เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอน 26 - เปิดร้านใหม่ (2)

ตอน 26 - เปิดร้านใหม่ (2)

ตอน 26 - เปิดร้านใหม่ (2)


3/3

ตอน 26 - เปิดร้านใหม่ (2)

“ไมรู้สิ ... เป็นการตัดสินใจจากทางสำนักงานใหญ่ พวกเขาแต่งตั้งผู้จัดการร้านคนใหม่มาแทนฉัน” เฉินยี่กำตะเกียบแน่นโดยไม่รู้ตัว พยายามข่มความโกรธและความไม่ยินยอมพร้อมใจของเธอ

“หืม ... ที่แท้ก็เป็นแบบนี้” เจียงหลินยิ้มและพูดว่า “ว่าแต่คุณยังอยากเป็นผู้จัดการร้านอยู่ไหม?”

“เอ๋?” เฉินยี่ไม่เข้าใจเจตนาของเจียงหลินว่าทำไมถึงพูดแบบนั้น

“ที่นั่นไม่ต้องการผู้จัดการร้าน แต่ที่นี่ต้องการ!” เจียงหลินกระพริบตา “คุณรู้จักร้านหยกที่อยู่ติดกันใช่ไหม ที่ตั้งและขนาดไม่แย่ไปกว่าร้านทองเลย และมันจะตกแต่งใหม่เสร็จในวันนี้”

เจียงหลินหยิบใบรับรองการตรวจสอบการตกแต่งออกมาจากกระเป๋าของเธอ “นั่นคือทรัพย์สินของฉัน พนักงานร้านพร้อม ผู้ประเมินพร้อม ตอนนี้ยังขาดแค่ผู้จัดการ”

เจียงหลินยังขาดทักษะในการจัดวางสินค้า หากได้รับคนที่มีประสบการณ์และมีความสามารถ ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

แล้วอีกอย่าง ที่ซื้อร้านหยกได้ ตั้งแต่ต้นต้องขอบคุณเฉินยี่ที่แนะนำ

ด้านเฉินยี่ ปกติแล้วเธอมักสงบและเก็บอาการอยู่เสมอ แต่เวลานี้เธออ้าปากกว้าง นึกไม่ถึงว่าร้านหยกที่แนะนำไปในตอนแรก มารู้อีกทีเจียงหลินได้ซื้อมันซะแล้ว

“เรื่องนี้ ... ฉันขอเก็บไปคิดดูก่อนจะได้ไหม?” เฉินยี่ยังคงลังเล

“ได้อยู่แล้ว”เจียงหลินตอบอย่างตรงไปตรงมา

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ทั้งสองแลกเปลี่ยนเบอร์ติดต่อกัน

เจียงหลินไปที่ร้านหยกเพื่อตรวจสอบและเซ็นรับผลการตกแต่ง พวกเขาทำงานช้าแต่ดี เจียงหลินพอใจกับผลการตกแต่งร้านใหม่มาก

การตกแต่งภายในของร้านดูหรูหราและเก๋ไก๋ เนื่องจากเจียงหลินต้องการสร้างร้านขายเครื่องประดับทุกประเภท เลยมีการเปลี่ยนสไตล์แบ่งเป็นโซนต่างๆ

ครึ่งหนึ่งสีขาวสว่างเด่น สไตล์คลาสสิกและละเอียดอ่อน บวกกับหน้าต่างกระจกใส ช่วยให้ดูโปร่งใสช่วยให้โดดเด่นมากขึ้น

ส่วนอีกครึ่งของร้านเป็นโครงสร้างไม้ที่ค่อนข้างเอนเอียงไปทางร้านขายหยกที่พบได้ทั่วไป สามารถนำหินหยกมาวางไว้ในอนาคต นอกจากนี้ยังมีชั้นวางจัดแสดงของโบราณอีกด้วย

ต้องขอชมฝีมือช่างตกแต่งที่สามารถปรับปรุงร้านแบบสองสไตล์ได้อย่างลงตัว

เจียงหลินถอนหายใจ เงินที่จ่ายไปไม่เสียเปล่า จ่ายแพงก็ได้คุณภาพที่ดีตามมา

สไตล์การตกแต่งที่ไม่เหมือนใครนี้ ทั้งหมดสะท้อนถึงฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์และสุนทรียภาพอันยอดเยี่ยมของนักออกแบบ

เจียงหลินจ่ายเงินงวดสุดท้ายให้กับบริษัทตกแต่งด้วยความพึงพอใจ สมแล้วที่เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงที่สุดในบรรดาบริษัทตกแต่งในบริเวณใกล้เคียง

ต่อมา เจียงหลินไม่รีบเร่งที่จะเปิดร้าน เธอตั้งใจระบายกลิ่นสีและเศษฝุ่นที่หลงเหลือจากการตกแต่งซักสองสามวัน และป้อนสินค้าเข้าร้านเสียก่อน

อย่างไรก็ตาม ระหว่างระบายอากาศ เจียงหลินไม่ได้อยู่เฉยเช่นกัน เธอมอบหยกและเครื่องประดับให้หลิวซิงเย่ หลังจากทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแล้ว จะได้นำไปศูนย์ประเมินราคาเพื่อตรวจสอบและออกใบรับรอง

ขณะกำลังทำความสะอาดร้าน เจียงหลินเห็นเฉินยี่ยืนอยู่หน้าร้านข้างๆ ดูเหมือนว่าวันนี้เป็นวันที่เธอต้องออกจากงานร้านทอง

เจียงหลินหันไปถามหลิวซิงเย่ “คุณรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้จัดการร้านข้างๆ?”

หลิวซิงเย่กล่าวขณะติดป้ายราคา “ได้ยินมาว่าสำนักงานใหญ่ของร้านค้าทองในปักกิ่งได้ส่งลูกหลานของเขาที่ขับรถปอร์เช่มาประจำการแทน ความจริงพูดจัดการร้านคนเดิมก็ทำงานดีนะ แต่ก็ถูกบีบให้ออกไป”

....

ในคืนเดียวกัน เจียงหลินได้รับโทรศัพท์จากเฉินยี่

เฉินยี่บอกเจียงหลินว่าเธอออกจากงานแล้ว ผู้จัดการร้านคนใหม่ไม่เพียงแย่งตำแหน่งเธอ แต่กระทั่งงานตำแหน่งพนักงานขายก็ไม่ยอมให้เธอทำ

เจียงหลินปลอบโยนเธอสองสามคำ และบอกให้เธอเริ่มมาทำงานที่ร้านหยกในวันพรุ่งนี้

วันถัดมา

เจียงหลินไปที่ร้านในตอนเช้า และพบว่าหลิวซิงเย่มาถึงแล้ว เธอบอกเขาว่าหาผู้จัดการร้านได้แล้วนะ เป็นเฉินยี่จากร้านข้างๆ

ได้ยินแบบนั้น หลิวซิงเย่อดร้องชมไม่ได้ “เฉินยี่! สาวน้อยคนนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นผู้จัดการร้าน เธอสามารถบริหารจัดการทุกอย่างในร้านได้อย่างเป็นระบบ ฉันไม่ขอโกหก ตอนแรกที่เปิดร้านฉันก็อยากจะจ้างเธอมาเป็นผู้จัดการเหมือนกัน แต่เสียดายที่เงินไม่พอ สุดท้ายโดนบริษัทใหญ่ดึงตัวไป”

“บริษัทใหญ่ก็จริง ...” เจียงหลินพยักหน้า “แต่ดูเหมือนใจของพวกเขาจะไม่ได้ใหญ่ตาม”

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉินยี่มาถึงตามเวลานัด เจียงหลินเซ็นสัญญากับเธอ เงินเดือนและสวัสดิการจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากค่าจ้างของร้านทองข้างๆ และไม่ช้า พนักงานของร้านก็ทยอยกันมา

ทั้งหมดยืนเรียงแถวกัน

เจียงหลินมองพนักงานชุดเดิม จู่ๆก็เกิดรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา

เจียงหลินจ่ายเงินเดือนที่ค้างชำระก่อนหน้านี้แก่ทุกคน พวกเขาเหมือนได้รับอั่งเปาก้อนใหญ่ก่อนเริ่มงาน

มะรืนก็จะเป็นวันเปิดร้านแล้ว พิธีเปิดร้านเตรียมพร้อม พรมแดงและกระเช้าดอกไม้ก็ไม่น้อยหน้า นอกจากนี้ยังมีป้ายขนาดใหญ่ที่ถูกยกขึ้นด้วยลูกโป่งอัดอากาศแขวนอยู่บนซุ้มประตู

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเจียงหลินขาดประสบการณ์ในการเปิดร้านค้าขนาดใหญ่จึงลืมวางแผนกิจกรรมเปิดตัว เฉินยี่ได้รับความท้าทายแรก เธอเข้ามาช่วยเริ่มวางเปิดงาน จัดโปรโมชั่น ทำโปสเตอร์ตามธีมภายในร้าน แจกใบปลิวแผ่นพับที่ระบุสถานที่สำหรับการเปิดทำการในวันพรุ่งนี้

ดูจากความเชี่ยวชาญของเฉินยี่ในการติดต่อพิธีกรงาน และกิจกรรมร้องรำทำเพลง ถึงตอนนี้เจียงหลินค่อยเข้าใจว่าหลิวซิงเย่พูดถูก

ไม่ว่าจะเพราะอะไร เจียงหลินได้พบขุมทรัพย์เข้าแล้ว แต่ขณะเดียวกัน ก็ได้แต่ทอดถอนหายใจ ที่ร้านข้างๆทอดทิ้งขุมทรัพย์เช่นนี้ไป

