- หน้าแรก
- หนึ่งฝ่ามือปิดฟ้า ตำนานเซียนจอมขี้เกียจ
- บทที่ 48 - กายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลแห่งวงการโบราณคดี
บทที่ 48 - กายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลแห่งวงการโบราณคดี
บทที่ 48 - กายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลแห่งวงการโบราณคดี
บทที่ 48 - กายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลแห่งวงการโบราณคดี
◉◉◉◉◉
"ความร่วมมือของเรากับท่านนักพรต คือการเตรียมตัวเพื่อดำเนินกิจการโบราณคดีอันยิ่งใหญ่!"
หลินเซียนกล่าวอย่างหนักแน่นทรงพลัง "เพื่อคืนความจริงให้ประวัติศาสตร์ ปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม สืบสานผลึกแห่งปัญญาของปราชญ์โบราณ สำรวจและพิสูจน์วิวัฒนาการและกระบวนการฝึกตนของสรรพชีวิตหมื่นเผ่าพันธุ์ เพื่อกระตุ้นเตือนคนรุ่นหลัง มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ระดับหมุดหมาย"
"โบราณคดี?" เย่ฝานกระแอมเบาๆ กระซิบว่า "นั่นมันขุดสุสานไม่ใช่เหรอ"
"พูดแบบนี้ไม่ถูก"
พอเอ่ยถึงคำว่าสุสาน สีหน้าต้วนเต๋อก็เปลี่ยนไป กระปรี้กระเปร่า ไม่เหลือคราบความลามกต่ำช้าก่อนหน้านี้ กลับมีท่วงท่าองอาจดั่งผู้ชี้ขาดแผ่นดิน กล่าวเสียงดังว่า "สหายตัวน้อยเข้าใจผิดแล้ว โจร ถุย โบราณคดีคือกิจการที่ยิ่งใหญ่"
"ปราชญ์โบราณกี่ท่านต่อกี่ท่านที่นำวัสดุเทพและของวิเศษติดตัวลงสู่ใต้ดิน ทำให้สมบัติหมองหม่น คนรุ่นหลังไม่ได้พบเห็น"
"ภารกิจของพวกเรา คือการขุดค้นสมบัติที่ถูกซ่อนเร้นเหล่านี้ ให้ปาฏิหาริย์แห่งยุคบรรพกาลปรากฏขึ้นในโลกมนุษย์อีกครั้ง นี่คือการกุศลอันยิ่งใหญ่นะ!"
"คนตาย ต้องหลีกทางให้คนเป็น"
"มีเพียงผู้มีชีวิต จึงจะสืบสานอารยธรรมต่อไปได้"
เย่ฝานถึงกับเดาะลิ้น ตกตะลึงในตัวต้วนเต๋อ นี่มันปีนเกลียวขึ้นมาเร็วเกินไปแล้ว
หลินเซียนมองค้อน สายตาซับซ้อน ช่างกล้าพูดว่าคนตายต้องหลีกทางให้คนเป็น
จักรพรรดินีผู้เหี้ยมโหดปรับปรุง [คัมภีร์มารกลืนกินสวรรค์] จนสมบูรณ์ เกรงว่าคงมีส่วนร่วมของเจ้าด้วยกระมัง ปีนั้นสิ่งที่จักรพรรดินีผู้เหี้ยมโหดอ้างอิง ต้องไม่ใช่แค่ [คัมภีร์สวรรค์ตู้เจี๋ย] แน่
คนหนึ่งขโมยสมบัติในสุสาน คนหนึ่งขโมยศพในสุสาน ท่านนี่แหละคือปรมาจารย์ที่แท้จริงของสำนักกลืนกินสวรรค์
มิน่าเล่าวันข้างหน้า ถึงได้ครอบครองไหปีศาจกลืนกินสวรรค์ครึ่งใบ
หลินเซียนครุ่นคิด ทันใดนั้นก็ตระหนักว่าเหตุการณ์ที่ดูธรรมดาๆ บางอย่าง แฝงไว้ด้วยเหตุและผลอันยิ่งใหญ่ การดื่มกินหนึ่งครั้ง ล้วนถูกกำหนดไว้ก่อน ล้วนมีที่มา
ที่ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ เป็นเพราะยืนใกล้เกินไป ห่างไกลเกินไป ต้องไปยืนในจุดที่สูงจริงๆ เท่านั้น ถึงจะมองเห็นภาพรวม
หรือไม่ก็เหมือนตอนนี้ เข้าไปใกล้หน่อย สัมผัสด้วยตัวเอง ถึงจะเข้าใจการเปลี่ยนแปลงอันละเอียดอ่อนนั้น
"สหายเต๋า หรือว่าเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของข้าต้วนเต๋อ"
ต้วนเต๋อหน้าแดงเปล่งปลั่ง ฮึกเหิม ราวกับว่านานทีปีหนจะได้เจอคนที่คอเดียวกัน อดไม่ได้ที่จะพูดมากขึ้้น ตื่นเต้นว่า "รู้เรื่องราวของข้า?"
หลินเซียนมองหน้าอ้วนๆ ของต้วนเต๋อ แล้วเดาะลิ้น "ไม่ต้องพูดเยอะ บนหน้าเจ้าเขียนคำว่าเรื่องราวไว้เต็มไปหมด ต้องเป็นปรมาจารย์ฮวงจุ้ยแน่ๆ"
"สหายเต๋า ท่านมองคนแม่นจริงๆ!" ต้วนเต๋อตัวสั่นสะท้าน ตื่นเต้นสุดขีด "ข้าคือนักวิชาการโบราณคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการผู้ฝึกตนแห่งดาวเป่ยโต่ว!"
"นักวิชาการโบราณคดี? นักวิชาการโบราณคดีที่ยอดเยี่ยม!" หลินเซียนหัวเราะร่า เดินเข้าไปจับมือ สองมืออันทรงพลังจับกันแน่น
ทั้งสองเหมือนเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานาน เขย่าแขนด้วยความตื่นเต้น ไม่มีความรู้สึกแปลกหน้าแม้แต่นิดเดียว
วินาทีนี้ ไม่ใช่ความก้าวหน้าของบุคคล แต่เป็นการบรรจบและหลอมรวมกันของวงการโบราณคดีโลกมนุษย์และวงการโบราณคดีดาวเป่ยโต่ว
ไม่มีใครเข้าใจโบราณคดีไปมากกว่าต้วนเต๋อแล้ว ผู้นี้คือจักรพรรดิยมโลกกลับชาติมาเกิด ในร่างกายควบแน่นตราประทับวัฏจักร สาบานว่าจะบรรลุเซียนหลังความตาย ใช้วิถีแห่งซากศพ เป็นใหญ่ในสุสาน ผ่านยุคโกลาหล ยุคตำนาน ยุคไท่กู่ ยุคฮวงกู่ มาหลายยุคสมัย เป็นของเก่าแก่ ของดองเค็มตัวจริงเสียงจริง
หลินเซียนคิดว่า ถ้าให้โอสถวิเศษนักวิชาการโบราณคดีลำดับสามกับต้วนเต๋อ ส่งไปอีกจักรวาลหนึ่ง เจ้านี่จะสำแดงฤทธิ์เดชได้ขนาดไหน
เกรงว่าคงละลายในปาก สามารถดึงภาพฉายประวัติศาสตร์ของจักรพรรดิสวรรค์ฮวงออกมา สวนกลับผู้สร้างดั้งเดิมได้เลย
ส่วนต้วนเต๋อก็คิดว่า เวลาลงสุสานจะได้มีแรงงานเพิ่ม ถ้าไม่ไหวจริงๆ เอาไว้เป็นตัวตายตัวแทนก็ไม่เลว
"เรื่องราวในวันวานตายไปกับวันวาน เรื่องราวในวันนี้กำเนิดในวันนี้" ต้วนเต๋อกล่าวอย่างเที่ยงธรรม "ข้าไม่ใช่โจรขุดสุสานอีกต่อไป ข้าคือผู้ที่มีอุดมการณ์สูงส่ง ถือการจัดลำดับวิวัฒนาการของมนุษยชาติเป็นหน้าที่ นักโบราณคดีผู้ยิ่งใหญ่ที่จะทำให้ประวัติศาสตร์ที่แท้จริงปรากฏขึ้นอีกครั้งผ่านสุสานใต้ดิน"
หลินเซียนเห็นดีด้วยอย่างยิ่ง ชื่นชมว่า "ดี ดี ดี ข้ารู้จักสุสานใหญ่ๆ อยู่หลายแห่งพอดี พวกเราจับมือกันตอนนี้ได้เลย"
กลับเป็นเย่ฝานที่ยังคงรักษาศีลธรรมและอารยธรรมของชาวโลกไว้บ้าง ลังเลว่า "ทำแบบนี้ มันจะดีจริงๆ เหรอ"
"บรรพชนรุ่นก่อนยึดครองทรัพยากรไปหมด พวกเราคนรุ่นหลังใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ตอนนี้ขอยืมของจากบรรพชนนิดหน่อยจะเป็นไรไป"
หลินเซียนกระแอมเบาๆ กล่าวอย่างมีความนัยว่า "เจ้าต้องรู้นะ กายาศักดิ์สิทธิ์ฝึกฝนยากลำบาก ช่วงแรกยังพอทน แต่หนทางเซียนยาวไกล ทุกก้าวที่เดินไปข้างหน้าต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้นสิบเท่า เดินต่อไปแบบนี้ เพิ่มขึ้นด้วยความเร็วสิบเท่าเรื่อยๆ อย่าว่าแต่ฝึกไปถึงช่วงท้ายเลย แค่ฝืนฝึกไปถึงช่วงกลาง ก็จะเป็นตัวเลขมหาศาลที่จินตนาการไม่ถึง"
"ทะลวงตำหนักเต๋าต้องใช้หยวนร้อยชั่ง ตำหนักเต๋าชั้นฟ้าที่สองต้องใช้พันชั่ง ตำหนักเต๋าชั้นฟ้าที่สามหมื่นชั่ง ตำหนักเต๋าชั้นฟ้าที่สี่แสนชั่ง ตำหนักเต๋าชั้นฟ้าที่ห้าล้านชั่ง ทะลวงสี่ทิศอาจต้องใช้ถึงสิบล้านชั่ง!"
"สิบล้านชั่ง!" เย่ฝานหน้าเปลี่ยนสี รีบกล่าวเสียงเข้มทันที "เพื่อเติมเต็มอิฐและกระเบื้องให้แก่วงการโบราณคดี ผู้น้อยถือเป็นหน้าที่ที่ไม่อาจปฏิเสธ ผู้อาวุโสทั้งสองโปรดพาข้าไปด้วย"
"กายาศักดิ์สิทธิ์ เจ้าคือกายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล?" ต้วนเต๋อตกใจ สะดุ้งโหยง พิจารณาเย่ฝานใหม่อีกครั้ง ผ่านไปเนิ่นนาน เขาอดปรบมือไม่ได้ "กายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลในตำนาน ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม"
"กายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล หมื่นมารไม่กล้ำกราย ร่างกายและพลังเลือดลมมีความต้านทานต่อพลังชั่วร้ายต่างๆ ตามธรรมชาติอย่างแข็งแกร่ง ถือเป็นกายาอันดับหนึ่งแห่งการขโมย อะแฮ่ม การโบราณคดี!"
"สหายตัวน้อย ข้าต้วนเต๋อขอยกย่องเจ้าเป็นกายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลแห่งวงการโบราณคดี!"
สุสานหยินมีสิ่งชั่วร้ายเยอะ ช่วงเวลาสำคัญโยนเย่ฝานออกไป นั่นคือหมื่นมารไม่กล้ำกรายจริงๆ!
หลินเซียนชื่นชมต้วนเต๋อว่าเก่งกาจ สมกับเป็นจักรพรรดิยมโลกกลับชาติมาเกิด แม้แต่เขายังนึกไม่ถึงว่า กายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล ยังมีวิธีใช้แบบนี้ด้วย
"หา!" เย่ฝานถึงกับเอ๋อรับประทาน บนเส้นทางการฝึกตน เพราะทรัพยากรที่ต้องใช้มากเกินไป ไม่สามารถข้ามด่านสี่ทิศได้ จึงถูกผู้คนเรียกว่ากายาขยะบรรพกาล ไม่นึกเลยว่าจะมาเฉิดฉายในวงการโบราณคดี
หลายปีต่อมา เมื่อเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์ จักรพรรดิสวรรค์เย่จะหวนนึกถึงบ่ายวันนั้นที่แสนห่างไกล ที่ต้วนเต๋อพาเขาเข้าสู่วงการโบราณคดี
ถ้าไม่ใช่อาจารย์เทียนซือหลินเซียนชี้แนะ ป่านนี้ข้าคงยังขัดเกลาตัวเองอยู่บนเส้นทางการฝึกตนกระมัง? ร่างกายไร้เทียมทาน ท้าชนจักรพรรดิก็ไม่เลว แต่กิจการโบราณคดีสำหรับข้าแล้ว อาจจะเปิดโลกกว้างได้มากกว่า
"สหายเต๋า ท่านมีที่อยู่ไหม พวกเรารีบลงมือกันเถอะ" ต้วนเต๋อพูดอย่างตื่นเต้น แทบรอไม่ไหวที่จะแสดงฝีมือ
"ดูสิ ท่านรีบอีกแล้ว"
หลินเซียนชี้ไปที่แสงสีรุ้งที่ยังบินว่อนอยู่เต็มฟ้า ยิ้มบางๆ ว่า "วาสนาของที่นี่ยังไม่จบ"
"อาวุธที่นี่ เทียบกับอาวุธแฝงจิตข้างนอกแล้ว ล้ำค่ากว่า มีจิตวิญญาณกว่า รออีกหน่อย"
ระหว่างที่พูด ฝนแสงจำนวนมากก็พุ่งเข้ามา ตกลงแทบเท้าทั้งสามคน
ผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยพุ่งเข้ามา ค้นหาบนยอดเขา พลิกดูสองสามที ก็ด่ากราดว่า "ทำไมมีแต่เศษเหล็กกำแพงดินวะ"
"ซวยจริงๆ ซวยจริงๆ!"
"ไปกันเถอะ... เดี๋ยว..."
ผู้ฝึกตนสองสามคนจู่ๆ ก็เห็นอาวุธแฝงจิตในมือต้วนเต๋อ เผยแววตาอำมหิต หัวหน้ากลุ่มตะโกนว่า "โยนอาวุธมาซะ แล้วจะไว้ชีวิต"
ต้วนเต๋อกับหลินเซียนมองหน้ากัน แล้วยิ้มออกมา พูดพร้อมกันว่า "แจ่ม!"
หลินเซียนอยู่จุดสูงสุดสะพานเทพ ต้วนเต๋อแม้ระดับจะต่ำกว่า แต่ก็เป็นจักรพรรดิยมโลกตัวจริงเสียงจริง แม้แต่เย่ฝานก็เป็นกายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล ร่างกายไร้เทียมทาน สู้ไม่ได้ก็รับตีนได้
ผู้ฝึกตนธรรมดาไม่กี่คนจะเป็นคู่มือได้ยังไง ชั่วพริบตา สายรุ้งเทพสะเทือนฟ้า ปล้นเขาไม่สำเร็จ กลับโดนปล้นเสียเอง
[จบแล้ว]