เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 6 : เสริมความเร็ว (ขั้น1)

Chapter 6 : เสริมความเร็ว (ขั้น1)

Chapter 6 : เสริมความเร็ว (ขั้น1)


“หาต่อไปก่อนแล้วกัน ถึงจะหาซอมบี้ที่มีสกิลติดตัวไม่เจอแต่ยังไงก็ยังต้องหาที่หลบอยู่ดี”

แม้ว่าการเสาะหาสกิลติดตัวจะเป็นเรื่องสำคัญแต่โจวเฉินก็รู้ดีว่าสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือการเอาตัวรอดจากดันเจี้ยนแห่งนี้ให้ได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นเพื่อให้อยู่รอดในช่วงสามวันต่อจากนี้เขาจึงจำเป็นต้องหาที่หลบ ไม่อย่างนั้นแล้วถ้าเขายังตะลอนทัวร์ไปเรื่อยๆจนถึงกลางคืนเมื่อไหร่ล่ะก็สิ่งที่ตามมาคงร้ายมากกว่าดี

หลังจากสังหารซอมบี้ทั้งสองตัวไปโจวเฉินก็วนไปวนมาอยู่รอบๆตัวตึกและชะโงกหน้าเข้าไปมองข้างในอย่างเงียบเชียบ

ระหว่างที่เขาสู้กับซอมบี้ทั้งสองตัวเมื่อครู่ไม่มีซอมบี้พุ่งออกมาจากตัวตึกเลยซักตัวเดียวซึ่งนั่นก็หมายความว่าบริเวณทางเข้าไม่มีซอมบี้อยู่อย่างแน่นอน ยังไงก็ตามถ้าเข้าไปในตัวตึกลึกๆเขาอาจจะเจอพวกมันลอบโจมตีก็เป็นได้

“ถ้ามีแท่งเหล็กนะ....ใช้ท่อนไม้แบบนี้สู้ค่อนข้างจะตึงมือไปหน่อยจริงๆแฮะ”

โจวเฉินเดินเข้าไปภายในตัวตึกอย่างช้าๆโดยคอยระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อไปด้วย ขณะเดียวกันสายตาของเขาก็สอดส่องมองหาอาวุธที่เหมาะมือกว่านี้ที่อาจจะมีอยู่ภายในตัวตึกไปด้วยเช่นกัน

โจวเฉินเดินไปที่ซากเฟอร์นิเจอร์ที่ดูเหมือนตู้เสื้อผ้าอย่างช้าๆและใช้ท่อนไม้ในมือกระแทกไปที่ประตูตู้เบาๆ

หลังจากเขากระแทกประตูซอมบี้ขนาดจิ๋วตัวหนึ่งก็พังประตูและพุ่งออกมา มันอ้าปากเน่าๆของมันกว้างและกระโจนเข้าใส่โจวเฉิน ดูจากท่าทีของมันแล้วมันคงจะอยากแด๊กโจวเฉินที่มีขนาดตัวใหญ่กว่าเกือบสองเท่าไม่น้อย

โจวเฉินไม่แปลกใจเลยที่จู่ๆมันก็โผล่พรวดออกมา เหตุผลที่เขาใช้ท่อนไม้กระแทกไปที่ตู้เสื้อผ้าก็เพราะเขาคิดว่าข้างในตู้อาจจะมีอันตรายซ่อนอยู่ ดังนั้นเมื่อซอมบี้ตัวจิ๋วพุ่งออกมาจากตู้เสื้อผ้าเขาที่เตรียมตัวอยู่ก่อนแล้วจึงฟาดท่อนไม้เข้าใส่หัวของมันอย่างแม่นยำ

การโจมตีครั้งนี้เข้าใส่แรงไปอย่างมหาศาลกระทั่งเรียกได้ว่าเป็นการใช้แรงเกินกว่าเหตุก็ว่าได้ ร่างกายของซอมบี้เดิมทีก็เปราะบางมากอยู่แล้วดังนั้นการโจมตีครั้งนี้ของเขาจึงสังหารมันได้ในทันที

[สกิลช่วงชิงสกิลติดตัวทำงาน : ท่านได้ทำการช่วงชิงสกิลติดตัวของซอมบี้ [เสริมความเร็ว (ขั้น1)] ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]

เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นมาในหูของเขาว่าเป็นตัวบอกว่าโจวเฉินได้รับสกิลติดตัวสกิลใหม่มาครอบครองแล้ว

เขาไม่ได้ตัดสินใจทันทีแต่เลือกดูคำอธิบายของสกิล [เสริมความเร็ว (ขั้น1)] เสียก่อน

[เสริมความเร็ว (ขั้น1)]

[ประเภท : สกิลติดตัวระดับทองแดงขั้นต่ำ]

[ความสามารถ : ร่างกายของท่านจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น – ความเร็วเพิ่มขึ้น0.3แต้ม]

“เพิ่มความเร็ว0.3แต้มงั้นหรอ? ไม่เลว...หลอมรวมเลย!”

หลังจากอ่านคำอธิบายสกิลนี้แล้วโจวเฉินก็ตัดสินใจหลอมรวมอย่างไม่ลังเล จากนั้นเขาก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาเบาและคล่องแคล่วขึ้น นอกจากนี้ความสามารถในการควบคุมการเคลื่อนไหวเองก็เฉียบคมยิ่งกว่าเดิมด้วย

“ความสามารถของสกิลติดตัวกลับส่งผลในทันที...”

โจวเฉินรู้สึกชื่นชอบความรู้สึกเช่นนี้ยิ่งนัก ความรู้สึกเช่นนี้ดียิ่งกว่าตอนที่เขาได้เงิน50,000เหรียญมังกรมาเสียอีก

“ในเมื่อมีซอมบี้ที่มีสกิลติดตัวประเภทความเร็วก็ต้องมีประเภทกำลังและจิตวิญญาณอยู่ด้วย ระหว่างที่เคลียร์ดันเจี้ยนนี้เราคงต้องหาทางเพิ่มค่าสถานะไปด้วยสินะ”

หลังจากการเก็บเกี่ยวอันไม่คาดคิดหนนี้โจวเฉินก็รู้สึกสบายใจยิ่งนัก จากนั้นเขาก็เริ่มใช้ท่อนไม้ในมือไล่เคาะจุดอื่นๆในตัวตึกไปเรี่อยๆ

การสำรวจหลังจากนั้นกลับน่าเบื่อยิ่งนัก เนื่องจากความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นและตัวเขาก็ทรงพลังยิ่งกว่าที่ก่อนหน้านี้ดังนั้นการสังหารซอมบี้ที่พบจึงเป็นเรื่องง่ายอย่างมาก ตราบใดที่เขาไม่เจอซอมบี้มากกว่าสองตัวในเวลาเดียวกันเขาก็สามารถสังหารพวกมันได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย

ยังไงก็ตามเทพธิดาแห่งโชคลาภกลับไม่เข้าข้างเขา กระทั่งหลังจากสังหารซอมบี้ในตึกนี้ไปแล้วแปดตัวเขาก็ยังไม่ได้สกิลติดตัวอะไรเพิ่มเติมเลย

“ตึกนี้น่าจะใช้เป็นที่ซ่อนตัวได้ แค่เอาพวกเฟอร์นิเจอร์ไปวางขวางประตูเอาไว้ก็น่าจะผ่านคืนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย”

โจวเฉินหยิบน้ำแร่ออกมาจากกระเป๋าและดื่มลงไปสองอึกถ้วน ขณะเดียวกันเขาก็กำลังคิดอยู่ว่าควรจะซ่อนตัวอยู่ในตึกนี้ดีหรือเปล่า

“ไว้ก่อนแล้วกัน...แรงเรายังเหลืออีกเยอะออกไปลุยต่อดีกว่าเพื่อว่าจะได้อะไรดีๆติดมือกลับมา”

เขาปิดฝาขวดน้ำและยัดมันลงไปในกระเป๋าอีกครั้งจากนั้นโจวเฉินก็เดินออกจากตึกขนาดเล็กแห่งนี้ที่เขาเคลียร์ซอมบี้ทั้งหมดแล้วไป

เมื่อออกมาอยู่ด้านนอกเขาก็ตรวจสอบรอบๆตัวอีกครั้งและเลือกพื้นที่ที่เต็มไปด้วยตึกหนาแน่นเป็นเป้าหมายถัดไป

พื้นที่นั้นน่าจะเป็นเขตเมือง บนถนนเขาสังเกตุเห็นซอมบี้อยู่กว่าสองร้อยตัว แน่นอนว่าเขาย่อมเลือกอ้อมไปเนื่องจากบนถนนมีซอมบี้อยู่เยอะเกินไป

ระหว่างทางเขาก็ตรวจสอบซากตึกและจัดการซอมบี้ที่พบไปพลางๆ แม้ว่าจะไม่ได้สกิลติดตัวอะไรเพิ่มเติมแต่เขาก็ได้อาวุธใหม่มาใช้งานซักที – เขาเจอพลั่วล่ะ!

พลั่วนี้ทรงพลังกว่าท่อนไม้มากนักแต่ก็หนักกว่าเล็กน้อยเช่นกัน

โจวเฉินเลือกถนนเส้นที่มีซอมบี้น้อยที่สุดและเคลียร์เส้นทางมุ่งหน้าตรงสู่ใจกลางเมืองไปเรื่อยๆ

ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็เห็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองแห่งหนึ่ง

“หวังว่าในห้างนั่นจะมีอะไรกินได้นะ ตลอดทางที่มาที่นี่ใช้แรงไปเยอะแล้วจำเป็นต้องเติมพลังซักหน่อย”

ตอนนี้เขารู้สึกหิวนิดหน่อย แม้ว่าจะไม่ได้หิวอะไรมากมายแต่ก็ส่งผลต่อความสามารถในการต่อสู้อย่างไม่ต้องสงสัย

รอบๆทางเข้าห้างเต็มไปด้วยซอมบี้หลายสิบตัว นอกจากนี้ใกล้ๆเองก็มีพวกมันอยู่ไม่น้อยและภายในห้างเองก็น่าจะมีเหมือนกัน โจวเฉินคิดว่าการพยายามเข้าไปในห้างนี้เป็นอะไรที่เสี่ยงเกินไปหน่อย

“เอาชัวร์น่าจะดีกว่า ไปหาที่อื่นแล้วกัน...”

หลังจากคิดอยู่ซักพักเขาก็ล้มเลิกความคิดที่จะลอบเข้าไปในห้างและเดินไปยังตึกที่อยู่ใกล้ที่สุดแทน

รอบๆตึกนี้มีซอมบี้อยู่ไม่กี่ตัวเท่านั้นดังนั้นความเสี่ยงจึงค่อนข้างต่ำ

โจวเฉินพุ่งเข้าไปเปิดฉากโจมตีพวกซอมบี้ในทันทีและไล่ฟันหัวของพวกมันเรียงตัว

หลังจากสังหารซอมบี้ไปหลายตัวเขาก็เริ่มเข้าใจการเคลี่อนไหวของพวกมันแล้ว เขาเริ่มรู้แล้วว่าควรจะใช้แรงเท่าไหร่ในการโจมตีถึงจะสังหารพวกมันได้โดยใช้พลังงานน้อยที่สุด

“ซอมบี้ที่นี่ดูน่ากลัวไปนิดนึงแต่ไม่ค่อยจะเก่งเลย ยิ่งไร้สมองด้วยยิ่งแล้วใหญ่ พอชินกับวิธีการจู่โจมของพวกมันแล้วก็ฆ่าได้ง่ายๆเลย ถ้าจะคุกคามฉันได้บ้างก็คงต้องยกโขยงกันมากเยอะๆนั่นแหละ”

โจวเฉินคิดว่าเขาเข้าใจความสามารถของซอมบี้พวกนี้ดีแล้ว เขามั่นใจมากว่าด้วยค่าสถานะของเขาในปัจจุบันเขาสามารถจัดการกับซอมบี้หลายๆตัวพร้อมกันได้ด้วยพลั่วในมือ ตราบใดที่จำนวนของพวกมันไม่มากมายจนเกินไปเขาก็ไม่มีทางจนตรอกแน่นอน

เขากวาดพลั่วในมือออกไปสังหารซอมบี้อีกตัวที่กำลังพุ่งออกมาจากประตูตึกลงได้อย่างง่ายดายก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปในตัวตึกอย่างระมัดระวัง

โจวเฉินเดาว่าในตึกแห่งนี้น่าจะยังมีซอมบี้ซ่อนอยู่อีกไม่น้อยดังนั้นเขาจึงต้องระมัดระวังตัวให้ดี

โจวเฉินเดินผ่านทางถนนอันเงียบสงัดและเริ่มตรวจสอบห้องต่างๆภายในตัวตึก

ในห้องแรกเขาไม่พบอะไรเลยนอกจากเก้าอี้กับเตียงนอน ส่วนห้องที่สองถูกล็อคจากภายในซึ่งการจะเปิดจากภายนอกไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

“พังเข้าไปน่าจะเรียกตีนซอมบี้ซะเปล่าๆเอาเป็นว่าข้ามไปห้องถัดไปเลยแล้วกัน”

เพื่อความปลอดภัยเขาจึงตัดสินใจไม่ตรวจสอบห้องนี้

จบบทที่ Chapter 6 : เสริมความเร็ว (ขั้น1)

คัดลอกลิงก์แล้ว