- หน้าแรก
- รวยขั้นเทพ ช้อนบิตคอย์นตั้งแต่เริ่ม
- รวยขั้นเทพ ช้อนบิตคอย์นตั้งแต่เริ่ม ตอนที่ 365 เจตนาที่แท้จริงของเฉิงอีอี
รวยขั้นเทพ ช้อนบิตคอย์นตั้งแต่เริ่ม ตอนที่ 365 เจตนาที่แท้จริงของเฉิงอีอี
รวยขั้นเทพ ช้อนบิตคอย์นตั้งแต่เริ่ม ตอนที่ 365 เจตนาที่แท้จริงของเฉิงอีอี
รวยขั้นเทพ ช้อนบิตคอย์นตั้งแต่เริ่ม ตอนที่ 365 เจตนาที่แท้จริงของเฉิงอีอี
ในตอนที่คนเหล่านั้นเดินออกจากห้องรับรองแขกพิเศษ เย่เฉินก็เงยหน้าส่งสัญญาณให้ผู้จัดการที่ยังยืนอยู่ข้าง ๆ
พอผู้จัดการเห็นสัญญาณของเย่เฉิน เขาก็พยักหน้าอย่างสุภาพและนอบน้อม
จากนั้น ในวินาทีต่อมา ผู้จัดการโรงแรมคนนี้ก็ถอยออกจากห้องรับรองแขกพิเศษไป
ตอนนี้ภายในห้องรับรองแขกพิเศษ จึงเหลือเพียงเย่เฉินและเฉิงอีอีสองคนเท่านั้น
ในตอนนี้ ตำแหน่งที่เย่เฉินนั่งอยู่ มุมมองของเขาสามารถมองผ่านหน้าต่างกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน เห็นทิศทางของประตูโรงแรมหลินอีจวีได้อย่างพอดี
และในวินาทีที่ประตูห้องรับรองแขกพิเศษถูกปิดลงพร้อมกับเสียง “ปัง” สายตาของเย่เฉินและเฉิงอีอีที่นั่งอยู่ตรงข้าม ก็สบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ประธานเย่ รสชาติกาแฟของที่นี่ ก็ถือว่าใช้ได้เลยนะคะ” เฉิงอีอีพูดพลางยกถ้วยกาแฟตรงหน้าขึ้นมา
เย่เฉินยิ้มอย่างมีมารยาท แล้วยื่นมือขวาออกไปยกกาแฟที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมาเช่นกัน
“ดูท่าแล้วเฉิงอีอีคนนี้ ยังไม่ค่อยรีบร้อนเท่าไหร่เลยนะ” ขณะที่เย่เฉินกำลังละเลียดกาแฟในมือ ในใจก็อดที่จะรำพึงออกมาไม่ได้
ในสถานการณ์เช่นนี้ หากเป็นคนอื่น เกรงว่าคงจะอดใจรอไม่ไหว รีบเข้าประเด็นไปนานแล้ว
แต่ว่า ในใจของเย่เฉินก็รู้ดีอยู่แล้ว
ตอนนี้เฉิงอีอีดูภายนอกเหมือนกำลังละเลียดกาแฟ แต่ในใจของเธอ เกรงว่าคงจะเรียบเรียงคำพูดไว้พร้อมแล้ว กำลังคิดว่าอีกสักครู่จะคุยกับเขาอย่างไร
เจตนาที่ซ่อนเร้นนี้ เย่เฉินมองออกตั้งนานแล้ว
และหลังจากที่เย่เฉินจิบกาแฟไปหนึ่งอึก เขาก็วางถ้วยกาแฟในมือกลับลงไปยังตำแหน่งเดิมทันที
เฉิงอีอีที่นั่งอยู่ตรงข้าม พอเห็นภาพนี้ ก็ถือโอกาสวางถ้วยกาแฟในมือลงเช่นกัน
เมื่อถ้วยกาแฟกระทบกับจานรองเบา ๆ บรรยากาศภายในห้องรับรองแขกพิเศษก็พลันเงียบสงบลงในทันใด
ความรู้สึกเช่นนี้ดำเนินไปได้ไม่ถึงสามวินาที เย่เฉินก็เตรียมที่จะเป็นฝ่ายเปิดปากพูดอะไรบางอย่าง
ทว่า ในวินาทีที่เขายังไม่ทันได้เอ่ยปาก เฉิงอีอีก็ดูเหมือนจะทนไม่ไหวแล้ว
“ประธานเย่ ที่จริงแล้วฉันนัดคุณมา ไม่ใช่แค่เพื่อมาชิมกาแฟของโรงแรมนี้เท่านั้น”
“ฉันมีเรื่องธุรกิจเรื่องหนึ่ง อยากจะคุยกับคุณหน่อย ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากจะร่วมมือกับคุณสักครั้ง” หลังจากอ้อยอิ่งมาจนถึงตอนนี้ ในที่สุดเฉิงอีอีก็พูดถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของตัวเองออกมา
และในตอนที่เธอเอ่ยปากพูดถึงตรงนี้ เย่เฉินก็เข้าใจทั้งหมดแล้ว
สิ่งที่อยากจะพูด และสิ่งที่ยังไม่ได้พูดออกมา เย่เฉินเข้าใจทั้งหมด
เพียงแต่ในช่วงเวลาพิเศษเช่นนี้ เขากลับทำได้เพียงแกล้งทำเป็นไม่รู้ เหมือนกับว่าเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก
ดังนั้น หลังจากที่เฉิงอีอีพูดประโยคนั้นจบได้ไม่นาน เย่เฉินก็แสดงสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้งออกมา แล้วมองไปยังเธอ
เมื่อสายตาของคนทั้งสองสบกันอีกครั้ง บรรยากาศที่นี่ก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย
หลังจากที่เย่เฉินจงใจเงียบไปสองสามวินาที ในที่สุดเขาก็เอ่ยปากถามกลับไปว่า “ประธานเฉิง ระหว่างพวกเราจะมีการติดต่อทางธุรกิจกันได้อย่างไร คุณกำลังล้อผมเล่นอยู่ใช่ไหม”
ขณะที่เฉิงอีอีกำลังฟังเขาพูดประโยคนี้ เธอก็เอาขาที่ไขว่ห้างอยู่ออกโดยไม่รู้ตัว
“ประธานเย่ ตอนนี้ฉันกำลังพูดกับคุณอย่างจริงจังและจริงใจมาก จะเป็นการล้อเล่นได้อย่างไรคะ”
ในตอนนี้เฉิงอีอีไม่ได้ยิ้มแย้ม ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความจริงจัง
เย่เฉินที่นั่งอยู่อีกฝั่ง ย่อมรู้ดีว่าครั้งนี้เธอจริงจัง
และตอนนี้ เขาก็แค่พูดล้อเล่นไปประโยคหนึ่งเท่านั้น
“อย่างนั้นเหรอครับ แล้วประธานเฉิงมีธุรกิจด้านไหนจะมาคุยกับผมล่ะ ผมจะตั้งใจฟัง” เย่เฉินเลิกคิ้วขึ้น แล้วประสานนิ้วมือทั้งสิบวางไว้บนตัก
ตอนนี้ ในขณะที่เฉิงอีอียังไม่ได้เป็นฝ่ายเปิดปากพูดถึงเรื่องนี้ เย่เฉินก็ชักนำหัวข้อสนทนามาทางนี้อย่างเป็นธรรมชาติ และครั้งนี้ เธอก็ถือโอกาสพูดขึ้นมา
“ประธานเย่ ตอนนี้ในมือของฉันมีที่ดินผืนหนึ่งบนถนนผู่ตงหยิงชุนที่ยังไม่ถูกพัฒนา ไม่ทราบว่าคุณสนใจจะรับรู้รายละเอียดหน่อยไหมคะ” “ประธานเฉิง มีอะไรก็พูดมาให้หมดเลยดีกว่าครับ”
เห็นได้ชัดว่า เย่เฉินไม่ได้สนใจวิธีการโยนหินถามทางของเธอเท่าไหร่นัก
จุดที่สำคัญที่สุดก็คือ เขารู้เรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว ดังนั้นตอนนี้ถึงได้ดูเฉยเมยและเยือกเย็นเช่นนี้ หากเป็นตอนที่เย่เฉินได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก สีหน้าของเขาคงจะไม่สงบนิ่งได้ขนาดนี้แน่นอน
และแล้ว หลังจากที่เย่เฉินตอบกลับเธออย่างเย็นชาไปหนึ่งประโยค เฉิงอีอีก็ทำตามที่เขาพูด แล้วพูดต่อไปว่า “ประธานเย่ ดูออกเลยว่าคุณก็เป็นคนตรงไปตรงมา ฉันก็จะไม่พูดอ้อมค้อมกับคุณที่นี่แล้ว”
“ตอนนี้เรื่องที่ดินที่ยังไม่ถูกพัฒนาบนถนนผู่ตงหยิงชุน ฉันอยากจะดึงคุณมาร่วมหุ้นด้วย ขอแค่คุณลงทุนในที่ดินผืนนี้เพิ่มอีกหนึ่งหมื่นล้าน”
“ในอนาคต พอที่ดินผืนนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาแล้ว ฉันรับประกันว่าคุณจะได้กำไรสุทธิสองหมื่นล้าน” เฉิงอีอีพูดถึงตรงนี้ ก็ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางขึ้นมาตรงหน้าเขาทันที
หมื่นล้านเหรอ
เย่เฉินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พอได้ยินผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับ ก็เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา
แต่ว่า ในสถานการณ์ที่จริงจังเช่นนี้ เขาก็ยังพยายามอดกลั้นเอาไว้สุดความสามารถ
ที่จริงแล้ว สาเหตุหลักคือเย่เฉินรู้ว่า หากได้ครอบครองที่ดินที่ยังไม่ถูกพัฒนาผืนนี้ไว้คนเดียว กำไรที่จะได้รับในอนาคต จะมีมากกว่าแค่สองหมื่นล้านหยวนเล็กน้อยนี้เสียอีก
และตอนนี้ ที่เฉิงอีอีจู่ ๆ ก็อยากจะดึงเย่เฉินมาร่วมหุ้นด้วย ถ้าอย่างนั้นสายป่านเงินทุนในบริษัทของเธอคงจะเกิดปัญหาขึ้นแล้วอย่างแน่นอน
หากไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้ แล้วเธอจะใจกว้างยอมแบ่งผลประโยชน์ให้เย่เฉินได้อย่างไร
“ที่แท้ที่เฉิงอีอีรีบร้อนขนาดนี้ ก็เพราะเหล่าหลิวไปแตะต้องสายป่านเงินทุนของเธอนี่เอง”
เดิมทีเย่เฉินยังสงสัยอยู่ว่า ทางฝั่งเหล่าหลิวไปทำอะไรเข้า ถึงได้บีบให้เฉิงอีอีรีบร้อนได้ขนาดนี้
ตอนนี้ดูเหมือนว่า จะเป็นไปตามที่เย่เฉินคาดเดาไว้จริง ๆ
ในตอนนี้ เย่เฉินก็คลายมือที่ประสานกันอยู่ออก
จากนั้น เขาก็วางมือขวาลงบนเก้าอี้ แล้วค่อย ๆ ยกนิ้วชี้ขึ้นมาเคาะที่ผิวเก้าอี้เบา ๆ ทีละครั้ง