เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 9 : ศาสตร์การใช้หอก (ระดับ1)

Chapter 9 : ศาสตร์การใช้หอก (ระดับ1)

Chapter 9 : ศาสตร์การใช้หอก (ระดับ1)


แทบจะพริบตาเดียวประสบการณ์การต่อสู้มากมายมหาศาลก็ไหลบ่าเข้าสู่สมองของโจวเฉิน กล้ามเนื้อบนร่างกายของเขาเองก็เกิดการเปลี่ยนแปลงและทรงพลังขึ้นเช่นกัน ราวกับว่าตัวเขาผ่านการตรากตรำฝึกฝนมาอย่างยาวนาน

“พอมาคิดว่าศาสตร์การต่อสู้เองก็เป็นสกิลติดตัวแล้วเราจะไปมัวเสียเวลาทำไมวะ?”

ขณะที่กำลังรู้สึกดีใจอยู่นั้นโจวเฉินก็ไม่ได้ลืมสหายร่วมอุทรที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก เขารีบวิ่งเข้าใส่ซอมบี้ถือหอกแล้วฟาดไปที่หัวของมันในทันที

เดิมทีซอมบี้ถือหอกกำลังได้เปรียบชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย ภายใต้การจู่โจมต่อเนื่องของมันทำให้อีกฝ่ายตกอยู่ในสถานการณ์เป็นรองและอาจจะพ่ายแพ้ได้ในอีกไม่กี่กระบวนท่าแต่เมื่อโจวเฉินเข้ามาช่วยซอมบี้ถือหอกก็รีบเปลี่ยนเป้าหมายและหันไปแทงโจวเฉินแทนทำให้ชายหนุ่มมีโอกาสหลบหนีออกมาได้สำเร็จ

โจวเฉินที่ต้องเผชิญหน้ากับการจู่โจมฉับพลันของซอมบี้ถือหอกกลับไม่มีสีหน้าตื่นตระหนกเลย เขาใช้ไม้เบสบอลในมือปัดหอกของซอมบี้ออกไปขณะเดียวกันก็เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วและปล่อยหมัดเข้าไปที่หัวของมันอย่างรุนแรง

เมื่อเห็นว่าโจวเฉินเหนือกว่าในด้านการต่อสู้ระยะประชิดซอมบี้ถือหอกก็ยกหอกขึ้นและเร่งรีบล่าถอยออกไป

ยังไงก็ตามโจวเฉินที่เชี่ยวชาญในศาสตร์การต่อสู้ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาปราดเปรียวเป็นอย่างยิ่ง

คิดหรอว่าเขาจะปล่อยมันให้หนีไปได้ง่ายๆ?

เขาใช้สเต็ปเท้าก้าวออกไปและหวดขาไปที่เข่าของมันอย่างแรง จากนั้นเขาก็ใช้มือข้างหนึ่งแย่งหอกของมันมาและใช้อีกมือเหวี่ยงไม้เบสบอลส่งมันไปนรกอย่างว่องไว

[พรสวรรค์แย่งชิงสกิลติดตัวทำงาน : ท่านได้รับสกิลติดตัว [ศาสตร์การใช้หอก(ระดับ1)] ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]

“จัดไป!”

โจวเฉินเลือกหลอมรวมอย่างไม่ลังเล พริบตาต่อมาสถานการณ์คล้ายๆกับครั้งที่หลอมรวมกับสกิลศาสตร์การต่อสู้ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ประสบการณ์การใช้หอกมากมายมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่สมองของเขาทำให้เขารู้สึกปวดหัวขึ้นมา

ในเวลาเดียวกันนี้เองชายหนุ่มที่ถูกซอมบี้ถือหอกกดข่มอยู่ตลอดเวลาก็เดินเข้ามาพอดี เขามองมาที่โจวเฉินด้วยสายตาตกตะลึงและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

“ไม่คิดเลยว่านายจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเร้นกาย การต่อสู้ครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นฝีมือของนายทั้งนั้นดังนั้นนายเลือกอาวุธไปก่อนได้เลย”

“ฉันเอาหอกกับขวานเล็ก(Hatchet)แล้วกัน”

โจวเฉินไม่ปฏิเสธแต่อย่างใด เขาเดินไปที่ชั้นวางอาวุธและหยิบหอกกับขวานเล็กขึ้นมา หอกด้ามนี้เป็นหอกแบบเดียวกับที่ซอมบี้ถือหอกใช้ไม่ผิดแน่แต่อยู่ในสภาพดีกว่า

“ถ้างั้นฉันเลือกกระบี่กับค้อนนี่แล้วกัน”

ชายหนุ่มเดินไปหยิบกระบี่ด้ามยาวและค้อนออกมาจากชั้นวางอาวุธ ส่วนท่อนเหล็กในมือของเขานั้นเขาก็โยนมันทิ้งไปอย่างไม่ใยดี

“ที่แผนการสำเร็จคราวนี้ต้องขอบคุณนายจริงๆ มาเพิ่มเพื่อนกันไว้เถอะ ถ้ามีโอกาสฉันก็อยากจะร่วมมือกับนายอีกซักหน”

หลังจากชายหนุ่มแปลงร่างเป็นชายหนุ่มถือค้อนเขาก็ขอแอดโจวเฉินเป็นเพื่อนและจากไปอย่างรวดเร็ว

“เจ้าหมอนี่คล้ายกับหมาป่าเดียวดายจริงๆ”

โจวเฉินเดิมทีคิดว่าหมอนี่อาจจะอยากจะร่วมทีมกับเขาต่อหลังจากได้เห็นฝีมือแต่ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายกลับเลือกบอกลาทันทีหลังจากได้สิ่งที่ต้องการ เรื่องนี้ทำให้เขาประหลาดใจอยู่บ้างเล็กน้อย

“ยังมีอาวุธเหลืออยู่อีกหลายชิ้น มาดูกันดีกว่าว่าใครจะเป็นผู้โชคดีมาเจอเข้า”

เขาตรวจสอบบริเวณรอบๆและพบเข็มขัดที่ดูแข็งแรงเส้นหนึ่งจึงนำมันมาผูกกับขวานเล็กและห้อยเอาไว้ที่เอวก่อนจะออกจากโรงฝึกไปพร้อมกับกระชับหอกในมือแน่น ส่วนอาวุธชิ้นอื่นๆบนชั้นวางเขาไม่สนใจพวกมันเลยแม้แต่น้อยเพราะเขาลองแล้วและพบว่าเขาไม่สามารถเก็บพวกมันเอาไว้ในช่องเก็บของได้และต้องลำบากแบกเอาเองเท่านั้น

หลังจากเดินออกมาจากโรงฝึกได้ไม่นานเขาก็พบเข้ากับซอมบี้หกตัว ซอมบี้ทั้งหกตัวนี้เป็นเพียงซอมบี้ธรรมดาๆเท่านั้น เมื่อพวกมันสังเกตุเห็นโจวเฉินมันก็พุ่งเข้าใส่เขาอย่างไร้สมอง

โจวเฉินก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง หอกที่กระชับอยู่ในมือของเขาถูกแทงกรีดอากาศเข้าใส่ศรีษะของพวกมันราวกับลิ้นของอสรพิษและสังหารพวกมันทั้งหมดในพริบตา

“ด้วยหอกนี่กับสกิลติดตัวที่เกื้อหนุนกันประสิทธิภาพในการฆ่าซอมบี้ของเราก็เพิ่มขึ้นมาอีกช่วงใหญ่”

เมื่อมองร่างของซอมบี้ที่นอนเรียงรายอยู่บนพื้นโจวเฉินก็รู้สึกว่าเขาพัฒนาขึ้นมาเยอะมาก ไม่นานก่อนหน้านี้ถ้าเจอซอมบี้จำนวนมากเขายังไม่อาจสู้กับพวกมันซึ่งๆหน้าได้เลย ถึงจะสู้ได้ก็ต้องใช้วิธีอ้อมไปอ้อมมาซึ่งกินเวลามหาศาลไม่รวดเร็วเหมือนในตอนนี้แน่นอน

“ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของฉันถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดโอกาสที่จะเอาตัวรอดในช่วงสามวันนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เราน่าจะออกหาอาหารและเก็บเกี่ยวสกิลติดตัวเพิ่มอีกหน่อยแล้วค่อยไปหาที่ซุกหัวนอน”

โจวเฉินพึงพอใจกับสถานการณ์ในปัจจุบันยิ่งนักและเต็มไปด้วยความมั่นใจมากว่าเขาจะสามารถผ่านดันเจี้ยนนี้ไปได้อย่างแน่นอน

เวลาที่เหลือช่างน่าเบื่อยิ่งนัก เขาออกตามหาอาหารและซอมบี้ชนิดพิเศษในหลายๆสถานที่ภายในเมือง ถ้าเขาถูกพวกซอมบี้เจอตัวเขาก็จะสังหารพวกมันทันทีด้วยหอกในมือ

หลายชั่วโมงต่อมาเขาก็พบกับขนมปังในห่อบรรจุภัณฑ์ในสภาพดีภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งเขาจึงกินมันทันทีเพื่อฟื้นฟูแรงกาย ในเวลาเดียวกันเขาก็หยิบขวดน้ำแร่ขวดหนึ่งขึ้นมาดื่มจนหมดขวด

เขาไม่ได้สกิลติดตัวเพิ่มเติมแต่อย่างใดเนื่องจากเขาไม่เจอซอมบี้ชนิดพิเศษเลย

...

ตกกลางคืน โจวเฉินพบห้องที่ค่อนข้างสะอาดและมีหน้าต่างกับประตูที่ยังพอใช้งานได้จึงเลือกซุกหัวนอนที่นี่ในค่ำคืนนี้

สถานที่ส่วนใหญ่ภายในเมืองไฟฟ้าถูกตัดไปนานแล้ว การมองเห็นในช่วงกลางคืนของเขาจึงค่อนข้างไม่ดีนักดังนั้นเขาจึงไม่มีแผนจะออกไปข้างนอกในช่วงเวลานี้และตั้งสมาธิไปที่การพักผ่อนเป็นส่วนใหญ่

หลังจากใช้เฟอนิเจอร์ในห้องมากั้นประตูและหน้าต่างเอาไว้แล้วโจวเฉินก็เริ่มอดทนรอให้ความง่วงมาทักหา

ระหว่างที่เขากำลังรอให้ตัวเองง่วงอย่างเบื่อหน่ายอยู่นั้น เขาก็เปิดดูหน้าต่างตัวละครและตรวจสอบคำอธิบายของสกิลศาสตร์การต่อสู้และการใช้หอกไปด้วยในเวลาเดียวกัน

[ชื่อ : โจวเฉิน]

[พลังกาย : 1.1]

[ความว่องไว : 1.4]

[จิตวิญญาณ : 1.6]

[พรสวรรค์ : แย่งชิงสกิลติดตัว]

[สกิลติดตัว : พิษซากศพ (ระดับ1) , เสริมความเร็ว (ระดับ1) , เสริมจิตวิญญาณ (ระดับ1) , ศาสตร์การต่อสู้ (ระดับ1) , ศาสตร์การใช้หอก (ระดับ1)]

[ความแข็งแกร่งโดยรวม : ทองแดงขั้นต่ำ]

[ศาสตร์การต่อสู้ (ระดับ1) : ประเภท – สกิลติดตัวระดับทองแดงขั้นต่ำคำอธิบายสกิล : ผู้ครอบครองสกิลจะเชี่ยวชาญในด้านการต่อสู้และสามารถใช้มือเปล่ารับมือกับคนธรรมดาหลายคนได้ในเวลาเดียวกัน]

[ศาสตร์การใช้หอก (ระดับ1) : ประเภท – สกิลติดตัวระดับทองแดงขั้นต่ำ

คำอธิบายสกิล : ผู้ครอบครองสกิลจะเชี่ยวชาญในด้านการใช้หอก สามารถจัดการกับคนธรรมดาติดอาวุธหลายคนได้อย่างง่ายดาย]

...

เวลาผ่านไปเรื่อยๆแต่เขากลับนอนไม่หลับ จากด้านนอกเขาได้ยินเสียงย่ำเท้าอย่างชัดเจน ดูเหมือนว่าดันเจี้ยนนี้ช่วงเวลากลางคืนจะมีชีวิตชีวามากกว่ายามกลางวัน

เขาเดินไปที่หน้าต่างและส่องผ่านรูเล็กๆ ด้วยแสงจันทร์ที่ส่องลงมาทำให้เขาเห็นว่าด้านนอกนั้นมีซอมบี้เดินอยู่เยอะกว่าช่วงกลางวันคนละเรื่องเลย

“ช่วงกลางคืนนี้เวลาปล่อยผีของแท้”

หลังจากสังเกตอยู่ซักพักโจวเฉินก็กลับมาที่เตียงและล้มตัวลงนอน วันนี้เขาผ่านอะไรมามากมายดังนั้นจึงอยากจะพักผ่อนให้สบายอกสบายใจซักหน่อย

ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างสงบสุข

เช้าวันถัดมาเมื่อโจวเฉินขยับเฟอนิเจอร์ที่ขวางประตูออกและส่องผ่านตาแมวออกไปดูก็พบว่าบริเวณทางเดินนอกห้องมีซอมบี้ออกันอยู่มากกว่าสิบตัว

“ดูเหมือนเช้านี้จะโชคไม่ค่อยดีแฮะ...”

โจวเฉินแน่นอนว่าไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างใดในใจของเขาตอนนี้มีแต่ความหงุดหงิดเพียงอย่างเดียว เขาปรับตำแหน่งของเฟอนิเจอร์ให้ขวางประตูแค่ครึ่งเดียวทำให้ประตูสามารถแง้มได้เพียงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ผลักประตูออกไปพร้อมกับกระชับขวานไว้ในมือแน่นรอให้เหยื่อตัวแรกพุ่งเข้ามา

ซอมบี้ด้านนอกเมื่อเห็นว่าประตูเปิดก็พากันวิ่งเข้ามาแต่เนื่องจากประตูถูกเฟอนิเจอร์หลายชิ้นขวางเอาไว้ทำให้เปิดไม่ได้เต็มที่ พวกซอมบี้ที่วิ่งเข้ามาตัวแรกๆจึงได้รับขวานเล็กจากโจวเฉินจามลงหัวเป็นรางวัลและกลายเป็นร่างไร้ชีวิตนอนกองเรียงรายบนพื้นก่อนจะถูกซอมบี้ตัวหลังๆเหยียบย่ำจนเละไม่มีชิ้นดี

หลังจากเสียเวลาจัดการกับซอมบี้พวกนี้โจวเฉินก็คว้าหอกและเดินออกไปจากห้อง

พอกวาดซอมบี้ที่เหลือบริเวณทางเดินและบันไดเขาก็มุ่งหน้ามาเรื่อยๆจนถึงถนนด้านนอก

“ด้านนอกมีซอมบี้มากกว่าเดิมอีกแฮะ...”

หลังจากหลบเข้ามุมไปเพื่อสังเกตุการณ์พื้นที่บริเวณรอบๆเขาก็พบว่าหลังจากผ่านเมื่อคืนมาจำนวนซอมบี้ที่เดินไปมาเดินมาบนถนนกลับเยอะขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

“นอกจากนี้ซอมบี้ประเภทต่างๆเองก็เพิ่มมากขึ้น”

สายตาของเขาถูกดึงดูดไปที่ซอมบี้ขนาดยักษ์ตัวหนี่ง

“แกนี่แหละเป้าหมายแรก...”

เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดปลายหอกและปาดมันด้วยพิษซากศพก่อนจะมุ่งตรงเข้าหาซอมบี้ร่างยักษ์

จบบทที่ Chapter 9 : ศาสตร์การใช้หอก (ระดับ1)

คัดลอกลิงก์แล้ว