เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 ต่อให้ใช้เพลงใหม่ก็ไร้ประโยชน์!!

บทที่ 28 ต่อให้ใช้เพลงใหม่ก็ไร้ประโยชน์!!

บทที่ 28 ต่อให้ใช้เพลงใหม่ก็ไร้ประโยชน์!!


บทที่ 28 ต่อให้ใช้เพลงใหม่ก็ไร้ประโยชน์!!

คนที่เดินออกมานั้น แน่นอนว่าต้องเป็นซูชิงเหม่ย

เธอสวมชุดเดรสยาวสายเดี่ยวสีขาวลายจุด สายเดี่ยวกว้างเพียงครึ่งนิ้วเผยให้เห็นไหล่ที่ขาวเนียนและบอบบาง มองลึกลงไป ยังเห็นกระดูกไหปลาร้ารรูปทรงงดงามได้ลางๆ

กระดูกไหปลาร้าทั้งสองข้างมีส่วนโค้งเว้าสมบูรณ์แบบ ราวกับเป็นชามหยกใบน้อยที่สามารถบรรจุน้ำได้ถึงสองชาม

รูปร่างของซูชิงเหม่ยไม่ได้ดูเซ็กซี่มากเกินไป แต่เส้นโค้งเว้าที่ช่วงอกของเธอนั้นได้รูปกำลังพอดี ไม่ได้แบนราบจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้ดูใหญ่โตจนดูน่าหมิ่นเหม่

สิ่งที่ดึงดูดสายตาของผู้คนมากที่สุดก็คือเรียวขาคู่นั้น ชายกระโปรงชุดเดรสของเธอสูงเหนือเข่าขึ้นมาสองสามนิ้ว ซูชิงเหม่ยไม่ได้สวมถุงน่อง เรียวขายาวเนียนได้รูปของเธอจึงเผยให้เห็นอย่างเต็มตาต่อสายตาของทุกคน

ภายใต้แสงไฟจากเพดานของทางเดิน ขาเรียวงามคู่นั้นเปล่งประกายราวกับเครื่องลายครามที่สมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งตำหนิ

ทีมงานและผู้ติดตามของศิลปินคนอื่น ๆ ที่อยู่บริเวณทางเดิน รวมถึงทีมงานรายการต่างก็มองตาค้าง พวกเขาเคยเห็นดาราคนดังมากมาย แต่ในแง่ของรูปลักษณ์แทบจะไม่มีใครเลยที่โดดเด่นไปกว่าซูชิงเหม่ย

โดยเฉพาะรูปลักษณ์ความงามที่สมบูรณ์แบบนี้ถูกเสริมด้วยออร่าที่เย็นชาของเธอ พลังทำลายล้างนี้น่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน

ตอนนี้อยู่ในช่วงกลางเดือนของเดือนกันยา อากาศในสตาร์ซิตี้ค่อนข้างร้อน อุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศในสถานีสตาร์ซิตี้ทีวีถูกปรับไว้ต่ำมาก และมีลมเย็นค่อนข้างแรง

หลินโจวเห็นขาเรียวยาวของซูชิงเหม่ยที่ไม่ได้สวมถุงน่อง พลันนึกขึ้นได้ว่าร่างกายของเธอเพิ่งจะฟื้นตัวได้ไม่นาน เขาจึงถอดเสื้อคลุมของตัวเองที่สวมไว้ด้านนอก เดินไปข้างหน้าซูชิงเหม่ย โน้มตัวแล้วผูกเสื้อไว้ที่เอวของเธอ ปิดบังขาเรียวยาวคู่นั้นไว้

ซูชิงเหม่ยเบิกตาโพลงด้วยความตกใจเล็กน้อง ส่วนโจวหยุนก็นิ่งอึ้งไป มองดูภาพตรงหน้าด้วยความสับสน

หลินโจวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆกับซูชิงเหม่ยว่า: "สวมไว้ก่อน ระวังอย่างให้เป็นหวัดก่อนขึ้นเวที"

จางหงมองไปรอบ ๆ และพบว่ามีคนจำนวนมากที่จ้องมองมาทางนี้ด้วยความสนใจ เธอจึงรีบกล่าวเร่งเร้า: “ไปเถอะ ใกล้จะถึงเวลาเริ่มบันทึกรายการแล้ว”

ซูชิงเหม่ยก้มหน้ามองเสื้อเชิ้ตที่ผูกไว้รอบเอวของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองไปยังหลินโจว แต่ท้ายที่สุดเธอก็ไม่พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้า จากนั้นทั้งสี่คนก็รีบเดินไปยังห้องบันทึกรายการทันที

ในรอบนี้ ทางรายการได้ผ่อนปรนข้อบังคับเกี่ยวกับผู้ติดตามของเหล่าศิลปินมากขึ้น ทำให้หลินโจวสามารถติดตามเข้าไปดูการแสดงสดของซูชิงเหม่ยในห้องส่งได้

อย่างไรก็ตาม พวกเขาจะต้องยืนอยู่ที่มุมหนึ่งที่ด้านล่างของเวที มองจากด้านข้าง ไม่สามารถปรากฏตัวในกล้องได้

ประมาณเก้าโมงเช้า เหล่าศิลปินทุกคนต่างก็เตรียมตัวพร้อมแล้ว รายการเริ่มการบันทึกเทป นักร้องทั้ง 7 คนต้องเข้าไปในห้องนักร้องก่อน ทักทายกันเล็กน้อง จากนั้นจึงกลับไปที่ห้องของตัวเองเพื่อรอเวลาขึ้นเวที

“พี่ชิงเหม่ย จะถอดเสื้อตัวนั้นออกก่อนไหม?”

ก่อนที่ซูชิงเหม่ยจะเดินเข้าไปในห้องของนักร้อง โจวหยุนชี้ไปที่เสื้อที่อยู่รอบเอวของเธอพร้อมเอ่ยเตือน

ซูชิงเหม่ยหยุดเดินแล้วหันไปมองหลินโจวแล้วพูดว่า "ไม่เป็นไร"

พูดจบเธอก็เดินเข้าห้องนักร้องไป

หลินโจวขึ้นถามว่า “เมื่อกี้ผมทำอะไรไม่เหมาะสมหรือเปล่า?”

เขาหมายถึงตอนที่เอาเสื้อของตัวเองไปผูกให้ซูชิงเหม่ยต่อหน้าผู้คนมากมายตรงทางเดิน ซึ่งดูเหมือนมันอาจจะดูไม่เหมาะสมอยู่เล็กน้อย

จางหงกล่าวว่า: "ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก พวกเราสะเพร่าเอง เสี่ยวหยุน คราวหน้าอย่าลืมเตรียมเสื้อคลุมไว้ด้วย"

“ได้ค่ะ พี่หง” โจวหยุนรับรับคำ ขณะเดียวกันก็หันไปขยิบตาให้หลินโจว พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณในความรอบคอบของเขา

คนทั้งสามเดินไปยังสตูดิโอบันทึกเทป โจวหยุนพูดขึ้นด้วยความกังวล: "ไม่รู้ว่าครั้งนี้พี่ชิงเหม่ยจะทำได้ดีไหม? เฮ้อ ถ้าต้องแพ้ให้เซิ่นเหยานั่นอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเธอจะพูดจาเสียดสีอะไรอีก!"

จางหงถลึงตามองเธอไปทีหนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า: "อยู่ข้างนอกใครเขาให้พูดเรื่องแบบนี้!"

โจวหยุนแลบลิ้นแล้วเงียบไปไม่กล้าพูดอะไรอีก ทั้งสามคนเดินเข้าไปในสตูดิโอบันทึกรายการ ยืนรอคอยอยู่ที่ด้านข้างอย่างเงียบๆ

ตอนนี้ บริเวณดังกล่าวมีผู้จัดการ และผู้ช่วยของศิลปินยืนอยู่หลายคน เฉินจื่อเองก็อยู่ที่นั่นด้วย เมื่อเห็นจางหง เธอก็รีบเดินเข้ามาพร้อมพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม: “พี่จาง เซิ่นเหยาเป็นคนตรงไปตรงมา เรื่องที่พูดวันนั้นเธอไม่ได้มีเจตนาอะไร พี่อย่าถือสาเลยนะ”

เธอกำลังหมายถึงคำพูดพาดพิงของเซิ่นเหยาที่อ้างว่าซูชิงเหม่ยกดหัวเธอ ในตอนที่ประกาศผลการแข่งขันของอาทิตย์ที่แล้ว

เหมือนดังที่หลายคนเข้าใจ ผู้จัดการนั้นถือว่าเป็นทั้งนักการทูตและนักแสดงที่ยอดเยี่ยม เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้ใส่ใจซูชิงเหม่ยอย่างจริงจังอีกต่อไป เป้าหมายของพวกเธอคืออันดับหนึ่งของรายการ แต่ก็ยังคงสามารถยิ้มรับทักทายกันอย่างเป็นมิตรและพูดคุยอย่างสุภาพกันได้

จางหงยังคงยิ้มและพูดว่า: "เราเข้าใจ ก็แค่เรื่องเล็กน้อย ตั้งใจร้องเพลงไปก็พอแล้ว"

เฉินจื่อหัวเราะออกมา: "ใช่ๆ พี่จางพูดถูกแล้ว ตั้งใจร้องเพลงให้ดีที่สุด เรื่องอื่นปล่อยให้ผู้ชมและกรรมการเป็นคนตัดสิน"

หลังจากพูดอย่างนั้น เฉินจื่อก็เดินไปยังอีกด้าน โดยไม่แม้แต่จะมองหลินโจว ราวกับว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

โจวหยุนบ่นอย่างไม่พอใจ: "แค่ครั้งเดียว ทำเป็นได้ใจไปได้"

จางหงเคาะหัวเธอเบาๆ เพื่อให้เธอเงียบ จากนั้นคนทั้งสามที่ยืนอยู่ที่มุมผนังก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก ผ่านไปสักพัก ไฟในห้องก็พลันดับลง กรรมการและผู้ชมทั้ง 500 คนก็เงียบลงเช่นกัน

พิธีกรขึ้นเวที กล่าวคำทักทายสั้นๆ กระตุ้นบรรยากาศให้มีชีวิตชีวา ไม่นาน นักร้องคนแรกก็ขึ้นเวที

เฉิงหลินเป็นนักร้อง-นักแต่งเพลงที่มีความสามารถคนหนึ่ง แต่โดดเด่นในด้านการแต่งเพลงมากกว่า ทักษะการร้องของเขาพอยอมรับได้

เพลงของเขามักมีความเศร้าเข้าถึงง่าย เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไป ครั้งนี้เขาเลือกเพลงเก่าเพลงหนึ่งมาร้อง กระแสตอบรับจัดได้ว่าพอใช้ได้

หลังจากการแสดงจบลง ปฏิกิริยาของผู้ชมในห้องส่งค่อนข้างเงียบ โจวหยุนก็ถอนหายใจเบาๆ และพูดขึ้นว่า "คราวนี้มีคนอยู่รั้งท้ายตารางแล้วแล้ว อย่างน้อย พี่ชิงเหม่ยก็น่าจะอยู่อันดับ 6 "

หลินโจวยิ้มแล้วถามเธอว่า "เธอไม่มั่นใจในตัวคุณซูเลยหรือไง?"

โจวหยุนตอบว่า: "พี่หลิน ฉันไม่ค่อยมั่นใจกับเพลงใหม่นั่นต่างหาก คนอื่นเขาเลือกร้องเพลงเก่าคลาสสิคที่โด่งดัง แต่พี่ชิงเหม่ยกลับเลือกร้องเพลงที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน ฉันกลัวว่าผู้ชมจะไม่มีอารมณ์ร่วมมากเท่าไหร่!"

ต่อมานักร้องคนอื่นๆ ต่างก็ทยอยขึ้นแสดงบนเวทีไปตามลำดับ แต่ละคนล้วนทำได้ดีกว่าเฉิงหลิน เห็นได้ชัดว่านักร้อง-นักแต่งเพลงมักเสียเปรียบในการแข็งขันประเภทนี้

คนที่สี่ที่ขึ้นแสดงบนเวทีคือเซิ่นเหยา วันนี้เธอสวมชุดราตรีเปลือยหลังที่ดูเซ็กซี่เป็นพิเศษ ดึงดูดเสียงเชียร์อันล้นหลามจากผู้ชมทันทีที่ปรากฏตัว

เซิ่นเหยาโดดเด่นทั้งความงาม อายุยังน้อย มีความกล้าในการแต่งตัว จึงไม่แปลกที่จะดึงดูดสายตาผู้ชมได้เป็นอย่างดี

เธอเลือกร้องเพลงรักเศร้าคลาสสิกซึ่งคุ้นหูผู้ชมทุกคน หลายๆ คนต่างก็ฮัมเพลงตามกันได้

อย่างไรก็ตาม การหยิบเพลงเพลงคลาสสิกประเภทนี้ก็มีความเสี่ยง เพราะการร้องให้เหนือกว่าต้นฉบับนั้นทำได้ยาก ดรณีของเซิ่นเหยาในตอนนี้ก็เช่นกัน แม้ว่าเธอจะร้องได้ไร้ที่ติ แต่ก็ยังไม่ถือว่าโดดเด่น

ทว่าด้วยการแต่งกายที่เปิดเผยของเธอ เธอจึงยังคงได้รับเสียงปรบมือจากผู้ชมชายจำนวนมากขณะที่ก้าวลงจากเวที

จากนั้นพิธีกรผู้ดำเนินรายการก็ขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวต่อทุกคนด้วยรอยยิ้ม: “ศิลปินท่านต่อไปในวันนี้ มีความกล้าหาญมาก เพราะเธอกำลังจะนำเสนอผลงานชิ้นใหม่ล่าสุดที่ทุกคนไม่เคยได้รับฟังมาก่อน!”

ผู้ชมต่างพากันประหลาดใจ การร้องเพลงใหม่บนเวทีรายการ "I Am a Singer" ถือเป็นการพนันที่เสี่ยงมาก

"เชิญพบกับศิลปินท่านต่อไปกันเลย!"

หลังจากที่พิธีกรเอ่ยคำแนะนำสั้นๆ เขาก็เดินลงจากเวที ทันใดนั้น แสงไฟในห้องก็ค่อยๆหรี่ลง เงาร่างเพรียวบางสูงสง่าก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางเวที

ด้วยส่วนโค้งเว้าที่สมบูรณ์แบบ ขาเรียวยาวที่ได้สัดส่วนนั้น ต่อให้ยังไม่เห็นใบหน้า แต่ทุกคนก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร

“ซูชิงเหม่ย!”

“ซูชิงเหม่ย!”

“โอ้ววว ฉันรักขาคู่นั้น!”

แม้ว่าการแสดงในครั้งก่อนเธอจะทำได้ไม่ดี แต่กระแสความนิยมของเธอเทพธิดาแห่งวงการเพลงของเธอก็ยังคงอยู่ เสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือจากแฟนๆ ดังกึกก้องไปทั่วทั้งฮอลล์

ซูชิงเหม่ยค่อยๆ เดินไปที่กลางเวที แสงไฟพลันสว่างขึ้น เผยให้เห็นร่างระหงในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวบริสุทธิ์ งดงามราวกับเอลฟ์ที่หลุดออกมาจากนิยายแฟนตาซี เรือนร่างทุกสัดส่วนเปล่งประกายจนยากที่จะละสายตา

สีหน้าของเธอในวันนี้แตกต่างจากครั้งก่อนราวกับคนละคน เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและความมั่นใจ เสมือนเพชรน้ำงามที่หลุดพ้นจากฝุ่นผง พร้อมจะกลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง

"สวยมาก!" ผู้ชมต่างพากันจ้องมองด้วยความตกตะลึง

คิ้วของเฉินจื่อขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ไม่รู้ทำไม แต่ภายในใจของเธอพลันรู้สึกไม่ดีขึ้นมา

ไม่นาน เสียงดนตรีบรรเลงก็ดังขึ้น

จบบทที่ บทที่ 28 ต่อให้ใช้เพลงใหม่ก็ไร้ประโยชน์!!

คัดลอกลิงก์แล้ว