เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 บางทีคุณอาจคิดมากเกินไป

บทที่ 10 บางทีคุณอาจคิดมากเกินไป

บทที่ 10 บางทีคุณอาจคิดมากเกินไป


“เซิ่นเหยา? ผมกำลังทำงานอยู่ คุณมีอะไรก็คุยกันทางโทรศัพท์ก็ได้”

หลินโจวคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าเซิ่นเหยาจะโทรหาเขา เขาจะนัดไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับไป

“หลินโจว นายทำงานอะไร?” จู่ๆ เซิ่นเหยาก็ถามขึ้น

หลินโจวกล่าวว่า: "ก็อย่างที่คุณเห็น ผมเป็นผู้ช่วยของซูชิงเหม่ย"

ทันใดนั้นเสียงของ เซิ่นเหยาก็ดังขึ้น: "หลินโจว เรามีช่วงเวลาที่ดีต่อกัน ฉันหวังว่าเราจะจบความสัมพันธ์นี้ด้วยดี ฉันอยากจะคุยกับนายดีๆ อีกสักครั้ง"

หลินโจวพูดด้วยความประหลาดใจ: "ตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือว่าเราจะไปทำเรื่องหย่ากันในอีก 1 เดือน? แล้วเรายังมีอะไรที่ต้องคุยกันอีก? "

เซิ่นเหยาเงียบไปชั่วครู่ จากนั้นเสียงของเธอก็อ่อนลงเล็กน้อย: "หลินโจว ฉันรู้ว่าซูชิงเหม่ยพักอยู่ที่โรงแรมฮิลตัน ชั้น 1 มีร้านกาแฟอยู่ ฉันจะรอนายอยู่ที่นั่น"

พูดจบเธอก็ตัดสายไป

หลินโจวสับสนเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ต้องการพูดอะไรกับเขาอีก

ในเวลาเดียวกัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เขาเดินไปเปิดประตู และเห็นว่าเป็นโจวหยุน

สาวน้อยหน้ากลมเดินเข้ามาแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า: "พี่หลิน ก่อนหน้านี้พี่หงเพิ่งถามพี่ชิงเหม่ยไป เธอบอกว่าพี่ทำงานได้ดีทีเดียว หายากนะเนี่ย ฉันยังคิดว่าพี่ชิงเหม่ยคงไม่ยอมให้ผู้ชายคนไหนอาศัยอยู่ในบ้านของเธอเสียอีก”

หลินโจวคิดกับตัวเองว่า ถ้าเธอรู้ว่าเมื่อคืนฉันทำอะไรกับพี่ชิงเหม่ยของเธอบ้าง พวกเธอคงจะไม่พูดแบบนี้แน่

เขายิ้มและพูดว่า "คุณโจว ชมกันเกินไปแล้ว"

โจวหยุนหัวเราะเบา ๆ และพูดว่า "ฉันเรียกพี่ว่าพี่หลิน พี่เรียกฉันว่าโจวหยุนเฉยๆ ก็ได้"

หลินโจวยิ้มและตอบว่า: "ได้สิ ว่าแต่เธอรู้ไหมว่าทำไมบนโลกออนไลน์ถึงมีข่าวลือเสียๆ หายๆ กับคุณซู มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? "

พอพูดถึงเรื่องนี้ ใบหน้ากลมๆ ของโจวหยุนก็แดงก่ำด้วยความโกรธ จากนั้นเธอก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคืองว่า: “เป็นพวกกองทัพน้ำนั่นต่างหากที่รับเงินมาปล่อยข่าวลือ! พี่ชิงเหม่ยไม่เคยมีความรักด้วยซ้ำ แล้วเธอจะไปเป็นเมียน้อยได้ยังไง! คนพวกนี้น่ารังเกียจมากจริงๆ!”

