เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 36 ยอมยกธง

ตอนที่ 36 ยอมยกธง

ตอนที่ 36 ยอมยกธง


เมื่อเข็มทั้งห้าเล่มหายไปในอากาศ  เสียงร้องด้วยความประหลาดใจดังออกมาจากแท่นผู้ชม

เป็นวิชาที่แปลกประหลาด

เมิ่งหวีและคนอื่นที่เห็นภาพนี้ประจักษ์ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยด้วยวิทยายุทธที่แปลกประหลาดอย่างนั้น ไม่เคยมีใครป้องกันได้

ตี๋หานเป็นคนกระดูกแข็งอยู่แล้ว

นี่คือเหตุผลแน่นอนที่การแข่งขันนี้ดึงดูดยอดฝีมือมากมายให้มาดู  ตี๋หานเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว  แต่เขามักทำงานตามลำพังเสมอ  ไม่มีใครรู้ว่าเขาแข็งแกร่งขนาดไหน  ตรงกันข้ามนักเรียนยอดฝีมือที่มีชื่อทั้งสามคือซือหม่าเซียงซาน,หานปิงหนิงและหวังเจิ้นเห็นบางอย่างในตัวถังเทียน การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการทดสอบที่ดีที่สุดของเขา

ไม่ว่าจะเป็นตี๋หานหรือถังเทียน พวกเขาทั้งสองเหมือนจะมีความลึกลับ  เมื่อทั้งสองที่เป็นผู้ลึกลับมาพบกันจึงเป็นธรรมดาที่จะดึงดูดคนอื่นๆ ให้มาดู

การจู่โจมของตี๋หานไม่ธรรมดา หลายคนคิด  ถ้าพวกเขาต้องสู้ด้วยจะเกิดอะไรขึ้น?   พวกเขาได้ข้อสรุปอย่างรวดเร็ว ถ้าพวกเขาพบคนที่มีวิทยายุทธแปลกแบบนั้นอย่างตี๋หานก็คงยากที่จะเอาชนะเขาได้

แล้วปฏิกิริยาของถังเทียนเป็นอย่างไร?

ทุกคนสงสัย

ถังเทียนถอยเหมือนฟ้าแล่บ หมัดของเขาเริ่มทยอยต่อยออกในระดับความเร็วที่น่าทึ่ง เงาหมัดแน่นขนัดเต็มพื้นที่ว่างข้างหน้าเขาเหมือนกับเป็นกำแพง

แคร้ง!

ประกายไฟแล่บออกขณะที่เข็มน้ำปะทะกำแพงหมัดและถูกขับกระเด็นทันที ถุงมือโลหะดำบนมือของถังเทียนเต็มไปด้วยพลังป้องกันที่โดดเด่น  เมื่อเข็มน้ำกระแทกใส่ถุงมือก็ไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้

ยังคงเป็นเพียงหมัดประกายไฟ!

ผู้ชมบนแท่นชมดูพากันประหลาดใจกันหมด แต่คิดในอีกแง่หนึ่ง แผนการสู้ของถังเทียนไม่นับว่าดีนัก ยังคงเป็นจริงเป็นจังอยู่ดี

มีเพียงหวังเจิ้นที่สีหน้าตื่นเต้นเล็กน้อย นัยน์ตาเขาเป็นประกายแหลมคม

หมัดประกายไฟที่สมบูรณ์เต็มร้อย

และในเวลานี้ ถังเทียนไม่ได้อยู่ในสภาวะคลั่งด้วยนี่แสดงว่าถังเทียนฝึกฝนวิชาหมัดประกายไฟจนอยู่ในระดับสมบูรณ์แบบ หวังเจิ้นรู้ดีว่ามันก้าวหน้าได้ยากเมื่อมีคนเชี่ยวชาญหมัดประกายไฟราวๆ 85%ความก้าวหน้าจำเป็นต้องใช้หยาดเหงื่อและความพยายามเป็นสองเท่า

เมื่อหวังเจิ้นฝึกหมัดประกายไฟได้สมบูรณ์ 87%เขาก็หยุดการฝึกไว้ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ก้าวหน้าอีกต่อไป แต่เป็นเพราะความก้าวหน้าทุกครั้งต้องใช้เวลามาก  แทนที่จะใช้เวลาฝึกหมัดประกายไฟคงจะดีกว่าที่จะใช้เวลาฝึกวิทยายุทธระดับสาม เพื่อที่ว่าพลังจะได้เพิ่มขึ้นเร็ว

มีหลายคนตัดสินใจอย่างเดียวกันนำระดับวิชาต่อสู้มาเพิ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ขณะที่ทำให้ความแตกต่างของพลังผู้ฝึกแตกต่างกันใหญ่หลวง นี่คงจะชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อระดับวิทยายุทธสูงขึ้น

ร้อยเปอร์เซ็นต์เชียวหรือ!

เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าถังเทียนสามารถฝึกหมัดประกายไฟจนอยู่ในระดับสมบูรณ์แบบ

ทั้งที่สายตาเบิกกว้าง หวังเจิ้นขยี้ตาดูเขาเป็นผู้มีชื่อเสียงทางหมัดประกายไฟและรู้สึกถึงมันได้ ครั้งแรกที่เขาเห็นถังเทียนใช้หมัดประกายไฟ  หวังเจิ้นตกใจมากแม้ว่าถังเทียนจะอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่ง

หมัดประกายไฟที่สมบูรณ์แบบ เป็นไปได้ยังไง?

หมัดของถังเทียนหายไปในกลางอากาศทันทีทันใดและปรากฏอีกครั้งโดยไม่มีร่องรอย และเมื่อหมัดปรากฏเสียงทึบของกำปั้นก็ระเบิดออกมาทันที

กำแพงหมัดประกายไฟ!

แข็งแกร่งและทรงพลัง

ไม่ได้ใช้พลังปราณเที่ยงแท้ และต้องพึ่งพาพลังกล้ามเนื้อแขนล้วนๆ และมีอัตราสำเร็จที่น่าทึ่ง  พื้นฐานของเขาแข็งแกร่งมาก

สิบสองหมัดในหนึ่งวินาที

ในเสี้ยววินาที  หวังเจิ้นสามารถคาดอัตราหมัดที่ถังเทียนปล่อยออกไปได้  หน้าของเขาเคร่งขรึม ขณะที่เขาไม่สามารถทำได้ในระดับที่น่าทึ่งอย่างนั้น

เมื่อถังเทียนวางแนวกำแพงหมัดประกายไฟ ไม่ใช่แต่เพียงสีหน้าของหวังเจิ้นเท่านั้นที่เคร่งเครียด  แม้แต่ถังเทียนก็เช่นกัน ยอดฝีมือคนไหนเล่าที่จะไม่จ้องมองหน้าเขา?   แม้ว่าจะใช้เทคนิควิทยายุทธพื้นฐานและวิทยายุทธระดับสองก็ยังสามารถใช้พลังของกล้ามเนื้อเข้าสู้และแม้แต่เทคนิควิทยายุทธระดับสูงก็สามารถไปเน้นที่การใช้พลังปราณเที่ยงแท้ก็ได้  ร่างกายมักเป็นส่วนหนึ่งพื้นฐานของวิชายุทธ  ซึ่งก็เป็นแหล่งของปราณเที่ยงแท้นั่นเอง

คุณสมบัติของร่างกายจะส่งผลต่อพลังเที่ยงแท้และวิชาต่อสู้

อิทธิพลดังกล่าวเกิดขึ้นทั่วร่างกายแต่ยังไม่ชัดเจนพอ และไม่ใช่ว่าจะไม่มีผู้ใดรู้  แต่เมื่อพวกเขาเทียบกับความมุ่งมั่นที่ต้องใช้ไป ส่วนใหญ่มักเลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์มากและเห็นผลได้เร็ว

อย่างไรก็ตาม รากฐานที่มั่นคง... ไม่สิ รากฐานที่สมบูรณ์แบบเช่นนั้น

นับเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นประจักษ์

นั่นทำให้ทุกคนตกตะลึงกันหมด ดังนั้นเหตุการณ์กลับกลายเป็นว่าคนผู้มีพื้นฐานแข็งแกร่งสามารถพึ่งพาพลังของกล้ามเนื้อเพื่อทำสิ่งที่น่าอัศจรรย์ออกหมัดสิบสองหมัดในหนึ่งวินาที ถ้าไปถึงสุดยอดของพื้นฐานนี้ พอถังเทียนใช้ปราณเที่ยงแท้อย่างนั้นเขาจะออกหมัดได้กี่หมัดในคราวเดียว?

