- หน้าแรก
- ยัยตัวเล็กบอบบางกับท่านประธานขี้โรคจอมหวง
- บทที่ 20: ถังถังของเขาคือผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลก
บทที่ 20: ถังถังของเขาคือผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลก
บทที่ 20: ถังถังของเขาคือผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลก
บทที่ 20: ถังถังของเขาคือผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลก
ในขณะเดียวกัน หลินเจียหร่านก็มองไปทางจี้หานยวน
หัวใจของเธออดไม่ได้ที่จะเต้นแรงขึ้น สองมือที่ทิ้งตัวอยู่ข้างลำตัวกำเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว
ขอแค่... ขอแค่เขาเริ่มรู้สึกรังเกียจภูมิหลังของถังเจียวเจียว... ช้าๆ แต่ชัวร์ เขาจะต้องเลิกชอบถังเจียวเจียวอย่างแน่นอน!
นอกจากความสวยแล้ว นังถังเจียวเจียวมีดีอะไรอีกบ้าง?!
ชาติกำเนิดก็ธรรมดา นิสัยก็ขี้แยเอาแต่ใจ วันๆ เอาแต่เกาะติดจี้หานยวนเป็นปลิง แถมยังไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรสักอย่าง!
เธอไม่มีประโยชน์อะไรต่อเขาเลย มีแต่จะเป็นตัวถ่วง และเป็นได้แค่แจกันดอกไม้ประดับเตียงเท่านั้น!
ผู้หญิงแบบนั้นคู่ควรกับจี้หานยวนตรงไหน?!
เธออยากให้จี้หานยวนรีบตัดไฟแต่ต้นลม
เมื่อนั้น... เธอถึงจะมีโอกาสที่เขาจะหันมามอง...
ทว่า ท่ามกลางความคาดหวังและความกังวลใจของหลินเจียหร่านที่จ้องมองจี้หานยวนอยู่ จู่ๆ จี้หานยวนก็เงยหน้าขึ้น
แต่เขาไม่ได้มองหลินเจียหร่าน เขากลับมองไปที่หลินชิงเหมียนแทน
นัยน์ตาลึกล้ำคู่นั้นเย็นชาจนไร้ซึ่งไออุ่น
"หลินชิงเหมียน ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉันอนุญาตให้คนนอกเข้ามาในห้องทำงานของฉัน?!"
ประโยคเดียวที่แฝงไปด้วยอำนาจกดดันและความน่าสะพรึงกลัวนั้น ฉุดกระชากหัวใจที่พองโตด้วยความหวังของหลินเจียหร่านให้ร่วงหล่นลงสู่ก้นเหวทันที
เธอยอมรับว่าเธอคาดหวังให้จี้หานยวน... อาจจะหันมามองเธอ หรือพูดกับเธอสักคำ หรืออาจจะชมเชยเธอสักหน่อย... ต่อให้เป็นเรื่องเกี่ยวกับถังเจียวเจียวก็ยังดี
แต่ทว่า... เขากลับไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอ
ยิ่งไปกว่านั้น แม้เขาจะพูดกับหลินชิงเหมียน แต่คำขู่ในประโยคนั้นพุ่งเป้ามาที่เธอโดยตรง
เขากำลังเตือนเธอว่า เหตุผลเดียวที่เธอได้รับอนุญาตให้เข้ามาเหยียบที่คฤหาสน์แสงจันทร์ ก็เพราะเธอยังพอมีประโยชน์ในการรักษาถังเจียวเจียว
ถ้าไม่ใช่เพราะถังเจียวเจียว เธอไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะก้าวเข้ามาในที่แห่งนี้ด้วยซ้ำ!
และการที่เธอถือวิสาสะเข้ามาในห้องทำงานในฐานะ "คนนอก" ในวันนี้ เห็นได้ชัดว่าเธอได้ไปสะกิดเกล็ดมังกรของจี้หานยวนเข้าให้แล้ว
เธอหวังจะขโมยไก่แต่กลับเสียข้าวสาร กลายเป็นสร้างความรังเกียจให้เขาแทน
หลินชิงเหมียนเองก็ตื่นตระหนกทันที รีบคว้าแขนหลินเจียหร่านแล้วลากเธอออกไปข้างนอก
"เจียหร่าน เธอไปตรวจสุขภาพถังถังก่อนเถอะ จากนี้ไปไม่ต้องไปยุ่งเรื่องอื่นของถังถังนอกจากเรื่องสุขภาพ รีบไป เร็วเข้า!"