หลินโจวพยักหน้า เขาสังเกตเห็นตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว พูดง่ายๆ ก็คือซูชิงเหม่ยไม่ถนัดการเข้าสังคม แต่ถ้าจะพูดให้ตรงกว่านั้นก็คือเธออาจมีอาการกลัวการเข้าสังคมอยู่เล็กน้อย

ผู้หญิงแบบนี้แค่ดูก็รู้ว่าไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับผู้ชาย แล้วเธอจะมีเรื่องอื้อฉาวอย่างที่ว่ากันได้อย่างไร? ส่วนเรื่องการเป็นเมียน้อยนั้นยิ่งไกลตัวเข้าไปใหญ่

หลินโจวสังเกตเห็นถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของโจวหยุน และขมวดคิ้วเล็กน้อย: “คู่แข่งเหรอ?”

การว่าจ้างกองทัพน้ำเพื่อดิสเครดิตคู่แข่งถือเป็นเรื่องปกติในวงการบันเทิง ในเมื่อซูชิงเหม่ยโด่งดังขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเธอขวางทางคนอื่นไปมากมายแค่ไหนแล้ว ในเมื่อไม่สามารถใส่ร้ายเธอจากรูปร่างหน้าตาและความสามารถในสาขาอาชีพได้ ก็ทำได้เพียงเจาะจงไปที่เรื่องชีวิตส่วนตัวเท่านั้น

โจวหยุนมองซ้ายมองขวา ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงกระซิบ อย่างจริงจังว่า: "ฉันได้ยินจากพี่หงว่าคนที่จ้างกองทัพน้ำเพื่อดิสเครดิตพี่ชิงเหม่ยอาจเป็นศิลปินจากค่ายเทียนหยุนเอ็นเตอร์เทนเมน"

“เทียนหยุน เอ็นเตอร์เทนเมน? งั้นก็ค่ายเดียวกับคุณซูไม่ใช่เหรอ? ใครรู้เรื่องนี้บ้าง?”

หลินโจวอึ้งงานไปช่วงลูกและคิดในใจว่า ‘นี่มันร้ายกาจเกินไปแล้ว เป็นเพื่อนร่วมงานกันยังลงมือใส่ร้ายกันเองอีก’

โจวหยุนยกมือเล็กๆ ของเธอขึ้นป้องปาก เธอทำท่าทางเหมือนกลัวว่าใครจะได้ยิน และแอบกระซิบกับหลินโจว

หลินโจวรู้สึกอกหักเล็กน้อย กับท่าทีที่เหมือนในหนังสายลับของโจวหยุน เธอคงไม่คิดว่าจะมีแมลงติดเครื่องดักฟังอยู่ในห้องนี้หรอกใช่ไหม?

แต่เขาก็ยังคงให้ความร่วมมือกับโจวหยุน ก้มลงแล้วแนบหูไปใกล้ๆ โจวหยุน และได้ยินเสียงโจวหยุนกระซิบว่า:

“อาจจะเป็นเซิ่นเหยา”

-----------------------

ห่างจากโรงแรมฮิลตันที่หลินโจวพักอยู่เพียงถนนเดียว มีโรงแรมห้าดาวอยู่อีกแห่ง

เฉินจือถามเซิ่นเหยาที่เพิ่งวางโทรศัพท์ลง “เขาไม่ยอมพบเธองั้นเหรอ?”

เซิ่นเหยายิ้มและพูดว่า: "เขาไม่มีทางไม่อยากเจอฉันหรอก เพียงแค่แกล้งทำเป็นเย็นชาเพื่อดึงดูดความสนใจของฉันก็เท่านั้นแหละ ฉันรู้จักเขาดี"

พูดจบ เธอก็สวมหมวก แว่นกันแดด และหน้ากากอนามัย เตรียมตัวไปยังร้านกาแฟ

ครั้งนี้เธอต้องคุยกับหลินโจวให้ดีๆ เพื่อให้หลินโจวเลิกฝันลมๆ แล้งๆ เสียที หย่าขาดนอนกับเธอด้วยความเต็มใจ และให้เขาสัญญาว่าจะไม่มาตามรังควานเธออีกต่อไป

เฉินจือกล่าวว่า: "ฉันจะไปกับเธอ"

เซิ่นเหยาพยักหน้า แล้วทั้งสองก็ออกจากโรงแรมไปด้วยกัน มาที่ร้านกาแฟบนชั้นหนึ่งของโรงแรมฮิลตัน

แต่ทั้งสองคนไม่ได้นั่งด้วยกัน เฉินจื่อนั่งอยู่อีกโต๊ะ เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินตลอดเวลา ก็กลัวว่าหลินโจวจะควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่ แล้วตามตื๊อเซิ่นเหยาไม่เลิก

เซิ่นเหยานั่งรอเป็นเวลานาน แต่หลินโจวก็ไม่ปรากฏตัว

เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกกระวนกระวาย หรือว่าฉันเดาผิดไป หลินโจวไม่ได้ต้องการตามตื๊อฉัน แต่เขาแค่ได้งานเป็นผู้ช่วยของซูชิงเหม่ยจริงๆ?

ในขณะที่ความคิดของเธอกำลังตีกันอยู่ในสมองอย่างบ้าคลั่งนั้น จู่ๆ ร่างที่คุณเคยก็เดินเข้ามาในร้านกาแฟ

ดวงตาของเซิ่นเหยาเปล่งประกาย เธอปรับท่านั่งให้ดูดีมากที่สุด ในเวลานี้เธอรู้สึกมั่นใจขึ้นมาก

เสน่ห์ของฉันไม่มีผู้ชายคนใดที่ไม่อาจต้านทาน แม้แต่หลินโจวที่อยู่กินกันมาตลอด 3 ปีก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

แต่การมีเสน่ห์มากเกินไป ก็อาจนำพาความยุ่งยากมาให้เช่นกัน นี่แหละคือความทุกข์ของผู้หญิงสวย รวย เก่ง

เซิ่นเหยาโบกมือเบา ๆ ให้หลินโจวด้วยอารมณ์ที่ทางภาคภูมิใจและเป็นกังวล

หลินโจวเข้ามาแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม เซิ่นเหยาที่สวมแว่นกันแดดก็ถอนหายใจแล้วพูดว่า: "หลินโจว นายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน? "

หลินโจวสับสน: "คุณหมายถึงอะไร? "

เซิ่นเหยาพูดอย่างหนักแน่นว่า: "ฉันรู้ว่านายยังไม่ลืมฉัน แต่ระหว่างเรามันจบลงแล้ว นายต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับความจริง เราต่างไม่เหมาะสมกัน ในอนาคตนายอาจจะเจอกับผู้หญิงที่เหมาะสมกับนายก็ได้นะ”

หลินโจวตกตะลึง: “นี่คุณนัดผมออกมาก็พูดเรื่องนี้จริงๆ เหรอ?”

เซิ่นเหยากล่าวต่อว่า: "จริงๆ แล้ว ฉันก็ไม่อยากเห็นนายทำตัวแบบนี้ต่อไปหรอก หลินโจว ปล่อยวางเถอะ แบบนี้ดีกับเราทั้งสองคนมากกว่า"

เธอพูดพลางหยิบบัตรธนาคารออกมาใบหนึ่งและผลักมันไปตรงหน้าของหลินโจว: “ในนี้มีเงินอยู่ 5 ล้าน รหัสผ่านก็คือวันเกิดของนาย”

หลินโจวมองเธออย่างอธิบายไม่ถูก

เซิ่นเหยากล่าวต่อว่า: "หลินโจว เราสองคนอดีตที่สวยงาม แม้ว่าเราจะเลิกกันแล้ว แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหม? ในฐานะเพื่อน ฉันหวังว่านายจะมีชีวิตที่ดี เงิน 5 ล้านนี้ไม่ว่านายจะอยู่ที่ไหน นายก็สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ แต่งงานมีลูกสร้างครอบครัวและมีชีวิตที่ดีกว่าคนทั่วไป จะถือว่าเป็นการชดเชยของฉันก็ได้"

หลินโจวก้มหน้าลงและมองไปยังบัตรธนาคารบนโต๊ะ ในที่สุดเขาก็เข้าใจ จากนั้นเขาก็หัวเราะอย่างไร้อารมณ์: “คุณกำลังกลัวว่าผมจะบอกคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องของเราใช่ไหม?”

เซิ่นเหยาถอดแว่นกันแดดออก ก่อนจะพูดออกมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจว่า: " ฉันหวังดีกับนายจริงๆ ฉันรู้ดีว่าคนอย่างนายไม่เหมาะกับวงการบันเทิง เชื่อเถอะว่าการเป็นคนธรรมดาที่ไม่ต้องแบกรับแรงกดดันใดๆ ก็ถือว่าเป็นชีวิตที่มีความสุขอย่างหนึ่งเหมือนกัน"

หลินโจวเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถอนหายใจ: "ดูท่าคุณจะไม่เคยเข้าใจผมจริงๆ "

เขาผลักบัตรธนาคารกลับไป แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย: "การที่ผมมาเป็นผู้ช่วยของซูชิงเหม่ยนั้นมันก็เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณจะมาอัดรายการที่สถานีโทรทัศน์สตาร์ซิตี้ เซิ่นเหยา ผมคิดว่าบางที.. ”

หลินโจวมองหน้าเซิ่นเหยาก่อนจะกล่าวต่อว่า: “บางทีอาจจะเป็นคุณฝ่ายเดียวก็ได้ที่คิดมากเกินไป?”

เซิ่นเหยาตกตะลึง เธอจับจ้องไปที่ใบหน้าของหลินโจวอย่างตั้งใจ ราวกับกำลังตัดสินว่าเขาโกหกหรือไม่?

หลินโจวไม่ต้องการรื้อฟื้นประเด็นนี้อีกต่อไป ทันใดนั้นเขาก็ถามขึ้นว่า:

“ซูชิงเหม่ยถูกคนใส่ร้ายเมื่อไม่นานมานี้ คุณรู้ไหมว่าใครเป็นคนทำ?”

เซิ่นเหยาชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเธอไหววูบ “คุณถามเรื่องนี้ทำไม?”

หลินโจวโบกมือแล้วพูดว่า "แค่สงสัยหน่ะ ผมจำได้ว่าเฉินจือเหมือนจะรู้จักกับหัวหน้าทีมกองทัพน้ำอยู่หลายคน"

เซิ่นเหยาขมวดคิ้ว ขณะมองไปยังหลินโจวขึ้นๆ ลงๆ “นายคงไม่ได้ออกมาพบฉัน เพราะอยากถามเรื่องนี้หรอกใช่ไหม”

ทันใดนั้นหลินโจวก็หัวเราะและลุกยืนขึ้น "ผมรู้คำตอบแล้ว ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมคงต้องขอตัวก่อน"

หลังจากพูดจบ เขาก็เดินออกจากร้านกาแฟไปทันทีโดยไม่ลงเล

เซิ่นเหยา มองไปที่แผ่นหลังของหลินโจวด้วยความสับสนในดวงตาของเธอ

เฉินจือนั่งลงตรงข้ามกับเซิ่นเหยา สีหน้าของเธอในเวลานี้ดูไม่ค่อยดีนัก “หลินโจวรู้ได้นังไงว่าเราซื้อกองทัพน้ำเพื่อโจมตีซูชิงเหม่ย”

เซิ่นเหยาส่ายหัวโดยยังคงมองที่ประตูร้านกาแฟจากระยะไกล แต่ร่างนั้นได้เดินหายออกไปแล้ว

“หรือว่าฉันจะไม่รู้จักเขาดีพอจริงๆ ?”

*****กองทัพน้ำ คำสแลงที่สื่อถึงพวกรับจ้างปั่นกระแส

จบบทที่ บทที่ 10 บางทีคุณอาจคิดมากเกินไป

คัดลอกลิงก์แล้ว