เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 67 : ฟื้นคืนชีพ

Chapter 67 : ฟื้นคืนชีพ

Chapter 67 : ฟื้นคืนชีพ


หลังจากเดินอยู่ในเขตไหล่ผามาได้ซักพักเบื้องหน้าก็โจวเฉินและหญิงสาวผมยาวก็ปรากฏถ้ำหลายแห่งให้ได้เห็น

โจวเฉินลองใช้การตรวจจับจากสกิลกระหายเลือดดูเพื่อยืนยันว่าในถ้ำมีมอนสเตอร์หรือไม่ จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าเข้าไปในถ้ำเพราะอยากจะสังหารมอนสเตอร์ชนิดใหม่ๆเพื่อหาสกิลติดตัวที่พอใช้งานได้

ไม่นานนักเขาก็พบเข้ากับมอนสเตอร์หลายตัวที่มีหน้าตาคล้ายกับหนูขนาดใหญ่และอีกตัวหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายลิงบาบูนแต่ไม่นานนักพวกมันก็ถูกเขากับหอกของเขาทำลายทิ้งจนสิ้นซาก

เขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆและถูกโครงกระดูกเข้าโจมตี โครงกระดูกพวกนี้ใช้ธนูและลูกธนูในการลอบโจมตีเขา

ประสาทสัมผัสอันทรงพลังของโจวเฉินทำให้ในช่วงเวลาอันตรายเขาสามารถสังเกตเห็นความผิดปกติได้ทันเวลา เขาหลบการโจมตีของพวกมันและฉีกกระชากพวกมันจนกลายเป็นชิ้นๆอย่างรวดเร็ว

ใกล้ๆกับพวกมอนสเตอร์โครงกระดูกนั้นเขาพบกับหีบสมบัติวางอยู่ใบนึง ภายในหีบนี้มีขลุ่ยที่ทำจากกระดูกวางเอาไว้

[ขลุ่ยกระดูก]

[ประเภท : อาวุธระดับทองแดงขั้นต่ำ]

[คำอธิบาย : เสียงของขลุ่ยกระดูกนี้สามารถทำให้ผู้ฟังนอกจากผู้ใช้งานที่มีระดับทองแดงเกิดความรู้สึกกระวนกระวายใจได้อย่างรุนแรง ยิ่งฟังนานเท่าไหร่ยิ่งได้รับความเสียหายมากเท่านั้นจนถึงขั้นอาจจะสลบและเสียชีวิตได้เลย]

“อาวุธชิ้นนี้แปลกจริงๆ...”

โจวเฉินรู้สึกว่าอาวุธชิ้นนี้แปลกไม่น้อย โชคไม่ดีนักที่เขาไม่รู้วิธีเป่าขลุ่ยไม่อย่างนั้นเขาคงจะลองทดสอบดูไปแล้ว

หลังจากเก็บขลุ่ยกระดูกเอาไว้ในช่องเก็บของเขาก็มุ่งหน้าตรงเข้าไปในถ้ำต่อพร้อมๆกับหญิงสาวผมยาวที่ตามมาอย่างเงียบๆ

หลังจากสังหารมอนสเตอร์ไปอีกหลายกลุ่มโจวเฉินก็ได้พบกับคนคุ้นหน้าคุ้นตา : ชายหนุ่มผมสีเทานั่นเอง

โจวเฉินเคยเจอคนผู้นี่ที่ห้องกับดักเปลวเพลิงในชั้นแรกมาแล้วหนหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็บังเอิญช่วยเหลือคนผู้นี้ที่ถูกตัวกินสมองไล่ล่าเอาไว้อีกครั้ง เรียกว่าได้ค่อนข้างคุ้นน้าคุ้นตากันไม่น้อย

“ดีใจที่ได้เจอนายอีกนะเพื่อน มาร่วมทีมกันเถอะ”

ชายหนุ่มผู้นี้เมื่อได้เห็นโจวเฉินภายในถ้ำก็แสดงสีหน้ายินดีและรีบเอ่ยปากชักชวนให้ไปด้วยกัน

“ค่อยคุยเรื่องร่วมทีมทีหลัง ช่วยบอกมาก่อนได้ไหมว่านายมาจากไหน?”

โจวเฉินไม่ได้ตอบรับคำเชิญของคนผู้นี้แต่กลับถามเขากลับด้วยสีหน้าจริงจังแทน

“ฉันมาจากไหน? ฉันก็เป็นเซอร์ไวเวอร์เหมือนนายไง?”

ชายหนุ่มตอบกลับด้วยท่าทีฉงน

“แต่ตอนเริ่มภารกิจฉันจำได้ว่าไม่เคยเห็นหน้านายมาก่อนเลยนะ”

โจวเฉินเอ่ยจุดบกพร่องออกมาตรงๆ

“ในภารกิจหนนี้มีผู้ชายอยู่เจ็ดคนและมีผู้หญิงอยู่สามและนายไม่ใช่หนึ่งในผู้ชายทั้งเจ็ดคนที่ว่า”

“นายน่าจะจำผิดมากกว่า...”

ชายหนุ่มขบคิดซักพักหลังจากได้ยินคำกล่าวของโจวเฉิน

“ตอนเริ่มต้นเห็นกันอยู่ชัดๆว่าพวกเรามีอยู่หกคน มีผู้ชายสามผู้หญิงหนึ่ง”

เสียงของเขาแผ่วเบาลงเรื่อยๆและสีหน้าเองก็ค่อยๆมืดครึ้มลง

“จำได้แล้วใช่ไหม?”

โจวเฉินไม่ได้แปลกใจนักที่เห็นความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของอีกฝ่าย จากนั้นเขาก็ทิ้งบอมบ์ลงไปอีกลูก “ลองจับที่หน้าอกของตัวเองดูสิว่าหัวใจยังเต้นอยู่ไหม”

เหตุผลที่เขากล่าวเช่นนี้ก็เพราะเขาสัมผัสไม่ได้ถึงเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายของคนผู้นี้จากสกิลกระหายเลือดเลย คนผู้นี้แท้จริงได้ตายไปแล้ว!

“ไม่จำเป็นหรอก...”

สีหน้าของชายหนุ่มผมเทาแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาซีด นี่ไม่ใช่เพียงแค่คำอุปมาเท่านั้นแต่ลักษณะของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ร่างกายของเขาแปรเปลี่ยนไปอยู่ในสภาพราวกับถ่านที่ถูกเผาจนเกรียมดูแล้วน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก

“ฉันจำได้แล้ว ฉันถูกผลักเข้าไปในห้องกับดักไฟนั่นโดยเพื่อนร่วมทางและถูกเผาจนตาย”

เสียงของเขาแปรเปลี่ยนเป็นทุ้มลึกราวกับเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าภายในตัว

“บอกฉันมาได้ไหมว่านายคืนชีพได้ยังไง?”

โจวเฉินกระชับด้ามหอกเอาไว้ในมือแน่นและถามออกมาด้วยน้ำเสียงสงบ

“ฉันไม่รู้แต่ถ้าให้เดาก็คงเป็นเพราะระบบนั่นแหละ”

เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

“ถ้างั้นทำไมระบบถึงได้ชุบชีวิตนายขึ้นมา?”

โจวเฉินยิงคำถามที่สำคัญที่สุดใส่ตรงๆ

“ชุบชีวิต? เรื่องแบบนั้นมันไม่มีจริงหรอก! ฮ่าๆๆๆ!”

จู่ๆชายหนุ่มก็พลันเริ่มหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“ข้าไม่ใช่มัน! ข้าคือผู้ได้รับมอบชีวิตใหม่! เขาคือตัวตนที่สูงส่งยิ่งกว่า!”

ร่างดำถ่านของอีกฝ่ายดูเหมือนใกล้จะระเบิดเต็มที

“นี่มัน...ดูเหมือนจะคุยยากแล้วสิ...”

เมื่อเห็นเช่นนี้โจวเฉินก็แทงหอกในมือเข้าใส่หน้าอกของชายร่างไหม้ในทันที

“ไร้ประโยชน์! บาดแผลเช่นนี้ไม่มีความหมายสำหรับข้าหรอก!”

ชายร่างไหม้ที่ถูกหอกของโจวเฉินเจาะทะลุหน้าอกหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย จากนั้นมันก็เหยียดกงเล็บสีดำมาคว้าโจวเฉินเอาไว้โดยไม่สนใจหอกที่ยังคงเสียบคาหน้าอกของตนอยู่เลย

โจวเฉินที่ต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผมเทาที่กลายเป็นอสูรไปแล้วกลับไม่ได้ตื่นตระหนก เขารีดเร้นพลังในกายยกร่างของมอนสเตอร์ขึ้นด้วยหอกแล้วเหวี่ยงมันไปติดกับผนังถ้ำ

จากนั้นเขาก็พุ่งตัวตามไปอย่างรวดเร็ว หอกในมือของเขาทิ่มทะลุศรีษะและลำคอของมอนสเตอร์ร่างดำถ่านที่ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นยืนเข้าอย่างจังและก่อนถอยออกมาเขาก็ยังไม่วายตัดแขนของมันออกมาอีกข้าง

มอนสเตอร์ตัวนี้แม้จะได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมกลับยังไม่ตกตายแต่ความคล่องตัวและสติปัญญาดูเหมือนจะลดลงไปไม่น้อย มันเงยหน้าที่ไหม้เกรียมของตนมองมาทางโจวเฉินก่อนจะคำรามลั่นและพุ่งเข้าใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง

“ความทนทานกับความเร็วอยู่ในระดับทั่วๆไปแต่ดูเหมือนจะไม่มีจุดตายเลย”

โจวเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อยและถอยไปพลางเปลี่ยนหอกในมือเป็นขวาน

ยังไงก็ตามก่อนที่เขาจะได้เข้าไปโรมรันกับมอนสเตอร์ร่างดำถ่ายนั้นอีกครั้ง หญิงสาวผมยาวที่ยืนอยู่ใกล้ๆจู่ๆกลับพุ่งเข้ามา

เจ้าหล่อนฟาดค้อนสงครามในมือเข้าใส่หัวที่ถูกหอกเจาะทะลุของมอนสเตอร์ร่างไหม้จนทำให้ศรีษะที่พังยับอยู่แล้วนั้นแตกออกเป็นเสี่ยงๆ จากนั้นเจ้าหล่อนก็รัวฟาดค้อนใส่ร่าง กงเล็บและขาของมันไม่ยั้ง เปลี่ยนมันจนกลายเป็นกองขี้เถ้า

“แฮ่กๆ น่าจะตายแล้วแหละ”

หญิงสาวผมยาวถอยออกมาสองก้าวก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อตั้งสติ จากนั้นเจ้าหล่อนก็หันมามองโจวเฉิน

“น่าจะแต่รอดูอีกซักหน่อยดีกว่า”

โจวเฉินจ้องเขม็งไปที่กองขี้เถ้าบนพื้นแล้วพยักหน้ารับคำ

“ไม่ใช่ว่าคิดจะอยู่เฉยๆอย่างเดียวรึไง? ทำไมจู่ๆถึงได้ขยันขึ้นมา?”

เขายิ้มให้กับอีกฝ่ายแล้วเอ่ยปากถาม

“เจ้านี่มันชั่วร้ายเกินไปพวกเราจะปล่อยให้มันออกไปจากที่นี่ไม่ได้”

หญิงสาวตอบกลับเสียงเรียบ

“หืม...นี่เป็นครั้งแรกจริงๆนั่นแหละที่ฉันเห็นอะไรแบบนี้ สงสัยเหมือนกันว่าพวกมันสามารถกลับไปยังดาวขั้วน้ำเงินแบบพวกเราได้รึเปล่า ถ้าได้ก็คงวุ่นวายน่าดู”

ในความรู้ของโจวเฉินนั้นดาวขั้วน้ำเงินไม่เคยปรากฏมอนสเตอร์มาก่อน เป็นสถานที่ที่โดยรวมแล้วสงบสุขอย่างยิ่งแต่ถ้าเกิดสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดที่สามารถฟื้นคืนชีพได้เหล่านี้สามารถกลับไปยังดาวขั้นน้ำเงินได้ล่ะก็ถ้างั้นคงได้เกิดความวุ่นวายกันแน่

บางทีเจ้ามอนสเตอร์ร่างไหม้ตนนี้อาจจะไม่ได้ทรงพลังซักเท่าใดนักแต่ถ้าจำนวนของมันมีมากๆหรือมีตัวที่ทรงพลังเป็นพิเศษปรากฏขึ้นบนโลกล่ะก็คงได้เกิดหายนะครั้งใหญ่เป็นแน่แท้

‘ในภารกิจนี้น่าจะยังเหลือตัวแบบนี้อยู่อีกสองตัว หวังว่าจะได้เจอพวกมันแล้วกัน’

โจวเฉินไม่อยากให้สถานที่ปลอดภัยอย่างจักรวรรดิมังกรถูกทำลาย ดังนั้นเขาจึงจะพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อขจัดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นเหล่านี้..และแม้ว่าการกระทำของเขามันอาจจะเป็นเพียงการลดจำนวนของพวกมันเท่านั้นแต่ก็ยังถือว่าดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

จบบทที่ Chapter 67 : ฟื้นคืนชีพ

คัดลอกลิงก์แล้ว