หลินชิงเหมียนพูดพลางดันหลังหลินเจียหร่านออกไป แล้วรีบปิดประตูดัง คลิก
หลินชิงเหมียนหันกลับมามองจี้หานยวนที่หน้าตาทมึนทึงด้วยความกังวล พลางเอ่ยขอโทษเสียงอ่อย
"ขอโทษทีหานยวน เห็นว่าเป็นเรื่องของถังถัง ฉันเลยถือวิสาสะให้เจียหร่านตามเข้ามาด้วย"
จี้หานยวนแค่นเสียงเย็น "ถ้านางไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้องนาย คิดว่านางจะได้เดินออกไปจากที่นี่แบบยังมีลมหายใจอยู่ไหม?"
ผู้หญิงหน้าไหนนอกจากถังถังมีสิทธิ์อะไรเข้ามาในห้องทำงานของเขา?
เขาจำเป็นต้องให้คนอื่นมาสอดรู้สอดเห็นเรื่องของถังถังแล้วเอามารายงานเขาด้วยหรือ?!
ในใจลึกๆ ถังถังของเขาคือผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลก!
ภูมิหลังของเธอจะสำคัญอะไร?!
อีกอย่าง เขารู้สึกมาตลอดว่าครอบครัวน่ารังเกียจของเธอนั้นไม่คู่ควรกับเธอ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอจึงรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณพวกนั้น เขาเลยไม่เคยลงมือจัดการตระกูลถังจริงๆ จังๆ สักที
ตอนนี้ที่ถังถังความจำเสื่อม ถือเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ—มันช่วยให้เธอตัดขาดจากพวกคนเน่าเฟะเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน!
สิ่งที่เขาต้องการตั้งแต่ต้นจนจบ มีเพียงแค่ตัวถังเจียวเจียวเท่านั้น!
หลินชิงเหมียนรู้ตัวว่าคราวนี้เขาคิดน้อยไป จึงไม่กล้าพูดเรื่องภูมิหลังของถังถังขึ้นมาอีก
เขาพูดจาเอาอกเอาใจจี้หานยวนอย่างนอบน้อมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องพิษในร่างกายของทั้งสองคน
ในขณะเดียวกัน
หลินเจียหร่านที่ถูกดันออกมาจากห้องทำงาน รู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัวและรู้สึกโล่งอกราวกับรอดตายมาได้หวุดหวิด
เมื่อกี้ จี้หานยวนอยากจะฆ่าเธอจริงๆ
แต่เธอก็อดสงสัยไม่ได้... เป็นเพราะเธอเข้าไปในห้องทำงาน หรือเป็นเพราะ... เธอพูดถึงเรื่องของถังเจียวเจียวกันแน่?
หลินเจียหร่านกัดริมฝีปากแน่น แล้วเดินตรงไปยังห้องพักของถังถัง
ถังถังที่กำลังเบื่อหน่าย ยิ้มหวานทันทีที่เห็นหลินเจียหร่าน
"เจียหร่าน มาแล้วเหรอ!"
หลินเจียหร่านยอมเสี่ยงที่จะถูกจี้หานยวนจับได้ เพื่อหาเวลามาฝังเข็มให้เธอแทบทุกสองสามวัน
ในเมื่อไม่ได้เป็นญาติพี่น้องกันแต่หลินเจียหร่านกลับช่วยเหลือเธอขนาดนี้ ถังถังย่อมรู้สึกซาบซึ้งใจ
อีกอย่าง การต้องอยู่คนเดียวในคฤหาสน์หลังใหญ่โตทุกวันมันน่าเบื่อจะตาย เธอจึงดีใจมากที่มีคนมาคุยด้วย
หลินเจียหร่านยิ้มอย่างใจกว้างและเอ่ยเสียงนุ่ม "ฉันเห็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณชายสี่ยังมีธุระสำคัญต้องคุยกัน วันนี้เลยน่าจะมีเวลาแอบฝังเข็มให้เธอได้"
"จริงเหรอ?" ดวงตาพระจันทร์เสี้ยวของถังถังเป็นประกายขึ้นมาทันที เธาร้องออกมาด้วยความดีใจ "ดีจังเลย!"
ถังถังรีบไปนอนลงบนเก้าอี้โซฟาอย่างว่าง่าย แล้วถามว่า "เจียหร่าน ฉันฝังเข็มมาตั้งหลายครั้งแล้ว ทำไมยังจำอะไรไม่ได้สักทีล่ะ?"