มันเป็นเหมือนเข็มพิษที่ฝังรากลงในหัวใจพวกเขา  ตราบใดที่พวกเขายังคิดเช่นนี้ ก็คงไม่สลายหายไป

นับเป็นครั้งแรกที่มีความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของตี๋หาน

คู่ต่อสู้กำลังใช้วิทยายุทธระดับสองทำลายวิชาพิรุณโปรยปราย  ไม่มีอะไรน่าทึ่งเกี่ยวกับวิทยายุทธของเขา  มีแค่คำเดียวคือ รวดเร็ว

แต่เพราะคำว่า “รวดเร็ว” คำเดียว ตี๋หานถึงกับตกอยู่ใต้แรงกดดันหนักหน่วง

ไม่มีการใช้ลูกไม้ตื้นๆ ก็หมายความว่าเขามีพลังอย่างแน่นอน  หมายความว่าเขามีความแข็งแกร่งน่าประทับใจ  พลังเช่นนั้นอาจจะไม่ยืดหยุ่น  แต่เห็นได้ชัดว่ารับมือได้ยากและสามารถสร้างความกลัวให้กับคนอื่นได้

ตี๋หานมีประสบการณ์ต่อสู้มาโชกโชน มีศัตรูนับไม่ถ้วนที่เขาต่อสู้ด้วยและตายในเงื้อมมือเขา  แต่เขาเกลียดศัตรูแบบนี้

โธ่เว้ย!

ตี๋หานควบคุมเข็มน้ำทั้งห้าเล่มในอากาศคอยยักย้ายหลบเลี่ยงเหมือนอินทรีในท้องฟ้าตราบใดที่ถังเทียนผิดพลาดเพียงเล็กน้อย มันจะหายไปในอากาศทั้งหมด

ในช่วงเวลานั้น ปฏิกิริยาตอบสนองของถังเทียนไม่ได้ช้าแต่อย่างใด เขาสร้างกำแพงหมัดประกายไฟด้วยหมัดวินาทีละสิบสองหมัดจนเหมือนผนังทองแดง  และเข็มน้ำไม่มีโอกาสทำอะไรได้  กำแพงหมัดประกายไฟคลุมเต็มพื้นที่  ดูเหมือนถังเทียนจะไม่ธรรมดา แม้ผ่านไปสิบรอบก็ไม่มีท่าทีเหนื่อยล้าแต่ประการใด

ตี๋หานหยีตา นิ้วของเขาสั่นเพียงเล็กน้อย เข็มน้ำทั้งห้าเล่มก็กลับมาอยู่ข้างตัวเขาอย่างเงียบกริบ

เขาจ้องมองอย่างระมัดระวัง

กับบรรยากาศต่อสู้เช่นนี้ เริ่มจะขยายออกไป ตี๋หานรั้งพลังกลับมา ในพริบตาถังเทียนก็รู้สึกได้ถึงโอกาสบุก

ไม่มีการลังเลใจแม้แต่น้อย เขาวางเท้าขวาไปข้างหน้าอย่างมั่นคงโน้มตัวและพุ่งออกไป

ขาของถังเทียนแข็งแรงและทรงพลัง ไม่มีอะไรต้องสงสัยคุณสมบัติร่างกายที่เกือบสมบูรณ์แบบปลดปล่อยพลังได้มหาศาลทำให้ถังเทียนดูเหมือนเสือดาวปราดเปรียวและเขาก็รวดเร็วอย่างน่าทึ่ง

ตี๋หานลืมตาโพลง  ขยับนิ้วทั้งห้าเล็กน้อย  ปราณเที่ยงแท้พุ่งฝ่าอากาศไปเงียบๆ

เข็มน้ำทั้งห้าละลายอย่างนุ่มนวลขณะที่มันไหลไปตามร่องรอยปราณเที่ยงแท้และขยายออกไปโดยปริยาย

พริบตาเดียว ด้ายน้ำทั้งห้าสายบางเบาดุจเส้นผมก็สานกันเป็นแหได้สมบูรณ์แบบ

แหพิรุณ

ด้ายน้ำเหล่านี้บางเหมือนเส้นผม และคม, เหนียวเหมือนสายเปียโน ถ้าศัตรูใช้ศีรษะกระแทกใส่ก็อาจถูกตัดได้ทันที  ตี๋หานใช้สิ่งนี้ลอบสังหารยอดฝีมือระดับสูงมาก่อนน่าเสียดายที่ไม่ใช่วันฝนตก

ถังเทียนเพิ่งวิ่งออกไปได้รู้สึกถึงสังหรณ์อันตราย เขาย่ำฝีเท้าลงกับพื้นอย่างหนักและหยุดยั้งตัวเองไว้ได้

ถังเทียนสำรวจรอบตัว

หัวใจตี๋หานเต้นผาง เขาพบเจอได้อย่างไร?

นี่ชักจะน่ากลัวแล้ว

มีเจตนาลวงแฝงอยู่ในท่วงท่าถอยหนีของเขาก่อนนั้น  จากจุดนี้เห็นได้ว่าเขาเข้าใจถึงการใช้ปราณอย่างลึกซึ้ง  เขาถอยไปเพื่อเปิดโอกาสให้ถังเทียนบุก ตี๋หานเจ้าเล่ห์เมื่อต้องใช้กลยุทธต่อสู้ ว่ากันตามเหตุผลเมื่อคนผู้หนึ่งถูกข่มไว้เป็นเวลานานและมีโอกาสจะรุกโต้ตอบ พวกเขาจะไม่มีความลังเลใจเลย  เมื่อนักสู้ตกเป็นเบี้ยล่างก็จะทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นและพวกเขามักจะประมาทต่ออันตรายรอบตัว

แต่การตอบสนองของถังเทียนตอนแรกยังไม่เกินคาดหมายของตี๋หาน

แต่ถังเทียนหยุดยั้งตัวเองโดยไม่ลังเลใจและยอมเสียโอกาสรุกคืนสร้างความประหลาดใจให้ตี๋หาน

พลังแหพิรุณไม่อาจดูถูกกันได้ แต่ทันทีที่คู่ต่อสู้ลดความเร็วของตนเอง พลังของมันก็แทบเป็นศูนย์

เขาเป็นคู่ต่อกรที่สู้ได้ยาก

ตี๋หานเริ่มปวดหัว เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เขาพบคนอย่างถังเทียนที่แข็งแกร่งและดุดัน แต่ดูเหมือนจะไม่มีข้อบกพร่องอย่างเห็นได้ชัด  พื้นฐานของเขาแข็งแกร่งมากแต่เขาก็ยังมีสัญชาตญาณของสัตว์ร้าย ช่างน่ากลัวเสียจริง

ในโลกนี้ ยังมีคนพรรค์นี้อยู่ด้วยจริงๆ

ถ้าเขาต้องการจะซุ่มทำร้าย ตี๋หานต้องใช้ประโยชน์ของภูมิประเทศ, สภาพแวดล้อมรอบด้าน ฯลฯและคิดหาวิธีการ แต่ถ้าต้องสู้กับคู่ต่อสู้ที่ดุดันแบบนั้นในที่เปิดเผย นี่มันหาเรื่องซวยชัดๆ

แม้ว่าด้ายน้ำจะเป็นอาวุธที่ดี โปร่งใสและแทบจะสังเกตไม่ออก แต่เมื่อถังเทียนยับยั้งตัวเองได้และมองอย่างระมัดระวัง  เขาจะค้นพบความคงอยู่ของมันได้เร็ว

สีหน้าของถังเทียนเปลี่ยนไป ถ้าเขาวิ่งเข้าใส่แบบนี้ เขาคงตายแน่

ศัตรูเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก

ถังเทียนใจตกเล็กน้อย วิธีการของคู่ต่อสู้เหมือนกับพวกแมลงวัน เปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละครั้งต่างจากที่เขาคิดว่า เป็นครั้งแรกที่ถังเทียนพบศัตรูเช่นนี้

ใบหน้าของถังเทียนเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เขาค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้และจับตามองคู่ต่อสู้ของเขา  ตราบใดที่เขาเข้าใกล้ได้อีกนิดเขาจะโจมตีศัตรูอย่างดุดัน

ทันใดนั้น ตี๋หานยกมือข้างหนึ่ง “ฉันขอยอมแพ้”

เขายอมแพ้....

ถังเทียนตกตะลึง  จนถึงตอนนี้คู่ต่อสู้มักจะได้เปรียบกว่า ทำไมเขาถึงตัดสินใจยอมแพ้?

ผู้ชมบนแท่นคนดูพากันตกตะลึงที่เหตุการณ์กลับกลายกระทันหัน

บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบก่อนที่เสียงคำรามไม่พอใจจะระเบิดออกมา

“อะไรกันวะนี่!  ทำไมนายยอมแพ้เล่า?”

“ใช่แล้วตี๋หานมีพลังเหนือกว่าถังเทียนอย่างชัดเจน!  แต่ทำไมเขายอมแพ้เสียเล่า?”

“ความลับดำมืด!  ต้องมีความลับอยู่เป็นแน่”

……

หมิงกวงตกใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขา  เขาไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป  “ตี๋หานบ้าไปแล้วหรือ?  เขายอมแพ้ได้ยังไง?”

หวังเจิ้นยังมีสีหน้านิ่ง “อย่าเป็นศัตรูกับตี๋หาน  คนผู้นี้อันตรายมาก”

“อันตรายมากหรือ?”  หมิงกวงไม่เห็นด้วย“เขามีอันตรายอะไรมากนักหนา? เขาไม่มีความต้องการจะเอาชนะ คนอย่างเขายังจะทำอะไรได้?”

“เขาเป็นนักฆ่า” หวังเจิ้นพูดอย่างหวาดๆ “สำหรับนักฆ่าคนหนึ่งจะสู้ประลองแข่งขันนับเป็นเรื่องโง่ที่สุดตี๋หานต้องการชัยชนะ แต่เป็นไปไม่ได้แล้วอยู่แล้ว ตี๋หานก็สามารถเห็นได้เช่นกัน ฉันคาดว่าเขาไม่ต้องการเปิดเผยวิธีการของเขาทั้งหมด  ขณะที่หลายๆ อย่างไม่เป็นใจให้เขา เขาจึงถอนตัวโดยไม่ลังเลใจและไม่รู้สึกฝืนใจสักนิด  นักฆ่าอย่างนั้นนับว่าอันตรายมาก”

“เป็นไปไม่ได้ที่ตี๋หานจะคว้าชัยชนะได้หรือ?” หมิงกวงตกใจ “ทำไมฉันไม่เห็นอย่างนั้นเล่า? ตี๋หานมีวิธีการไม่สิ้นสุด”

“นี่คือความยิ่งใหญ่ของตี๋หาน นายไม่เห็นเอง ไม่เห็นทั้งถังเทียนด้วยแต่เขาสามารถคาดคำนวณว่าสถานการณ์ของเขาจะดำเนินไปยังไงดังนั้นเขาจึงตัดสินใจแน่วแน่โดยไม่มีความลังเล พิจารณาตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว ยอมแพ้ตอนนี้ดีที่สุด  ดีกว่าไปเข้าใจในท้ายที่สุด”เสียงของหวังเจิ้นเต็มไปด้วยความชื่นชม “ถ้าไม่ใช่เป็นการแข่งขัน  แต่เป็นการสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายผลสุดท้ายคงยากจะบอกได้”

“ฉันไม่เข้าใจ... ถังเทียนแข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวหรือ?”  หมิงกวงพึมพำตี๋หานมองดูถังเทียนอย่างมึนงง  ใจเขาค่อยผ่อนคลายขณะที่เขาไม่เคยคิดว่าเขาต้องมาเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่แข่งแกร่งขนาดนั้นตั้งแต่แรก  ดูเหมือนเขาต้องคิดหาทางอื่นต่อไป

จบบทที่ ตอนที่ 36 ยอมยกธง

คัดลอกลิงก์แล้ว