- หน้าแรก
- รวยขั้นเทพ ช้อนบิตคอย์นตั้งแต่เริ่ม
- รวยขั้นเทพ ช้อนบิตคอย์นตั้งแต่เริ่ม ตอนที่ 450 คำเชิญจากตระกูลซ่ง
รวยขั้นเทพ ช้อนบิตคอย์นตั้งแต่เริ่ม ตอนที่ 450 คำเชิญจากตระกูลซ่ง
รวยขั้นเทพ ช้อนบิตคอย์นตั้งแต่เริ่ม ตอนที่ 450 คำเชิญจากตระกูลซ่ง
รวยขั้นเทพ ช้อนบิตคอย์นตั้งแต่เริ่ม ตอนที่ 450 คำเชิญจากตระกูลซ่ง
“สามีคะ รายละเอียดว่าเป็นเรื่องอะไรฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันค่ะ เมื่อกี้คุณแม่โทรมาบอกฉันแบบนั้นเลยค่ะ”
“เดิมทีฉันก็อยากจะถามให้รู้เรื่องไปเลยว่าเป็นเรื่องอะไรกันแน่ แต่ท่านยืนกรานว่าจะรอคุยตอนที่พวกเราไปทานข้าวด้วยกันพรุ่งนี้ค่ะ”
เย่เฉินที่อยู่อีกฝั่งของสายโทรศัพท์ พอได้ยินซ่งเชี่ยนพูดมาถึงตรงนี้ เขาก็พอจะเดาออกแล้วว่าพ่อและแม่ของซ่งเชี่ยนมีจุดประสงค์อะไร
ในเมื่อตอนนี้พวกเขาไม่ได้มาเพราะเรื่องความรักส่วนตัวของซ่งเชี่ยน แล้วพ่อแม่ตระกูลซ่งยังขอพบหน้าอีก ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจแน่นอน โดยปกติแล้ว ก็มีแค่เหตุผลด้านนี้เท่านั้น
ประกอบกับตอนนี้พ่อหรือแม่ของซ่งเชี่ยนไม่ได้โทรมาพูดเรื่องนี้ด้วยตัวเอง แต่กลับฝากบอกผ่านซ่งเชี่ยน
พอคิดได้แบบนี้ เย่เฉินก็ยิ่งมั่นใจในเรื่องนี้มากขึ้นไปอีก
เพียงแต่ว่าในเวลาสั้น ๆ นี้ เขายังนึกไม่ออกว่าพ่อและแม่ของซ่งเชี่ยนนัดเจอเพราะเรื่องอะไรกันแน่?
อาจจะเป็นเรื่องที่บริษัทเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมเย่ซื่อกำลังจะเปิดตัว หรืออาจจะเป็นเรื่องสัญญาที่ดินที่ยังไม่ถูกพัฒนาบนถนนผู่ตงหยิงชุนที่เย่เฉินเพิ่งเซ็นสัญญาเสร็จ หรืออาจจะเป็นเรื่องธุรกิจอื่น ๆ ก็ได้
แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องด้านไหน พวกเขาต้องมีเรื่องไหว้วานแน่นอน
พอเย่เฉินคิดถึงตรงนี้ เขาก็ตอบกลับไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบังว่า “เชี่ยนเชี่ยน พ่อกับแม่ของคุณคงไม่ได้อยากจะมีความร่วมมืออะไรกับเย่ซื่อกรุ๊ปหรอกใช่ไหม?”
ถึงแม้เขาจะไม่ได้ระบุเจาะจงว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ผู้หญิงที่ฉลาดอย่างซ่งเชี่ยน ฟังปุ๊บก็รู้ความหมายทันที
และที่สำคัญกว่านั้นคือ เมื่อกี้ตอนที่แม่ของซ่งเชี่ยนโทรมาพูดแบบนั้น ในใจของเธอก็พอจะรู้สึกตะหงิด ๆ อยู่แล้ว เพียงแต่เมื่อกี้ตอนที่บอกเรื่องนี้กับเย่เฉิน เธอไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ เท่านั้นเอง
“สามีคะ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ฉันเดาว่าน่าจะเป็นอย่างที่คุณพูดนั่นแหละค่ะ! แต่เรื่องรายละเอียด ฉันไม่รู้จริง ๆ ค่ะ”
“ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวฉันจะลองเลียบเคียงถามดูอีกที ถามให้รู้ว่าเป็นเรื่องอะไรกันแน่ แล้วค่อยมาบอกคุณนะคะ”
“หรือไม่ก็ เดี๋ยวอีกสักพักฉันจะโทรกลับไปหาคุณแม่ แล้วบอกไปตรง ๆ เลยว่าช่วงนี้คุณยุ่งอยู่กับเรื่องเปิดบริษัทเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมเย่ซื่อ ไม่มีเวลาว่าง รอให้วันหลังมีเวลาว่างเมื่อไหร่ ค่อยเลี้ยงข้าวพวกท่านคืนแล้วกันค่ะ!”
ตอนนี้ เย่เฉินยังไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ ซ่งเชี่ยนก็พูดออกมาเป็นชุด ๆ ให้เขาฟังแล้ว
สำหรับข้อเสนอของซ่งเชี่ยน แน่นอนว่าเขาก็เก็บมาพิจารณาด้วย
แต่ว่า ในเมื่อตอนนี้พ่อแม่ตระกูลซ่งเป็นฝ่ายเอ่ยปากเรื่องนี้กับซ่งเชี่ยนเอง แล้วเย่เฉินจะปฏิเสธลงได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น ถอยออกมามองอีกมุมหนึ่ง ต่อให้พ่อแม่ตระกูลซ่งไม่ได้มาในฐานะนักธุรกิจเพื่อหารือเรื่องธุรกิจกับเขา แต่ทั้งสองท่านก็ยังเป็นว่าที่พ่อตาแม่ยายของเย่เฉินอยู่ดี
ถ้าเป็นแบบนี้ การที่เย่เฉินจะไปทานข้าวสังสรรค์กับพวกท่านบ้างนาน ๆ ครั้ง ก็ถือเป็นเรื่องที่สมควรทำและเป็นเรื่องปกติมาก
ดังนั้น หลังจากพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้อย่างรอบด้านแล้ว เย่เฉินก็ตอบกลับไปโดยตรงว่า “เชี่ยนเชี่ยน ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่นัดทานมื้อเย็นมื้อเดียวไม่ใช่เหรอ”
“ไหน ๆ พวกเราก็ไม่ได้รวมตัวกินข้าวกันดี ๆ มานานแล้ว พอดีคุณอาคุณน้าเอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมา งั้นพวกเราก็ถือโอกาสเวลานี้ของพรุ่งนี้มาสังสรรค์กันหน่อยเถอะ”
“สามีคะ พรุ่งนี้จะไปทานข้าวกันเลยเหรอคะ? แบบนี้จะไม่กระทบงานของคุณเหรอคะ?”
“อีกอย่าง ถ้าเกิดพ่อกับแม่ของฉันจะคุยเรื่องความร่วมมือจริง ๆ แล้วจะทำยังไงคะ?”
ในตอนที่ซ่งเชี่ยนพูดมาถึงตรงนี้ จู่ ๆ ประตูห้องทำงานของเธอก็ถูกเคาะ
เย่เฉินที่เดิมทีกำลังจะตอบคำถามของเธอ พอได้ยินเสียงเคาะประตู เขาก็หยุดรออย่างจงใจ
“สามีคะ รอสักครู่นะคะ” ขณะที่ซ่งเชี่ยนพูด เธอก็ลดโทรศัพท์ลง แล้วใช้อีกมือหนึ่งปิดที่ช่องรับเสียง
“เชิญเข้ามา!”
“ประธานซ่งคะ ขอโทษที่รบกวนค่ะ ทางนี้มีเอกสารด่วนที่ต้องให้คุณจัดการค่ะ” พนักงานที่เพิ่งเคาะประตูเข้ามา พอเข้ามาแล้วก็เดินตรงมาหาเธอทันที
ในขณะเดียวกัน เธอก็ยื่นแฟ้มเอกสารที่ถืออยู่ในมือให้กับซ่งเชี่ยน
ซ่งเชี่ยนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รับแฟ้มเอกสารมาจากมืออีกฝ่าย แล้วหลังจากกวาดสายตาดูอย่างรวดเร็ว ก็ยกโทรศัพท์กลับมาแนบหูอีกครั้ง
ถึงแม้เมื่อครู่ซ่งเชี่ยนจะจงใจเอามือปิดช่องรับเสียงไว้แล้ว แต่เย่เฉินที่อยู่อีกฝั่งของสายก็ยังคงได้ยินบทสนทนาทางฝั่งเธออยู่ดี
ดังนั้น ในตอนที่เธอเพิ่งจะยกโทรศัพท์กลับมาแนบหู และยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไร เย่เฉินก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
“เชี่ยนเชี่ยน คุณทำงานในมือของคุณไปก่อนเถอะ แล้วพอเสร็จงานแล้ว ก็บอกคุณอาคุณน้าด้วยว่าพรุ่งนี้เย็นผมว่าง”
“สามีคะ แบบนี้จะดีจริง ๆ เหรอคะ?”
“แน่นอนสิ วางใจเถอะ! ผมจัดการได้”
“เอาล่ะ เชี่ยนเชี่ยน ทางผมยังมีธุระรอให้ไปจัดการอยู่ คุณก็ทำงานไปก่อนนะ มีอะไรไว้รอผมกลับไปแล้วค่อยคุยกัน”
“ได้ค่ะสามี รับทราบค่ะ”
หลังจากเย่เฉินวางสาย ทางฝั่งเจียงเสี่ยวฉีก็ส่งตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอนของบ้านบรรพบุรุษตระกูลเจียงมาที่โทรศัพท์มือถือของเขาแล้ว
“พรุ่งนี้ฉันต้องดูให้ได้ว่า ตระกูลซ่งกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่?”
ในตอนนี้ ขณะที่เย่เฉินพึมพำกับตัวเอง เขาก็กดเปิดตำแหน่งที่ตั้งของบ้านบรรพบุรุษที่ส่งมาบนหน้าจอโทรศัพท์
จากนั้น เย่เฉินก็โอนระบบนำทางบนหน้าจอโทรศัพท์ไปยังหน้าจอของรถสปอร์ต
ต่อมา เขาก็เริ่มขับรถมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งที่ตั้งของบ้านบรรพบุรุษตระกูลเจียงตามคำแนะนำของระบบนำทาง
เดิมทีในตอนแรก เย่เฉินตั้งใจจะไปที่โรงงานเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ เพื่อดูอุปกรณ์กำจัดขยะที่เจียงชุ่ยหลานและคนงานผลิตออกมาโดยใช้เครื่องจักรความแม่นยำสูง
แต่เพราะโทรศัพท์สายนี้ของเจียงเสี่ยวฉี เขาจึงเปลี่ยนแผนเดิม
แต่ว่า ตอนนี้อุปกรณ์กำจัดขยะบางส่วนเหล่านั้นก็ได้ถูกผลิตออกมาแล้ว และวางอยู่ในโรงงาน เย่เฉินจะไปตรวจสอบและทดลองเมื่อไหร่ก็ได้
ทว่าทางฝั่งเจียงเสี่ยวฉีได้รับปากไว้แล้ว ก็ต้องไปรับกลับมาวันนี้เท่านั้น
ช่วยไม่ได้ เย่เฉินในตอนนี้จึงทำได้เพียงเปลี่ยนเส้นทาง
ถึงแม้ว่าความจริงแล้วเขาสามารถส่งคนอื่นไปรับเจียงเสี่ยวฉีกลับมาได้ แต่เขาก็ไม่ได้ทำแบบนั้น