- หน้าแรก
- เนตรซ้อนสยบหล้า ขยี้โชคชะตาในร่างตัวร้าย
- บทที่ 9: น้ำนมวิญญาณพันปี รางวัลต่อเนื่อง
บทที่ 9: น้ำนมวิญญาณพันปี รางวัลต่อเนื่อง
บทที่ 9: น้ำนมวิญญาณพันปี รางวัลต่อเนื่อง
บทที่ 9: น้ำนมวิญญาณพันปี รางวัลต่อเนื่อง
"ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์! ตัวเอกหลินตงเห็นท่านกับหลินอี้อี้ผู้เป็นน้องสาวมีความใกล้ชิดกัน จนสภาวะจิตใจของเขาพังทลาย รางวัล: น้ำนมวิญญาณพันปี 10 ขวด!"
ลู่เฉินที่กำลังชี้แนะการบ่มเพาะให้หลินอี้อี้พลันได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว
หัวใจของลู่เฉินเต้นแรง น้ำนมวิญญาณพันปีนับเป็นของล้ำค่าที่ช่วยเพิ่มพูนระดับพลังบ่มเพาะได้อย่างดีเยี่ยม! ด้วยน้ำนมวิญญาณพันปีทั้ง 10 ขวดนี้ ระดับพลังของเขาคงจะก้าวหน้าไปได้อีกไม่น้อย
"นายน้อยลู่เฉิน ปล่อย... ปล่อยข้าก่อนเจ้าค่ะ เสด็จพี่ของข้ามาแล้ว..." ในตอนนั้นเอง หลินอี้อี้ที่กำลังถูกลู่เฉินนำทางร่ายรำกระบี่ก็เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก
นางเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าท่วงท่าของพวกนางในตอนนี้ดูคลุมเครือและชิดเชื้อกันเกินไป จึงพยายามจะขยับตัวออก
ลู่เฉินไม่ได้ฝืนรั้งเอาไว้ เขาค่อยๆ ปล่อยมือจากร่างของหลินอี้อี้อย่างเป็นธรรมชาติ
"ลู่เฉิน เจ้ากำลังทำอะไรอยู่!?" หลินตงพุ่งเข้ามายืนข้างกายลู่เฉิน สายตาจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มตรงหน้า
ภาพที่เห็นเมื่อครู่มันช่างบาดตาบาดใจน้องสาวสุดที่รักของเขาอยู่ใกล้ชิดกับไอ้หมอนี่เกินไป ซึ่งเป็นเรื่องที่หลินตงยอมรับไม่ได้อย่างที่สุด
"เจ้าไม่เห็นหรือ? หลินอี้อี้กำลังฝึกวรยุทธ์ และข้าก็กำลังชี้แนะนางอยู่!" ลู่เฉินยิ้มบางๆ พลางยกกระบี่วิญญาณในมือขึ้นและเอ่ยด้วยน้ำเสียงบริสุทธิ์ใจ "เจ้าคงไม่ได้คิดว่าข้ารังแกน้องหลินอี้อี้หรอกนะ? น้องหลินอี้อี้น่ารักออกปานนี้ ข้าจะรังแคนางลงได้อย่างไร?"
"ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่ นายน้อยลู่เฉินกำลังชี้แนะการฝึกเพลงกระบี่ทะลวงวายุให้ข้าอยู่!" หลินอี้อี้รีบอธิบายทันควัน เพราะกลัวว่าพี่ชายของตนจะเข้าใจผิด
"เหอะ ชี้แนะภาษาอะไรกัน? ต้องอยู่ใกล้ชิดกันขนาดนั้นเลยรึ?" หลินตงขมวดคิ้วมุ่น
หากลู่เฉินไม่ได้มาจากตระกูลปราชญ์โบราณ หลินตงคงจะระเบิดโทสะใส่ไปตั้งแต่เห็นภาพเมื่อกี้แล้ว
"เสด็จพี่ วิธีการชี้แนะของนายน้อยลู่เฉินอาจจะแปลกไปบ้าง แต่นายน้อยลู่เฉินชี้แนะข้าจริงๆ นะพ่ะย่ะค่ะ!" หลินอี้อี้ยังคงปกป้อง
"ชี้แนะเพลงกระบี่ทะลวงวายุ? ลู่เฉินเนี่ยนะชี้แนะเจ้า?" หลังจากฟังคำน้องสาว หลินตงก็รู้สึกดูแคลนอยู่ในใจ
อย่างไรก็ตาม หลินตงยังคงเก็บสีหน้าเอาไว้แล้วกล่าวว่า "หลินอี้อี้ นายน้อยลู่เฉินไม่เคยสนใจการฝึกวรยุทธ์หรือวิชาเทพเลยแม้แต่น้อย หากเจ้าอยากเรียน วันหลังพี่จะสอนเจ้าเอง!"