เฉินยี่ทำทุกอย่างอย่างเป็นระเบียบ และไม่มีอะไรผิดพลาด เจียงหลินเลยปล่อยให้เธอจัดการทุกอย่าง

ยังไงซะเฉินยี่ก็มีประสบการณ์มากมายในฐานะผู้จัดการร้านขายเครื่องประดับ สามารถจัดวางสิ่งของเล็กใหญ่อย่างชำนาญ

เจียงหลินมีความสุขที่ได้เป็นเจ้าของร้าน บวกกับได้ผู้จัดการร้านที่มีความสามารถมาช่วยงาน ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีก

เจียงหลินเพลิดเพลินไปกับการดื่มชาขณะที่ฟังหลิวซิงเย่อธิบายเกี่ยวกับร้านหยก

....

วันนี้เป็นวันทำงาน ช่วงบ่ายจึงเงียบสงบ ไม่มีลูกค้าในร้าน

เนื่องจากร้านเพิ่งเปิดใหม่ เจียงหลินจึงมาเฝ้าร้านด้วยตัวเอง ตอนนี้เธอกำลังเรียนรู้ศาสตร์หินหยกกับหลิวซิงเย่

แต่ในตอนนั้นเอง ประตูกระจกเปิดออก แขกที่คาดไม่ถึงเดินเข้ามา

ผู้มาเยือนสวมชุดแบรนด์หรูทัง้ตัว หลังจากเข้ามา เขากวาดมองเฉินยี่ด้วยดวงตาแข็งกร้าว เอ่ยถามเสียงดัง “ใครเป็นเจ้าของร้านนี้!”

“ฉันเอง ไม่ทราบว่ามีธุระอะไร?” เจียงหลินที่กำลังงัวเงีย เมื่อได้ยินเสียงก็ตื่นตัวทันที เกือบเผลอเรียกท่อนเหล็กจากพื้นที่มิติออกมา

แต่ก็ฉุกคิดได้ทันว่าตอนนี้เธออยู่ในยุคที่สงบสุข มิใช่วันสิ้นโลก

“ออกไปคุยกันข้างนอกเดี๋ยวนี้!” ชายคนนั้นดูเหมือนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่งการโดยไม่รู้ตัว

“ต้องการอะไรก็พูดมาได้เลยไม่ต้องอาย” เจียงหลินเห็นว่าผู้มาเยือนดูไม่ค่อยดี จึงไม่คิดพูดไร้สาระกับเขา

“คุณเลิกจ้างเธอซะ แล้วฉันจะถือว่าแล้วกันไป” ชายคนนั้นชี้ไปที่เฉินยี่

“อ๋อ ฉันรู้แล้ว นายคงเป็นลูกหลานคนรวยที่ขับปอร์เช่ใช่ไหม?” เจียงหลินยิ้ม แต่คำพูดของเธอมันไม่สุภาพเอาซะเลย “นายเป็นใครมาสั่งให้ฉันเลิกจ้างผู้จัดการร้านตัวเอง?”

เห็นอีกฝ่ายปฏิเสธ ชายคนนั้นโกรธขึ้นมาเล็กน้อย “นี่คุณ ... รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?”

“ฉันต้องสนด้วยหรอว่านายเป็นใคร?” เจียงหลินยักไหล่

“ได้! ฟังให้ดี! ฉันหลงเฟย! ลูกชายคนเดียวของหลงซินประธานบริษัทหลงจิวเวอรี่! และถ้ายังไม่ทำตามที่พูด ฉันจะแจ้งทางสำนักงานใหญ่ของหลงจิงเวอรี่ ตัดช่องทางจัดหาสินค้าทั้งหมดของคุณ! รอดูได้เลย!”

ทันทีที่คำนี้เปล่งออกมา กระทั่งสีหน้าของหลิวซิงเย่ก็เปลี่ยนไป เขาอยู่ในตลาดเครื่องประดับมาหลายปี ดังนั้นย่อมรู้จักหลงจิวเวอรี่ แค่คิดไม่ถึงว่าผู้จัดการคนใหม่ของร้านทองข้างๆจะเป็นทายาทสายตรงของหลงจิวเวอรี่!

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงมาแทนเฉินยี่ได้ ที่แท้นี่เป็นความตั้งใจของทางตระกูลให้เขามาสั่งสมประสบการณ์ระดับรากหญ้าสักสองสามปีก่อนเข้าไปรับช่วงต่อธุรกิจ!

เฉินยี่อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ชะงักไป เธอรู้ว่าผู้จัดการคนใหม่มีภูมิหลังไม่ธรรมดา แต่ไม่นึกว่าจะเป็นถึงลูกชายเจ้าของหลงจิวเวอรี่

ในขณะที่เธอกำลังจะออกปากลาออกด้วยตัวเอง เจียงหลินได้พูดขึ้น

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉันกลัวตายล่ะ!”

จบบทที่ ตอน 26 - เปิดร้านใหม่ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว