เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 27 : สู้กับหนอนทรายใบเลื่อย

Chapter 27 : สู้กับหนอนทรายใบเลื่อย

Chapter 27 : สู้กับหนอนทรายใบเลื่อย


ผ่านมาไม่กี่นาทีแต่โจวเฉินก็ยังไม่ถูกชาวต่างชาติทั้งสองคนเข้ามาหาเรื่องแต่ดันเจอเข้ากับพายุทรายแทน หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือเซอร์ไวเวอร์ทั้งหกคนล้วนอยู่ในระยะของทะเลทรายที่จู่ๆก็ก่อตัวขึ้นมาทั้งสิ้น

กระแสลมจากพายุทรายไม่ได้รุนแรงมานักแต่มันทำให้การมองเห็นด้อยลงอย่างชัดเจน พวกเขาสามารถมองเห็นได้เพียงราวๆ200เมตรเท่านั้น การเดินท่ามกลางพายุทรายเช่นนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงกรณีที่ถูกทรายเข้าตามตาตามจมูกได้จริงๆ

เนื่องจากโจวเฉินใส่หน้ากากครึ่งหน้าซึ่งปิดบริเวณปากกับจมูกอยู่ดังนั้นสถานการณ์ของเขาจึงดูดีกว่าคนอื่นๆเล็กน้อย

เขาถอดเสื้อออกมาและนำมันมาพันเอาไว้บนหัวอีกสำทับโดยปล่อยให้มีช่องว่างๆเหลือเอาไว้ระหว่างดวงตาเพื่อให้พอมองเห็นได้

เอาจริงๆแล้วถ้ามีผู้เชี่ยวชาญอยู่ด้วยพวกเขาคงเลือกที่จะหาที่หลบจนกว่าพายุทรายนี้จะผ่านพ้น แต่โจวเฉินก็ไม่รู้ด้วยสิว่าพายุทรายจะผ่านไปเมื่อไหร่ ภายใต้สถานการณ์แบบนี้เขาจึงต้องมุ่งหน้าต่อไปเท่านั้น

“พายุทรายนี่เป็นแค่น้ำจิ้มแน่ๆ รู้สึกได้เลยว่าในทรายมีอะไรกำลังจะโผล่หัวออกมา”

โจวเฉินที่สวมหน้ากากและพันหัวเอาไว้ด้วยเสื้อเดินผ่านทะเลทรายไปด้วยความยากลำบาก เขารู้ดีว่าช่วงเวลาทรหดของภารกิจเซอร์ไววัลนั้นพึ่งจะเริ่มต้นขึ้นและข้างหน้าก็ยังมีอะไรที่ยากกว่านี้รออยู่

“พายุทรายนี่พัดเอารอยเท้าของคนที่อยู่ข้างหน้าหายเกลี้ยงเลยแฮะ”

ไม่นานนักเขาก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ดีเท่าไหร่นักจุดแรก รอยเท้าที่เขาเดินตามมาได้หายไปแล้ว

เมื่อเห็นเช่นนี้เขาก็หยิบท่อนเหล็กในช่องเก็บของออกมาและใช้มันเพื่อตรวจสอบเส้นทาง

นี่เป็นการระวังพวกสภาพภูมิประเทศรูปแบบพิเศษต่างๆในทะเลทรายยกตัวอย่างเช่นพวกทรายดูด

ในหนังบางเรื่องที่โจวเฉินเคยดูในชีวิตที่แล้ว ทรายดูเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่ากลัวมากเพราะมันสามารถทำให้คนที่โดนดูดจมหายไปใต้ทรายได้อย่างรวดเร็ว

ยังไงก็ตามในภารกิจเอาชีวิตรอดนี้ก็ยากจะพูดเหมือนกัน โจวเฉินรู้สึกได้ลางๆว่าทรายดูดที่นี่อาจจะไม่มาตามหลักวิทยาศาสตร์นัก ดังนั้นเขาจึงต้องระมัดระวังตัวให้ดี

โจวเฉินที่เดินไปบนเส้นทางกระดูกรู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังร้อนขึ้นเรื่อยๆ พลังกายเองก็ลดลงอย่างรวดเร็วและกระทั่งหัวเองก็เริ่มมึนขึ้นมาเล็กน้อย

ตอนนี้ดูเหมือนๆรอบๆตัวเขาจะไม่มีร่องรอยของเซอร์ไวเวอร์คนอื่น ไม่รู้ว่าพวกนั้นทิ้งระยะไปไกลแล้วหรือถูกพายุทรายที่ปกคลุมท้องฟ้าบดบังหรือกระทั่งว่าซ่อนตัวอยู่ที่ไหนซักแห่งก็ไม่อาจทราบ

เขาเดินไปเรื่อยๆพร้อมกับท่อนเหล็กอยู่ซักพักนึงจนกระทั่งได้ยินเสียงแปลกๆที่แตกต่างจากเสียงของพายุทรายซึ่งก็ทำให้เขาตื่นตัวขึ้นมาทันควัน

“น่าจะมีมอนสเตอร์กำลังตรงเข้ามา จังหวะดีจริงๆ”

โจวเฉินลดความเร็วในการเดินและเริ่มระมัดระวังรอบๆตัวแทน

จากนั้นไม่ถึงห้าวินาทีต่อมาเขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่าง

ในทะเลทรายห่างออกไปราวๆ30เมตรมีรอยลากยาวหลายจุดกำลังมุ่งตรงมาหาเขาราวกับว่ามีอะไรบางอย่างกำลังมุ่งตรงมายังจุดที่เขาอยู่จากใต้ผืนทราย

เมื่อเห็นว่าจำนวนของอีกฝ่ายมีมากกว่าหนึ่งโจวเฉินจึงจำต้องรีดเค้นพลังกายทั้งหมดออกมาและออกตัววิ่งทันทีเพราะเขาไม่ค่อยอยากจะถูกล้อมซักเท่าไหร่

มอนสเตอร์พวกนั้นก็ไล่ล่าเขามาอย่างไม่ลดละราวกับพวกมันมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว พวกมันสังเกตเห็นแล้วว่าเขากำลังหนีจึงเพิ่มความเร็วตาม บางตัวนั้นก็หยุดไล่ล่าเขาและเลือกที่จะดำลงไปใต้ทรายแทนทำให้ตรวจจับการเคลื่อนไหวของมันไม่ได้เลย

หลังจากวิ่งมาได้เกือบสิบวินาทีโจวเฉินก็ถูกมอนสเตอร์ตัวนึงขวางเอาไว้ได้สำเร็จ

มอนสเตอร์ตัวนั้นเมื่อเข้าระยะก็พุ่งออกมาจากทรายเข้าใส่โจวเฉินในทันที คมเขี้ยวคมกริบทั้งสองข้างของมันขบกัดมายังลำคอของโจวเฉิน

โจวเฉินระวังตัวอยู่ตลอดเวลาและการตรวจจับของเขาก็ถูกเปิดใช้งานเต็มกำลังดังนั้นจึงแน่นอนว่าเขาย่อมไม่ถูกมอนสเตอร์พวกนี้ลอบโจมตีได้ง่ายๆอยู่แล้ว

เขาเอนตัวกลิ้งออกไปข้างๆหลบการโจมตีของมอนสเตอร์ไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ

จากนั้นเขาก็รีบยืนขึ้นมาและใช้พลังทั้งหมดฟาดที่หัวของมันด้วยท่อนเหล็กในมือ

ปัง!

เสียงทุ้มหนักดังขึ้นหนหนึ่ง บวกกับของเหลวที่พวยพุ่งออกมาและเศษซากกระดองก็ทำให้มอนสเตอร์ที่ดุร้ายหาใดเปรียบเมื่อครู่ล้มลงบนผืนทราย

ในที่สุดโจวเฉินก็ได้เห็นหน้าค่าตาของมอนสเตอร์ตัวนี้ซักที มันมีขนาดลำตัวยาวประมาณสองเมตรมีหนาประมาณเอวของมนุษย์ที่โตเต็มวัย ร่างกายของมันทั้งล่างห่อหุ้มอยู่ในเปลือกแข็งโดยแบ่งออกเป็นปล้องๆและมีขาสั้นๆจำนวนมากมายพร้อมกับใบมีดติดอยู่บริเวณท้อง ดูแล้วคล้ายกับตะขายยักษ์เป็นอย่างยิ่ง

เปลือกแข็งบนหัวของมันค่อนข้างหนาทีเดียว ถ้าโจวเฉินใช้แรงไม่พอต่อให้เขาใช้ท่อนเหล็กฟาดก็ยังยากที่จะระเบิดหัวของมันอยู่ดี

[พรสวรรค์ช่วงชิงสกิลติดตัวทำงาน : ท่านได้ทำการช่วงชิงสกิลติดตัวของหนอนทะเลทรายใบเลื่อย – ‘กลั้นหายใจ (ระดับ1)’ ต้องการดูดกลืนหรือไม่?]

“ดูดกลืน!”

โจวเฉินเลือกดูดกลืนสกิลติดตัวของมอนสเตอร์ตัวนี้ทันทีและออกวิ่งต่อ

แต่วิ่งมาได้ไม่ถึงห้าเมตรเขาก็พลันหยุดชะงักและกระโดดถอยออกมาอีกครั้ง ทรายใต้พื้นตรงที่เขายืนอยู่เมื่อครู่ระเบิดขึ้น พร้อมกันนั้นท่อนเหล็กในมือของเขาก็เหวี่ยงเข้าใส่ทรายที่ว่าเต็มแรงและฟาดโดนบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ภายในนั้นส่งผลให้มันกระเด็นออกไปกว่าสิบเมตร ร่างกายของมันแตกกระจายราวกับมาม่าแห้งโดนบี้

หลังจากสังหารมอนสเตอร์ตัวนี้แล้วโจวเฉินก็กลิ้งตัวไปบนพื้นเพื่อหลบการโจมตีของหนอนทะเลทรายใบเลื่อยอีกตัวที่อยู่ใต้เท้า เขากลิ้งออกไปด้านข้างและใช้ท่อนเหล็กในมือแทนหอกแทงทะลุกระโหลกของหนอนทรายอีกตัวที่พึ่งจะโผล่พ้นผืนทรายขึ้นมา

ในเวลาเดียวกันนั่นเองหนอนใบเลื่อยอีกตัวก็โผล่ขึ้นมาจากทรายห่างออกไปจากเขาราวๆสองเมตร เมื่อมันเห็นว่าเขาล้มอยู่บนพื้น ขาสั้นๆจำนวนมหาศาลที่ติดอยู่บริเวณช่องท้องก็ขยับนำพาตัวมันพุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว เขี้ยวคมทั้งสองข้างภายในปากของมันเล็งมาที่หัวของเขาอย่างชัดเจน

ตอนนี้จะให้ดึงท่อนเหล็กออกมาจากร่างของมอนสเตอร์อีกตัวก็คงไม่ทัน ทันใดนั้นโล่กลมก็ปรากฏขึ้นมาในมือขวาของเขาและเหวี่ยงฟาดเข้าใส่เขี้ยวยาวๆของมันอย่างรุนแรง แรงปะทะอันหนักหน่วงส่งร่างของมอนสเตอร์ตัวนั้นปลิวกระเด็นออกไป

โจวเฉินรีบลุกขึ้นยืนและดึงท่อนเหล็กออกมาจากหัวของมอนสเตอร์ที่ตายไปแล้วทันที จากนั้นเขาก็พุ่งเข้าไปหามอนสเตอร์ตะขายที่ถูกกระแทกกระเด็นไปเมื่อครู่อย่างรวดเร็ว

มอนสเตอร์ตะขายตัวนี้ก็เจ้าเล่ห์ไม่น้อย เมื่อเห็นว่าโจวเฉินเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีบ้าง ปากของมันอ้ากว้างราวกับคิดจะโต้ตอบแต่ไม่ช้าก็ปิดไปและขาสั้นๆจำนวนมากก็พลันแกว่งไกวด้วยความเร็วสูง เพียงเสี้ยวพริบตามันก็ขุดและดำลงไปใต้ทรายก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

โจวเฉินที่เห็นก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด เขายืนอยู่เฉยๆเพียงเท่านั้นและจากนั้นเมื่อถึงจังหวะหนึ่งเขาก็พลันถอยออกมา โล่กลมในมือของเขาถูกเหวี่ยงฟาดลงไปบนพื้นราวกับก้อนปอนด์จนทำให้ผืนทรายสั่นกระเพื่อม จากนั้นท่อนเหล็กในมือก็ถูกแทงลึกลงไปใต้ผืนทรายพร้อมกับเสียงบาดแก้วหูราวกับท่อนเหล็กทะลุร่างกายของบางสิ่งบางอย่าง

[ท่านสังหารหนอนทะเลทรายใบเลื่อย – ได้รับไอเทม : น้ำดื่ม 1 ขวด (ทองแดงขั้นต่ำ)]

หลังจากมอนสเตอร์ตัวสุดท้ายตายลงก็มีไอเทมดรอปลงมา

จบบทที่ Chapter 27 : สู้กับหนอนทรายใบเลื่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว