เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 - หัตถ์อสนีบาต ฟางไท่ไหล!

บทที่ 19 - หัตถ์อสนีบาต ฟางไท่ไหล!

บทที่ 19 - หัตถ์อสนีบาต ฟางไท่ไหล!


บทที่ 19 - หัตถ์อสนีบาต ฟางไท่ไหล!

หลี่ซื่อเข้ามาตรวจดูอาการ แล้วพูดหน้าตาย "ไม่เป็นไร น่าจะเป็นเพราะตอนเอ็งทำ CPR ออกแรงเยอะไปหน่อย ซี่โครงเจ้าห้าเลยหัก ทิ่มปอดเข้าน่ะ"

"..."

เจียงเหอทำตัวไม่ถูก รีบเปลี่ยนเรื่อง "พี่สี่ เมื่อกี้พี่จะพูดว่าไรนะ?"

หลี่ซื่อ "ข้าจะบอกว่า พี่ห้าของเอ็งแค่ใช้พลังจิตเยอะเกินไป วิธีปฐมพยาบาลของเอ็งมันใช้ไม่ได้ผล"

"!!!"

ไอ้สัส!

เจียงเหอพูดไม่ออก บ่นอุบ "งั้นพี่สี่ทำไมไม่รีบบอก? ถ้าบอกเร็วกว่านี้ซี่โครงพี่ห้าก็ไม่หักหรอก"

"..."

หลี่ซื่อเอ๋อรับประทาน

นี่โทษข้าเหรอ?

เห็นเจียงเหอสติสตังไม่ค่อยดี แถมยังต้องกินยาคุมอาการ หลี่ซื่อเลยไม่อยากถือสา หาเรื่องสอนวิชาแทน "เจ้าหก จริงๆ แล้ววิธีปฐมพยาบาลของเอ็งมันผิด"

"พอดีเลย เดี๋ยวพี่สอนให้!"

"เป็นผู้ฝึกยุทธ์ วันข้างหน้าต้องเจ็บตัวแน่ ถ้าเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลไว้ บางทีอาจช่วยชีวิตได้..."

หลี่ซื่อจัดท่าทางหวังหมาจื่อที่นอนสลบอยู่ แล้วเริ่มสอน "อย่างการปั๊มหัวใจ อันดับแรกต้องให้คนป่วยนอนราบ..."

พูดพลาง

ก็สาธิต โดยการปั๊มหัวใจหวังหมาจื่อ

พรวด...

เขากดที หวังหมาจื่อก็กระอักเลือดที

กดที กระอักที

เจียงเหอร้องลั่น "พี่สี่ๆ พี่ห้ากระอักเลือดอีกแล้ว..."

"ไม่เป็นไร นั่นเป็นเลือดเสียจากที่เอ็งทำซี่โครงหักทิ่มปอดเมื่อกี้"

หลี่ซื่อบอก "พี่ห้าเอ็งเป็นถึงระดับหกขั้นสูง แผลแค่นี้จิ๊บจ๊อย... ตั้งใจดู ตั้งใจเรียน อย่าวอกแวก!"

ประโยคหลัง

หลี่ซื่อตะคอกเสียงเข้ม

น้ำเสียงแบบนี้ ทำเอาเจียงเหอนึกถึงตอนเรียนประถมท่อง ก ข ค ขึ้นมาทันที รีบนั่งตัวตรง ตั้งใจดูตาไม่กะพริบ ในใจสรรเสริญ—

"พี่สี่ช่างเป็นครูที่เข้มงวดและทุ่มเทจริงๆ!"

ดูอยู่สองนาที

เจียงเหอคิดว่าทำเป็นแล้ว เลยขออาสา "พี่สี่... ให้ผมลองหน่อยได้ไหม?"

"ม่ายยย..."

ตอนนั้นเอง หวังหมาจื่อก็สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา พ่นเลือดออกมาคำโต ร้องโหยหวนปานขาดใจ "อย่าาา!"

คลาสเรียนปฐมพยาบาลอันแสนสุข เป็นอันต้องจบลงกลางคัน

หวังหมาจื่อถูกหลี่ซื่อหามไปพักที่ห้อง VIP ชั้นสี่ เจียงเหอเลยต้องเดินคอตกกลับห้อง 207

จากนั้น ก็เป็นวันอันแสนน่าเบื่อ

กินข้าวตรงเวลา

กินยาตรงเป๊ะ

ออกกำลังกายหลังมื้อเที่ยง... รอจนกินผลไม้ตอนค่ำ และวิ่งรอบดึกเสร็จ พละกำลังของเจียงเหอก็แตะหลัก 2,500 kg

"เดี๋ยวออกไปกินมื้อดึกอีกมื้อ เป้าหมายหมื่นจินที่พี่สามตั้งไว้ ก็ถือว่าสำเร็จไปครึ่งทางแล้ว"

ซ้อมมวยพื้นฐานกับวิชาตัวเบาในห้องสักพัก เจียงเหอก็เดินทอดน่องออกไปนอกโรงพยาบาล

ถึงหน้าประตูใหญ่

โดนรปภ.ขวางไว้

รปภ.คนนี้ตัวอ้วนกลม ใส่หมวกเอียงกะเท่เร่ ท่าทางนักเลง เคี้ยวหมากฝรั่งแจ๊บๆ ตวาด "ดึกดื่นป่านนี้ จะออกไปเพ่นพ่านที่ไหน? กลับห้องไป!"

เจียงเหอจำรปภ.คนนี้ได้

คนที่ช่วยหมอเฟิงไล่จับเขาเมื่อวันก่อน อ้างว่าวิชาตัวเบาล้ำเลิศ

"หึหึ"

เจอคำสั่งไล่ เจียงเหอยิ้มมุมปาก "ได้ข่าวว่าวิชาตัวเบาพี่เจ๋งเหรอ?"

พอพูดถึงวิชาตัวเบา

รปภ.ก็ยืดอก ภูมิใจนำเสนอ "นึกไม่ถึงว่าตำนานของข้า จะดังไปถึงหูคนบ้าในโรงพยาบาล... ใช่แล้ว ความเร็วระเบิดพลังของข้า เทียบเท่ามาตรฐานการทดสอบความเร็วของผู้ฝึกยุทธ์เลยนะ 100 เมตรทำได้สูงสุด 24 เมตร/วินาที"

"ถ้าไม่ใช่เพราะแรงหมัดกับปฏิกิริยาตอบสนองไม่ผ่านเกณฑ์ ป่านนี้ข้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ไปแล้ว..."

เจียงเหอแสยะยิ้ม "โม้ไปก็เท่านั้น มาแข่งกันไหม?"

โดนคนบ้าท้าทาย

รปภ.รู้สึกเหมือนโดนหยาม ศักดิ์ศรีค้ำคอ "แข่งกับข้า? ข้าต่อให้เอ็งวิ่งก่อน 20 เมตรเลยเอ้า"

"ได้!"

เจียงเหอเกร็งขา

พละกำลัง 2,490 kg ระเบิดออกจากต้นขา พื้นซีเมนต์ใต้เท้าแตกเป็นรอยร้าว ด้วยแรงส่งมหาศาล ร่างของเขาพุ่ง "วูบ" ออกจากโรงพยาบาลไปราวกับลูกธนู

"เชี่ย!"

"เร็วขนาดนี้?"

รปภ.ตาถลน วิ่งตามออกไปหน้าประตู เห็นแค่แผ่นหลังเจียงเหอแวบเดียวหายวับไปใต้แสงไฟถนนไกลลิบๆ ถึงกับเกาหัวงงเป็นไก่ตาแตก "ตาฝาด..."

"ต้องเป็นภาพหลอนแน่ๆ!"

"คนบ้าที่ไหนจะวิ่งเร็วขนาดนี้?"

......................................................

"เวร..."

"ลืมเปลี่ยนชุด"

วิ่งรวดเดียวมา 1,800 เมตร เจียงเหอเพิ่งนึกขึ้นได้

ก้มมองชุดคนไข้ที่มีโลโก้ "ศูนย์ฟื้นฟูจิตเวชอันหนิง" ปักอยู่บนอก เจียงเหอยิ้มขื่น "ใส่ชุดนี้ ใครเห็นก็ต้องนึกว่าเป็นคนบ้าแหง!"

แต่แป๊บเดียว

เขาก็ปิ๊งไอเดีย

ถอดเสื้อคนไข้ทิ้งไปเลย ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ "ตอนนี้ถอดเสื้อโชว์กล้าม... คนอื่นดูไม่ออกแล้วล่ะ"

แอบกดไลก์ให้ความฉลาดของตัวเองในใจ

เจียงเหอเดินอาดๆ เข้าไปในถนนคนเดิน

ซีเซี่ยตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ

สิ้นเดือนสิงหาอากาศยังร้อนอยู่

ตามแผงลอยในตลาดโต้รุ่ง ผู้ชายถอดเสื้อนั่งกินเหล้าเล่นทายคำกันเป็นเรื่องปกติ

เจียงเหอหาโต๊ะว่างนั่งลง สั่งเซี่ยงจี๊ย่าง ปีกไก่ย่าง แล้วก็เนื้อแพะย่างอีก 30 ไม้ ปลาย่างตัวนึง เบียร์เย็นเจี๊ยบอีก 5 ขวด

โต๊ะข้างๆ

เป็นสาวสวยสามคน

สามสาวพอเห็นเจียงเหอนั่งลง ก็เริ่มซุบซิบชี้ชวนกันดู หนึ่งในนั้นถึงขั้นหยิบมือถือมาแอบถ่าย

ด้วยพละกำลังที่เพิ่มขึ้น เจียงเหอรู้สึกว่าหูตาเขาไวขึ้นเยอะ

ได้ยินเสียงแว่วๆ ว่า "หล่อจัง", "หุ่นดีมาก", "อยากลูบ" อะไรทำนองนั้น

ในที่สุด สาวคนหนึ่งก็อาศัยฤทธิ์แอลกอฮอล์ รวบรวมความกล้าเดินมาหาเจียงเหอ ส่งสายตาหวานหยดย้อย "สุดหล่อ ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ?"

เจียงเหอมองบาร์บีคิวที่เพิ่งมาเสิร์ฟบนโต๊ะ แล้วมองดูสาวหุ่นสะบึมคนนั้น ตวาดลั่น "ไสหัวไป..."

สัส!

คิดจะมาต้มตุ๋นข้าเหรอ?

เห็นบาร์บีคิวข้าเพิ่งมาเสิร์ฟก็รีบแจ้นมา กะจะมาเนียนกินฟรีล่ะสิ?

สาวคนนั้นยืนอึ้งไปหลายวินาที

ด่าว่า "ไอ้โรคจิต" แล้วสะบัดก้นเดินหนีไป

ตอนนั้นเอง

เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังเจียงเหอ

"พี่ชาย... ทำกับสาวสวยแบบนี้ ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลยนะ?"

เจียงเหอหันกลับไป

เห็นโต๊ะข้างหลัง มีชายหนุ่มสองคนนั่งอยู่

อายุราวๆ ยี่สิบกว่า บนโต๊ะเต็มไปด้วยไม้เสียบและขวดเบียร์... นอกจากนั้น ยังมีดาบเล่มหนึ่ง กระบี่เล่มหนึ่งวางอยู่

พกดาบพกกระบี่เดินถนน น่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์

คนธรรมดาพกอาวุธเดินถนน ผิดกฎหมาย "ความสงบเรียบร้อย"

เจียงเหอขี้เกียจสนใจสองคนนี้ หันกลับมาจัดการมื้อดึกตรงหน้า... กินเสร็จต้องรีบกลับไปนอนพักผ่อน

ผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้ถือสาหาเรื่องอะไร เขาแค่พูดเสียงดังหวังจะโชว์พาวให้สามสาวโต๊ะข้างๆ ดูเฉยๆ พอเห็นเจียงเหอไม่ตอบโต้ ก็หันไปหาสามสาว ยิ้มหวาน "น้องสาวทั้งสามคน พวกพี่เป็นศิษย์สำนักเบินเลย (สำนักสายฟ้า) พอจะให้เกียรติทำความรู้จักกันหน่อยได้ไหมครับ?"

"สำนักเบินเลย?"

สาวคนหนึ่งทำหน้าตกใจ "ใช่สำนักเบินเลยที่มีปรมาจารย์ยุทธ์กำเนิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้หรือเปล่าคะ?"

ชายหนุ่มยืดอกภูมิใจ "เมืองอู๋ของเรา น่าจะมีแค่สำนักเดียวที่กล้าใช้ชื่อ [สำนักเบินเลย]... ปรมาจารย์ที่น้องพูดถึง ก็คือท่านเจ้าสำนักของเรา เจ้าของฉายาหัตถ์อสนีบาต 'ฟางไท่ไหล' นั่นเอง"

"สำนักเบินเลย!"

เจียงเหอที่กำลังเคี้ยวเซี่ยงจี๊ตุ้ยๆ ชะงักกึก

ชื่อนี้...

คุ้นๆ แฮะ

เหมือนอวิ๋นเยียนเฉินจะบอกว่า สำนักเบินเลยนี่แหละที่มีเอี่ยวกับพรรคเทียนมั่ว?

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 19 - หัตถ์อสนีบาต ฟางไท่ไหล!

คัดลอกลิงก์แล้ว