หลินตงไม่เชื่อคำพูดน้องสาวเลยแม้แต่นิดเดียว เขาคิดเพียงว่านางถูกลู่เฉินหลอกลวงเสียมากกว่า แต่เมื่อรู้ว่าทั้งคู่แค่ฝึกวรยุทธ์กันอยู่ เขาก็รู้สึกเบาใจลงบ้าง ถึงอย่างนั้น เมื่อนึกถึงตอนที่หลินอี้อี้แนบชิดกับลู่เฉิน หลินตงก็ยังรู้สึกขยะแขยงในใจอยู่ดี
"สหายลู่เฉิน หากเจ้าอยากจะสำเราญใจ ในราชวงศ์ต้าเฉียนของข้ามีสาวงามมากมาย ไม่จำเป็นต้องมายุ่งเกี่ยวกับน้องสาวของข้าหรอก!" หลินตงหันไปมองลู่เฉินด้วยสายตาเรียบเฉยและเอ่ยอย่างช้าๆ
"เสด็จพี่ สิ่งที่ข้าพูดคือความจริงนะพ่ะย่ะค่ะ! ท่านเข้าใจนายน้อยลู่เฉินผิดไปแล้ว นายน้อยลู่เฉินเก่งมาก เขาสามารถทำความเข้าใจและบรรลุวิชากระบี่ระดับเซียนได้แม้จะอยู่เพียงขอบเขตเทียนตัน!" หลินอี้อี้เห็นพี่ชายยังไม่เชื่อ จึงรีบอธิบายต่อ นางไม่อยากให้มีความขุ่นข้องหมองใจเกิดขึ้นในใจของหลินตง
"หลินอี้อี้ เจ้ายังเด็กนัก เจ้าจะไปรู้อะไรว่าใครเก่งหรือไม่เก่ง? นายน้อยลู่เฉินอยู่แค่ขอบเขตเทียนตัน จะไปบรรลุวิชาระดับเซียนได้อย่างไร? อย่าพูดจาเพ้อเจ้อ!" เมื่อเห็นน้องสาวเอาแต่ปกป้องลู่เฉิน หลินตงก็เริ่มมีน้ำเสียงโมโห
หวีดดด!!!
ทันทีที่สิ้นคำพูดของหลินตง เสียงฉีกกระชากอากาศที่คมกริบก็ดังขึ้นข้างกายพวกเขา
ลู่เฉินยกกระบี่วิญญาณขึ้นตั้งแต่อีกฝ่ายไม่ทันสังเกต เพลงกระบี่ดาราจักรถูกตวัดออกไปในทันที รังสีกระบี่อันดุดันพุ่งทะยานเข้าหาโขดหินยักษ์ที่อยู่ไกลออกไป
ตูม!!!
แรงปะทะอันรุนแรงทำให้โขดหินที่แข็งแกร่งแตกละเอียดกลายเป็นผงธุลีด้วยอานุภาพของเพลงกระบี่ดาราจักร
"นี่มัน... นายน้อยลู่เฉิน ท่าน... ท่านฝึกวิชากระบี่ระดับเซียนสำเร็จจริงๆ หรือ..." เมื่อเห็นรังสีกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวนั้น หลินตงก็ถึงกับเสียกิริยา
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอานุภาพระดับเซียนที่ทรงพลังอย่างยิ่ง ชัดเจนว่านี่คือวิชาระดับเซียนของจริง
"มันก็แค่เพลงกระบี่ระดับเซียนเองไม่ใช่หรือ? ข้าก็แค่ฝึกไปงั้นๆ ไม่คิดว่ามันจะสำเร็จขึ้นมาจริงๆ" ลู่เฉินยักไหล่พลางเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
คำพูดนั้นทำให้ร่างกายของหลินตงแข็งทื่อ ลมหายใจเริ่มติดขัด เขาจ้องมองลู่เฉินตาไม่กะพริบ ก่อนจะพยายามฝืนยิ้มและกล่าวว่า "นะ... นายน้อยลู่เฉิน ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ของท่านจะล้ำลึกถึงเพียงนี้..."
วิชาระดับเซียนนั้นทรงพลังและลึกลับมาก แม้แต่ตัวเขาเองที่อยู่ขอบเขตทะเลเทวะ ยังต้องจ่ายราคาอย่างมหาศาลกว่าจะฝึกมันสำเร็จได้เพียงผิวเผิน แต่ลู่เฉินที่อยู่แค่ขอบเขตเทียนตัน และในสายตาของเขาเป็นเพียงสวะคนหนึ่ง กลับก้าวข้ามขีดจำกัดจนเข้าถึงแก่นแท้วิชาระดับเซียนได้ เรื่องนี้ทำให้จิตใจของหลินตงสูญเสียความสมดุลไปอย่างสิ้นเชิง
'ทำไมกัน? ทำไมข้าที่พากเพียรบ่มเพาะแทบล้มประดาตาย ถึงสู้คนที่วันๆ เอาแต่กิน ดื่ม เที่ยวเล่นอย่างนายน้อยตระกูลปราชญ์คนนี้ไม่ได้!?'
หลินตงคำรามลั่นอยู่ในใจ แต่ด้วยสถานะของลู่เฉิน เขาจึงไม่กล้าแสดงออกมา ได้แต่เก็บความคั่งแค้นไว้อย่างไร้ทางออก
"ติ๊ง! โฮสต์ฝึกวิชากระบี่ระดับเซียนสำเร็จ ทำให้สภาวะจิตใจของตัวเอกหลินตงสูญเสียความสมดุล รางวัล: อาวุธระดับเซียนขั้นสูงสุด เกราะเซียนม่วงดารารัศมี!"
ในตอนนั้นเอง เสียงระบบก็ดังขึ้นในหัวลู่เฉินอีกครั้ง
ลู่เฉินเบิกบานใจยิ่งนัก อาวุธระดับเซียนขั้นสูงสุดชิ้นใหม่ แถมยังเป็นประเภทเกราะป้องกันที่หาได้ยากยิ่ง ด้วยสิ่งนี้ ความสามารถในการเอาตัวรอดของเขาจะเพิ่มขึ้นมหาศาล
'การปั่นหัวตัวเอกนี่มันสนุกจริงๆ รางวัลไหลมาเทมาไม่ขาดสายเลย'
"ใช่แล้ว ข้าเองก็คิดว่าข้าเก่งอยู่เหมือนกัน ดูท่าทางหลังจากนี้ข้าคงต้องแบ่งเวลามาบ่มเพาะพลังให้มากขึ้น คงไปกิน ดื่ม เที่ยวเล่นกับเจ้าไม่ได้บ่อยๆ แล้วล่ะ!" ลู่เฉินตบไหล่หลินตงแล้วกล่าวต่อว่า "หลินตง เจ้าเองก็ต้องขยันฝึกให้มากกว่านี้นะ..."
'เจ้าเริ่มมาสั่งสอนข้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ข้าต้องให้เจ้ามาสอนงั้นรึ?' ความไม่พอใจในใจหลินตงพุ่งสูงขึ้น แต่เขาก็ยังคงไม่กล้าแสดงออก
"ขะ... ข้ารู้แล้ว ข้าย่อมรู้อยู่แล้ว!" หลินตงตอบด้วยสีหน้าที่แข็งทื่อขึ้นเรื่อยๆ
"ติ๊ง! โฮสต์กล่าวตักเตือนให้ตัวเอกหลินตงขยันบ่มเพาะพลัง เป็นการแทงใจดำและทำลายความภาคภูมิใจของเขา รางวัล: น้ำนมวิญญาณพันปี 10 ขวด!"
ลู่เฉินได้น้ำนมวิญญาณพันปีมาอีก 10 ขวด ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ! เขามองดูของรางวัลที่ปรากฏขึ้นในพื้นที่ระบบด้วยความปิติ
เมื่อแน่ใจว่าลู่เฉินบรรลุวิชาระดับเซียนจริงๆ แม้หลินตงจะขุ่นเคืองเพียงใดเขาก็ต้องยอมรับความจริงอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยน้องสาวของเขาก็ได้เรียนรู้วิชาจริงๆ และไม่ได้ถูกล่วงเกิน ซึ่งนั่นทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย
"หลินอี้อี้ เวลาของนายน้อยลู่เฉินนั้นมีค่ามาก เขาจะมีเวลามาชี้แนะเจ้าบ่อยๆ ได้อย่างไร? วันหน้าหากเจ้าต้องการคำชี้แนะ พี่จะเป็นคนสอนเจ้าเอง!" หลินตงหันไปกำชับน้องสาว
"เสด็จพี่ น้องเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ..." หลินอี้อี้ก้มหน้าต่ำ นางรู้ว่าพี่ชายของตนกำลังโกรธ
ทว่าหลินอี้อี้ก็ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเหตุใดพี่ชายต้องโกรธขนาดนี้ ในเมื่อลู่เฉินก็แค่ช่วยชี้แนะวรยุทธ์ให้นางจริงๆ...
"สหายหลินตง เหตุใดต้องเกรงใจกันถึงเพียงนั้น? พวกเราก็เหมือนคนครอบครัวเดียวกัน น้องสาวของเจ้าก็เหมือนน้องสาวของข้า ข้าย่อมมีเวลามาชี้แนะน้องสาวของข้าอยู่แล้ว!" ลู่เฉินเอ่ยพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย