เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 39 : พรสวรรค์ – รับตำแหน่ง

Chapter 39 : พรสวรรค์ – รับตำแหน่ง

Chapter 39 : พรสวรรค์ – รับตำแหน่ง


โจวเฉินอ่านโพสต์ต่างๆบนฟอรั่มอย่างสบายใจและกดคลิ๊กเข้าไปดูในหัวข้อที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของพรสวรรค์

ในโพสต์นี้ผู้ที่โพสต์ได้สรุปเกี่ยวกับข้อมูลของพรสวรรค์เอาไว้หลากหลายรูปแบบ บ้างก็เป็นเซอร์ไวเวอร์ที่เผยออกมาเองขณะที่บางพรสวรรค์ก็เป็นคนอื่นที่คาดเดากันเอาเอง

ตามที่เขาบอก พรสวรรค์กว่า90%ของเหล่าเซอร์ไวเวอร์จะเป็นพรสวรรค์ประเภทเพิ่มค่าสถานะและส่วนใหญ่จะมีผลเพียงทั่วๆไปเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่นพรสวรรค์ ‘ปราดเปรียว’ ที่เพิ่มค่าความเร็วให้0.2หน่วย พรสวรรค์ ‘ฉลาดเฉลียว’ ที่เพิ่มค่าจิตวิญญาณ0.2หน่วยหรือพรสวรรค์ ‘กำยำ’ ที่เพิ่มค่ากายา0.2หน่วย

นอกจากนี้ในบรรดาพรสวรรค์ประเภทค่าสถานะเหล่านี้ก็ยังมีพรสวรรค์ที่ระดับสูงขึ้นไปอีก เช่น ‘ผู้ทรงพลัง’ ที่เพิ่มค่ากายา0.4หน่วย หรือพรสวรรค์ ‘ป่าเถื่อน’ ที่เพิ่มค่ากายาถึง1.0หน่วย ในด้านของค่าสถานะอย่างจิตวิญญาณเองก็มีพรสวรรค์อย่าง ‘ปรีชาญาณ’ ซึ่งเพิ่มค่าจิตวิญญาณสูงถึง1.0หน่วย

นอกจากพรสวรรค์ประเภทเพิ่มค่าสถานะเหล่านี้แล้วก็ยังมีพรสวรรค์ประเภทความสามารถพิเศษชนิดอื่นอยู่อีกไม่น้อย

ยกตัวอย่างเช่นเซอร์ไวเวอร์ชั้นนำคนหนึ่งจากจักรวรรดิเหยี่ยวที่มีชื่อว่า ‘จอมเวทย์พินิจดารา’ ที่ดูเหมือรว่าจะมีพรสวรรค์ประเภททำนายทำให้เขาหลบเลี่ยงอันตรายได้อยู่เสมอ

หรือเซอร์ไวเวอร์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เผยเปิดของจักรวรรดิมังกรอย่างผู้อำนวยการขององค์กรเซอร์ไวเวอร์ประจำจักรวรรดิมังกรที่ชื่อหลี่กัวเหลียงเองก็มีพสวรรค์ ‘เก็บเกี่ยว’ ที่ความสามารถของมันก็คือรางวัลที่ได้จะเป็นสองเท่า

นอกจากนี้ก็ยังมีผู้เล่นชั้นนำจากจักรวรรดิหมีที่มีพรสวรรค์ไม่ทราบชื่ออยู่อีก ความสามารถของคนผู้นั้นกล่าวกันว่าทำให้เขาสามารถฟื้นคืนชีพได้

โจวเฉินอ่านโพสต์ๆนี้เสร็จสิ้นในเวลาไม่นานและอดถอนหายใจออกมาไม่ได้

“พรสวรรค์ของคนพวกนี้ไร้เหตุไร้ผลจริงๆกระทั่งฟื้นคืนชีพก็มี ยังไงก็ตามต่อให้ฟื้นคืนชีพได้แต่ก็ต้องมีขีดจำกัดเหมือนกันนั่นแหละ พรสวรรค์ช่วงชิงสกิลของเราเองก็ไม่เลว ตราบใดที่เรายังพัฒนาต่อไปเรื่อยๆซักวันก็คงตามคนพวกนั้นทัน”

โจวเฉินทราบดีว่าตัวเขาจัดว่าอยู่ในระดับทั่วๆไปเท่านั้น ไม่ได้มีจิตใจหรือความสามารถอันโดดเด่นแต่เขาแค่โชคดีกว่าคนอื่นที่ได้พรสวรรค์อันทรงพลังมาครอบครองก็เท่านั้น อนาคตของเขายังไงก็ไม่มีทางด้อยกว่าผู้เล่นระดับสูงเหล่านี้

หลังจากเปิดอ่านข้อมูลในฟอรั่มอยู่อีกพักนึงโจวเฉินก็ผล็อยหลับไป

แม้พึ่งจะตื่นขึ้นมาไม่นานนักแต่เขาก็จำเป็นต้องปรับเวลานอน

หลายชั่วโมงให้หลังโจวเฉินก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อเขาตื่นขึ้นมาเขาก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาทันทีและพบว่าในหน้าช่องเก็บของของเขานั้นมีธนบัตรใบสีแดงจำนวนมากปรากฏขึ้นมา

“ไอเทมที่วางขายขายออกแล้วงั้นหรอ? ไหนดูสิว่าอันไหน”

เนื่องจากเขาตั้งราคาเอาไว้แล้วจึงไม่จำเป็นต้องติดต่อกับผู้ซื้อเวลาขายไอเทมหล่านั้นแต่อย่างใด อีกฝ่ายสามารถซื้อได้เลยตราบใดที่มีเงินเพียงพอ

ดูจากจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นมาในช่องเก็บของแล้วเขาบอกได้เลยว่าไอเทมยังไม่ถูกขายจนหมด นี่นับว่าเป็นเรื่องปกติแต่เขาก็ยังอยากรู้อยู่ดีว่าไอเทมอันไหนที่คนต้องการมากที่สุด

“แท่งเหล็กกับมีดถูกขายออกไปสินะ ไม่คิดเลยว่าของที่แพงที่สุดสองชิ้นจะถูกขายออกไปก่อนแต่ไอ้พวกของถูกๆดันถูกเมินซะอย่างนั้น”

ท่อนเหล็กกับมีดสั้นหายไปจากพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้วขณะที่ค้อน แส้ ตะบองกระบองเพรชและขวดยังคงอยู่เหมือนเดิม

“ดูเหมือนอาวุธดั้งเดิมที่ทำจากโลหะจะเป็นที่นิยมกว่าสินะ ถ้าด้ามจับของค้อนไม่มีรอยบาดลึกนั่นก็น่าจะถูกขายออกไปในราคาดีไม่น้อยเหมือนกัน”

หลังจากปิดหน้าต่างระบบลงโจวเฉินกลับยังมิได้นำธนบัตรออกมาจากช่องเก็บของ นั่นก็เพราะว่าเขาตั้งใจจะเก็บให้ได้เกิน200,000เสียก่อนแล้วค่อยนำไปจ่ายค่าภาษีเด็กกำพร้าในคราเดียว

“ด้วยความเร็วขนาดนี้อาทิตย์นี้ก็คงรวบรวมเงินได้จนครบแล้ว”

โจวเฉินชอบความรู้สึกเวลามีเงินยิ่งนัก จากนั้นเขาก็เริ่มคิดแล้วว่าจะใช้เงินพวกนี้ยังไงดี

“เปลี่ยนห้องเป็นห้องที่ดีกว่านี้ดีกว่า ห้องนี้มันเล็กเกินไปหน่อย”

หลังจากคิดอยู่ซักพักโจวเฉินก็ตัดสินใจหาห้องที่ถูกแต่ดีกว่าห้องที่อยู่ ณ ปัจจุบัน

เขาล้างหน้าล้างตาสวมเสื้อผ้าก่อนจะเดินออกจากห้องเช่าและมุ่งหน้าไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ใกล้ๆ หลังจากสั่งก๋วยเตี๋ยวเนื้อชามใหญ่มาชามหนึ่งเขาก็นั่งลงแล้วเริ่มจัดการกับมื้อเช้าของตัวเอง

เอาจริงๆเขาจะกินเยอะกว่านี้ก็ได้แต่มันจะดูผิดปกติไปหน่อยดังนั้นเขาจึงห้ามตัวเองเอาไว้

หลังจากกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จเขาก็ออกเดินถอดน่องไปทั่วบริเวณเพื่อหาห้องเช่า หลังจากใช้เวลาไปซักพักเขาก็พบเข้ากับห้องที่เหมาะสม เมื่อเสร็จสิ้นตรงนี้แล้วเขาก็มุ่งหน้าไปยังโรงฝึกเว่ยเหลียงเพราะตอนนี้ถึงเวลาต้องฝึกฝนแล้ว

เมื่อมาถึงทางเข้าโรงฝึกเขาก็พบว่าประตูของโรงฝึกเปิดอยู่ก่อนแล้ว เถ้าแก่หลิวที่ใบหน้าปูดเขียวบวมช้ำกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ภายในโถงฝึก เมื่ออีกฝ่ายสังเกตุเห็นโจวเฉินเขาก็ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ทันที

“เสี่ยวโจวทำไมวันนี้ถึงไม่มาให้เร็วหน่อยเล่า? ฉันกำลังรอเธออยู่เลยเนี่ย”

