เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9: น้ำนมวิญญาณพันปี รางวัลต่อเนื่อง

บทที่ 9: น้ำนมวิญญาณพันปี รางวัลต่อเนื่อง

บทที่ 9: น้ำนมวิญญาณพันปี รางวัลต่อเนื่อง


บทที่ 9: น้ำนมวิญญาณพันปี รางวัลต่อเนื่อง

"ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์! ตัวเอกหลินตงเห็นท่านกับหลินอี้อี้ผู้เป็นน้องสาวมีความใกล้ชิดกัน จนสภาวะจิตใจของเขาพังทลาย รางวัล: น้ำนมวิญญาณพันปี 10 ขวด!"

ลู่เฉินที่กำลังชี้แนะการบ่มเพาะให้หลินอี้อี้พลันได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว

หัวใจของลู่เฉินเต้นแรง น้ำนมวิญญาณพันปีนับเป็นของล้ำค่าที่ช่วยเพิ่มพูนระดับพลังบ่มเพาะได้อย่างดีเยี่ยม! ด้วยน้ำนมวิญญาณพันปีทั้ง 10 ขวดนี้ ระดับพลังของเขาคงจะก้าวหน้าไปได้อีกไม่น้อย

"นายน้อยลู่เฉิน ปล่อย... ปล่อยข้าก่อนเจ้าค่ะ เสด็จพี่ของข้ามาแล้ว..." ในตอนนั้นเอง หลินอี้อี้ที่กำลังถูกลู่เฉินนำทางร่ายรำกระบี่ก็เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก

นางเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าท่วงท่าของพวกนางในตอนนี้ดูคลุมเครือและชิดเชื้อกันเกินไป จึงพยายามจะขยับตัวออก

ลู่เฉินไม่ได้ฝืนรั้งเอาไว้ เขาค่อยๆ ปล่อยมือจากร่างของหลินอี้อี้อย่างเป็นธรรมชาติ

"ลู่เฉิน เจ้ากำลังทำอะไรอยู่!?" หลินตงพุ่งเข้ามายืนข้างกายลู่เฉิน สายตาจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มตรงหน้า

ภาพที่เห็นเมื่อครู่มันช่างบาดตาบาดใจน้องสาวสุดที่รักของเขาอยู่ใกล้ชิดกับไอ้หมอนี่เกินไป ซึ่งเป็นเรื่องที่หลินตงยอมรับไม่ได้อย่างที่สุด

"เจ้าไม่เห็นหรือ? หลินอี้อี้กำลังฝึกวรยุทธ์ และข้าก็กำลังชี้แนะนางอยู่!" ลู่เฉินยิ้มบางๆ พลางยกกระบี่วิญญาณในมือขึ้นและเอ่ยด้วยน้ำเสียงบริสุทธิ์ใจ "เจ้าคงไม่ได้คิดว่าข้ารังแกน้องหลินอี้อี้หรอกนะ? น้องหลินอี้อี้น่ารักออกปานนี้ ข้าจะรังแคนางลงได้อย่างไร?"

"ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่ นายน้อยลู่เฉินกำลังชี้แนะการฝึกเพลงกระบี่ทะลวงวายุให้ข้าอยู่!" หลินอี้อี้รีบอธิบายทันควัน เพราะกลัวว่าพี่ชายของตนจะเข้าใจผิด

"เหอะ ชี้แนะภาษาอะไรกัน? ต้องอยู่ใกล้ชิดกันขนาดนั้นเลยรึ?" หลินตงขมวดคิ้วมุ่น

หากลู่เฉินไม่ได้มาจากตระกูลปราชญ์โบราณ หลินตงคงจะระเบิดโทสะใส่ไปตั้งแต่เห็นภาพเมื่อกี้แล้ว

"เสด็จพี่ วิธีการชี้แนะของนายน้อยลู่เฉินอาจจะแปลกไปบ้าง แต่นายน้อยลู่เฉินชี้แนะข้าจริงๆ นะพ่ะย่ะค่ะ!" หลินอี้อี้ยังคงปกป้อง

"ชี้แนะเพลงกระบี่ทะลวงวายุ? ลู่เฉินเนี่ยนะชี้แนะเจ้า?" หลังจากฟังคำน้องสาว หลินตงก็รู้สึกดูแคลนอยู่ในใจ

อย่างไรก็ตาม หลินตงยังคงเก็บสีหน้าเอาไว้แล้วกล่าวว่า "หลินอี้อี้ นายน้อยลู่เฉินไม่เคยสนใจการฝึกวรยุทธ์หรือวิชาเทพเลยแม้แต่น้อย หากเจ้าอยากเรียน วันหลังพี่จะสอนเจ้าเอง!"

หลินตงไม่เชื่อคำพูดน้องสาวเลยแม้แต่นิดเดียว เขาคิดเพียงว่านางถูกลู่เฉินหลอกลวงเสียมากกว่า แต่เมื่อรู้ว่าทั้งคู่แค่ฝึกวรยุทธ์กันอยู่ เขาก็รู้สึกเบาใจลงบ้าง ถึงอย่างนั้น เมื่อนึกถึงตอนที่หลินอี้อี้แนบชิดกับลู่เฉิน หลินตงก็ยังรู้สึกขยะแขยงในใจอยู่ดี

"สหายลู่เฉิน หากเจ้าอยากจะสำเราญใจ ในราชวงศ์ต้าเฉียนของข้ามีสาวงามมากมาย ไม่จำเป็นต้องมายุ่งเกี่ยวกับน้องสาวของข้าหรอก!" หลินตงหันไปมองลู่เฉินด้วยสายตาเรียบเฉยและเอ่ยอย่างช้าๆ

"เสด็จพี่ สิ่งที่ข้าพูดคือความจริงนะพ่ะย่ะค่ะ! ท่านเข้าใจนายน้อยลู่เฉินผิดไปแล้ว นายน้อยลู่เฉินเก่งมาก เขาสามารถทำความเข้าใจและบรรลุวิชากระบี่ระดับเซียนได้แม้จะอยู่เพียงขอบเขตเทียนตัน!" หลินอี้อี้เห็นพี่ชายยังไม่เชื่อ จึงรีบอธิบายต่อ นางไม่อยากให้มีความขุ่นข้องหมองใจเกิดขึ้นในใจของหลินตง

"หลินอี้อี้ เจ้ายังเด็กนัก เจ้าจะไปรู้อะไรว่าใครเก่งหรือไม่เก่ง? นายน้อยลู่เฉินอยู่แค่ขอบเขตเทียนตัน จะไปบรรลุวิชาระดับเซียนได้อย่างไร? อย่าพูดจาเพ้อเจ้อ!" เมื่อเห็นน้องสาวเอาแต่ปกป้องลู่เฉิน หลินตงก็เริ่มมีน้ำเสียงโมโห

หวีดดด!!!

ทันทีที่สิ้นคำพูดของหลินตง เสียงฉีกกระชากอากาศที่คมกริบก็ดังขึ้นข้างกายพวกเขา

ลู่เฉินยกกระบี่วิญญาณขึ้นตั้งแต่อีกฝ่ายไม่ทันสังเกต เพลงกระบี่ดาราจักรถูกตวัดออกไปในทันที รังสีกระบี่อันดุดันพุ่งทะยานเข้าหาโขดหินยักษ์ที่อยู่ไกลออกไป

ตูม!!!

แรงปะทะอันรุนแรงทำให้โขดหินที่แข็งแกร่งแตกละเอียดกลายเป็นผงธุลีด้วยอานุภาพของเพลงกระบี่ดาราจักร

"นี่มัน... นายน้อยลู่เฉิน ท่าน... ท่านฝึกวิชากระบี่ระดับเซียนสำเร็จจริงๆ หรือ..." เมื่อเห็นรังสีกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวนั้น หลินตงก็ถึงกับเสียกิริยา

เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอานุภาพระดับเซียนที่ทรงพลังอย่างยิ่ง ชัดเจนว่านี่คือวิชาระดับเซียนของจริง

"มันก็แค่เพลงกระบี่ระดับเซียนเองไม่ใช่หรือ? ข้าก็แค่ฝึกไปงั้นๆ ไม่คิดว่ามันจะสำเร็จขึ้นมาจริงๆ" ลู่เฉินยักไหล่พลางเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ

คำพูดนั้นทำให้ร่างกายของหลินตงแข็งทื่อ ลมหายใจเริ่มติดขัด เขาจ้องมองลู่เฉินตาไม่กะพริบ ก่อนจะพยายามฝืนยิ้มและกล่าวว่า "นะ... นายน้อยลู่เฉิน ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ของท่านจะล้ำลึกถึงเพียงนี้..."

วิชาระดับเซียนนั้นทรงพลังและลึกลับมาก แม้แต่ตัวเขาเองที่อยู่ขอบเขตทะเลเทวะ ยังต้องจ่ายราคาอย่างมหาศาลกว่าจะฝึกมันสำเร็จได้เพียงผิวเผิน แต่ลู่เฉินที่อยู่แค่ขอบเขตเทียนตัน และในสายตาของเขาเป็นเพียงสวะคนหนึ่ง กลับก้าวข้ามขีดจำกัดจนเข้าถึงแก่นแท้วิชาระดับเซียนได้ เรื่องนี้ทำให้จิตใจของหลินตงสูญเสียความสมดุลไปอย่างสิ้นเชิง

'ทำไมกัน? ทำไมข้าที่พากเพียรบ่มเพาะแทบล้มประดาตาย ถึงสู้คนที่วันๆ เอาแต่กิน ดื่ม เที่ยวเล่นอย่างนายน้อยตระกูลปราชญ์คนนี้ไม่ได้!?'

หลินตงคำรามลั่นอยู่ในใจ แต่ด้วยสถานะของลู่เฉิน เขาจึงไม่กล้าแสดงออกมา ได้แต่เก็บความคั่งแค้นไว้อย่างไร้ทางออก

"ติ๊ง! โฮสต์ฝึกวิชากระบี่ระดับเซียนสำเร็จ ทำให้สภาวะจิตใจของตัวเอกหลินตงสูญเสียความสมดุล รางวัล: อาวุธระดับเซียนขั้นสูงสุด เกราะเซียนม่วงดารารัศมี!"

ในตอนนั้นเอง เสียงระบบก็ดังขึ้นในหัวลู่เฉินอีกครั้ง

ลู่เฉินเบิกบานใจยิ่งนัก อาวุธระดับเซียนขั้นสูงสุดชิ้นใหม่ แถมยังเป็นประเภทเกราะป้องกันที่หาได้ยากยิ่ง ด้วยสิ่งนี้ ความสามารถในการเอาตัวรอดของเขาจะเพิ่มขึ้นมหาศาล

'การปั่นหัวตัวเอกนี่มันสนุกจริงๆ รางวัลไหลมาเทมาไม่ขาดสายเลย'

"ใช่แล้ว ข้าเองก็คิดว่าข้าเก่งอยู่เหมือนกัน ดูท่าทางหลังจากนี้ข้าคงต้องแบ่งเวลามาบ่มเพาะพลังให้มากขึ้น คงไปกิน ดื่ม เที่ยวเล่นกับเจ้าไม่ได้บ่อยๆ แล้วล่ะ!" ลู่เฉินตบไหล่หลินตงแล้วกล่าวต่อว่า "หลินตง เจ้าเองก็ต้องขยันฝึกให้มากกว่านี้นะ..."

'เจ้าเริ่มมาสั่งสอนข้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ข้าต้องให้เจ้ามาสอนงั้นรึ?' ความไม่พอใจในใจหลินตงพุ่งสูงขึ้น แต่เขาก็ยังคงไม่กล้าแสดงออก

"ขะ... ข้ารู้แล้ว ข้าย่อมรู้อยู่แล้ว!" หลินตงตอบด้วยสีหน้าที่แข็งทื่อขึ้นเรื่อยๆ

"ติ๊ง! โฮสต์กล่าวตักเตือนให้ตัวเอกหลินตงขยันบ่มเพาะพลัง เป็นการแทงใจดำและทำลายความภาคภูมิใจของเขา รางวัล: น้ำนมวิญญาณพันปี 10 ขวด!"

ลู่เฉินได้น้ำนมวิญญาณพันปีมาอีก 10 ขวด ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ! เขามองดูของรางวัลที่ปรากฏขึ้นในพื้นที่ระบบด้วยความปิติ

เมื่อแน่ใจว่าลู่เฉินบรรลุวิชาระดับเซียนจริงๆ แม้หลินตงจะขุ่นเคืองเพียงใดเขาก็ต้องยอมรับความจริงอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยน้องสาวของเขาก็ได้เรียนรู้วิชาจริงๆ และไม่ได้ถูกล่วงเกิน ซึ่งนั่นทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย

"หลินอี้อี้ เวลาของนายน้อยลู่เฉินนั้นมีค่ามาก เขาจะมีเวลามาชี้แนะเจ้าบ่อยๆ ได้อย่างไร? วันหน้าหากเจ้าต้องการคำชี้แนะ พี่จะเป็นคนสอนเจ้าเอง!" หลินตงหันไปกำชับน้องสาว

"เสด็จพี่ น้องเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ..." หลินอี้อี้ก้มหน้าต่ำ นางรู้ว่าพี่ชายของตนกำลังโกรธ

ทว่าหลินอี้อี้ก็ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเหตุใดพี่ชายต้องโกรธขนาดนี้ ในเมื่อลู่เฉินก็แค่ช่วยชี้แนะวรยุทธ์ให้นางจริงๆ...

"สหายหลินตง เหตุใดต้องเกรงใจกันถึงเพียงนั้น? พวกเราก็เหมือนคนครอบครัวเดียวกัน น้องสาวของเจ้าก็เหมือนน้องสาวของข้า ข้าย่อมมีเวลามาชี้แนะน้องสาวของข้าอยู่แล้ว!" ลู่เฉินเอ่ยพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย

จบบทที่ บทที่ 9: น้ำนมวิญญาณพันปี รางวัลต่อเนื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว