เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 59 : คืบหน้า

Chapter 59 : คืบหน้า

Chapter 59 : คืบหน้า


โจวเฉินไม่ได้ตอบกลับแต่เร่งฝีเท้าแทน

หลังจากนั้นซักพักเขาก็สังเกตเห็นหลุมกับดักใบมีดอยู่ห่างออกไปราวสิบเมตรทางด้านหน้า โดยที่เชื่อมทั้งสองฝั่งของหลุมดักเอาไว้ก็คือโซ่เหล็กที่ถูกพาดขึงเอาไว้

ค่าความคล่องตัวที่สูงล้ำของโจวเฉินมาพร้อมกับการรักษาสมดุลทางร่างกายที่สูงไม่ต่างกัน หลังจากใช้หอกเขี่ยๆทดสอบความแข็งแรงของโซ่เหล็กดูแล้วเขาก็ออกวิ่งทันที ชายหนุ่มร่างบางและชายร่างกำยำที่ตามหลังมาไม่ได้กล้าขนาดเขา

ชายหนุ่มร่างบางยืนขึ้นและพยายามลองดูแต่ชายร่างกำยำกลับยืนจ้องอยู่เฉยๆ บางทีอาจจะเป็นเพราะเขาไม่ได้มีความคล่องตัวมากนักและไม่มั่นใจว่าจะข้ามหลุมนี้ไปได้ก็เป็นได้

โจวเฉินวิ่งมาจนถึงอีกฝากหนึ่งจากนั้นเขาก็เร่งความเร็วขึ้นไปอีกและหลบมุมหายตัวไปในพริบตา

ในที่สุดเขาก็สลัดพวกตัวประกอบหลุดเสียทีแต่ความรู้สึกดีนี้กลับอยู่ได้ไม่นานนักเพราะไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็พบเข้ากับเซอร์ไวเวอร์อีกสองคนที่มาถึงก่อนเขา

ทั้งสองนั้นเป็นผู้ชายทั้งคู่ หนึ่งก็คือชายวัยกลางคนตัวอ้วนและอีกคนก็คือชายหนุ่มรูปร่างผอมสูง

ทั้งสองคนนี้กำลังปะทะและก่นด่ากันอยู่

“ฉันเจอกล่องนี้ก่อนโว้ย! อย่าแม้แต่จะคิดเชียว!”

“แค่บอกว่าเจอก่อนก็ถือว่าเจอก่อนแล้วรึไง? เห็นๆกันอยู่ว่าฉันต่างหากที่เป็นคนเจอมันคนแรก!”

“ทำไมแกทำตัวไร้เหตุผลแบบนี้วะ? แกต้องทำตามกฎของภารกิจเซอร์ไววัลด้วยนะเว้ย!”

“กฎบ้านพ่องดิ! ถ้าแกยังพ่นห่าอะไรออกมาจากปากอีกฉันจะฆ่าแกตรงนี้แหละ!”

การประชันฝีปากของทั้งสองคนยิ่งมาก็ยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้นแต่ไม่นานนักพวกเขาก็สังเกตเห็นโจวเฉินที่กำลังเดินเข้ามา พวกนั้นจึงรีบหันไปให้ความสนใจกับโจวเฉินเพื่อเผชิญหน้ากับคนนอกผู้นี้ด้วยกันในทันที

“อย่าเข้ามานะเว้ย! กล่องนี้เป็นของฉัน!”

“อยู่ให้ห่างๆไว้จะดีกว่า!”

โจวเฉินไม่ได้หยุดตามที่อีกฝ่ายบอกแต่อย่างใด เขาเดินเข้ามาใกล้คนทั้งคู่มากขึ้นเรื่อยๆและสายตาของเขาเมินเฉยต่อแววตาไม่เป็นมิตรของคนทั้งสองและจับจ้องไปที่หีบสมบัติที่อยู่ภายในห้องเล็กๆแห่งนี้แทน

ในห้องนี้ไม่มีไอเทมหรือมอนสเตอร์ตัวอื่นอยู่อีกมีเพียงหีบสมบัติไม้ที่ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เพียงใบเดียวเท่านั้น ดูแล้วล่อตาล่อใจไม่น้อยเลย

“บอกว่าอย่าเข้ามาก็ยังเข้ามา! ดูเหมือนจะอยากตายมากสินะ!?”

ชายหนุ่มร่างผอมสูงตะโกนออกมาอย่างกราดเกรี้ยวเมื่อเห็นโจวเฉินเดินตรงเข้าไปตรวจสอบหีบสมบัติโดยไม่สนใจพวกเขา เขาจึงใช้ท่อนเหล็กในมือฟาดเข้าใส่หัวของโจวเฉินอย่างแรง

สีหน้าของโจวเฉินยังคงราบเรียบแต่การเคลื่อนไหวของเขากลับไม่เชื่องช้า เขายกหอกขึ้นมาปัดท่อนเหล็กของชายหนุ่มไปอีกด้าน จากนั้นเขาก็ใช้ความได้เปรียบด้านความยาวของอาวุธเหวี่ยงหอกเข้าใส่ชายโครงของชายหนุ่มร่างผอมสูง ส่งร่างของอีกฝ่ายกระเด็นลอยไปทางหีบสมบัติไม้ใบนั้น

ก้นของชายหนุ่มกระแทกเข้ากับหีบสมบัติอย่างแรงจนเกือบจะทำให้หีบสมบัติกระเด็นออกไป ยังไงก็ตามอีกฝ่ายก็ยังสามารถลุกขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วก่อนจะตะโกนใส่โจวเฉินด้วยน้ำเสียงที่โกรธเกรี้ยวยิ่งกว่าเดิม

“ถ้าฉันไม่ฆ่าแก...อ๊า!”

ชายหนุ่มผอมสูงคนนั้นดูเหมือนอยากจะพูดว่าจะฆ่าโจวเฉินแต่ก่อนที่จะทันได้กล่าวจนจบประโยคเสียงนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องไปเสียก่อนเนื่องจากหีบสมบัติที่เขาล้มใส่นั้นเปิดฝาออกและงับเข้าที่ก้นของเขาอย่างแรง

“เป็นกับดักอย่างที่คิดจริงๆด้วย...”

โจวเฉินลูบคางและถอนหายใจออกมา

ชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนที่ยืนอยู่ข้างๆเมื่อเห็นว่าหีบสมบัตินั่นเป็นมอนสเตอร์เขาก็เดินจากไปทันที

“อ๊า! ช่วยด้วย!”

ชายหนุ่มผอมสูงยังคงกรีดร้องอยู่ตลอดเวลา ก้นของเขาถูกมิมิคกัดเข้าอย่างรุนแรงจนมีเสียงกระดูกแตกดังขึ้นมา แม้ว่าเขาจะพยายามสลัดให้หลุดมากเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล

“ลืมเรื่องให้ช่วยไปได้เลยแต่ถ้าช่วยให้หลุดพ้นจากความเจ็บปวดล่ะก็ฉันทำให้ได้แน่นอน”

โจวเฉินเพียงแค่ปรายตามองก็รู้แล้วว่าคนผู้นี้ต่อให้รอดมาได้ก็ต้องพิการอยู่ดี แน่นอนว่าเขาเองก็ไม่คิดจะช่วยด้วย

เขาแทงหอกเข้าใส่ลำคอของอีกฝ่ายส่งผลให้อีกฝ่ายเสียชีวิตในพริบตา

จากนั้นโจวเฉินก็เดินเข้าไปเก็บท่อนเหล็กของชายหนุ่มลงกระเป๋าก่อนจะเก็บไอเทมหน้าตาคล้ายคัมภีร์มาได้อีกหนึ่งม้วน

“มีม้วนคัมภีร์ดรอปด้วยหรอเนี่ย?”

เขาประหลาดใจมาก ตามปกติแล้วเหล่าเซอร์ไวเวอร์มักจะใช้คัมภีร์ทันทีที่ได้มา

เขาเปิดคัมภีร์ขึ้นมาดูจึงได้ทราบเหตุผล

[คัมภีร์ตรวจสอบ]

[ประเภท : คัมภีร์ระดับทองแดงขั้นต่ำ]

[คำอธิบาย : ตรวจสอบความสามารถของไอเทมระดับทองแดง]

“กลายเป็นว่ามันมีความสามารถแบบนี้นี่เอง ดูทรงแล้วหมอนี่น่าจะได้มาจากดันเจี้ยนนี้นี่แหละ”

ขณะที่คิดอยู่นั้นโจวเฉินก็หยิบขวานออกมาและเริ่มทำการบดขยี้มิมิคที่กระโจนเข้าใส่เขา

ขวานของเขาผ่าร่างของมิมิคได้อย่างง่ายดายและหลังจากที่เขาเหวี่ยงขวานไปอีกสองครั้งมิมิคก็สิ้นใจ

“ครั้งนี้ฆ่าง่ายขนาดนี้เชียว? ดูเหมือนผลจากการเสริมแกร่งกายารอบล่าสุดจะดีไม่น้อย”

โจวเฉินพึ่งจะสู้กับมิมิคตัวแรกมาไม่นาน ในตอนนั้นเขายังจัดการกับมันไม่ได้ไวขนาดนี้แท้ๆ เขาลองเปิดหน้าต่างค่าสถานะของตัวเองขึ้นมาดู

[ชื่อ : โจวเฉิน]

[ร่างกาย : 1.9]

[ความเร็ว : 1.7]

[จิตวิญญาณ : 1.8]

[พรสวรรค์ : ช่วงชิงสกิลติดตัว]

[สกิลเรียกใช้งาน : ย่างก้าวสายลม (ระดับ1)]

[สกิลติดตัว : พิษซากศพ(ระดับ1) , พิษงู(ระดับ1) , เสริมแกร่งความเร็ว(ระดับ1) , เสริมแกร่งจิตวิญญาณ(ระดับ1) , เสริมแกร่งกายา(ระดับ1) , พลังช้างสาร(ระดับ1) , ศาสตร์การต่อสู้(ระดับ1) , ศาสตร์การใช้หอก(ระดับ1) , มองเห็นในที่มืด(ระดับ1) , ฟื้นฟูพลังชีวิต(ระดับ1) , หายใจใต้น้ำ(ระดับ1) , กลั้นลมหายใจ(ระดับ1) , ฟื้นฟูร่างกาย(ระดับ1) , แปลงพลังงานแสง(ระดับ1) , ผิวทองแดงกระดูกเหล็ก(ระดับ1)]

[พลังรบโดยรวม : ทองแดงขั้นกลาง]

น่าฉงนยิ่งนัก เขาพบว่านอกจากค่าสถานะกายาที่เพิ่มขึ้นมา0.2หน่วยแล้วพลังรบโดยรวมของเขายังกระโดดไปเป็นระดับทองแดงขั้นกลางแล้วเช่นกัน!

“ขึ้นมาเป็นทองแดงขั้นกลางตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้สิเนี่ย...อย่าบอกนะว่ามาตราฐานสำหรับทองแดงขั้นกลางก็คือต้องมีค่ากายามากกว่า2หน่วยขึ้นไปหรือไม่ก็เป็นค่าสถานะอะไรก็ได้?”

โจวเฉินคาดเดา

“แต่ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆไม่ใช่ว่าไอ้พวกที่มีพรสวรรค์+ค่าสถานะ1หน่วยโดยตรงจะกลายเป็นทองแดงขั้นกลางตั้งแต่เริ่มเลยหรอ? ฟังดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่แฮะ”

โจวเฉินเคยค้นหาเกี่ยวกับเรื่องพลังรบโดยรวมในฟอรั่มมาแล้วและก็มีความเห็นมากมายแตกต่างกันออกไปและส่วนใหญ่นั้นก็เป็นความเห็นที่ไร้สาระสิ้นดี ขณะที่เหล่าหัวกระทิทั้งกลายก็ไม่ค่อยจะมาทิ้งคำตอบกันเอาไว้ซักเท่าไหร่

“บางทีอาจจะขึ้นอยู่กับค่าสถานะโดยรวมก็เป็นได้...ช่างมันเถอะยังไงก็กระโดดมาเป็นทองแดงขั้นกลางแล้ว ถือว่าเป็นการยกระดับที่ดี”

ขณะที่คิดอยู่นั้นโจวเฉินก็เก็บขวานใส่ช่องเก็บของและหยิบหอกออกมาแทน

เขาเดินมาตามทางเดินต่อเรื่อยๆพร้อมกับทำสัญลักษณ์เอาไว้ตลอดทาง หลังจากเลี้ยวแล้วเลี้ยวอีกอยู่หลายครั้งเขาก็มาโผล่อยู่ที่ห้องที่มีแสงไฟสลัวๆห้องหนึ่ง

ห้องนี้มีไฟถูกจุดเอาไว้แต่เหตุผลที่ทำให้แสงมันสลัวถึงเพียงนี้ก็เป็นเพราะวัชพืชที่สูงกว่าสองเมตรภายในห้องทำให้แสงสว่างภายในห้องนี้ดูแปลกประหลาดยิ่งนัก

“เป็นหญ้าที่สูงมาก ต้องมีมอนสเตอร์ซ่อนอยู่ข้างในอย่างไม่ต้องสงสัย”

โจวเฉินรู้นิสัยของระบบดี มาถึงขนาดนี้เป็นไปไม่ได้หรอกที่มันจะไม่ยัดมอนสเตอร์เอาไว้ลอบโจมตีพวกเขา

“ช่วยด้วย...”

ในตอนที่เขากำลังคิดว่าจะเข้าไปตรวจสอบดีหรือไม่นั้นก็พลันได้ยินเสียงกรีดร้องของความช่วยเหลือของสตรีดังขึ้นมาจากภายในห้องเสียก่อน

“เหอะๆ มอนสเตอร์ที่นี่หลอกคนได้ด้วยว่ะ”

โจวเฉินเดาว่าเป็นเสียงของมอนสเตอร์ที่พยายามจะล่อเขาเข้าไป

“ขอดูหน้าตาแกหน่อยแล้วกัน”

เขาคิดอย่างดูถูก

เสียงกรีดร้องยังคงดังออกมาจากด้านในห้อง ในตอนที่โจวเฉินกำลังจะก้าวเข้าไปนั้นเขาก็พลันสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นสายหนึ่งที่ส่งออกมาจากสร้อยคอเหมันต์บนคอซึ่งส่งผลให้สมองของเขาปลอดโปร่งขึ้นมา

“ไม่ถูกต้องสิ...เรายังคงต้องมนตร์ของเจ้าสิ่งนี้อยู่ดี ดูเหมือนต้องรีบตัดสินใจแล้ว”

โจวเฉินรีบตอบสนองทันทีและพบว่าเมื่อครู่นี้มีอะไรบางอย่างแปลกๆเกิดขึ้นกับเขา

จบบทที่ Chapter 59 : คืบหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว