทียนพุ่งตรงเข้าหาหัวซาเหมือนสายฟ้า

※※※※

เมื่อเห็นหลิงซิ่วและถังเทียนกำลังเดินตรงมาที่พวกเขาใบหน้าเฉยเมยของหัวหรงเผยให้เห็นรอยยิ้มเย้ยหยัน "ข้าสามารถบอกได้ว่าสหายน้อยสองคนค่อนข้างจะกล้าทีเดียว"

"ฆ่าพวกมัน" หัวซาแค่นเสียง

"ไม่ ไม่ ไม่,เราต้องร่วมเล่นสนุกกับพวกเขาเราไม่พบกับเด็กผู้กล้าหาญมานานแล้ว" หัวหรงหรี่ตาและมีท่าทางล้อเล่น"เด็กๆ แบบนั้นสามารถมาเล่นสนุกกับเราได้ชั่วขณะ"

หัวซาส่ายศีรษะและคำราม "ข้าไม่ชอบเล่น"

"ก็ได้ ก็ได้" หัวหรงมองดูสิ้นหวัง  "แล้วแต่เจ้าแต่อย่ามาชิงของข้าไปก็แลวกัน"

เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นหนักแน่นขึ้น  "เขาชื่อว่าอะไร? หลิงซิ่วเหรอ? ได้ยินว่าเขาเป็นเด็กมีพรสวรรค์และมีศักยภาพมากไม่มีอะไรทำให้ข้าได้ตื่นเต้นมากไปกว่าได้ทำลายพรสวรรค์เช่นนั้น"

ปง!

พื้นสั่นสะเทือนและขัดจังหวะหัวหรง  เขาหันมาอย่างไม่พอใจ  ตอนนี้หัวซากระแทกกระบองเขี้ยวหมาป่าลงกับพื้น

สองพี่น้องมีบุคลิกแตกต่างกันอย่างมาก  หัวหรงมีฝีมือและฉลาดขณะที่หัวซาจะน่าเบื่อมากกว่า แต่หัวซาไม่เพียงแต่แข็งแรงอย่างน่าทึ่งตั้งแต่เกิดเขายังมีพรสวรรค์ในวิชาฝีมือต่อสู้มากอีกด้วย ดังนั้นเขาแทบจะเหมือนสัตว์ร้ายในขณะต่อสู้

หัวซาถือกระบองเขี้ยวสุนัขป่าไว้ในมือข้างเดียวและเริ่มวิ่ง

ตึง ตึง

ส่วนสูงขนาดขนาดเนินเขาย่อมๆ คู่กับกระบองขนาดหนัก  แต่ละก้าวของหัวซาทำให้พื้นเป็นรอยแตก

"เหลืออดขนาดนั้นเชียว" หัวหรงส่ายศีรษะเขาไม่รู้จะทำยังไงกับน้องชายของเขา แต่ชั่วเวลาต่อมา  เขาก็เลิกห่วงในจุดนั้น

※※※※

"หลิงซิ่วและเจ้านั่นบ้าไปแล้วหรือ? เขา... พวกเขาพุ่งเข้าต่อสู้"  กู้อู่จ้องมองที่ถนนข้างล่างอย่างงุนงงหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ

หน้าของกู้อันสวงฉาบไปด้วยความประหลาดใจเช่นกัน

ไม่เพียงแต่พวกเขาเท่านั้น ทุกคนให้ความสนใจกับการต่อสู้  ไม่อยากจะเชื่อสายตาของพวกเขาตอนนี้

"พระเจ้า?พวกเขาไม่ยอมหนีจริงๆ ด้วย"

"อย่าบอกข้านะว่าพวกเขาไม่รู้จักพี่น้องตระกูลหัว?"

"มีความเป็นไปได้ วันนี้เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นพวกเขาเช่นกัน..."

"รีบๆ มาดูกันเร็ว เฮ้.. พวกเขาโจมตีแล้ว"

"ไม่มีอะไรให้ดูมากแล้วสิบกระบวนท่าข้าพนันได้ว่าพวกเขาอยู่ได้ไม่เกินสิบกระบวนท่า ใครจะพนันกับข้าบ้าง?"

"ข้าว่าห้ากระบวนท่า!"

……

ขณะที่ระยะของทั้งสองฝ่ายใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็วเสียงสนทนาก็หายไป

นี่คือการต่อสู้โดยไม่ได้ตั้งใจของยอดฝีมือในห้าสิบอันดับแรกของดาวไพรมายา ในห่วงโซ่อาหารของดาวไพรมายาพวกเขาอยู่จุดสูงที่สุดแม้แต่ยอดฝีมือในเมืองเฮยซาน เมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับนี้คงดูอ่อนแอเหมือนตุ๊กตา หลิงซิ่วอาจมีอนาคตรุ่งเรืองรออยู่ข้างหน้า  แต่ตอนนี้เขาทำได้เพียงอาละวาดในเมืองเฮยซานเท่านั้น

อย่างไรก็ตามทุกคนกลั้นลมหายใจโดยไม่ได้ตั้งใจ สายตาทุกคนจับจ้องอยู่ที่พี่น้องตระกูลหัวไม่มีการยกเว้นสักคนตาของพวกเขาเต็มไปด้วยประกายหลงใหลคลั่งไคล้ พวกเขาไม่สงสัยผลของการต่อสู้เลย  แต่พวกเขาต้องการเห็นด้วยตาตนเองยอดฝีมือระดับสูงของดาวไพรมายาเหล่านี้ ผู้แทบจะกลายเป็นตำนานไม่ปรากฏตัวให้เห็นโดยทั่วไป  จะประสบความสำเร็จในชัยชนะของพวกเขาได้อย่างไร!

ยิ่งทั้งสองฝ่ายเข้ามาใกล้กัน  กลุ่มที่ดูก็ยิ่งไม่กล้าแม้แต่จะระบายลมหายใจ

หัวหรงวิ่งพลางผ่อนคลายข้อมือ แรงกดที่พลองบรอนซ์ผ่อนลงสีหน้าที่สงบของเขาค่อยๆ หายไปและรังสีฆ่าฟันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วพลองทองแดงหนักในมือของเขาเบาเหมือนขนนกและสั่นรุนแรง

หัวซาลากกระบองเขี้ยวสุนัขป่าของเขาเขาเป็นเหมือนกับสัตว์ร้ายมากกว่ากระบองที่เขาลากตามหลังเสียดสีสร้างประกายไฟบนพื้นเขาลากจนเกิดประกายไฟตลอดทางเดินและ...วิ่งเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง

แม้ว่าพวกเขาจะเป็นแค่คนดู แต่รังสีอำมหิตและกลิ่นอายฆ่าฟันของพี่น้องตระกูลหัว ก็แทบทำให้ทุกคนคลั่ง

ในหมู่พวกเขาไม่มีใครสามารถอยู่ได้อย่างสงบก่อนการโจมตีที่ป่าเถื่อนนั้นจะเริ่มขึ้น

และคนเหล่านี้เป็นสุดยอดฝีมือ....

เงาทั้งสองที่กำลังเผชิญหน้ากับสองพี่น้องตระกูลหัวที่วิ่งตะลุยใส่  ดูเหมือนจะเล็ก ไร้ความสำคัญและอ่อนแอมาก

ทั้งสองฝ่ายระดับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ทุกคนสามารถนึกภาพได้ว่าวินาทีต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น หลิงซิ่วและถังเทียนจะกลายเป็นเหมือนหุ่นไล่กาที่ถูกทึ้งถูกฉีกโดยสองพี่น้องตระกูลหัว

※※※※

แม้ขณะวิ่งใส่ร่างถังเทียนจะโน้มไปข้างหน้าขณะที่ศีรษะตั้งตรง ตาของเขาเบิกกว้างอย่างรวดเร็วเมื่อเขาเห็นว่าหัวซาแสดงอย่างแน่ชัดว่ามีรังสีฆ่าฟันที่รุนแรงเพียงพอต่อการทำลายทุกอย่าง  อันตรายที่กล้าแข็งรุนแรงปรากฏกับเขาและสัญชาตญาณของเขาก็เตือนเขาอีกด้วย

แต่สายตาของเขาไม่มีวันหวั่นไหว

สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่เงาร่างอันตราย  สายลมพัดผ่านหูเขาอื้ออึง เขาพุ่งไปข้างหน้า

เลือดลมกำลังพลุกพล่านและความต้องการต่อสู้กำลังลุกโชน

เอาชนะเขาให้ได้

ความคิดเช่นนี้ก้องอยู่ในสมองของถังเทียน รุนแรงและกล้าแข็งมากจนเขาเกือบจะแผดเสียงออกมา

ความเร็วของทั้งสองฝ่ายรวดเร็วเหมือนสายฟ้าเหมือนกับดาวตกที่พุ่งเข้าปะทะกัน

ภาพรอบๆ พร่าเลือนออกไป มีแต่เพียงภาพการเคลื่อนไหวของหัวซาเท่านั้นที่แจ่มชัด  ทันใดนั้น ม่านตาของถังเทียนหดแคบลงตาของเขาจับการเคลื่อนไหวที่ข้อมือหัวซา

ตอนนี้แหละ!

ถังเทียนใช้กำลังทั้งหมดเหวี่ยงตัวอย่างไม่ลังเลใจ

ใช่แล้วเหวี่ยงออกไป

ถังเทียนก้าวย่างสุดท้ายบนพื้นเป็นเหมือนกระสุนปืนใหญ่ที่หายไปทันที

ม่านตาของหัวซาหดแคบลงทันทีก้าวสุดท้ายของถังเทียนเกิดขึ้นเพื่อเปิดการโจมตีทันที  เขาไม่มีเวลาเปลี่ยนการโจมตีของเขา

กระบองเขี้ยวหมาป่าที่ลากเป็นประกายกับพื้นถูกเหวี่ยงออกมาจากขาขวาด้านล่างของเขา

โอวไม่!

รังสีฆ่าฟันที่บ้าคลั่งของหัวซาชะงักกระทันหัน

เงาร่างที่ชาญฉลาดร่างหนึ่งปรากฏตัวอยู่ในสายตาของหัวซาโดยไม่มีการเตือนเหมือนกับกรรไกรไม่ทราบว่าปรากฏมาจากไหน กลับปรากฏอยู่ขาซ้ายของเขา

จบบทที่ ตอนที่ 143 เจ้าขวา ข้าซ้าย!

คัดลอกลิงก์แล้ว