“ขอโทษที่มาช้าไปหน่อยนะครับแต่ผมมีเรื่องต้องทำนิดหน่อย ดูจากท่าทีแล้วดูเหมือนว่าคุณจะยังไม่เปลี่ยนใจและอยากให้ผมเป็นหัวหน้าผู้ช่วยประจำโรงฝึกสินะครับ”

โจวเฉินยิ้มรับและเดินเข้ามาในโรงฝึกเว่ยเจียง

“แน่นอน”

เถ้าแก่หลิวพยักหน้า

“ฉันค่อนข้างถูกใจเธอ ถ้าได้เธอมาเป็นหัวหน้าผู้ช่วยประจำโรงฝึกฉันก็เบาใจ ดูสินี่ฉันกระทั่งเตรียมข้อตกลงการรับตำแหน่งเอาไว้ให้เธอเชียวนะ”

ชายชราหยิบเอกสารปึกหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา

“เตรียมเอาไว้พร้อมเชียวนะครับ”

โจวเฉินรับเอกสารไปดูและพบว่าเถ้าแก่หลิวค่อนข้างจริงจังกับเรื่องนี้ไม่น้อยเลย เอกสารนื้คือข้อตกลงการเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ช่วยประจำโรงฝึกอย่างเป็นทางการ ตราประทับของโรงฝึกเว่ยเจียงและรายเซ็นของเถ้าแก่หลิวล้วนแล้วแต่ถูกตีตราลงไปแล้วทั้งสิ้น

“เถ้าแก่หลิวค่อนข้างให้ค่าผมไม่น้อยเลย เอาเป็นว่าจะพยายามไม่ทำให้ผิดหวังแล้วกัน ผมจะเป็นหัวหน้าผู้ช่วยประจำโรงฝึกของคุณให้ก็แล้วกันนะครับ”

โจวเฉินไม่ได้เล่นตัวแต่อย่างใด เขาหยิบปากกาที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาและเซ็นชื่อลงไป

“ลืมเอารูปมาเลย ค่อยแปะทีหลังแล้วกัน”

...

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว โจวเฉินใช้เวลาจัดการกับเรื่องการรับตำแหน่งกับเถ้าแก่หลิวอยู่ซักพักก่อนจะเอ่ยปากอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ต้องการอาหารและที่อยู่เพียงแค่เงินเดือนหนึ่งหมื่นเหรียญก็พอ

ด้วยการนี้โจวเฉินจึงได้กลายเป็นหัวหน้าผู้ช่วยประจำโรงฝึกเว่ยเจียงอย่างเป็นทางการ เขาจะรับหน้าที่ในการจัดการกับคนที่มาท้าทายโรงฝึกและค่อยพัฒนาโรงฝึกแห่งนี้ต่อไป

ขณะเดียวกันเถ้าแก่หลิวก็กล่าวเอาไว้ด้วยว่าเขาจะใช้โอกาสนี้พักฟื้นร่างกายและคิดค้นกระบวนท่าใหม่ของหมัดเพลิงนรกขึ้นมา

“เสี่ยวโจว ฉันเปิดโรงฝึกนี่มาก็หลายปีแล้วแต่ยังไม่เคยมีนักเรียนจริงๆจังๆซักคน ดังนั้นฉันขอใช้โอกาสนี้พักฟื้นและขัดเกลาวิชายุทธตัวเองก่อนก็แล้วกัน ฉันขอฝากโรงฝึกแห่งนี้เอาไว้กับเธอด้วย หวังว่าเธอจะรับสมัครนักเรียนให้ได้ซักยี่สิบคนนะ”

เถ้าแก่หลิวเอ่ยสิ่งที่เขาคาดหวังให้โจวเฉินทราบ

“นักเรียนยี่สิบคน...โรงฝึกนี่น่าจะใหญ่พอรับคนได้มากกว่ายี่สิบคนอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาขอเวลาผมสามเดือนแล้วกัน”

โจวเฉินคิดอยู่ซักพักและรู้สึกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างท้าทายเขาทีเดียวแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

เถ้าแก่หลิวพยักหน้ารับ

จากนั้นทั้งสองคนก็คุยเกี่ยวกับรายละเอียดกันอีกเล็กน้อย เช่นว่าค่าธรรมเนียมการสมัครจะเก็บเท่าไหร่ จะสอนอะไรและจะโฆษณาโรงฝึกแบบไหน

หลังจากคุยกันซักพักโจวเฉินก็พบว่าความคิดของเถ้าแก่หลิวค่อนข้างเรียบง่ายมาก นอกจากอยากให้มีนักเรียนมาเรียนรู้หมัดเพลิงนรกของเขาแล้วความคิดอื่นก็ไม่มีอะไรประหลาดแต่อย่างใด

จบบทที่ Chapter 39 : พรสวรรค์ – รับตำแหน่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว