เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 - กลิ่นอายของความมั่งคั่ง

ตอนที่ 12 - กลิ่นอายของความมั่งคั่ง

ตอนที่ 12 - กลิ่นอายของความมั่งคั่ง


1/3

ตอนที่ 12 -  กลิ่นอายของความมั่งคั่ง

ในที่สุด คิ้วที่ขมวดมุ่นของชายหนุ่มคลายลง หนังศีรษะด้านชา คุกเข่ายอมแพ้  “พี่สาว ฉันมีตาแต่ไม่เห็นไท่ซาน พี่สาวใจกว้าง ที่ผ่านมาขอให้ถือว่าน้องชายแค่ผายลม  ปล่อยฉันไปเถอะ”

“เมื่อกี้ใครนะบอกว่าฉันจน สมองเพี้ยน?” เจียงหลินต่อความยาวสาวความยืด

ชายหนุ่มตบหน้าอกตัวเอง พร้อมพูดว่า “เป็นฉันเอง! ฉันนี่แหละที่ไม่มีเงินจนสมองเพี้ยน ฉันมันก็แค่คนฝันกลางวัน!” ว่าจบชายหนุ่มเริ่มอ้อนวอน “ได้โปรดยกโทษให้กับความผิดพลาดของฉัน ให้โอกาสน้องชายคนนี้เปลี่ยนชีวิตสักครั้งเถอะ”

“ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าใครเป็นใหญ่?” เจียงหลินปัดหน้าจอมือถือ “ที่แล้วมาให้แล้วไปเถอะ รีบโอนกรรมสิทธิ์กันซักที!”

ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ไม่รู้ว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างไรมาก่อน แต่เขารู้ว่าธุรกรรมครั้งนี้ตนต้องได้ค่านายหน้า ดังนั้นไม่รอช้า

เมื่อขั้นตอนต่างๆเสร็จสิ้น เจียงหลินจ่ายเงินงวดสุดท้ายที่เหลือ ทั้งสามแยกย้ายกันไป

เจียงหลินถือใบรับรองคุณสมบัติไว้ในมือ ยืนอยู่หน้าร้านขายของชำเล็กๆของตัวเอง

ท่ามกลางเมืองที่วุ่นวาย ในที่สุดเธอก็มีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง

ชั้นแรกยังว่างอยู่ แต่เมื่อมองไปกลับให้ความรู้สึกต่างจากเดิม ต่อจากนี้มันไม่ใช่แค่บ้านเช่าอีกต่อไป

แต่เป็นบ้านของเธอเอง!

เจียงหลินนอนลงบนเตียง ตรวจสอบข้อความธนาคารในมือถือด้วยอาการเหม่อลอย เมื่อหักค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคกับที่ต้องจ่ายทั้งหมดแล้ว เวลานี้เธอกระเป๋าแห้งมาก เหลือเงินแค่ 10,000 หยวนเท่านั้น ไม่ใช่สาวร่ำรวยที่มีเงินฝากสามล้านหยวนอีกต่อไป

หญิงสาวอดทอดถอนหายใจไม่ได้ “กลายเป็นสาวน้อยตกอับอีกแล้วสิฉัน”

แน่นอน เจียงหลินไม่คิดนอนคร่ำครวญอยู่อย่างนี้ตลอดไป แม้เงินจะขาดมือ แต่เธอยังมีบ้าน!

อย่างน้อยตอนนี้ก็มีที่ซุกหัวนอนเป็นของตัวเอง

เจียงหลินคิดทบทวนอย่างจริงจัง เงินที่เหลือ 10,000 หยวนนี้ เธอไม่กล้าใช้จ่ายอย่างประมาท ควักออกมา 1,000 หยวนไปซื้อสินค้าเพิ่ม เติมที่ว่างในพื้นที่มิติที่หายไปจากการเปิดแผงลอยครั้งก่อน

แต่เมื่อคิดถึงเรื่องที่ว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ทองคำหรือเงินในย่านการค้าฐานเมืองหลินให้ซื้ออีกแล้ว มันก็ทำให้เธอรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

แล้วแบบนี้เธอจะไปหาของล้ำค่ามาขายได้จากที่ไหนอีก?

เพียงแต่ในตอนนั้นเอง ประโยคที่โฮ่วเต๋อพูดผ่านๆในตอนที่เขาแนะนำฐานให้เจียงหลินก็ลอยเข้ามาในหัวเธอ

ยังมีที่อื่นที่สามารถหาทองได้!

โฮ่วเต๋อพูดถึงเรื่องนี้ตอนเขาคุยกับเจียงหลิน ว่ากลางฐานเมืองหลินมีห้างสรรพสินค้าตั้งอยู่ ว่ากันว่าข้าวของภายในครบครัน น่าเสียดายที่โฮ่วเต๋อมีแกนคริสตัลไม่พอ เลยไม่สามารถเข้าไปจับจ่ายข้างในห้างได้

คำว่าสินค้าครบครัน นั่นหมายความว่าต้องมีเครื่องประดับเงิน ประดับทองขายด้วยถูกไหม? และอาจมีกระทั่งอัญมณี!

เมื่อพูดถึงอัญมณี เจียงหลินจำได้ว่าเธอเพิ่งขายเพชรไปได้ตั้ง 400,000 หยวน ถ้ารวบรวมมาเพิ่ม คงขายได้ราคาดี

ช่วงเวลานัดหมายกับมู่เย่ชิงจะมาถึงในไม่ช้า ดังนั้นเธอตัดสินใจว่าจะกลับไปมิติวันสิ้นโลกในวันพรุ่งนี้

...

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากเก็บสินค้าราคา 1,000 หยวนเข้าไปในพื้นที่มิติ หญิงสาวก็ก้าวเข้าสู่มิติวันสิ้นโลกอีกครั้ง

ที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าหาไม่ยาก มันเป็นอาคารหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ในฐานเมืองหลิน

เจียงหลินเดินไปตามถนนลาดยาง ใช้เวลาไม่นานก็เริ่มเห็นโครงสร้างอาคารของห้างสรรพสินค้า

ห้างสรรพสินค้าตั้งอยู่เยื้องไปทางซ้ายเล็กน้อยจากใจกลางฐาน สภาพของมันแทบไม่ต่างอะไรกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ก่อนวันสิ้นโลก บอกตามตรงว่าเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าห้างๆนี้ถูกสร้างก่อนหรือหลังวันสิ้นโลก

แม้ห้างสรรพสินค้าจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่การสัญจรบนทางเท้าไม่เยอะเท่าโซนย่านการค้า อย่างไรก็ตาม ทุกคนที่เข้าออกในห้างนี้ล้วนแต่งสะอาดสะอ้าน มีหลายคนแค่มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นผู้ใช้พลัง

เดินผ่านประตูกระจก เจียงหลินเห็นแผนที่แนะนำร้านค้าแบบเดียวกับก่อนวันสิ้นโลก เธอกวาดสายตาหาร้านรับซื้อของอย่างรวดเร็ว ตั้งใจว่าจะขายพวกมันซักครึ่งหนึ่งในพื้นที่มิติ

อย่างไรก็ตาม หญิงสาวย่อมไม่ลืมมองหาตำแหน่งที่ตั้งของร้านขายผลิตภัณฑ์เงิน ทอง และเครื่องประดับ

เริ่มจากเดินเข้าไปในร้านรับซื้อ เจียงหลินพบว่ามีพนักงานร้านแค่ไม่กี่คน พวกเขานั่งอยู่เบื้องหลังหน้าต่างคนละบาน ทำหน้าที่รับลูกค้าที่มาขายของ

ตอนแรกผู้รับซื้อกำลังนั่งอย่างเบื่อหน่าย ในใจคิดว่าไม่มีทีมผู้ใช้พลังเก่งๆออกปฏิบัติภารกิจเลยหรือไร แต่เมื่อเจอเจียงหลิน และเห็นของที่เธอนำออกมาขาย ความคิดดังกล่าวก็หายวับไป

ผู้รับซื้อทำงานในห้าง ดังนั้นลูกค้าส่วนใหญ่ของพวกเขาคือผู้ใช้พลัง เรียกได้ว่าพอมีประสบการณ์อยู่บ้าง แต่สินค้าของจำนวนมหาศาลของเจียงหลิน มันเหมือนเขาได้เปิดหูเปิดตาใหม่อีกครั้ง

เครื่องคิดเลขเริ่มส่งเสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังไม่หยุด

และของที่เจียงหลินนำมาขาย มันได้ดึงดูดความสนใจจากคนบางคนที่นำสินค้ามาขายบ้างแล้วเช่นกัน พวกเขายืดคอมองอยู่นาน กระซิบกับสหายที่อยู่ข้างๆว่า “มีเสบียงเยอะมาก! เธอเป็นผู้ใช้พลังของทีมไหนกัน?”

“ไม่รู้เหมือนกัน ฉันจำหน้าผู้ใช้พลังในทีมเก่งๆได้ทั้งหมด แต่ไม่มีใครหน้าตาเหมือนเธอเลย” สหายเขากระซิบตอบ

“แต่เดี๋ยว เมื่อกี้เธอใช้พลังมิติใช่รึเปล่า? ไม่ได้การแล้ว ต้องไปบอกเจ้านาย ... !”

ชายคนแรกเอ่ยด้วยน้ำเสียงวิตกกังวล แต่ถูกเพื่อนเขาขวางไว้ “ชู่ว์ อย่ากระโตกกระตากไป ค่อยกลับไปรายงานเจ้านายทีหลัง”

ไม่นาน ทั้งสองก็เดินจากไปอย่างเงียบๆ

หลังจากเห็นว่าทั้งคู่ไปแล้ว เจียงหลินชำเลืองตามทิศทางที่พวกเขาจากไป มุมปากยกโค้งขึ้นเล็กน้อย

หลังตกลงราคากับผู้รับซื้อ เจียงหลินก็เจอสิ่งที่เธอต้องการบนชั้นสามของห้างสรรพสินค้า มันคือร้านที่รวบรวมสิ่งของฟุ่มเฟือยก่อนวันสิ้นโลก

แม้ว่าร้านจะไม่ใหญ่โต แต่วิธีการจัดวางมีเอกลักษณ์มาก และในร้านยังมีจอภาพ ฝั่งหนึ่งเป็นจอแสดงของตกแต่งแบบจีนโบราณดั้งเดิม อีกฝั่งหนึ่งเป็นของตกแต่งแบบยุโรป

ท่ามกลางแสงไฟ มันราวกลับเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม

แต่หลังจากเจียงหลินตรวจสอบอย่างรอบคอบ เธอก็พบว่าประวัติทางยุคสมัยของโลกนี้กับโลกของเธอคล้ายกัน เพียงแต่ว่าราชวงศ์ไม่เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม เจียงหลินไม่กล้าขอซื้อสินค้าของเก่าเหล่านั้น เพราะสุดท้ายแล้วมันคือเครื่องยืนยันทางประวัติศาสตร์ ต่อให้เป็นของเก่าจริง แต่หากไม่มีอยู่ในประวัติศาสตร์โลกของเธอ มันก็ไม่สามารถนำออกไปขายได้

เจียงหลินละทิ้งความคิดเรื่องนำของโบราณกลับไปขาย

เธอหันมาสนใจแหวนแต่งงานของดารานักแสดงชายหญิงที่ได้รับรางวัลภาพยนตร์ระดับชาติก่อนที่วันสิ้นโลกจะมาถึงแทน

เนื่องจากมีแฟนคลับเป็นจำนวนมาก แหวนแต่งงานวงนี้จึงยังถูกเก็บรักษาไว้แม้อยู่ในวันสิ้นโลก

เจ้าของร้านหวังว่าจะได้เจอแฟนคลับพวกเขา แล้วขายได้ราคาดี

แหวนเพชรนี้มีกระทั่งใบรับรอง และยิงเลเซอร์ระบุตัวเลขไว้ชัดเจน

เห็นเจียงหลินหยุดมองเพชร เจ้าของร้านก็เข้ามาแนะนำ เริ่มพูดถึงคือความสัมพันธ์ระหว่างดารานักแสดงเจ้าของเพชร

เจียงหลินไม่สนใจเรื่องนี้

เจ้าของร้านพูดอยู่นานไม่ยอมจบซักที จนเจียงหลินเริ่มง่วง สุดท้ายทนไม่ไหวต้องเอ่ยแทรก “คุณช่วยแนะนำพวกลักษณะของเพชรนี้ให้ฉันแทนจะได้ไหม”

ในความคิดเจ้าของร้าน คนที่ต้องการซื้อของที่ระลึกชิ้นนี้ แสดงว่าต้องเป็นแฟนคลับตัวยง แล้วไฉนลูกค้าถึงไม่รู้เรื่องพวกนี้กัน?

เจ้าของร้านประหลาดใจมาก แต่เขาก็ยังอธิบายให้เธอฟังอย่างจริงจัง“นี่คือเพชรฟูลคัลเลอร์ขนาด 5 กะรัต ปราศจากสารเรืองแสง เป็นเพชรน้ำร้อย ความสมมาตรของการเจียระไน 3EX  เป็นเพชรไทป์ IIA ที่ค่อนข้างหายาก”

ฟังอีกฝ่ายพูดจบ เจียงหลินซื้อมันด้วยแกนคริสตัลทันที และเลือกนาฬิกาเครื่องเพชรอีกเรือนที่จัดอยู่ในหมวดหมู่สินค้าฟุ่มเฟือย

เห็นแบบนี้ เจ้าของร้านมีความสุขมาก แม้นี่จะเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยก่อนวันสิ้นโลก และเป็นแบบลิมิเต็ดที่มีแค่ 50 เรือนทั่วโลกเท่านั้น แต่หลังวันสิ้นโลก ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับการใช้งานจริงๆ ด้วยจำนวนเพชรที่มากและหนักเกินไป จึงขายไม่ออก

เอาจริงๆเจ้าของร้านกะจะทุบมันทิ้งเพื่อเพิ่มที่ว่างอยู่พอดี โชคดีที่ขายออกซะก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 12 - กลิ่นอายของความมั่งคั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว