เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 110 - เด็กคนนี้หน้าตาหล่อเหลาใช้ได้!

บทที่ 110 - เด็กคนนี้หน้าตาหล่อเหลาใช้ได้!

บทที่ 110 - เด็กคนนี้หน้าตาหล่อเหลาใช้ได้!


บทที่ 110 - เด็กคนนี้หน้าตาหล่อเหลาใช้ได้!

อวิ๋นเยียนเฉิน: "........."

เธอใช้ความเร็วแสง "ชำเลือง" มองแวบหนึ่ง พอแน่ใจว่าเจียงเหอไม่ได้โกหก หน้าก็แดงแปร๊ดด่าว่า "ถุย คนหน้าด้าน รีบยัดกลับเข้าไปเลยนะ!"

เจียงเหอจุดบุหรี่สูบ

ถามว่า "ไหนล่ะข้าวเช้า? อยู่ไหน?"

"โรเกามัว (แฮมเบอร์เกอร์จีน) กับน้ำเต้าหู้ อยู่เบาะหลังแน่ะ"

อวิ๋นเยียนเฉินโบกมือวูบ ละอองน้ำพุ่งออกจากฝ่ามือ หอบเอาโรเกามัวกับน้ำเต้าหู้จากเบาะหลังลอยมาตรงหน้าเจียงเหอ "ฉันอุตส่าห์ไปซื้อร้านหน้าโรงเรียนเก่ามาให้เลยนะ ลองชิมดูซิว่ายังรสชาติเดิมหรือเปล่า?"

เจียงเหอตาลุกวาว อิจฉาตาร้อน "ท่านี่เรียกว่าอะไร? พลังจิตควบคุมวัตถุเหรอ?"

อวิ๋นเยียนเฉินสตาร์ทรถขับออกไปพลางตอบว่า "ฉันเป็นผู้ปลุกพลังธาตุน้ำนะ ไม่ใช่ผู้ใช้พลังจิต นี่แค่การประยุกต์ใช้พลังนิดหน่อยเอง อีกอย่างผู้ฝึกยุทธ์ถ้าฝึกจนปล่อยปราณแท้ออกนอกร่างได้ ก็จับของระยะไกลได้เหมือนกัน"

แม่มเอ๊ย!

เจียงเหอกัดฟันกรอด สาปแช่งในใจ "ไอ้พวกพรรคเทียนมั่วเฮงซวย!"

"ติ๊ง!"

"รับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ พละกำลัง +10 kg"

"ติ๊ง!"

"ใช้ยาอย่างเหมาะสม พละกำลัง +10 kg"

"ติ๊ง!"

"ใช้ยาอย่างเหมาะสม พละกำลัง +10 kg"

กินข้าวเช้ากับยาจิตเวชเสร็จ เจียงเหอก็โซ้ย "ยาบำรุงไตรสทิพย์ธารา" ตามไปอีก 3 เม็ด จากนั้นก็ยัดเจ้านั่นกลับเข้าที่ รูดซิปกางเกงขึ้นอย่างใจเย็น แล้วถามว่า "จริงสิ... พ่อเธอเป็นไงบ้าง?"

"ทะลวงถึงระดับปรมาจารย์หรือยัง?"

"ยังเลย"

อวิ๋นเยียนเฉินตอบ "พ่อฉันเคยระดับตกลงมา การจะกลับขึ้นไปใหม่มันไม่ง่ายหรอก แต่ด้วยพื้นฐานวรยุทธ์ของพ่อ ได้โอสถมัจฉามังกรไปเม็ดหนึ่ง รับรองทะลวงผ่านฉลุยแน่"

ไม่นาน

รถออฟโรดก็ขับพ้นเขตเมือง มุ่งหน้าสู่ฐานที่มั่นซีเซี่ย

ในประเทศต้าเซี่ย

ถนนหนทางระหว่างฐานที่มั่นกับเมืองบริวารทุกสายล้วนสัญจรได้สะดวก

มีหน่วยงานรับผิดชอบดูแลซ่อมแซมถนนทุกเดือน และคอยกวาดล้างสัตว์อสูรบริเวณใกล้เคียง รถบัสโดยสารทุกคันที่วิ่งระหว่างเมืองจะมีอาวุธและผู้ฝึกยุทธ์ประจำรถ เพื่อรับประกันความปลอดภัยของผู้โดยสาร

นโยบายนี้เริ่มใช้มาตั้งแต่ 10 ปีก่อนแล้ว

เพราะเมืองบริวารถูกสร้างขึ้นล้อมรอบฐานที่มั่น ระยะทางจึงไม่ไกลกันมาก พื้นที่ระหว่างกลางนี้ถือเป็น "เขตปลอดภัย" นานๆ ทีจะมีสัตว์อสูรหลงเข้ามา ก็จะถูกกำจัดอย่างรวดเร็ว ถือว่าค่อนข้างปลอดภัย

โรงงานเคมีหรืออุตสาหกรรมต่างๆ ส่วนใหญ่ก็จะตั้งอยู่ในเขตนี้

พอออกนอกเมือง

ความเร็วรถก็เพิ่มขึ้น

จะเห็นได้ว่าสองข้างทางมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่มากมาย

กล้องพวกนี้ส่วนใหญ่เอาไว้จับตาดูว่ามีสัตว์อสูรเข้ามาใกล้ถนนไหม ทางกรมจราจรจะมีคนคอยมอนิเตอร์ พอเจอตัวก็จะส่งภารกิจให้คนมากำจัดทันที

บนรถ

อวิ๋นเยียนเฉินชวนคุยเรื่อง "การประลองยุทธ์เยาวชนแห่งชาติ"

เธอบอกว่า "ตั้งแต่เมืองหลวงจัดแข่งครั้งแรกเมื่อ 20 ปีก่อน ปีนี้ก็เป็นครั้งที่ 5 แล้ว การแข่งทุกครั้งถือเป็นงานใหญ่ระดับประเทศของต้าเซี่ยเลยนะ!"

"และถ้าดูจากความแข็งแกร่งโดยรวมของผู้เข้าแข่งขัน จะเห็นว่าวงการยุทธ์ของต้าเซี่ยเราพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ... ตั้งแต่ปี 2019 การแข่งครั้งที่ 4 ก็มีการปรับกฎใหม่ นอกจากจำกัดอายุแล้ว ยังจำกัดระดับพลังด้วย"

"ระดับปรมาจารย์ และผู้ปลุกพลังระดับ A ห้ามลงแข่ง"

"หือ?"

เจียงเหอเพิ่งเคยได้ยินกฎนี้ "ทำไมล่ะ? หรือว่าเดี๋ยวนี้ต้าเซี่ยมีปรมาจารย์กับระดับ A ที่อายุต่ำกว่า 28 ปีเยอะแยะเลยเหรอ?"

"เยอะคงไม่เยอะหรอก แต่ก็พอมีบ้าง"

อวิ๋นเยียนเฉินอธิบาย "โดยเฉพาะพวกผู้ปลุกพลัง... ไม่เหมือนผู้ฝึกยุทธ์ที่ต้องค่อยๆ ฝึกฝนสะสมพลัง ผู้ปลุกพลังแต่ละคนระดับเริ่มต้นไม่เหมือนกัน"

"ถึงส่วนใหญ่ตื่นขึ้นมาจะพลังน้อยนิด แต่มีส่วนน้อยมากๆ ที่ตื่นปุ๊บก็เทพปั๊บ อย่างหลี่หว่านฉิง ตัวเต็งแชมป์ปีนี้ ได้ยินว่าเพิ่งปลุกพลังเมื่อปีที่แล้วนี่เอง ตื่นมาก็ระดับ B ขั้นสูงสุดเลย"

เจียงเหอถาม "แล้วเธอล่ะ?"

อวิ๋นเยียนเฉินยิ้ม "ฉันปลุกพลังตอนนายบาดเจ็บนั่นแหละ ตอนตื่นขึ้นมาพลังก็น่าจะแตะระดับ B แล้วมั้ง แต่ตอนนั้นควบคุมพลังไม่ค่อยได้ พ่อเลยส่งไปฝึกกับอาจารย์ตั้งนานกว่าจะคุมอยู่"

เจียงเหอคิดนิดนึง แล้วถามต่อ "แล้วมีพวกตื่นมาปุ๊บเป็นระดับ A หรือระดับ S เลยไหม?"

"มี!"

อวิ๋นเยียนเฉินยืนยันหนักแน่น "ผู้ปลุกพลังมีน้อย และพวกที่ตื่นมาเก่งเลยยิ่งน้อยกว่า... แต่ต้าเซี่ยประชากรตั้งพันล้านคน ต่อให้สองสามแสนคนเจอสักคน จำนวนรวมก็ไม่น้อยนะ"

"อาจารย์ฉันตอนปลุกพลัง ก็มีระดับ A เลย"

"ได้ยินว่าช่วงแรกที่พลังวิญญาณฟื้นคืนชีพ เคยมีคนปลุกพลังระดับ S ด้วยซ้ำ..."

ทั้งสองคุยสัพเพเหระไปตลอดทาง

ไม่นานก็มาถึงฐานที่มั่นซีเซี่ย

ขนาดของฐานที่มั่นซีเซี่ยใหญ่กว่าเมืองอู๋ที่เป็นเมืองบริวารเยอะ ประชากรก็เยอะกว่า เจริญกว่า

นอกเมืองมีกำแพงสูงและรั้วไฟฟ้าแรงสูง ล้อมรอบด้วยป้อมปราการต่างๆ

เจียงเหอมองรั้วไฟฟ้าตาเป็นมัน อวิ๋นเยียนเฉินสงสัยเลยถาม "คิดอะไรอยู่?"

เจียงเหอตอบ "เธอว่าถ้าฉันปีนรั้วไฟฟ้านั่น จะช่วยชุบกายได้ไหมนะ?"

สายฟ้าใช้ชุบกายได้

แล้วไฟฟ้าแรงสูงล่ะ?

อวิ๋นเยียนเฉินตกใจจนรถเป๋ "นายบ้าไปแล้วเหรอ? นั่นมันรั้วไฟฟ้าแรงสูงทางการทหารนะ สัตว์อสูรทั่วไปชนเข้าไปทีเดียวกลายเป็นถ่านเลยนะ!"

เจียงเหอหัวเราะ "ฉันก็แค่คิดเล่นๆ ถามดูเฉยๆ"

ปากบอกอย่างนั้น

แต่สายตาเขายังคงจ้องรั้วไฟฟ้าตาเป็นมัน ทำท่าครุ่นคิด ไม่รู้ว่าวางแผนอะไรในใจ

เข้าเมือง

อวิ๋นเยียนเฉินขับรถตรงดิ่งไปยังหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง

"เราไปหาอาจารย์ฉันก่อน แล้วค่อยไปรวมตัวกันที่สำนักงานบริหารยุทธ์"

เธอลงจากรถ เปิดท้ายรถหิ้วกล่องของขวัญลงมา

เจียงเหอมองปราดเดียวก็จำได้ "นี่มันของที่ซื้อให้พ่อเธอเมื่อวานไม่ใช่เหรอ?"

อวิ๋นเยียนเฉินยัดกล่องของขวัญใส่มือเจียงเหอ หัวเราะคิกคัก "ก็พ่อกับแม่ฉันไม่ได้ใช้นี่นา วางไว้เฉยๆ ก็เสียของ เอามาไหว้ครูดีกว่า... ประหยัดตังค์ค่าของขวัญไปด้วย"

"ธุรกิจพ่อเธอใหญ่โตระดับหมื่นล้าน เธอจะงกไปทำไมเนี่ย?"

"เป็นผู้หญิงต้องรู้จักดูแลบ้าน อะไรควรจ่ายก็จ่าย อะไรควรประหยัดก็ประหยัด แม่ฉันสอนมา"

"แม่เราดีขนาดนี้เลยเหรอ?"

"แหวะๆๆ แม่เราอะไร? หน้าไม่อาย!"

ทั้งสองหยอกล้อกัน เดินมาถึงหน้าวิลล่าหรูหลังหนึ่งที่มีบรรยากาศเงียบสงบ

อวิ๋นเยียนเฉินควักกุญแจออกมา ไขประตูเข้าไปหน้าตาเฉย

เจียงเหอตกใจ "เฮ้ย... ทำไมกุญแจบ้านใครเธอก็มีหมดเลยเนี่ย?"

อวิ๋นเยียนเฉินพาเดินเข้าบ้านพลางอธิบาย "อาจารย์ฉันชอบความสงบ เลยอยู่คนเดียว แกรับฉันเป็นศิษย์แค่คนเดียว สองปีมานี้ฉันก็อยู่กินกับอาจารย์นี่แหละ เพื่อความสะดวกแกเลยให้กุญแจฉันไว้ดอกหนึ่ง"

วางของขวัญบนโต๊ะรับแขก

อวิ๋นเยียนเฉินตะโกนเรียกไปทางชั้นสอง "อาจารย์คะ หนูมาแล้ว... ตื่นหรือยังคะ?"

ชั้นบน

เสียงเนือยๆ ตอบกลับมา "ตื่นตั้งนานแล้ว... กำลังเดินลมปราณอยู่ พาเพื่อนมาเหรอ?"

อวิ๋นเยียนเฉินได้ยินปุ๊บ กระซิบข้างหูเจียงเหอทันที "อย่าไปเชื่ออาจารย์นะ ฟังเสียงก็รู้ว่ายังนอนอู้อยู่บนเตียงแน่ๆ..."

แปะ!

จู่ๆ หยดน้ำก็ระเบิดใส่หัวอวิ๋นเยียนเฉิน จนเปียกมะลอกมะแลกไปทั้งตัว

อวิ๋นเยียนเฉินกระทืบเท้า "อาจารย์... แกล้งหนูทำไม!"

เสียงเนือยๆ ดังมาอีก "เลิกนินทาได้แล้ว อาจารย์ตื่นมาเดินลมปราณตั้งแต่ 6 โมงเช้า ข้าวยังไม่ตกถึงท้อง ไปทำมื้อเช้าให้หน่อย เดี๋ยวลงไป"

อวิ๋นเยียนเฉินกระตุ้นพลังธาตุน้ำ

หยดน้ำบนตัวลอยขึ้นมาเป็นสาย

เสื้อผ้าที่เปียกโชกเมื่อกี้แห้งสนิทในพริบตา เธอคว้าผ้ากันเปื้อนมาใส่ พลางบอกว่า "เจียงเหอ นั่งรอในห้องรับแขกก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปทำมื้อเช้าแป๊บ"

เจียงเหอเดินดูรอบห้องรับแขก

เห็นกรอบรูปวางอยู่ข้างทีวีจอใหญ่หลายอัน

ในรูปเป็นผู้หญิงอายุราว 30 ปี หน้าตาสะสวย มีบุคลิกพิเศษที่อธิบายไม่ถูก

ถ้าแม่ของอวิ๋นเยียนเฉินให้ความรู้สึกเรียบร้อย สง่างาม เป็นกุลสตรี

ผู้หญิงในรูปนี้ก็ให้ความรู้สึก... ขี้เกียจ

กลางหน้าผากมีจุดไฝเสน่ห์สีแดงจางๆ แววตาดูโศกนิดๆ แม้แต่ในรูปยังดูง่วงๆ เพลียๆ

เจียงเหอหยิบกรอบรูปขึ้นมาดูใกล้ๆ

"สวยไหม?"

เสียงดังขึ้นจากข้างหลัง

"สวย! สวยมาก! เด็ดดวงจริงๆ!"

เจียงเหอเผลอตอบออกไป แต่แล้วก็สะดุ้งเฮือก สัญชาตญาณสั่งให้หมุนตัวกลับหลังหันพร้อมปล่อยหมัดสวนออกไปทันที

ตูม!

หมัดนี้แม้ไม่ได้ใช้วิชามหาวิชาสลายร่างเทียนมั่ว แต่ก็ใช้เทคนิคพลังแฝงของหมัดมหาเทพ พลังพื้นฐาน 68,000 กิโลกรัม ระเบิดออกเป็นพลังหมัดกว่า 130,000 กิโลกรัม!

หมัดเดียว อากาศในวิลล่าแทบระเบิด

วิ้ง!

ม่านน้ำปรากฏขึ้นกะทันหัน

หมัดของเจียงเหอกระแทกม่านน้ำ จนเกิดระลอกคลื่นกระเพื่อมไหว

เขาตั้งสติได้ มองผู้หญิงตรงหน้าที่สวยสะพรั่งกว่าในรูป แล้วรีบเก็บหมัด "ป้า... เอ้ย น้า... ขอโทษครับ เมื่อกี้มันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติ"

ผู้หญิงคนนั้นแม้จะโดนเจียงเหอต่อยใส่

ใบหน้าก็ยังเปื้อนยิ้ม

แต่พอได้ยินคำว่า "ป้า" กับ "น้า" รอยยิ้มบนหน้าก็แข็งค้าง เย็นชาลงทันตาเห็น

อวิ๋นเยียนเฉินถือตะหลิววิ่งออกมา "อาจารย์... หนูแนะนำให้รู้จัก นี่เจียงเหอที่หนูเล่าให้ฟังบ่อยๆ... เจียงเหอ นี่อาจารย์ฉัน สุ่ยเชี่ยนอวิ๋น ผู้ปลุกพลังที่เก่งที่สุดในซีเซี่ย!"

เธอเอียงคอ ขยิบตาให้เจียงเหอยิกๆ

เจียงเหอ: "........."

เขาชะงัก

คิดในใจ...

อวิ๋นเยียนเฉินขยิบตาแบบนี้ ต้องบอกให้ฉันแสดงความเคารพแน่ๆ

เลยประสานมือ โค้งตัว คารวะอย่างนอบน้อม "ผู้น้อยเจียงเหอ คารวะท่านอาวุโสสุ่ย"

สุ่ยเชี่ยนอวิ๋น: "........."

เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพ่นลมหายใจออก

หน้าอกกระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจ "เด็กคนนี้... อาการป่วยยังไม่หายดีสินะ? ลืมกินยาหรือเปล่า?"

อวิ๋นเยียนเฉินได้ยินเจียงเหอเรียก "อาวุโส" ถึงกับกุมขมับ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม หยิกแขนเจียงเหอเต็มแรง กัดฟันกระซิบ "พูดบ้าอะไร? ให้เรียกพี่สาว!"

"หา?"

เจียงเหอเหมือนจะบรรลุอะไรบางอย่าง ทำหน้าขึงขัง "เยียนเฉิน เธอนี่ไม่รู้เรื่องเลย!"

"อาวุโสสุ่ยเป็นอาจารย์เธอ ฉันจะไปเรียกพี่สาวได้ยังไง?"

"ถึงอาวุโสสุ่ยจะดูหน้าเด็กกว่าฉันอีก แต่เรื่องลำดับอาวุโส มันจะเอาความหน้าเด็กมาวัดกันไม่ได้นะ!"

สุ่ยเชี่ยนอวิ๋นได้ฟัง

ยิ้มแก้มปริ มองเจียงเหอด้วยสายตาเอ็นดู "เยียนเฉิน นี่แฟนหนุ่มของเธอสินะ?"

"เด็กคนนี้หน้าตาหล่อเหลาใช้ได้!"

............

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 110 - เด็กคนนี้หน้าตาหล่อเหลาใช้ได้!

คัดลอกลิงก์แล้ว