เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 ตัวตนของราชาคีย์บอร์ด

บทที่ 36 ตัวตนของราชาคีย์บอร์ด

บทที่ 36 ตัวตนของราชาคีย์บอร์ด


บทที่ 36 ตัวตนของราชาคีย์บอร์ด

เวลาตีหนึ่งกว่า บนแพลตฟอร์มมือสมัครเล่น ส่วนพื้นที่คอมเมนต์ของเสวี่ยโจวถูกถล่มอย่างหนัก

“คิดว่าเป็นอัจฉริยะ ที่แท้ก็แค่ไอ้ขี้ก๊อป!”

“ลอกผลงานคนอื่นมา หน้าด้านจริงๆ!”

"ไม่มีใครจัดการกับพวกชอบก๊อปแบบนี้บ้างเหรอ?"

“ฉันรู้สึกไม่ยุติธรรมแทนเจ้าของผลงานต้นฉบับจริงๆ!”

“กรุณาอย่าทำให้ซูชิงเหม่ยต้องเดือดร้อนไปด้วย!”

“เสวี่ยโจว คุณลอกผลงานคนอื่นจริงหรือเปล่า? ออกมาพูดอะไรหน่อยสิ!”

ผู้คนมากมายต่างเข้ามาตั้งคำถามในส่วนคอมเมนต์ ส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับหน้าใหม่ที่เพิ่งมาติดตามจากรายการ "I Am a Singer"  พวกเขาเห็นวิดีโอการร้องเพลงต้นฉบับของเสวี่ยโจวและรู้สึกประทับใจมาก จนกลายมาเป็นแฟนคลับในที่สุด

แต่ไม่คิดเลยว่าเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เสวี่ยโจวจะถูกกล่าวหาว่าลอกเลียนแบบผลงานคยอื่น

เหตุการณ์นี้เรากับพาพวกเขานั่งรถไฟเหาะตีลังกา 18 ตลบ ทำให้คนที่เพิ่งกลายมาเป็นแฟนคลับของเสวี่ยโจวยากที่จะยอมรับได้

โดยเฉพาะแฟนคลับของซูชิงเหม่ย ที่เพิ่งขอบคุณเสวี่ยโจวไป ตอนนี้กลับต้องมาพบว่าศิลปินที่พวกเขาชื่นชอบอย่างซูชิงเหม่ยอาจจะได้รับผลกระทบจากข้อกล่าวหานี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าในแพลตฟอร์มมือสมัครเล่นจะเกิดความวุ่นวายอลม่านมากแค่ไหน เสวี่ยโจวก็ยังคงนิ่งเฉย ไม่มีการตอบโต้แต่อย่างใด

ในขณะเดียวกัน ซูชิงเหม่ย ผู้ซึ่งตกอยู่ท่ามกลางพายุแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ ก็ไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเช่นกัน

ทั้งสองคนนี้ราวกับหายเข้ากลีบเมฆไป อย่างไร้ร่องรอย

“เป็นไปได้ยังไง นี่พวกเขายังมีอารมณ์นอนหลับกันได้อีกเหรอ??” คำถามนี้เกิดขึ้นในใจของหลายๆคน

ในเมืองเจียงโจว ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ชายคนหนึ่งที่สวมแว่นตา ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยสิว กำลังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของเขาสอดส่ายไปตามบรรดาคอมเมนต์ที่เต็มไปด้วยคำถามและคำด่าทอเสวี่ยโจว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าของเขา

ชื่อของเขาคือชางเหว่ย เขามีสองไอดีในแพลตฟอร์มมือสมัครเล่น หนึ่งในนั้นใช้ชื่อว่า “Lonely master” เป็นหนึ่งในนักดนตรีชื่อดังในหมวดเพลงของแพลตฟอร์ม

ผลงานของเขาหลายชิ้นได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม มียอดผู้เข้าชมมากกว่าหนึ่งล้านครั้ง มีผู้ติดตามกว่า 600,000 คน ถ้าเขาทุ่มเทอีกหน่อย สร้างสรรค์ผลงานต้นฉบับอีกสักสองสามชิ้น ก็มีโอกาสสูงที่เขาจะมียอดผู้ติดตามทะลุหนึ่งล้านคนไม่ช้าก็เร็ว

เมื่อถึงตอนนั้น รายได้ที่เขาหามาได้คงเพียงพอที่จะซื้อบ้านในเขตพัฒนาใหม่ของเจียงโจว ไม่จำเป็นต้องเช่าที่พักอีกต่อไป

จากนั้นก็ซื้อรถ เมื่อมีทั้งบ้านมีทั้งรถแล้ว ก็ออกไปอวดเพื่อนฝูง หาแฟน แต่งงาน มีลูก และใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุข

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความสำเร็จในอาชีพของเขาบนแพลตฟอร์มมือสมัครเล่น ซึ่งเงื่อนไขคือต้องไม่มีคู่แข่งมากเกินไป

ทุกวงการล้วนเต็มไปด้วยการแข่งขัน แม้แต่ในหมวดเพลงต้นฉบับของแพลตฟอร์มมือสมัครเล่น ก็ยังมีคนที่พอจะมีความสามารถจำนวนมาก

ชางเหว่ยอาศัยความรู้ที่สั่งสมมาจากรั้วมหาวิทยาลัย และประสบการณ์การร้องเพลงในบาร์หลายปี เขียนเพลงต้นฉบับออกมาหลายเพลง แม้จะเคยถูกปฏิเสธจากบริษัทบันเทิง แต่เมื่อนำผลงานเหล่านั้นมาเผยแพร่บนแพลตฟอร์มมือสมัครเล่น กลับได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นเกินคาด

จากความสำเร็จดังกล่าวผลักดันให้เขาก้าวสู่การเป็นวิดีโอครีเอเตอร์แบบเต็มตัวบนแพลตฟอร์มมือสมัครเล่นนี้

ไม่นานนัก ชื่อเสียงของเขาก็เริ่มเป็นที่รู้จัก และรายได้ก็เริ่มไหลเข้ากระเป๋า

เหมือนกับชื่อไอดีของเขา “Lonely master” ตอนนี้เขาได้กลายเป็นหนึ่งในนักดนตรีชื่อดังในหมวดเพลงต้นฉบับของแพลตฟอร์มนี้แล้ว

แต่เมื่อไม่นานมานี้ เขาพบวิดีโอครีเอเตอร์หน้าใหม่ที่ใช้ ID ชื่อว่า “เสวี่ยโจว” วิดีโอการร้องเพลงและเล่นกีต้าร์เพลง “เสียดายที่ไม่ใช่เธอ” ของเสวี่ยโจวทำให้เขารู้สึกทึ่งมาก

ชางเหว่ยซึ่งเคยอยู่ในวงการนักร้องอาชีพ ตระหนักดีว่าระดับฝีมือของเสวี่ยโจวนั้นเหนือชั้นกว่าเขาอย่างเทียบไม่ติด

เขาสามารถคาดการณ์ได้ว่า อีกไม่นาน เสวี่ยโจวจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของความนิยมแน่นอน

เมื่อวันนั้นมาถึง เค้กก้อนใหญ่ในหมวดเพลงต้นฉบับคงจะตกเป็นของเสวี่ยโจวเสียส่วนใหญ่ ทิ้งให้เขาและนักดนตรีคนอื่นๆ ได้แต่กินเศษขนมปัง

ต้องยอมรับว่า ชางเหว่ยมีสัญชาตญาณในการประเมินคู่แข่งที่ค่อนข้างแม่นยำ เขามองเห็นศักยภาพของเสวี่ยโจวได้อย่างรวดเร็ว

แต่น่าเสียดายที่เขากลับมีจิตใจคับแคบ ไม่อาจทนเห็นคนอื่นมีความสามารถเหนือกว่าตัวเองได้

ด้วยเหตุนี้ ชางเหว่ยจึงตัดสินใจสร้างบัญชีใหม่ขึ้นมา ภายใต้ชื่อ "ราชาคีย์บอร์ด"

เขาเริ่มปฏิบัติการด้วยการโพสต์คอมเมนต์ในวิดีโอของเสวี่ยโจว กล่าวหาว่าเพลง "เสียดายที่ไม่ใช่เธอ" เป็นผลงานลอกเลียนแบบและเป็นเพียงการนำหลายๆท่อนจากเพลงอื่นๆมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน

ในช่วงแรก คำวิพากษ์วิจารณ์ของเขาไม่ได้สร้างกระแสอะไรมากนัก แต่โชคก็เข้าข้างเขาเมื่อ "เงือกสาวนักร้อง" ผู้ที่มีผู้ติดตามนับล้านเข้ามาโต้ตอบ ทำให้ประเด็นนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง

อย่างน้อยมันก็จุดประกายให้ผู้คนจำนวนมากที่ไม่รู้ความจริงเริ่มสงสัยว่า: เพลงนี้เป็นผลงานลอกเลียนจริงหรือ?

แต่ชางเหว่ยยังคงไม่พอใจ แค่นี้ยังไม่สามารถถอนรากถอนโคนเสวี่ยโจวได้

แต่แล้วจู่ๆ โอกาสทองก็มาถึง เมื่อซูชิงเหม่ยร้องเพลงนี้ในรายการ "I Am a Singer" ส่งผลให้เพลงดังเป็นพลุแตก กลายเป็นกระแสทั่วประเทศ!

ชางเหว่ยกำลังวางแผนที่จะร่วมมือกับนักดนตรีชื่อดังคนอื่นๆ ในหมวดเพลงต้นฉบับ   เพื่อกระพือคลื่นรูปนี้ให้รุนแรงกว่าเดิม โดยกล่าวหาว่าเสวี่ยโจวลอกเลียนผลงาน ฉวยโอกาสจากกระแสความนิยมของซูชิงเหม่ย เพิ่มอิทธิพลให้มากขึ้น

ขณะที่ชางเหว่ยกำลังวางแผนอยู่นั้น เขาก็พบว่ามีคนเริ่มกระจายข่าวลือเรื่องเสวี่ยโจวลอกเลียนขึ้นมาก่อนแล้ว โดยดำเนินการอย่างเป็นระบบด้วยเงินทุนจำนวนมาก

เพียงแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมง  ข่าวลือนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วโลกออนไลน์ ติดอันดับฮอตเสิร์ชอย่างรวดเร็ว

แม้แต่ซูชิงเหม่ยก็ถูกพาดพิง  ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ไปพร้อมกับเสวี่ยโจว

ให้มันได้แบบนี้สิ!

ชางเหว่ยจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยคอมเมนต์ประณามเสวี่ยโจวว่าเป็น “ไอ้หมาขี้ลอก” และหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

“พวกโง่ เชื่อทุกอย่างที่คนอื่นพูด ฮ่าๆๆ โง่จริงๆ! แต่ฉันก็ชอบนะ!”

เขารู้ดีว่าเพลง “เสียดายที่ไม่ใช่เธอ” เป็นเพลงต้นฉบับแน่นอน ไม่ได้ลอกเลียนแบบจากเพลงใด

แต่แล้วอย่างไรล่ะ?

ตราบใดที่มีคนจุดชนวน คนบนโลกออนไลน์ก็พร้อมจะกรูเข้ามาร่วมวงด่าแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง

เว้นแต่เสวี่ยโจวจะมีหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้ ไม่อย่างนั้นพายุลูกนี้ก็จะไม่มีทางที่จะสงบลงจนกว่าเขาจะถอนตัวออกจากแพลตฟอร์มมือสมัครเล่น

ส่วนซูชิงเหม่ยที่โดนลูกหลง นี่ก็ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เธอร้องเพลงของเสวี่ยโจวกันล่ะ?

เดี๋ยวนะ หลักฐานที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์?

ชางเหว่ยนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงเข้าไปในส่วนคอมเมนต์ของเสวี่ยโจว และพบข้อความที่ถูกคอมเมนต์ใหม่ๆ กลบทับลงไปด้านล่าง:

“วันที่ 1 เดือนหน้า จะปล่อยผลงานใหม่ เป็นผลงานต้นฉบับ โปรดติดตาม!”

นี่คือข้อความที่เสวี่ยโจวโพสต์ไว้ตอนที่เขาใช้ ID "ราชาคีย์บอร์ด" โต้เถียงกับเงือกสาวนักร้อง

วันที่ 1 เดือนหน้า ก็แค่วันมะรืนไม่ใช่หรอ?

ชางเหว่ยขมวดคิ้วครุ่นคิด ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนวิดีโอใหม่ก็ดังขึ้น เงือกสาวนักร้องที่เขาติดตามเพิ่งโพสต์วิดีโอใหม่

ด้วยความสงสัย ชางเหว่ยจึงกดเข้าไปดูวิดีโอใหม่ของเงือกสาวนักร้อง ภาพที่ปรากฏคือเงือกสาวนักร้องในชุดนอนสบายๆ นั่งอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้าเธอฉายแววโกรธเคือง:

“บางคนอย่าหน้าด้านไปหน่อยเลย! ถ้าคุณกล้ากล่าวหาว่าใครลอกเลียนผลงาน ก็เอาหลักฐานมาแสดงสิ! แล้วถ้าอ้างว่าคนอื่นเขาปะติดปะต่อเพลงมาจากหลายๆ เพลง ก็กรุณาบอกมาเลยว่าเขาลอกเลียนแบบเพลงไหนบ้าง!”

“ไม่มีหลักฐานอะไรก็พูดมั่วๆ โลกเราเป็นอะไรไปหมดแล้ว อย่างนี้ใครก็กล่าวหาคนอื่นได้ง่ายๆเลยสิ?”

“งั้นก็ดูนี่!” เธอโบกมือไปทางด้านล่างของหน้าจอ

ปรากฏข้อความประกาศล่วงหน้าของเสวี่ยโจวที่โพสต์ไว้เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เกี่ยวกับการปล่อยเพลงใหม่

“เขาบอกไว้แล้วว่าวันมะรืนนี้จะปล่อยเพลงใหม่ ถ้าเขาลอกเลียนผลงานอย่างที่ว่ากันจริง ตอนนั้นเราก็จะได้เห็นกันชัดๆ จากคุณภาพของเพลงใหม่ของเขา!”

เธอหยุดชั่วครู่ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ: “ถ้าเขาลอกเลียนจริง ในเวลาสั้นๆแค่นี้ ไม่มีทางที่เขาจะเขียนเพลงคุณภาพสูงออกมาได้แน่นอน แต่ถ้าเพลงใหม่ของเขาคุณภาพใกล้เคียงหรือเหนือกว่าเพลง ‘เสียดายที่ไม่ใช่เธอ’...”

“ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันก็อยากจะถามคนที่กล่าวหาเขาสักหน่อย คุณบอกว่าคนอื่นเขาลอกเลียนแบบ คุณสามารถเขียนเพลงที่คุณภาพสูงภายในสองสัปดาห์ได้ไหม?”

“ถ้าทำไม่ได้ ก็ออกมาขอโทษต่อสาธารณะซะ!”

จบบทที่ บทที่ 36 ตัวตนของราชาคีย์บอร์ด

คัดลอกลิงก์แล้ว