เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 53 : ภาพมายา

Chapter 53 : ภาพมายา

Chapter 53 : ภาพมายา


สิ่งของทรงกลมราบเรียบที่ส่งไอร้อนปรากฏขึ้นมาในมือของหญิงสาวผมหางม้า เธอรีบจัดการยัดมันเข้าไปในปากทันทีโดยไม่สนใจจะเก็บอาการ

หลังจากกินเสร็จเธอก็หันมามองโจวเฉินและชายหนุ่มชุดทหาร

“ถ้าฆ่ามอนสเตอร์น้ำแข็งพวกนี้ได้พวกเราจะได้อาหาร! รสชาติเองก็ไม่เลวด้วย! ฉันคิดว่าฉันจะเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีเองเลยดีกว่า!”

พอกล่าวจบเธอก็โถมออกไปพร้อมกับง้าวในมือ

โจวเฉินและชายหนุ่มอีกคนเองก็ตอบสนองทันควันและพุ่งตัวตามเข้าไปในหมอก

หลังจากหิ้วท้องหิวมาหลายวันกระทั่งข้าวสวยเปล่าๆก็ยังส่งกลิ่นหอมหวนไม่ต้องกล่าวถึงซาลาเปาเนื้อเลยด้วยซ้ำ เช่นนี้แล้วในใจของพวกเขาทุกคนจึงเต็มไปด้วยความปรารถนาจะออกล่ามอนสเตอร์

หลังจากเดินอยู่คนเดียวในหมอกมาซักพักโจวเฉินก็สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวผิดปกติจากทางด้านหลัง เขาใช้มือทั้งสองข้างกระชับหอกเอาไว้แน่น ก่อนจะหันกายไปอย่างรวดเร็วและแทงหอกออกไปจนปลายหอกเจาะทะลุร่างของหมาป่าน้ำแข็งตนหนึ่งที่กระโดดเข้ามาพอดี

มอนสเตอร์หมาป่าที่ก่อร่างขึ้นมาจากน้ำแข็งแตกสลายไปอย่างรวดเร็วหลังจากได้รับบาดเจ็บสาหัส ในเวลาเดียวกันเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็พลันดังขึ้น

[ท่านสังหารจิตวิญญาณหมาป่าแห่งทะเลสาบเยือกแข็ง ได้รับ : เทียน 1 อัน (ทองแดงขั้นต่ำ)]

เมื่อเห็นไอเทมดรอปโจวเฉินก็ขมวดคิ้วมุ่น หญิงสาวผู้นั้นได้ซาลาเปาเนื้อหอมกรุ่นจากการสังหารมอนสเตอร์แต่เขากลับได้เทียนไร้ประโยชน์ เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกว่าระบบนี่ค่อนข้างจะกวนตีนไม่เบา

“เอาเถอะยังไงซะได้ของดรอปจากมอนสเตอร์ก็ถือเป็นเรื่องดี อย่างน้อยก็ดีกว่าไปหาเรื่องพวกต้นไม้ปิศาจพวกนั้น”

เดิมทีโจวเฉินอยากจะลองท้าทายพวกอสูรต้นไม้ดูเพราะเขาอยากจะเก็บเกี่ยวให้ได้มากที่สุดจากดันเจี้ยนแห่งนี้ แต่มาตอนนี้เมื่อมีมอนสเตอร์ที่สังหารง่ายกว่าอสูรต้นไม้ปรากฏขึ้นมาเขาจึงไม่จำเป็นต้องเสี่ยงอีก

หลังจากเดินต่อในหมอกได้ซักพักโจวเฉินก็พบเข้ากับมอนสเตอร์น้ำแข็งที่มีลักษณะคล้ายกับแมวและกวางตัวใหญ่ หลังจากใช้ความพยายามไปเล็กน้อยจนสังหารพวกมันลงได้เขากลับไม่ได้อะไรเลยจากมอนสเตอร์ตัวแรก ในขณะที่มอนสเตอร์อีกตัวนั้นเขาได้อาหารมาจากมันแต่ไม่ใช่ซาลาเปาเนื้อหอมกรุ่นแต่เป็นขนมปังทาเนย

โจวเฉินเขมืองขนมปังเนยทั้งก้อนเข้าไปทันที

“ภารกิจเซอร์ไววัลหนนี้ไม่เลวเลย อย่างน้อยมันก็ไม่มีความตั้งใจจะให้เราอดอาหาร ดูเหมือนระบบจะอยากให้การต่อสู้เป็นตัวทดสอบพวกเรามากกว่า”

ขณะที่คิดอยู่นั้นโจวเฉินก็เดินต่อไปเรื่อยๆเพื่อออกหามอนสเตอร์เพิ่มอีก

ยังไงก็ตามหลังจากเดินมาได้อีกซักพักเขาก็พบว่าการหามอนสเตอร์หรือการสังหารนั้นไม่ใช่ปัญหาแต่อัตราการดรอปไอเทมต่างหากที่ลดลงเรื่อยๆ หลังจากสังหารมอนสเตอร์น้ำแข็งไปเกือบสิบตัวเขากลับได้มาเพียงมันฝรั่งปิ้งเพียงก้อนเดียว

“อย่าบอกนะว่าเป็นการเกลี้ยกล่อมให้เราล่าถอยโดยไร้วาจา? ด้วยอัตราการดรอปไอเทมแบบนี้รางวัลที่ได้จากการสังหารมอนสเตอร์ไม่มีทางตามทันอัตราการเผาผลาญพลังงานแน่นอน”

หลังจากรวบรวมความคิดโวเฉินก็เริ่มคิดว่าจะล่าถอยแล้ว

อุณหภูมิภายในหมอกนี้ค่อนข้างต่ำมาก การเดินอยู่ภายในหมอกนี่ยังทำให้ร่างกายเปียกปอนจากไอน้ำอีกจนทำให้หนาวยิ่งกว่าเดิม ถ้าไม่ใช่เพราะไอเทมดรอปมันค่อนข้างห่วยลงเรื่อยๆโจวเฉินคงไม่คิดจะกลับไปกองไฟเพื่ออบอุ่นร่างกายเป็นแน่

ส่วนวิธีกลับนั้นเขาเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว ด้านหนึ่งนั้นเขาสามารถเดินตามรอยเท้าเดิมได้และอีกด้านหนึ่งนั้นเขาก็ทำสัญลักษณ์ทิ้งเอาไว้ด้วย

หลังจากใช้เวลาต่ออีกซักพักและสังหารมอนสเตอร์น้ำแข็งไปได้อีกสองตัวซึ่งก็ไม่ได้ดรอปอะไรให้เขาเลย โจวเฉินก็กลับมาถึงกองไฟได้สำเร็จ

ยังไงก็ตามเมื่อเขากลับมาถึงเขากลับพบว่ากองไฟมันมอดไปนานแล้ว พื้นที่โดยรอบบริเวณนี้ดูเหมือนจะถูกน้ำซัดจนเปียกโชก

“ดูเหมือนจะไม่มีทางก่อกองไฟบริเวณนี้ได้อีกต่อไปแล้ว คงต้องหาที่อื่น”

โจวเฉินคิดภายในใจแต่ก็ไม่ได้จากไปทันทีเพราะเขาอยากจะรอให้อีกสองคนกลับมาก่อน

ในภารกิจเซอร์ไววัลหนนี้เขารู้สึกว่าถ้าเกาะกลุ่มกันจะง่ายดายกว่าลุยเพียงลำพัง

หลังจากรออยู่ท่ามกลางหมอกเย็นจัดอยู่ราวๆสามนาทีเขาก้ได้ยินเสียงย่ำเท้าดังขึ้นมาและไม่นานนักเงาร่างสองร่างก็ปรากฏให้เห็น

“นี่อย่ามัวแต่อยู่ตรงนี้เลย ตามมาสิฉันเจอที่ดีๆด้วย!”

คนแรกที่ปรากฏออกมาจากหมอกก็คือหญิงสาวผมหางม้า ใบหน้าของเจ้าหล่อนปรากฏรอยยิ้มและมีท่าทีดีอกดีใจยิ่งนัก

ด้านข้างเธอชายหนุ่มชุดทหารยังคงยืนนิ่งเงียบไม่กล่าววาจา ดวงตาของเขาเรียบนิ่งราวกับรอให้โจวเฉินตอบรับคำ

โจวเฉินเดินตรงเข้าไปหาคนทั้สองแต่กลับหยุดลงเมื่ออยู่ห่างจากอีกฝ่ายราวสองเมตร

“ทำไมเสื้อผ้าครบถ้วนดีแบบนั้น? ไม่ใช่ว่ามันควรจะขาดรุ่งริ่งรึไง?”

โจวเฉินจ้องไปที่เสื้อผ้าที่แทบจะเรียกได้ว่าครบถ้วนสมบูรณ์ดีและขมวดคิ้ว

“เมื่อกี้ได้การ์ดซ่อมไอเทมสองใบมาน่ะสิดังนั้นพวกเราเลยใช้มันซ่อมแซมเสื้อผ้า”

หญิงสาวตอบกลับทันที

“การ์ดซ่อมแซม? มีของแบบนั้นด้วย?”

โจวเฉินมองไปที่คนทั้งสองด้วยแววตาเคลือบแคลง

“แน่นอน! อย่าขี้สงสัยน่า คนอื่นๆยังรอเราอยู่นะ”

หญิงสาวบ่นออกมาเมื่อเห็นว่าโจวเฉินยังคงไม่เคลื่อนไหว

“คนอื่น? ใครล่ะ?”

โจวเฉินยิ่งสงสัยขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินคำกล่าวของหญิงสาว

“จะใครล่ะ? เจ้าคนชุดขาว ชายหน้ากากหน้ายิ้มแล้วก็เจ้าชีเปลือยไง”

หญิงสาวตอบกลับทันควัน

“เหอะๆ”

โจวเฉินแค่นเสียงเมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย จากนั้นเขาก็ยกหอกขึ้นมาแทงทะลุหน้าอกของหญิงสาวและดึงออกมาก่อนจะปาดปลายหอกใส่ลำคอของชายหนุ่มชุดเขียวด้วยความเร็วสูงราวกับสายฟ้าฟาด

โลหิตสาดกระเซ็น เมื่อร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวล้มลงโจวเฉินกลับสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนจากโลหิตที่กระเด็นลงบนใบหน้า

“เป็นไปได้ยังไง? ไม่ใช่ว่าทั้งสองคนเป็นตัวปลอมงั้นหรอ?”

โจวเฉินชะงักไปเล็กน้อยขณะที่มองไปยังสหายทั้งสองคนที่ถูกเขาสังหารและล่วงลงไปบนพื้น คนทั้งสองนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นตัวปลอมแน่นอนแต่ทำมเมื่อถูกหอกเขาแทงกลับดูเหมือนตัวจริงไม่มีผิดเพี้ยน?

“ไม่ การคาดเดาของเราถูกต้องแล้วสองคนนี้เป็นตัวปลอมแน่นอน!”

หลังจากคิดอยู่ซักพักโจวเฉินก็ยืนยันความคิดของตน เขารู้ดีว่าปัญหาน่าจะอยู่ที่ตัวเขาแล้วตอนนี้

เขาหมุนปลายหอกเข้าหาตัวและปาดมันใส่แขนของเขาเบาๆ ภายใต้การกระตุ้นจากความเจ็บปวดและเลือดเขาพลันรู้สึกว่าสมองของเขาปลอดโปร่งขึ้นมา ศพทั้งสองบนพื้นเองก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป

บนพื้นไม่มีศพของหญิงสาวกลับชายหนุ่มอยู่อีกแต่เป็นเศษน้ำแข็งที่เปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลนแทน

“ไม่คิดเลยว่ามอนสเตอร์พวกนี้บางตัวจะสามารถสร้างภาพลวงตาได้ด้วย ดูถูกพวกมันเกินไปหน่อยจริงๆ”

เขามองไปที่กองไฟที่เปียกโชกด้านหลังและรู้สึกว่าตัวเองอาจจะรอคนทั้งสองต่อไปไม่ได้แล้ว

“สงสัยจริงๆว่าพวกนั้นจะเจอมอนสเตอร์ที่สามารถสร้างภาพลวงตาได้ตัวนี้เหมือนกันไหม? แล้วถ้าเราตามมันไปเราจะเจออะไรกันนะ?”

“ยังไงก็ตามการปลอมตัวของมอนสเตอร์นี่ค่อนข้างมีแต่จุดบกพร่อง คนทั้งสองยังไงก็คงดูออก”

หลังจากรวบรวมความคิดโจวเฉินก็ตัดสินใจว่าจะรออีกซักพัก

หลังจากครึ่งชั่วโมงผ่านพ้นโจวเฉินกลับยังไม่พบคนทั้งคู่ เขาพบเพียงแต่มอนสเตอร์น้ำแข็งที่วิ่งเข้ามาหาที่ตายแต่กลับไม่ดรอปอะไรให้เขาเลย

“เอาล่ะดูเหมือนเราจะรอมาพอแล้ว คนทั้งสองนั่นถ้าไม่สู้กับมอนสเตอร์อยู่ก็คงหลงทางไปแล้ว ในช่วงสั้นๆนี้คงไม่มีทางรวมตัวกันได้แน่ๆ”

สำหรับโจวเฉินแล้วการร่วมมือกับคนอื่นหาใช่กรณีบังคับไม่...ถ้าไม่มีใครโผล่มาเลยเขาก็ยังสามารถลุยภารกิจคนเดียวได้เช่นกัน

จบบทที่ Chapter 53 : ภาพมายา

คัดลอกลิงก์แล้ว