เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 184 - ผู้ฝึกกายาขอบเขตจินกังคนแรกของต้าเซี่ย!

บทที่ 184 - ผู้ฝึกกายาขอบเขตจินกังคนแรกของต้าเซี่ย!

บทที่ 184 - ผู้ฝึกกายาขอบเขตจินกังคนแรกของต้าเซี่ย!


บทที่ 184 - ผู้ฝึกกายาขอบเขตจินกังคนแรกของต้าเซี่ย!

2 พฤศจิกายน 2024

อากาศครึ้ม

ฝนเม็ดเล็กๆ โปรยปรายลงมาในด่านประตูสวรรค์ ทำให้เมืองโบราณที่ดำรงอยู่มาไม่รู้กี่ปีแห่งนี้ดู "มัวมนในสายฝน" อยู่บ้าง

วันนี้

เป็นวันที่ 7 แล้วที่ "เหล่ายอดคนรุ่นเยาว์แห่งต้าเซี่ย" กลุ่มนี้เข้ามาในด่านประตูสวรรค์

เจ็ดวันนั้นสั้นนัก

แต่สำหรับ "ยอดคนรุ่นเยาว์" เหล่านี้ มันช่างยาวนานเหลือเกิน

ในเจ็ดวันนี้ เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นหลายเรื่อง!

ตอนเพิ่งมาถึง ก็เจออริยะเทียนเซิ่งแห่ง "พรรคเทียนเซิ่ง" บุกด่านประตูสวรรค์ ตอนนั้นอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ของเมืองระเบิดออก อริยะเทียนเซิ่งทำอะไรไม่ได้ จำต้องถอยกลับไป!

ต่อมาอริยะเทียนเซิ่งและเจ้าหอชื่อเสวีย สองกึ่งอริยะลงมือดักสังหารเฉินจิ่งโจวและหลิวเฟิง

หวังอู่ออกโรงต้านศัตรู แถมยังมีกึ่งอริยะเผ่าปีศาจมาช่วย ขับไล่สองกึ่งอริยะไปได้

ยังมีเหตุการณ์ 【ศิลาจารึกสืบทอด】 สั่นสะเทือนพร้อมกัน!

คนหลายสิบคนได้รับ "การสืบทอด" ทะลวงสู่ระดับปรมาจารย์

ไม่กี่วันมานี้ ก็มีคนไปที่ 【ศิลาจารึกสืบทอด】 อีก ทยอยกันกระตุ้นศิลาจารึกให้ตอบสนอง และอาศัยจังหวะนั้นทะลวงสู่ระดับปรมาจารย์ไปอีก 9 คน!

นอกจากนี้ยังมี 【ตำหนักรู้แจ้ง】 ซึ่งเป็นสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งการ "ฝึกฝนรู้แจ้ง" ในเจ็ดวันนี้ ก็มีคนทะลวงด่านในนั้นได้อีก... พูดได้เต็มปากเลยว่า ในค่ายทหารใหม่ตอนนี้ แทบจะมีคนเลื่อนระดับกันทุกวัน!

ก็ปกติแหละ!

คนในค่ายทหารใหม่กลุ่มนี้ ล้วนเป็นอัจฉริยะที่คัดเลือกมาจากฐานที่มั่นทั่วประเทศ และยอดฝีมือจาก "ทำเนียบปฐพี"

อย่างแย่ที่สุดก็บรรลุ "แก่นแท้แห่งยุทธ์" แล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็น "ครึ่งก้าวสู่ปรมาจารย์" พอมาอยู่ในด่านประตูสวรรค์ มีสถานศักดิ์สิทธิ์อย่าง 【ศิลาจารึกสืบทอด】 และ 【ตำหนักรู้แจ้ง】 ช่วยเหลือ การที่พลังฝีมือจะก้าวกระโดดก็เป็นเรื่องธรรมดา

เช้าตรู่

ณ หอพักแห่งหนึ่งในค่ายทหารใหม่——

"อ๊ากกกก!!!"

เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นดังออกมา ได้ยินเสียงคนตะโกนว่า "เฟิงเส้าอวี่ เฉินอวี่ เว่ยเจี้ยน... แม่งเอ๊ย พวกแกสามคนไอ้บ้า รีบปล่อยฉันนะเว้ย!"

เสียงคำรามดั่งฟ้าผ่า สะเทือนจนหอพักสั่นไหว

คนทั้งค่ายทหารใหม่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงคำรามนี้ ต่างพากันเดินออกจากห้องมาดู

"ใครน่ะ?"

"เฟิงเส้าอวี่ เฉินอวี่ เว่ยเจี้ยน... สามคนนี้มันคนบ้าที่อยู่กับเจียงเหอไม่ใช่เหรอ?"

"อย่ามั่วสิ คนที่ชื่อเฟิงเส้าอวี่เหมือนจะเป็นหมอนะ!"

"หมอแล้วไง? หมอป่วยไม่เป็นเหรอ?"

มีคนวิ่งไปดูที่หน้าห้องเจียงเหอ ชะโงกหน้าเข้าไป

เห็นในห้อง เจียงเหอถูกมัดติดกับเก้าอี้แบบ "พันธนาการห้าจุด"

"มองเชี่ยไร!"

เจียงเหอถลึงตาใส่ ตวาดลั่น "มองอะไร? ไสหัวไป ไม่งั้นพ่อจะระบายลมยางแกซะ!"

คนที่มุงดูหน้าเปลี่ยนสี รีบหันหลังวิ่งหนี!

"ไปเร็วไปเร็ว!"

"อย่าดู... เป็นเจียงเหอ หมอนั่นต่อยคนเจ็บจริงนะเว้ย!"

ไม่นาน

ทั้งค่ายทหารใหม่ก็เงียบลง เหลือแต่เสียงเจียงเหอตะโกนโหวกเหวก "ปล่อยกู... รีบปล่อยกูนะ!"

เฟิงเส้าอวี่เดินเข้าไปหา "เจียงเหอ ผมรู้ว่าคุณกำลังรีบ แต่คุณอย่าเพิ่งรีบ... ที่มัดคุณไว้ ก็เพื่อตัวคุณเอง คุณจำได้ไหมว่าคุณเป็นใคร?"

เจียงเหอ: "..."

เขาคิดสักพัก แล้วถาม "ผมคือเจียงเหอ?"

ข้างๆ เว่ยเจี้ยนตาเป็นประกาย "ผมบอกแล้วว่าอาการพี่เจียงไม่ได้แย่ลง... นี่ไง เขาจำชื่อตัวเองได้ด้วย!"

เฉินอวี่ไม่เชื่อ ถามว่า "คุณคิดให้ดีนะ ตกลงคุณคือเจียงเหอ หรือตัวนิ่ม?"

เจียงเหอชะงัก รู้สึกสมองสับสน ในความทรงจำเขาชื่อ "เจียงเหอ" ก็จริง

แต่ในหัวกลับมีภาพความทรงจำผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ในความทรงจำนั้นเขาเป็นตัวนิ่มที่มีความสุขตัวหนึ่ง เพราะเผลอกินผลวิญญาณเข้าไปเลยเปิดสติปัญญา จากนั้นก็เริ่มชีวิต "ตัวนิ่ม" อันเป็นตำนาน

เจอคำถามของเฉินอวี่ เจียงเหอครุ่นคิดครู่หนึ่ง "หรือว่า... ผมคือตัวนิ่มที่ชื่อเจียงเหอ?"

"ไม่ใช่ไม่ใช่!"

"ผมชื่อเจียงเหอ ผมไม่ใช่ตัวนิ่ม ผมแค่หลอมรวมเลือดบริสุทธิ์สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิไปไม่กี่หยด เลยโดนเจตจำนงสัตว์อสูรครอบงำ... พวกแกมัดฉันทำบ้าอะไร?"

พูดไปพูดมา

เจียงเหอก็ของขึ้นอีกแล้ว

เขาดิ้นรนสุดฤทธิ์

แต่เชือกที่มัดตัวอยู่นั้น เหนียวแน่นจนดึงยังไงก็ไม่ขาด

เสี่ยวไป๋มุดออกมา พูดภาษาคนเสียงแจ๋วๆ ว่า "เจียงเหอ เจ้าอย่าเปลืองแรงเลย... เชือกเส้นนี้ พ่อแม่ข้าทิ้งไว้ให้ ชื่อว่าโซ่มัดเซียน ต่อให้เป็นขอบเขตมัจฉามังกรโดนมัดก็อย่าหวังจะหลุด!"

เจียงเหอฟังแล้วก็หมดแรง

เขาหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก "เสี่ยวไป๋ เจ้าไปผสมโรงกับไอ้บ้าสามตัวนี้ทำไม? พวกมันเป็นประสาท แต่เจ้าไม่ใช่ เจ้าเป็นถึงราชาปีศาจขอบเขตปรากฏการณ์ฟ้า... จะมาช่วยคนบ้าสามคนรังแกฉันทำไม?"

เสี่ยวไป๋ตาแป๋ว กระพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ "พวกเขาเป็นประสาทเหรอ? แต่พวกเขาบอกว่าเจ้าต่างหากที่เป็น..."

"ใส่ร้าย!"

"นี่มันใส่ร้ายกันชัดๆ!"

เจียงเหอตอนนี้สติ "ปกติ" คืนมาช่วงสั้นๆ รู้ตัวแล้วว่าโดนผลกระทบจากเลือด 6 หยดนั้น ตาเจ้าเล่ห์กลอกไปมา "ถ้าฉันเป็นประสาท จะได้รับความเมตตาจากท่านนักพรตตงจี๋ ได้รับสิทธิ์สืบทอดมรดกได้ยังไง?"

"จะผ่านการทดสอบของท่านราชาพยัคฆ์ได้ยังไง?"

เสี่ยวไป๋เอียงคอคิด

เออ ก็จริงแฮะ!

พยัคฆ์ราชาผู้ทรงปัญญาอย่างข้า จะมา "แพ้" ให้คนบ้าได้ไง?

แต่มันก็ยังไม่ปล่อยเจียงเหอ ถามต่อว่า "เจ้าบอกว่าเจ้าไม่ป่วย งั้นทำไมเมื่อคืนเจ้าแหกปากตะโกนโหวกเหวก แถมยังไปหาพลั่วมาขุดรู... บอกว่าตัวเองเป็นตัวนิ่มที่มีความสุข?"

เชี่ย!

เจียงเหอ: "นั่นฉันโดนเจตจำนงในเลือดระดับจักรพรรดิครอบงำต่างหาก!"

เสี่ยวไป๋วางอุ้งเท้าบนหัวเจียงเหอ ลองตรวจสอบดู แล้วว่า "จริงด้วย ดูท่าเจ้าจะไม่ได้โกหก"

อาจจะเพราะสัมผัสได้ถึงพลังของเสี่ยวไป๋ บนร่างเจียงเหอก็มีแสงสีเหลืองดินและสีทองส่องประกาย ข้างหลังปรากฏเงาเลือนรางของตัวนิ่มตัวหนึ่ง!

เสี่ยวไป๋แค่นยิ้ม "แค่ขอบเขตปรากฏการณ์ฟ้าที่ตายไปแล้ว ยังกล้ามาซ่าต่อหน้าข้า?"

มันอ้าปากสูดลมหายใจเฮือกใหญ่

วูบ!

เงาตัวนิ่มนั่น ถูกดูดเข้าไปในปากมันทันที

เจียงเหอรู้สึกตัวเบาหวิว ความรู้สึกมึนงงสับสนในสมองหายไปทันที สดชื่นขึ้นเยอะ

เสี่ยวไป๋สะบัดมือเก็บ "โซ่มัดเซียน" แล้วมองเจียงเหอ กำชับว่า "เจ้ายังอ่อนแอ จิตวิญญาณยังไม่แกร่งพอ เลือดปีศาจระดับปรากฏการณ์ฟ้าเพลาๆ หน่อยก็ดี"

"พวกที่ตายไปแล้วยังพอว่า เจตจำนงที่แฝงอยู่ในเลือดอย่างมากก็แค่ส่งผลกระทบต่อเจ้านิดหน่อย... แต่ถ้าเป็นปีศาจระดับปรากฏการณ์ฟ้าที่ยังมีชีวิตอยู่ ดีไม่ดีเจ้าอาจโดนยึดร่าง หรือไม่ก็โดนจับทำเป็นหุ่นเชิด"

เจียงเหอขนลุก "ปีศาจระดับปรากฏการณ์ฟ้า... น่ากลัวขนาดนั้นเชียว?"

เสี่ยวไป๋เชิดหน้า ภูมิใจ "แน่นอน!"

เจียงเหอ "งั้นทำไม... เจ้าถึงดูเด๋อด๋า แถมยังดูโง่ๆ หน่อยๆ ล่ะ?"

"โฮก!"

เสี่ยวไป๋คำราม "มังกรผงาด" ใส่ จับเจียงเหอมาซ้อมน่วม... มันเป็นปีศาจระดับปรากฏการณ์ฟ้า เจียงเหออยู่ในมือมันจะไปสู้อะไรได้?

ดีที่มันกะแรงไว้ดี ไม่ได้ทำให้เจียงเหอบาดเจ็บ

ซ้อมเสร็จ เสี่ยวไป๋ก็บอกว่า "ไหนบอกจะพาไปกินของอร่อยเมืองมนุษย์ไง? ไป พาเปิ่นหวาง (ข้า) ไปเดี๋ยวนี้!"

"!!!"

แม่ม!

มึงตีทุบกู แล้วยังให้กูพาไปกินข้าว?

เจียงเหอโกรธจัด ลุกขึ้นมาจับเฉินอวี่ เว่ยเจี้ยน เฟิงเส้าอวี่ สามคนมาซ้อมคนละชุด

"ติ๊ง!"

"คุณผ่านการต่อสู้ พละกำลัง +10Kg"

"ติ๊ง!"

"คุณผ่านการต่อสู้ พละกำลัง +10Kg"

"ติ๊ง..."

ถึงค่อยหายหงุดหงิด พาเสี่ยวไป๋ไปกินข้าวที่โรงอาหาร

เสี่ยวไป๋ชอบกินมังสวิรัติ เจียงเหอสั่งข้าวเปล่าหนึ่งถ้วย ผัดผักสองอย่างให้มัน ตอนนี้ตัวมันยาวแค่ฟุตกว่าๆ หน้าตาน่ารักตะมุตะมิ แต่เวลากินข้าวนี่สยองขวัญมาก

คว้าข้าว คว้าผัก เทเข้าปาก

ผัดผักสองจาน ข้าวหนึ่งถ้วย หายวับไปในพริบตา

"เจียงเหอ ข้าจะเอาอีก!"

เสี่ยวไป๋เลียปาก ทำหน้ายังไม่อิ่ม

ท่าทางของมัน ดึงดูดความสนใจของนักรบหญิงหลายคน

นักรบหญิงพวกนี้มาจาก "หมู่ทหารหญิง" ของค่ายทหารเก่า ถึงจะอายุสี่สิบกว่าแล้ว แต่เพราะฝึกถึงระดับปรมาจารย์ หน้าตาเลยดูเหมือนเพิ่งสามสิบต้นๆ ใส่ชุดรัดรูป อวดหุ่นสะบึม

มีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่

แถมยังดูเท่แบบทหารหญิง

ทหารหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา ทักว่า "น้องชาย นี่สัตว์เลี้ยงเธอเหรอ? น่ารักจัง..."

เจียงเหอเงยหน้า มองทหารหญิงคนนั้น

เพื่อนสาวของทหารหญิงพูดเสริม "น้องชาย ขอจับหน่อยได้ไหม?"

เจียงเหอส่ายหน้า "น้องชายของผมให้คุณจับไม่ได้หรอกครับ"

ทหารหญิงอึ้งไปนิด แล้วก็หลุดขำ "พรืด" ออกมา "เจ้าหนูนี่ใจกล้าดีแฮะ กล้าแซวพี่สาวด้วย... พี่สาวไม่อยากจับไอ้หนูตัวกะเปี๊ยกของเธอหรอกจ้ะ"

เธอหัวเราะคิกคัก "พี่สาวอยากจับแมวเหมียวของเธอต่างหาก"

เจียงเหอกุมหน้าอก ทำหน้าตื่นตระหนก "ไม่ได้ครับ นมผมก็ให้จับไม่ได้!"

สองสาวหยอกล้อเจียงเหออยู่พักหนึ่ง ถึงถามว่า "แมวตัวนี้เธอเลี้ยงเหรอ? น่ารักจัง... เมื่อกี้เหมือนได้ยินมันพูดด้วย พูดภาษาคนได้ คงไม่ใช่สัตว์อสูรระดับราชานะ?"

เสี่ยวไป๋ที่กำลังก้มหน้าก้มตากินข้าว ได้ยินดังนั้นก็วางจานวางตะเกียบ ถลึงตาเสือตะโกนด่า "เธอสิแมว ทั้งบ้านเธอนั่นแหละแมว"

"กรี๊ดดดด!!!"

ทหารหญิงไม่โกรธ แถมยังตื่นเต้น "มันน่ารักจริงๆ ด้วย ด่าคนเป็นด้วย!"

"ประสาท!"

เสี่ยวไป๋กลอกตามองบน

ไม่เข้าใจมนุษย์ผู้หญิงพวกนี้เลย... ข้าด่าเจ้า พวกเจ้ายังดีใจ?

มันฟาดผัดผักไปอีกหลายสิบจาน ข้าวอีกสิบกว่าถ้วย ถึงจะลูบท้องป่องๆ พูดเสียงแจ๋วๆ ว่า "เจียงเหอ ข้าอิ่มแล้ว!"

วันต่อมา

ชีวิตของเจียงเหอผ่านไปอย่างคุ้มค่า

ทุกวันต้องกินข้าว กินยา ฝึกฝนร่างกายให้ตรงเวลา ว่างๆ ก็กิน "ยาขัดไขกระดูก" ใช้ "เลือดบริสุทธิ์สัตว์อสูรระดับราชา" เพิ่มพลังและร่างกาย ให้ปิกาจูหลี่หว่านฉิงช็อตไฟใส่สักหลายสิบที

พลังฝีมือของเขา ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทุกวัน!

จนถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน

มีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วด่านประตูสวรรค์

"เซี่ยโหวอู่" ผู้ฝึกกายาอันดับหนึ่งของต้าเซี่ย กำหนดจะฝ่าด่านเคราะห์ในอีก 3 วันข้างหน้า จะกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ "ขอบเขตจินกัง" คนแรกของต้าเซี่ยตั้งแต่ยุคฟื้นฟูพลังวิญญาณ!

…………

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 184 - ผู้ฝึกกายาขอบเขตจินกังคนแรกของต้าเซี่ย!

คัดลอกลิงก์แล้ว