เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 58 ลุง

ตอนที่ 58 ลุง

ตอนที่ 58 ลุง


ถังเทียนแยกกับอาโมรี่และพวกที่เหลืออย่างรวดเร็ว  แต่ไม่มีใครพบว่าแปลก ขณะที่มีการประกาศก่อนหน้านี้ว่าถังเทียนจะไปค่ายทหารชั้นนอก  จากสิ่งที่ทุกคนเห็น  แม้ว่าถังเทียนกำลังจะไปค่ายทหารชั้นนอก  แต่ข่งต้าเริ่น (ท่านข่ง) ก็ได้สังเกตเห็นเขาและมีแผนจะส่งตัวเขาด้วยตัวเขาเอง

พวกเขาทุกคนกำลังคิดว่าพวกเขาต้องใช้เวลาในการฝึกฝนอย่างหนัก  ครั้งต่อไปเมื่อพวกเขาพบกัน พวกเขาจะได้ไม่ถูกทิ้งระยะฝีมือห่างไกลจากเจ้าบ้านั่น

พวกเขามีปมในใจเพราะเจ้าเด็กนี่ ทำให้พวกเขาต้องเสียหน้า

ถังเทียนขึ้นไปบนยานโดยสารอีกครั้ง แต่เทียบกับรถบินโดยสารของข่งต้าเริ่น ยานโดยสารนี้อธิบายได้แต่เพียงว่า ยากจน

ถังเทียนไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่ถูกส่งตัวขึ้นมา  เมื่อมองไปข้างหน้ายังมีเด็กอายุราวสิบสามสิบสี่อีกเจ็ดคน พวกเขาทั้งหมดดูไม่มีความสุข และมีสีหน้าเศร้าหมอง แทบไม่พูดอะไรกันสักคำ

ถังเทียนไม่ได้สนทนาอะไรกับพวกเขา เนื่องจากเขาไม่มีเวลา

ถังเทียนต้องทนต่อสู้กับการฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งของปิงทุกวัน

“เจ้าไม่กินอะไรมาหรือ?  ข้าขอบอกเจ้า!  ถ้าลูกน้องข้าฝึกแบบนี้  ข้าคงต้องทุบตีอย่างหนักแน่”  ปิงลอยตัวและตะโกนกรอกหูเขา

ปิงบ้าไปแล้ว เหมือนกับว่ากลายเป็นอีกคน ดูเหมือนว่าเขาจะพอใจเคี่ยวกรำถังเทียนอย่างมาก

ตาแก่แข็งกร้าวและไม่ยืดหยุ่นนี่มาจากไหนกัน? ปิงผู้แทบไม่พูดอะไรก่อนหน้านั้นกลับชอบโก่งคอแหกปากร้องคำราม  ตราบใดที่ถังเทียนทำไม่ได้มาตรฐาน  เขาจะสบถด่าด้วยความโกรธ ถ่มน้ำลายลงมาไม่แสดงความเมตตาแม้แต่น้อย

เหมือนกับว่าตลอดทั้งคืน ร่างที่แท้จริงของปิงได้พบวิญญาณตนแล้ว

น่าเศร้าที่ดันเป็นวิญญาณแข็งกระด้างและโรคจิต

“เงยหน้าขึ้น เจ้าขยะ นี่ก็ผ่านไปสิบวันแล้ว แต่แกยังมีความก้าวหน้าอะไรบ้างไหม? แกโง่ขึ้นบ้างเล็กน้อยหรือไม่? ข้าฝึกทหารใหม่มาถึง 463,619 คน พวกเขาทุกคนแข็งแกร่งกว่าแกเป็นร้อยเท่ามาตรฐานอย่างแกนี่ ในกองทัพนี้ แกยังไม่มีคุณสมบัติได้เป็นคนทำครัวหรือทำความสะอาดด้วยซ้ำ”

ปิงลอยอยู่ในอากาศก้มตัวถ่มน้ำลายใส่หัวถังเทียน

ถังเทียนไม่ได้ตกใจแม้แต่น้อย มือของเขาไม่ได้ช้าลงเลย เขาโต้เถียง “ฮ่าฮ่าและที่นี่ฉันคิดว่านายใหญ่และเป็นคนสำคัญในอดีต แต่กลับกลายเป็นว่านายแค่เชี่ยวชาญในการฝึกจี้ก้นทหารใหม่”

“เชี่ยวชาญในการฝึกจี้ก้นทหารใหม่...” หน้าขาวของปิงยังคงไร้อารมณ์จู่ๆ ก็มีเส้นสีดำเหมือนประกายคลื่นผ่านไป

“เอาเลย!ขอให้หนุ่มชาวฟ้าผู้นี้แสดงให้นายดูว่าก้นแบบไหนถึงจะเรียกว่าหนุ่มอัจฉริยะ” ถังเทียนไม่กลัวแม้แต่น้อยและตะโกนกลับด้วยความโกรธ  ความเร็วของมือเขายิ่งเร็วขึ้นทุกที

เกินกว่า 2-3 วันของการเคี่ยวกรำฝึกฝน กรงเล็บอินทรีของเขากลายเป็นมีพลังร้ายกาจมากนิ้วทั้งสิบเหมือนมีเพลิงสีเลือดลุกโชน และปล่อยเสียงหวีดหวิวแหวกอากาศทุกการเคลื่อนไหว

เทียบกับการฝึกหนักแบบเก่าของเขาแล้วรูปแบบการฝึกโหดในปัจจุบันได้ผลมากอย่างน่าทึ่ง

ปิงมองดูเงากรงเล็บและตกตะลึง ก่อนนั้น ในการฝึกหนักของถังเทียน เขามักสังเกตดูอยู่ในมุมมืด แต่จากประสบการณ์ของเขา การฝึกฝนของถังเทียนควรจะได้ผลในระดับธรรมดา  เนื่องจากความจริงว่าพรสวรรค์ของถังเทียนนั้นน้อยนิดจนน่าใจหาย

การใช้คำพูดที่น่ากลัวไม่ค่อยได้ผลนัก มันเป็นพรสวรรค์ที่น่ากลัวมาก น่ากลัวที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในประวัติศาสตร์

แต่กลับเป็นความดื้อรั้นและความเพียรของถังเทียน ทำให้เขาหวั่นไหว

ก่อนหน้านี้ ปิงไม่คิดจะเปิดค่ายฝึกทหารใหม่ จนกระทั่งถังเทียนมาถามเขาว่ามีอะไรที่เขาต้องการทำบ้างหรือ   และเขาถูกกระตุ้นให้ทำเช่นนั้น  หลังจากนอนหลับมานานจนสหายศึกของเขาทั้งหมดเปลี่ยนเป็นผงธุลีไปแล้ว และเหลือแต่เขาอยู่ผู้เดียวกลายเป็นวิญญาณแท้ที่ตื่นขึ้น

ปิงไม่เข้าใจว่าทำไมค่ายทหารถึงตกไปอยู่ในมือของถังเทียน

อย่างไรก็ตาม เมื่อถังเทียนเริ่มเข้าหลักสูตรฝึกทหารใหม่  ปิงก็ต้องตกใจในชีวิตเขา ปิงตกใจจากความจริงที่ว่าถังเทียนสามารถทนได้  จากตั้งแต่แรก ปิงรู้แล้วว่าถังเทียนสามารถสำเร็จหลักสูตรฝึกทหารใหม่ได้เพียงแต่ต้องการเวลาเพิ่ม  ในช่วงเวลาสั้นๆนี้ เขาเข้าใจถังเทียนแล้ว เพราะความดื้อรั้นและความตั้งใจของถังเทียนทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น

แต่ตอนนี้ สิ่งที่ทำให้ปิงตกใจก็คือระดับความเร็วของความก้าวหน้าถังเทียน เนื่องจากถังเทียนก้าวหน้าได้เร็วเกินกว่าที่เขาคาดไว้

สำหรับครูฝึกทหารคนหนึ่ง กับประสบการอบรมยอดทหารใหม่กว่า 463,619 คน  เกี่ยวกับการประเมินความเร็วในความก้าวหน้าการฝึกฝนของคน  ปิงมาถึงจุดรู้อย่างสมบูรณ์แบบ

อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าของถังเทียนเกินคาดเขาไปมาก

ในวันแรก  ถังเทียนทนอยู่จนตะวันขึ้นและในช่วงสุดท้าย เขาก็ไม่สามารถป้องกันได้อีกต่อไป

ตอนเริ่มต้นของวันที่สอง ปิงลอบเพิ่มความยากลำบากของการฝึกฝน

ถังเทียนไม่ทราบว่าความยากลำบากของการฝึกของเขา ก็คงเทียบกับวันเวลาเก่าๆของกองทัพดาวกางเขนใต้

ในวันที่เก้า ความยากในการฝึกของถังเทียนเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับยากที่สุด

ภายใต้ความตั้งใจและกลัวความทรมานจากการฝึก วิชากรงเล็บอินทรีของเขาทำได้อย่างสมบูรณ์มานานแล้ว จึงเลื่อนเข้าสู่ในระดับต่อไป กรงเล็บอินทรีของถังเทียนไม่ด้อยไปกว่าวิทยายุทธระดับสี่โดยปกติแล้ว ที่ก้าวหน้ายิ่งใหญ่ที่สุดก็คือปราณกระเรียนในร่างของถังเทียนแม้ว่าตอนแรกปิงจะเห็นปราณกระเรียนจากการมองดูครั้งแรกเขาสามารถระบุข้อดีข้อบกพร่องได้ทันที

การฝึกถูกทุบตีทั้งหมดไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดเค้นออกมาจากใจ

แม้ว่าพลังปราณเที่ยงแท้ของถังเทียนจะแตะถึงระดับสูงสุดของชั้นที่สาม  สำหรับปิงแล้วยังถือว่าปริมาณไม่มากพอแต่ในแง่คุณภาพก็ถือว่าก้าวหน้า  ร่างกระเรียนนั้นไม่ได้รับสัญญาณทางจิตใดๆเกี่ยวกับคุณภาพ สำหรับปิงนั้นหมายความว่าการฝึกปราณเที่ยงแท้ยังไม่ได้มาตรฐาน เขาตัดสินใจดำเนินการโจมตีให้สอดคล้องเพื่อปรับแต่งร่างกระเรียนของถังเทียน

ถ้าไม่ใช่เพราะถังเทียน ปิงคงไม่คิดวิธีแบบนั้นเป็นแน่

หวังเพียงแค่เจ้าเด็กตัวร้ายนี้สามารถอดทนต่อการฝึกแบบโรคจิตนี้ได้

แขนของถังเทียนเคลื่อนไหวรวดเร็ว ทั่วทั้งท้องฟ้าเต็มไปด้วยเสียงหวีดหวิวและบอลแสงต่อหน้าเขาก็พุ่งเข้าชนกำแพงไฟ ที่มีพลังเต็มที่ก็อาจแฉลบออกไป

“หนุ่มชาวฟ้าหรือ?”  ปิงพูดเย็นชา  “ไม่เคยมีใครกล้าอวดอ้างตัวเองว่าเป็นชาวฟ้า”

แม้ว่าจะเป็นประโยคที่สั้น แต่คำพูดของปิงก็เต็มไปด้วยความแข็งกร้าว

แต่ถังเทียนไม่กลัว และหัวเราะเสียงดัง“ดูเหมือนนายจะไม่รู้ตัวนะว่าไม่มีประสบการณ์, ลุง!  ดังนั้นให้หนุ่มน้อยชาวฟ้านี้ช่วยขยายมุมมองให้และช่วยให้นายได้ทราบวิธีการที่มากมายในโลกนี้ ขณะที่หนุ่มน้อยชาวฟ้าผู้นี้มีวิญญาณนักสู้ไม่สิ้นสุด”

“ลุง...”ใบหน้าตรงของปิงมีเส้นดำสามเส้นขึ้นอยู่ที่หน้าผาก

“เว้นแต่ลุงพยายามทำตัวเป็นคนหนุ่ม? เฮ้, ลุง ผู้คนต้องรู้จักตัวเขาเอง แม้ว่าลุงจะไม่ยอมรับก็ตาม ลุงไม่ใช่หนุ่มๆ ต่อไปแล้ว ตรงกันข้ามกับหนุ่มน้อยชาวฟ้าผู้นี้ ลุงน่ะมีชีวิตผ่านโลกที่เปลี่ยนแปลงมามากแล้ว  ไม่มีอะไรต้องปกปิด”  ถังเทียนลืมความจริงที่ว่าเขาทำอะไรหลายอย่างพร้อมๆกัน คือตะโกนใส่ปิงและยังสู้กับบอลแสงไปพลาง

