- หน้าแรก
- เนตรซ้อนสยบหล้า ขยี้โชคชะตาในร่างตัวร้าย
- บทที่ 19: ตระกูลลู่และตระกูลหลิว เทือกเขาเสวียนอิน
บทที่ 19: ตระกูลลู่และตระกูลหลิว เทือกเขาเสวียนอิน
บทที่ 19: ตระกูลลู่และตระกูลหลิว เทือกเขาเสวียนอิน
บทที่ 19: ตระกูลลู่และตระกูลหลิว เทือกเขาเสวียนอิน
เทือกเขาเสวียนอินเต็มไปด้วยไอเย็นหยินและปราณชั่วร้ายที่หนาแน่น ทั้งยังมีสัตว์อสูรดุร้ายจำนวนมาก ทำให้สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยภยันตราย
ในเมื่อลู่เฉินวางแผนจะเข้าไปที่นั่น เขาจึงต้องนำยอดฝีมือระดับสูงติดตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ชายวัยกลางคนนามว่า สวี่โปเหวิน คือผู้อาวุโสรับเชิญขอบเขตราชันศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลลู่ เขามีความจงรักภักดีต่อตระกูลลู่เป็นอย่างยิ่ง และถูกบรรพชนตระกูลลู่ส่งมาเพื่อคุ้มครองลู่เฉินโดยเฉพาะ
ตามปกติเขามักจะเร้นกายอยู่ภายนอกราชวงศ์ต้าเฉียน เพื่อรอคอยการเรียกขานจากลู่เฉินอยู่เสมอ
นอกจากสวี่โปเหวินแล้ว ยังมียอดฝีมือขอบเขตศักดิ์สิทธิ์อีกห้าคน และผู้ฝึกตนระดับสูงสุดของขอบเขตตำหนักเต๋าอีกสิบกว่าคนติดตามไปด้วย
"นายน้อย ท่านกำลังตามหาอะไรหรือ? เหตุใดต้องเสี่ยงอันตรายด้วยตนเองเช่นนี้? ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถิด!" สวี่โปเหวินกล่าวด้วยความกังวล
ลู่เฉินตอบกลับว่า "เรื่องนี้มีความสำคัญมาก ข้าต้องไปด้วยตนเอง!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สวี่โปเหวินก็ไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มอีกล นอกจากแสดงความจำนงว่าจะปฏิบัติตามการตัดสินใจของลู่เฉินทุกประการ
"นอกจากนี้ ข้าต้องการคนไปดึงตัวหลินตงไว้ในเทือกเขาเสวียนอิน แต่อย่าปล่อยให้เขาเข้าใกล้หุบเขาหินแดงเด็ดขาด!" ลู่เฉินวางแผนการต่อ
เขารู้ดีว่าศิลาบรรพกาลกลืนกินซ่อนอยู่ในหุบเขาหินแดงของเทือกเขาแห่งนี้ และศิลาบรรพกาลมักจะมีแรงดึงดูดถึงกันเป็นพิเศษ หากหลินตงไปถึงที่นั่นเร็วเกินไป มันย่อมส่งผลกระทบต่อการชิงสมบัติของเขา
"หลินตง? รัชทายาทแห่งราชวงศ์ต้าเฉียนน่ะหรือ? นายน้อย ให้ข้าลงมือจัดการเขาโดยตรงเลยดีหรือไม่!" สวี่โปเหวินสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจที่ลู่เฉินมีต่อหลินตง จึงทำท่าเอามือพาดคอเป็นสัญญาณสังหาร
"ไม่จำเป็น แค่ถ่วงเวลาเขาไว้ก็พอ อย่าปล่อยให้เขาทำอะไรได้สะดวกนัก!" ลู่เฉินส่ายหน้าปฏิเสธข้อเสนอ
หลินตงคือตัวเอกตามลิขิตสวรรค์ การจะสังหารเขาในตอนนี้ยังเร็วเกินไป
หากบีบคั้นหลินตงจนเกินไปจนสุนัขจนตรอกกระโดดข้ามกำแพง เรื่องราวจะยิ่งยุ่งยากจนยากจะรับมือ
อย่าว่าแต่สวี่โปเหวินที่เป็นเพียงราชันศักดิ์สิทธิ์เลย ต่อให้เป็นบรรพชนระดับมหาปราชญ์ของตระกูลลู่ ก็อาจจะสังหารเขาไม่สำเร็จ
ดังนั้น ในตอนนี้ลู่เฉินจึงยังไม่มีความคิดที่จะฆ่าหลินตง เพราะมันเสี่ยงและไม่จำเป็น
วิธีการที่ถูกต้องคือการขูดรีดผลประโยชน์จากตัวเอกอย่างใจเย็น และรอคอยจังหวะที่เหมาะสมเพื่อลงมือสังหารในคราเดียว
"รับทราบครับนายน้อย!" สวี่โปเหวินกล่าวอย่างนอบน้อม
"โอ้ จริงด้วยนายน้อย คุณหนูหลิวทะลวงเข้าสู่ขอบเขตตำหนักเต๋าชั้นฟ้าที่เก้าแล้ว ตอนนี้ตระกูลของเรากำลังจัดหาโอสถทลายศักดิ์สิทธิ์ ข้าเชื่อว่าอีกไม่นานคุณหนูหลิวคงจะเข้าสู่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จ!"
"เมื่อถึงเวลานั้น นางก็จะได้แต่งงานกับนายน้อยเสียที!" สวี่โปเหวินนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้จึงเอ่ยกับลู่เฉินด้วยสีหน้ายินดี
"หลิวเมิ่งเหยางั้นหรือ ข้าเกือบลืมไปเสียสนิท..." เมื่อสวี่โปเหวินเอ่ยชื่อนี้ออกมา แววตาของลู่เฉินก็พลันประกายความเย็นเยียบขึ้นมาวูบหนึ่ง
"ไม่จำเป็นต้องมอบโอสถทลายศักดิ์สิทธิ์ให้นาง และทรัพยากรทั้งหมดที่เคยสนับสนุนนางรวมถึงตระกูลหลิว ให้ระงับไว้ให้หมด..." ลู่เฉินเอ่ยอย่างเรียบเฉย แต่น้ำเสียงนั้นกลับเย็นเฉียบจับขั้วหัวใจ
ตระกูลหลิวของหลิวเมิ่งเหยาเคยเป็นตระกูลปราชญ์โบราณระดับแนวหน้า
ทว่าตอนนี้กลับตกต่ำลงอย่างมาก คนที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลเป็นเพียงบรรพชนขอบเขตราชันศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ บรรพชนตระกูลหลิวจึงได้เข้ามาขอพึ่งพิงตระกูลลู่ โดยเสนอการหมั้นหมายระหว่างหลิวเมิ่งเหยาผู้มีพรสวรรค์โดดเด่น กับลู่เฉินที่มีพรสวรรค์ธรรมดาในขณะนั้น
ตระกูลลู่เห็นถึงศักยภาพของหลิวเมิ่งเหยา จึงตกลงรับคำขอของตระกูลหลิว
หลังจากมีการหมั้นหมาย ตระกูลลู่ได้มอบทรัพยากรมากมายให้แก่ตระกูลหลิว จนทำให้พวกเขามีความหวังที่จะกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง
หลิวเมิ่งเหยาเองก็ได้รับทรัพยากรจำนวนมหาศาลจากตระกูลลู่ จนพลังฝีมือรุดหน้าอย่างรวดเร็ว และได้กลายเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู ซึ่งถือเป็นอัจฉริยะระดับแนวหน้าของแดนบูรพา
"จะไม่มอบโอสถทลายศักดิ์สิทธิ์ และระงับการสนับสนุนตระกูลหลิวทั้งหมดหรือครับ?" สวี่โปเหวินชะงักไป เขาไม่คิดว่าลู่เฉินจะสั่งเช่นนี้
เขารู้ดีว่าลู่เฉินเคยหลงรักหลิวเมิ่งเหยามากเพียงใด ลู่เฉินมักจะเสาะแสวงหาสิ่งที่นางต้องการมาให้เสมอ เรียกได้ว่าดีต่อนางอย่างไร้ที่ติ
ลู่เฉินถึงขนาดสละทรัพยากรบ่มเพาะชั้นเลิศของตนเองให้หลิวเมิ่งเหยา เพื่อช่วยให้นางแข็งแกร่งขึ้น
อาจกล่าวได้ว่า พลังและฐานะในปัจจุบันของหลิวเมิ่งเหยานั้น ล้วนมาจากทรัพยากรที่ลู่เฉินคอยประเคนให้ทั้งสิ้น
"ใช่ ระงับให้หมด!" ลู่เฉินย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและหนักแน่น
หลิวเมิ่งเหยาไม่ใช่คนดี นอกจากนางจะไม่เคยแสดงความซาบซึ้งต่อลู่เฉินแล้ว นางยังไม่เคยคิดจะทำตามสัญญาหมั้นหมายเลยแม้แต่น้อย
ตามกำหนดเดิม หลิวเมิ่งเหยาต้องแต่งงานกับลู่เฉินหลังจากที่นางทะลวงเข้าสู่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์
แต่หลิวเมิ่งเหยากลับอาศัยการหนุนหลังของบรรพชนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู คอยผัดวันประกันพรุ่งและไม่ยอมเข้าพิธีแต่งงาน
ลู่เฉินคนเดิมย่อมไม่ได้ถือสา เพราะคิดว่านางมีความมุ่งมั่นในวิถีแห่งเต๋า เขาจึงให้การสนับสนุนและไม่เคยบังคับฝืนใจนาง
ทว่าในภายหลัง เมื่อหลิวเมิ่งเหยาก้าวเข้าสู่ขอบเขตมหาปราชญ์ นางกลับตัดความสัมพันธ์กับตระกูลลู่อย่างไร้เยื่อใย และโผเข้าสู่อ้อมกอดของตัวเอกตามลิขิตสวรรค์อย่างหลินตง...
เมื่อนึกถึงการกระทำของนังแพศยาผู้นั้น ลู่เฉินก็รู้สึกโกรธแค้นขึ้นมาในใจ
จะให้โอสถทลายศักดิ์สิทธิ์และสนับสนุนตระกูลของนางอย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ...
หากไม่ใช่เพราะตอนนี้หลิวเมิ่งเหยากลายเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งไท่ชูไปแล้ว ลู่เฉินคงสั่งให้ตระกูลลู่กวาดล้างนางและบังคับให้ตระกูลหลิวคายทุกอย่างที่เอาไปกลับคืนมาให้หมด...
"รออีกสักพักเถอะ เมื่อข้าได้ศิลาบรรพกาลกลืนกินมาครอง และรักษาอาการบาดเจ็บเรื้อรังให้บรรพชนของข้าได้แล้ว ต่อให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชูหรือใครหน้าไหน ก็ขวางข้าไม่ให้สั่งสอนนังคนนั้นให้ชดใช้อย่างสาสมไม่ได้..." ลู่เฉินคิดในใจ
"ครับนายน้อย ข้าจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้!" เมื่อได้รับคำยืนยันจากลู่เฉิน สวี่โปเหวินก็รีบตอบรับทันที
จากนั้นเขาก็ส่งอาคมสื่อสารเพื่อถ่ายทอดคำสั่งของลู่เฉินออกไปในทันที
"เอาละ เราควรไปที่เทือกเขาเสวียนอินได้แล้ว อย่าได้ชักช้าเสียการเสียงาน!" ลู่เฉินกล่าวเสริม
หลินตงมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาเสวียนอินได้หลายวันแล้ว พวกเขาต้องเร่งมือ หากหลินตงได้ศิลาบรรพกาลกลืนกินไปครอบครอง เรื่องราวคงจะไม่สนุกแน่...
............
หนึ่งวันต่อมา ณ เทือกเขาเสวียนอิน แดนบูรพา
เทือกเขาเสวียนอินตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของแดนบูรพา ที่นี่อุดมไปด้วยพลังวิญญาณและสมบัติล้ำค่าจากธรรมชาติจำนวนมาก ทำให้นักบ่มเพาะระดับสูงหลายคนต่างเดินทางมาแสวงหาโชคลาภที่นี่
อย่างไรก็ตาม ที่นี่ก็เต็มไปด้วยไอเย็นหยินและสัตว์อสูรระดับสูงมากมาย ทำให้มันเป็นสถานที่ที่อันตรายและโอกาสอยู่ร่วมกัน
"แครก! ! ! !"
ในป่าลึกบริเวณชายขอบเทือกเขาเสวียนอิน เยาวชนในชุดคลุมลายมังกรผู้หนึ่งถูกห้อมล้อมด้วยพลังอสนีบาตที่สาดประกาย เขาเหวี่ยงหมัดเข้าต่อสู้กับฝูงสัตว์อสูรอย่างดุเดือด
พลังอสนีบาตบนร่างของเขาเปรียบเสมือนพายุแห่งการทำลายล้างที่โหมกระหน่ำไปทั่วป่า หมัดของเขานั้นทรงพลังและดุดันอย่างไร้เปรียบ
ต้นไม้ใบหญ้าจำนวนมากถูกทำลายจนกลายเป็นผุยผงด้วยอำนาจอสนีบาตที่แฝงมากับหมัด สัตว์อสูรจำนวนมากที่อยู่ใกล้เคียงต่างกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดภายใต้พละกำลังอันมหาศาลของเขา
ยิ่งเขาออกหมัด สัตว์อสูรก็ล้มตายลงมากขึ้นเรื่อยๆ
เพียงไม่นาน ด้วยหมัดที่ทรงพลังที่สุดเป็นครั้งสุดท้าย สัตว์อสูรตนสุดท้ายก็ถูกบดขยี้จนกลายเป็นเศษเนื้อและคราบเลือด
ทั่วทั้งผืนป่าถูกชโลมไปด้วยเลือด ดูสยดสยองยิ่งนัก
"หลินตง ทำได้ดีมาก กายศักดิ์สิทธิ์อสนีบาตของเจ้าหลังจากได้รับการขัดเกลาจากศิลาบรรพกาลอสนีบาตแล้ว ช่างแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ร่างกายของเจ้าสามารถเทียบเคียงได้กับสัตว์อสูรระดับนภาแล้ว!"
เสียงชื่นชมของฉินว่านเอ๋อร์ดังขึ้นที่ข้างหูของหลินตง