เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 79 เครื่องกล

ตอนที่ 79 เครื่องกล

ตอนที่ 79 เครื่องกล


ทางเข้าเป็นประตูหินเก่าและหักพัง

ใยแมงมุมและกองฝุ่นมีอยู่ทั่วทุกแห่ง แต่เป็นเรื่องง่ายที่จะติดตามร่องรอยของคนที่เคยผ่านเข้ามาในที่นี้  และในชั่วขณะหนึ่งยังสามารถชี้จุดขยะสองสามชิ้นที่ถูกพวกนักผจญภัยทิ้งไว้  เส้นทางสองสามสายที่ซ่อนตัวจากสายตาพวกเขาในระยะไกล  เริ่มปรากฏต่อหน้าถังเทียนและปิง

หน้าของปิงเคร่งเครียดและจริงจัง  “ตามข้ามา แต่ต้องระวังตัวด้วย”

“ลุงปิง, ลุงเคยอยู่ที่นี่มาก่อนใช่ไหม?”  ถังเทียนกระซิบถาม  แม้ว่าภายในจะสลัว แต่เขาไม่กลัวแม้แต่น้อย

ปิงลอยไปพลางกล่าว “ข้าเคยอยู่ที่นี่มาก่อน  ที่นี่เคยเป็นค่ายของกองทัพ  ในภายในมีคลังอาวุธทหาร  ดังนั้นจึงมีเครื่องจักรกลหลายอย่างอยู่ที่นี่”

“เครื่องจักรกล?”  ถังเทียนนัยน์ตาเบิกกว้างและมองไปรอบๆ

หยาหยาที่อยู่บนไหล่ของเขาพยายามเรียนรู้สีหน้าเขา  มันพองแก้มเพื่อบังคับให้ตาน้อยของมันเบิกกว้างและมองไปรอบๆ มันไม่แน่ใจว่าจะเก็บแก่นพลังวิญญาณไว้ที่ไหนดี  ขณะที่ในมือของมันถือธนูและลูกธนู

“เอ๋?” จู่ๆ ปิงก็มีความรู้สึกและคำราม “มีคนตามหลังเรามา”

“มีคนเหรือ?” ตาของถังเทียนฉายแววระมัดระวังทันที

รังสีเยียบเย็นรอบๆตัวปิงเพิ่มขึ้น  เขาไม่ได้เข้าไปในทางเดินและไม่พูดอะไรสักคำและเข้าไปยังผนังด้านข้างและดูเหมือนว่าจะกดวัตถุอะไรบางอย่าง  ทันใดนั้น มีเสียงแกรกๆ  ผนังยกตัวขึ้นเผยให้เห็นทางเดินสีบรอนซ์

ถังเทียนกลืนน้ำลายตนเอง  ทั่วทั้งทางเดินทำด้วยบรอนซ์  หลังจากผ่านไปหลายปีไม่มีแม้แต่สนิมสักนิด   ชิ้นงานแกะสลักบนผนังบรอนซ์เต็มไปทั้งทางเดิน  การออกแบบเรียบง่ายและตกแต่งด้วยบรอนซ์ล้วนมีฝุ่นปกคลุมเนื่องจากผ่านกาลเวลา มันค่อยๆ เปิดออกต่อหน้าถังเทียน ถ้วยน้อยบนผนังเริ่มเปล่งแสงคดเคี้ยวลึกลงไปตามทางเดิน

“มันยังคงใช้งานได้  ไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด”

ถังเทียนสามารถได้ยินได้  แม้ว่าลุงปิงจะพยายามรักษาน้ำเสียงของเขาให้สงบแต่ความเปลี่ยนแปลงในน้ำเสียงกลับเปิดเผยอารมณ์ที่แท้จริงของเขา  อย่างไรก็ตามเขายังคงสงบอยู่ดี

ถังเทียนเดินเข้าไปในทางเดินบรอนซ์ ผนังหินค่อยๆ เลื่อนปิดลงแน่นอีกครั้ง  สิ่งที่ทำให้ถังเทียนรู้สึกแปลกก็คืออากาศภายในทางเดินสดชื่นมาก และมันไม่เฉอะแฉะเหมือนอย่างที่เขาคิดว่าน่าจะเป็น

“อย่าก้าวไปบนพื้น” ปิงเตือนถังเทียน

“อย่าก้าวไปบนพื้น?”  ถังเทียนตะลึง “งั้นจะให้ข้าเดินยังไงเล่า?”

นัยน์ตาหยาหยาเป็นประกาย  ด้วยขาน้อยๆ ของมันมันพุ่งออกไปเหมือนกระสุนตรงเข้าหาผนัง ปั้ก ปั้ก ปั้กถังเทียนเห็นเหมือนลูกกระสุนกระเด้งไปตามผนังซ้ายไปผนังขวาและพุ่งไปผนังซ้ายอีกครั้งขณะเคลื่อนไปข้างหน้าทำให้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว

“ดูเหมือนหยาหยาจะฉลาดกว่าเจ้านะ”ปิงทิ้งคำพูดเหล่านี้ไว้และลอยตัวไปข้างหน้าต่อ

ถังเทียนนัยน์ตากระตุกโดยมิอาจพูดอะไรได้  เขาใช้วิชาตัวเบาพุ่งไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องยังดีที่วิชาตัวเบาของเขาแข็งแกร่ง และสำหรับเขาแล้ว มันง่ายมาก

ทางเดินลึกกว่าที่ถังเทียนคาดไว้มากมายนักและรู้สึกว่ามันยืดขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง

ใจของถังเทียนยิ่งประหลาดใจมากขึ้นทุกที  ทางเดินบรอนซ์นี้ยาวมากกว่าสิบกิโลเมตรแล้วและยังคงลงไปต่อเป็นการวางแผนออกแบบที่น่าทึ่งขนาดนั้น  พวกเขาสร้างที่นี้อย่างมั่นคงได้ยังไงกัน

“ระวัง,ถ้าข้างหน้ายังไม่สูญเสียประสิทธิภาพ เราจะต้องพิสูจน์สถานะตัวเอง” คำพูดของปิงหนักแน่น

“จะพิสูจน์อะไร?”  ถังเทียนถาม

“สัญลักษณ์” ปิงกล่าว

“แล้วท่านมีไหม?” ถังเทียนถามอีกครั้ง

“ไม่มี” ปิงตอบตามตรง

ถังเทียนยืนด้วยความงุนงง  “งั้นเราจะทำยังไงกันดี?”

“วิ่งอย่างเดียว” ปิงตอบ

“วิ่ง...วิ่งอย่างเดียว?” ถังเทียนคิดว่าได้ยินผิด

“ถูกแล้ว” จู่ๆปิงก็มาปรากฏตัวข้างหยาหยาคว้าตัวเขาไว้และมาอยู่ข้างหลังถังเทียน  มือหนึ่งวางอยู่บนไหล่ของเขาและพูดว่า “หนุ่มน้อยชาวฟ้าเราจะขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว”

ถังเทียนต้องการจะด่าเขา  แต่ลำแสงสีแดงจางๆ เปล่าแสงวาบอยู่ต่อหน้าเขา

“หวา หวา หวา”ถังเทียนไม่สนใจเรื่องอื่นอีกต่อไปแล้วและหลบไปด้านข้าง

ธนูบรอนซ์ดอกหนึ่งพุ่งผ่านตัวเขาไป“ฉึก” มันปักลึกลงไปในผนัง  ขนนกของลูกศรบรอนซ์ยังคงสั่นหึ่งๆพอเห็นเช่นนั้น หัวใจของถังเทียนสั่นสะท้าน หน้าของเขาซีดลงเล็กน้อย ถ้าเขาโดนมันปักใส่  มันคงทะลุผ่านตัวเขาไปแน่

“อย่ามัวแต่ตะลึง!  วิ่งขึ้นหน้าต่อไป”  ปิงกระตุ้นเขา

“ลุงเฮงซวย!”  ถังเทียนสบถด้วยความโกรธขาของเขาปล่อยพลังออกมาทันทีและพุ่งไปที่ผนังตรงข้าม ธนูบรอนซ์ยิงออกมาอีกดอก

“อย่าก้าวไปบนพื้น”ปิงซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของเขาและคอยเตือนดังๆ

วืด วืด วืด!

เสียงแตกหักที่ทำให้คนผมบนหัวตั้งชันได้เสียงดังที่ลึกเข้าไปในทางเดิน

ถังเทียนแทบตาเหลือก จุดสว่างเล็กๆสองสามจุดปรากฏในสายตาเขาขณะที่ถ่ายพลังลงไปที่ขา เหมือนกับธนูที่หลุดจากแล่งเขาพุ่งไปยังผนังตรงข้าม

ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ

ถังเทียนไม่อาจด่าใครได้อีกต่อไปเนื่องจากธนูระดมยิงมาเหมือนห่าฝน  ธนูทองแดงสิบสองดอกแทบจะปิดพื้นที่หลบหนีของเขา

ความกลัวที่รุนแรงไปกระตุ้นกล้ามเนื้อทุกส่วนบนร่างกายเขาขณะที่เขารวบรวมสมาธิอย่างไม่เคยมีมาก่อน  เขาเข้าไปใกล้ผนังและเหยียดมือออกไปทันที งอนิ้วทั้งห้าเป็นตะขอ ปั้ก...และจิกลงไปในผนังบรอนซ์  แรงเฉื่อยจากการโถมไปทั้งตัวทำให้ร่างของเขากระแทกกับผนังบรอนซ์ พลังนี้ส่งผลถึงนิ้วของเขาทำให้นิ้วของเขารู้สึกเจ็บปวดเขาไม่สนใจอะไรในตอนนั้น ยังใช้นิ้วที่งอเป็นตะขอจิกลงไปในผนังบรอนซ์เช่นกัน

แขนของเขาปลดปล่อยพลังงานทันทีและเหมือนกับจิ้งจกไต่ผนัง ถังเทียนเคลื่อนไปข้างหน้าตามแนวผนังบรอนซ์

ปั้ก ปั้ก ปั้ก

ลูกธนูบรอนซ์หลายดอกพุ่งผ่านร่างเขาไปแรงเสียดอากาศเฉียดผ่านผิวทำให้ผมบนศีรษะของเขาตั้งชัน

“ทำได้ยอดเยี่ยม” ปิงตื่นเต้นเล็กน้อย “วิธีนั้นนั่นแหละ  เด็กใหม่! ลุยไปข้างหน้าต่อไป”

เด็กใหม่....

ถังเทียนตาเหลือกอีกครั้ง  แต่เขายับยั้งใจไม่ให้ทุ่มลุงปิงลงไปข้างล่างและยังคงมุ่งหน้าต่อไปอย่างบ้าคลั่ง ทั้งตัวของเขาแนบติดผนังและได้แต่อาศัยพลังนิ้วและแขนของเขา  พลังถึกของถังเทียนได้เปล่งอานุภาพแท้จริงออกมา

ควั่บ ควั่บ ควั่บ

ลูกธนูระดมยิงมาเหมือนฝนด้วยพลังที่น่ากลัวพุ่งลึกไปตามทางเดินอย่างไม่หยุดยั้ง

ลักษณะผิวของถังเทียนเปลี่ยนแปลง  เขาไม่สามารถหายใจได้อย่างถูกต้อง  นิ้วทั้งสิบจิกลงไปในผนัง  ขณะเดียวกันขาทั้งสองก็ใช้พลังไปด้วย  เขาเป็นเหมือนกบที่พุ่งออกไปด้านนอก

“ดีมาก!  ความแข็งแกร่งทั่วทั้งตัวเจ้ามีความกลมกลืนดีเต็มไปด้วยการระเบิดพลังออกมาได้อย่างงดงาม!  เด็กใหม่, ยอดเยี่ยมแล้ว อย่าหยุด, ไป ไป ไป”

ปิงที่ตามอยู่ด้านหลังของเขาตื่นเต้นมาก ภาพที่คุ้นเคยรอบๆตัวทำให้เขาเหมือนกลับไปสู่ยุคสมัยของตนอีกเขากับเด็กหนุ่มบริสุทธิ์คนแล้วคนเล่าและการฝึกฝนหนักหน่วงต่อเนื่อง  ในตอนนั้น เขาก็ใช้วิธีเหมือนปัจจุบันนี้  คอยคำรามและให้กำลังใจอยู่ด้านข้างพวกเขา

ทั้งกองทัพในตอนนี้เหลือเขาอยู่เพียงลำพัง

เขาไม่ถือว่าตายทั้งไม่นับว่ามีชีวิตอยู่

แต่จากแรกเริ่ม เขาสูญเสียเหตุผลว่าทำไมเขาจึงเหลืออยู่เพียงคนเดียว...

ในกองทัพพลังของเขาไม่นับว่าแข็งแกร่งนัก และมีคนอีกนับไม่ถ้วนที่แข็งแกร่งกว่าเขาทักษะทางวิศวกรรมของเขาอยู่ในระดับสมบูรณ์ของกองทัพ  ภูมิปัญญาในเรื่องกลศึกของเขาไม่ได้อยู่ในชั้นสุดยอด

ทำไมเขาถึงกลายเป็นวิญญาณ?  ทำไมจึงเป็นเขา? ทำไม!

เขาพร่ำถามคำถามเดียวกันนี้กับตนเองนับครั้งไม่ถ้วน  แต่เขาไม่สามารถคิดออก และไม่สามารถเข้าใจได้  กองทัพถูกทำลาย ดังนั้น  ยังจะมีอะไรเหลือใช้ให้ผู้ฝึกสอนอย่างเขา  ถ้าสวรรค์ต้องการให้เขาใช้กรรมจริงๆอย่างนั้นก็ควรเป็นผู้บัญชาการหรือคนสำคัญที่รอดอยู่...

แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้นและมีแต่เพียงเขาที่เหลือรอดชีวิต

เสียงตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวดังอยู่ข้างหูของเขาค่อยๆ ดึงเขากลับมาจากการจมอยู่ในห้วงคำนึง

เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่าถังเทียนเป็นทหารที่ดี

แม้ว่าพรสวรรค์ของถังเทียนจะไม่ค่อยมีค่ามาก แต่ปิงบอกได้ว่าสมดุลธาตุทั้งห้าของถังเทียนไม่ใช่สิ่งเลวร้ายและการเข้าถึงพลังของถังเทียนก็ไม่มีปัญหาแต่เขาพูดสิ่งที่เขาอยากพูดออกมาครึ่งเดียวเท่านั้น  ทุกอย่างที่เขาพูดไม่มีปัญหาก็เพียงเพราะว่ามันยังไม่มีปัญหา รวมทั้งพลังเที่ยงแท้เขาได้เห็นคนหลายคนผู้มีความใกล้ชิดพลังปราณเที่ยงแท้อย่างเป็นธรรมชาติมาก และนั่นเป็นพรสวรรค์ที่ฝังลึกถึงกระดูกและราก  ปัจจุบันนี้รากและกระดูกของแต่ละคนนั้นไม่สำคัญในสายตาของปิง  ขณะเมื่อเขาฝึกทหารใหม่  ก็ไม่ขาดแคลนคนมีพรสวรรค์ที่เชื่อมต่อกับห้าธาตุ คนทั้งหมดเหล่านี้สามารถฝึกพลังปราณเที่ยงแท้ได้เร็วกว่าคนอื่นๆ มากนักประสิทธิภาพของพวกเขาสูงมากและก้าวหน้าในระดับที่น่าทึ่ง

แต่ในสายตาปิง พรสวรรค์หรือความสามารถตามธรรมชาติที่ฝังอยู่ในกระดูกและรากนั้นก็เพียงแค่นั้น พรสวรรค์สำหรับอัจฉริยะเยาว์วัยสำคัญมากกว่า  สำหรับทหารนั้น ความกล้าหาญ,จิตตานุภาพและความมุ่งมั่นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในแง่มุมนี้ ถังเทียนผู้เป็นหนึ่งในทหารใหม่หลายคนที่เขาฟูมฟักนับว่าโดดเด่นแน่นอน

ถังเทียนไม่ใช่คนฉลาดแต่ทัศนคติเยือกเย็นระหว่างต่อสู้ของเขาเป็นเหมือนสัญชาตญาณธรรมชาติของสัตว์ป่าและนั่นทำให้ปิงประหลาดใจมากยิ่งขึ้น เขาเพิ่งจะบรรลุปราณเที่ยงแท้ระดับสี่ แต่ก็สามารถรักษาความสงบขณะที่มีลูกธนูยิงออกมาตามทางเดินเป็นห่าฝน  ถ้ากองทัพยังคงมีชีวิตอยู่คงได้มีคนส่งเสียงเชียร์เป็นแน่

เครื่องกลนี้ ถังเทียนไม่ใช่เป็นคนแรกที่บุกฝ่าเข้าหามัน

ทหารของกองทัพดาวกางเขนใต้ส่วนใหญ่มีนิสัยรวดเร็วรุนแรงชอบการท้าทาย และจะปลดสัญลักษณ์เขาออกเพื่อท้าทายเครื่องกลนี้  หลายคนทำเล่นเพื่อความสนุก  แต่คนที่สามารถทำได้จะเป็นทหารรุ่นเก่าทั้งนั้นไม่เคยมีทหารใหม่ผ่านไปได้

ทันใดนั้น ปิงสนใจว่าถังเทียนจะสามารถผ่านด่านได้สมบูรณ์หรือไม่

ถังเทียนไม่รู้ถึงสิ่งที่ปิงคิดอยู่ในปัจจุบันนี้  เขาซึมซับและเพ่งสมาธิใช้สัญชาตญาณสังเกตดูที่ด้านหน้าเขา

วิธีเดินหน้าไปแบบจิ้งจกจะตกอยู่ในความยุ่งยากอีกไม่ช้าเนื่องจากเครื่องกลดูเหมือนจะสามารถรู้สึกถึงกระบวนการวิธีของเขาแล้วและธนูบรอนซ์เริ่มมีความน่ากลัวมากขึ้น  ถังเทียนสามารถรู้สึกได้ถึงแรงกดดันทันที  เนื่องจากธนูบรอนซ์ที่อันตรายเฉียดผ่านร่างเขาไป  ที่เฉียดที่สุดคือผ่านหน้าผากเขาไปมันทิ้งรอยแผลจางๆ ไว้ที่หน้าผากของเขา

ถังเทียนถึงกับเหงื่อกาฬออก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาติดอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้

พื้นที่ในทางเดินสำหรับหลบยิ่งจำกัดมากขึ้นทุกที  แต่จำนวนลูกศรบรอนซ์กลับเพิ่มมากขึ้นทุกที  เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะถูกตรึงพื้นที่ไว้และทำให้พื้นที่การหลบของเขาแคบลงทุกที

เขาจะทำอย่างไรดี?

เหงื่อไหลลงมาถึงคางของถังเทียน  เขาลืมความจริงที่ว่าวิธีที่เขาใช้นั้นสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงทางกายมากการหายใจของเขาหนักหน่วงขึ้นและผิดปกติ แต่สีหน้าของเขาไม่ได้ตกใจแม้แต่น้อย และเขายังคงมุ่งหน้า มองตรงไปและใช้สมองคิดอย่างรวดเร็ว

ถ้าไม่มีพื้นที่ให้หลบมากพอ...เขาจะทำยังไง?

ดวงตาของถังเทียนทอประกายดุดันร้อนแรง

ถ้าไม่มีพื้นที่ให้หลบอีกต่อไปอย่างนั้นก็ต้องสร้างพื้นที่เพิ่ม

ถังเทียนใช้ความเร็วที่น่าประหลาดใจของเขาเคลื่อนขวางไปตามผนังหลบธนูที่ยิงออกมาอย่างเกรี้ยวกราดได้ผนังบรอนซ์เย็นทำให้หัวใจของเขารู้สึกเยือกเย็น ธนูเจ็ดดอกเล็งมาที่พื้นที่เบื้องหน้าเขาถังเทียนพุ่งออกจากผนังอย่างไม่ลังเลใจ

ธนูบรอนซ์สามดอกส่งเสียงหวีดหวิวยิงพร้อมออกมาเป็นรูปสามเหลี่ยม

ถังเทียนผู้อยู่ในอากาศขดตัวงอเข่า ขณะที่ลูกธนูพลาดเป้าเฉียดผ่านเขาไป

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เขาสูญเสียแรงเหวี่ยงในอากาศก็ต้องพบกับลูกศรที่ยิงออกมาอย่างเกรี้ยวดอกหนึ่งทันที

พอเห็นว่าเขาจะถูกแทงทันที ถังเทียนขยับตัวอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ ตอนที่ 79 เครื่องกล

คัดลอกลิงก์แล้ว