“ลุงผู้มีชีวิตผ่านโลกที่เปลี่ยนแปลง...” หน้าของปิงเต็มไปด้วยลายเส้นสีดำ

“อ่าฮะ, ยู้ฮู  ลุงปิงผู้เปลี่ยนไปมาก  ลุงปิงเปลี่ยนไปมาก ฮะฮะฮะเขาเปลี่ยนไปบ้างแล้ว  เขาเปลี่ยนไปแล้วเขามีความเศร้าอยู่บ้าง....” ถังเทียนร้องเพลงส่งเสียงดัง

ปิงผู้ลอยอยู่ในอากาศชะงักค้างและครู่ตอมาลายเส้นสีดำบนหน้าเขาก็เปลี่ยนเป็นยิ้มที่ไม่น่าดู  “เรามาดูกัน ใครจะเป็นคนเปลี่ยน ใครจะเป็นคนเศร้า”

บอลแสงทั้งหมดหยุดอยู่ในที่ห่างออกไป หยุดในร่องของตนและจู่ๆ พวกมันก็เพิ่มนัยน์แสงสีแดง

บอลแสงทั้งหมดเปลี่ยนรูปแบบของมัน และหันหน้าไปทางที่ถังเทียนยืนอยู่

บอลแสงทั้งหมดพุ่งมาทางถังเทียน

เพลงของถังเทียนหยุดลงทันที และเสียงร้องด้วยความกลัวของเขาก้องไปทั้งฟ้าและดิน

※※※※※※※※

“โชคร้ายจริงทุกครั้งที่ฉันต้องมายังที่เฮงซวยอย่างนี้ มันช่างบีบหัวใจจริงๆ”  คนขับยานที่นั่งข้างหน้าเป็นบุรุษสวมชุดนักสู้ขาวยาวกับลูกเรือที่ผมเกรียนอดด่าไม่ได้ชุดยาวของเขามีเส้นดำซึ่งหมายความว่าเขาคือนักสู้ชั้นเหล็กที่มาจากสมาพันธ์เกียรติยศชาวยุทธ

นักสู้ระดับเหล็กเป็นนักสู้ระดับต่ำที่สุดในสมาพันธ์นักสู้  แม้แต่สมาชิกที่เข้ามาร่วมใหม่ๆผู้ไม่ได้ทำอะไรแต่ผ่านการทดสอบจะกลายเป็นนักสู้ระดับเหล็กไปโดยปริยาย  แน่นอนว่าสมาชิกใหม่นั้นจะต้องแข็งแกร่างมาก  จากนั้นหลังจากผ่านสอบนักสู้ระดับทองแดงแล้ว เขาจะได้รับการยกระดับเป็นนักสู้ระดับทองแดงทันที

ด้านข้างเขาเป็นนักสู้ระดับเหล็กอีกคนหนึ่งผู้มีเคราเต็มหน้า  เขาปลอบใจว่า “ก็ไม่แย่นักหรอก  เราแค่มาเที่ยวที่นี่เฉยๆ  เป็นคนกลุ่มนี้ต่างหากที่จะต้องทนทรมานอยู่ต่อ”

“นั่นก็จริง”  ลูกเรือผมเกรียนพูด“โชคดีที่ฉันไม่ได้ถูกส่งมาที่พังทลายนี้ในปีนั้น”

“แกไม่ได้ระรานใคร แล้วจะถูกส่งมาที่นี่ได้ยังไง?”  บุรุษร่างล่ำบึ้กไว้เคราส่ายศีรษะ“มีแต่เพียงคนที่ไม่เป็นที่น่าพอใจเท่านั้นจึงถูกส่งมาที่นี่ คนที่นี่ทุกคนไม่สามารถกลายเป็นนักสู้ระดับเหล็กได้  และพวกเขาถูกกำหนดให้ส่งมาปกป้องที่นี้ตลอดไป”

“ฉันงงจริงๆ ทำไมเบื้องบนถึงได้สร้างค่ายรอบนอกในสถานที่เช่นนี้แม้แต่นกยังไม่ยอมบินผ่าน?”  ลูกเรือผมเกรียนมองดูอย่างงุนงง

“เรื่องนั้นแกคงยังไม่รู้” บุรุษตัวใหญ่มีเคราอธิบาย“ช่วงเวลาที่ผ่านมา ระดับเบื้องบนพบว่ามีสมบัติบางอย่างที่นี่  แต่ในที่สุดหลังจากหาอยู่ครึ่งเดือนพวกเขาก็ไม่พบอะไร และหัวหน้าชุดนั้นก็เป็นนักสู้ชั้นเงิน”

“นักสู้ระดับเงิน!” ลูกเรือหัวเกรียนพูด“อย่าบอกฉันนะว่าเป็นระดับหัวหน้าหน่วยงาน?”

หัวหน้าหน่วยของกลุ่มนักสู้ทั้งหมดในหมู่ดาวเพอร์ซูสเป็นนักสู้ระดับเงิน

“นั่นเป็นไปได้ยังไง?” บุรุษที่มีเคราส่ายศีรษะ “นั่นเป็นเรื่องนานมากแล้วและฉันได้ยินมาจากรุ่นพี่ เกี่ยวกับที่นั่น ความเข้มข้นของพลังมีมากยิ่งขึ้นและถ้าปล่อยมันไว้อย่างนั้นก็อาจจะเสียเปล่า ดังนั้นระดับสูงก็อาจสร้างค่ายทหารชั้นนอกที่นั่นเหมือนกัน  น่าเศร้าที่สถานที่นั้นมีสภาพแวดล้อมแย่มาก การเข้าหรือออกมาก็อันตรายมากดังนั้นไม่มีใครยินดีจะไป มันเป็นที่ไม่สมบูรณ์ มีสภาพร้างและจนถึงเดี๋ยวนี้  มีเหตุเกิดขึ้น”

“มีเรื่องขึ้นเหรอ? เรื่องอะไร?”  ลูกเรือผมเกรียนถาม

“เรื่องก็ราวๆ ยี่สิบปีที่แล้วมีภูตอสูรดวงดาวที่แข็งแกร่งดุร้ายปรากฏตัวขึ้นในหมู่ดาวเพอร์ซูสและความสูญเสียที่เกิดในเวลานั้นรุนแรงมาก หลังจากสืบสวนดู ภูตอสูรนั่นมาจากสถานที่นั้น เบื้องบนกังวลว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกครั้ง  ดังนั้นพวกเขาเห็นด้วยที่จะให้เปิดสุสานใหญ่ค่ายทหารชั้นนอกอีกครั้งเพื่อเป็นด่านหน้า”  บุรุษไว้เคราอธิบาย

“สถานที่แบบนี้ไม่มีผู้ใดยินดีไป”  ลูกเรือหัวเกรียนถอนหายใจ

“ใช่แล้ว, ไม่มีผู้ใดยินดีไป  แต่ยังคงต้องมีคนไป  ดังนั้นตอนนี้แกคงเข้าใจแล้วว่านี่คือสถานที่เนรเทศ”  บุรุษไว้เครากล่าว

“มิน่าเล่า!” ลูกน้องผมเกรียนดูเหมือนจะเข้าใจจนได้ “ก็อย่างที่ฉันพูด ค่ายทหารชั้นนอกดีๆ อย่างนั้นทำไมถึงได้มาสร้างในที่นรกแตกนี้ด้วย”

“ความจริงก็มีส่วนที่ดีบ้างอยู่เหมือนกัน”บุรุษไว้เครากล่าว “ทางเบื้องบนรู้ว่าไม่มีคนยินดีไป  แต่ไม่ว่าใครก็ตามที่ไปค่ายสุสานใหญ่ชั้นนอก ต่อให้พวกเขาไม่มีโอกาสได้เลื่อนเป็นนักสู้ชั้นเหล็กก็ตาม  ตราบที่พวกเขายังอยู่ที่นั่นได้ครบสามปี พวกเขาจะได้รับสิทธิพิเศษของนักสู้ชั้นเหล็ก  สำหรับคนธรรมดาๆ แล้ว  การไปอยู่ที่นั่นได้นับว่าไม่เลวยกเว้นแต่พวกเขาต้องมีชีวิตอยู่ให้ได้เท่านั้น”

“นั่นก็จริง” บุรุษหัวเกรียนผงกศีรษะ “การสอบระดับเหล็กนั้นยากมาก หากไม่มีพลังเพียงพอ ได้ไปอยู่ที่นี่และได้รับสิทธิพิเศษของนักสู้ชั้นเหล็ก  แค่นี้ครอบครัวก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว”

“นั่นน่ะสิ...”ขณะที่เขาทั้งสองสนทนากันพื้นที่เบื้องล่างพวกเขาปรากฏให้เห็นเหมือนกับถ้ำรังผึ้งหนาแน่นจำนวนมากมองดูจนสุดสายตา

จบบทที่ ตอนที่ 58 ลุง

คัดลอกลิงก์แล้ว