ถึงแม้เธอจะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับถังอิ๋งอิ๋งและจ้าวเสวี่ยเฟิน และคิดว่าการความจำเสื่อมมันก็ดีเหมือนกัน
แต่เธอกังวลเรื่องพิษในตัวพี่ชายอาหยวนมากกว่า
การที่ต้องเห็นพี่ชายกินยาเยอะแยะทุกวันเพื่อระงับพิษในร่างกาย มันทำให้เธอปวดใจเหลือเกิน
พี่ชายรักเธอและรู้ว่ายาทุกชนิดมีผลข้างเคียง ต่อให้เธอจำความไม่ได้ไปตลอดชีวิตและให้เขาดูแลเธอไปเรื่อยๆ เขาก็คงไม่ยอมให้เธอกินยามั่วซั่วเพราะกลัวจะกระทบสุขภาพ
แต่ตัวเขาเองล่ะ... กินยาเป็นกำมือทุกวัน... จะไม่ให้เธอปวดใจได้ยังไง... เพราะยังไงซะ... เธอรักพี่ชายมากกว่าตัวเองเสียอีก
ดังนั้น ต่อให้การฟื้นความทรงจำจะหมายถึงการต้องนึกถึงเรื่องเลวร้ายและเจอคนเลวๆ ถังถังก็ยังมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวอย่างที่สุด!
เธอต้องรีบจำความได้ให้เร็วที่สุด!
หลินเจียหร่านหยิบกล่องเข็มเงินออกมาอย่างชำนาญ แล้วค่อยๆ ฝังเข็มลงไปตามจุดชีพจรของถังถัง
"การรักษาแบบแผนจีนมักจะเห็นผลช้า ถ้าพึ่งแต่การฝังเข็มอย่างเดียวก็ต้องใช้เวลาหน่อย"
"ถ้าเธอรีบ ฉันแอบเอายามาให้เธอได้นะ ยาแผนปัจจุบันเห็นผลเร็วกว่า"
เมื่อได้ยินดังนั้น ถังถังก็กัดริมฝีปาก ลังเลใจ
แต่การแอบรักษลับหลังพี่ชายมันก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
คนรักกันควรจะเปิดเผยต่อกันไม่ใช่เหรอ
พี่ชายก็บอกแล้วว่ายาถุกชนิดมีผลข้างเคียงและห้ามเธอกิน... เธอก็ถือวิสาสะเลือกการฝังเข็มไปแล้ว โดยแกล้งทำเป็นว่าไม่ได้ขัดคำสั่งพี่ชาย...
"ช่างเถอะ" ถังถังตัดใจ "ฉันยังไม่กินยาดีกว่า จะอดทนรออีกหน่อย"
ประกายบางอย่างวาบผ่านดวงตาของหลินเจียหร่าน เธอหลุบตาลงซ่อนมันไว้
"ก็ได้ งั้นถ้าเธอเปลี่ยนใจอยากกินยาเมื่อไหร่ก็ส่งข้อความบอกฉันนะ"
ไม่กี่วินาทีต่อมา จู่ๆ เธอก็แสร้งทำท่าอึกอักเหมือนมีเรื่องลำบากใจจะพูด
"ถังถัง... มีเรื่องนึงฉันไม่รู้ว่าจะบอกเธอดีไหม"
"หืม?" ถังถังกระพริบตาปริบๆ "เรื่องอะไรเหรอ? เจียหร่าน บอกมาเถอะ"
หลินเจียหร่านเม้มปาก ทำท่าลังเล "ฉันคิดว่าฉันบังเอิญรู้เรื่องภูมิหลังของเธอเข้าแล้วล่ะ"
ทันใดนั้น คิ้วของถังถังก็กระตุก
เธอกัดริมฝีปาก เงียบไปนาน ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยออกมา
"จริงๆ แล้ว ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ"
คราวนี้เป็นฝ่ายหลินเจียหร่านที่ต้องประหลาดใจ
"เธอจำได้แล้วเหรอ?"
"เปล่า" ถังถังส่ายหน้า "ฉันแค่บังเอิญไปเจอคนในครอบครัวสองคน แล้วก็เลยลองค้นข้อมูลในเน็ตดู ก็เลยรู้..."
เธอไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร จู่ๆ ก็มักจะรู้อะไรแปลกๆ ได้อย่างน่าพิศวง
แม้จะจำอะไรไม่ได้ แต่พอจับของบางอย่าง ร่างกายมันก็ตอบสนองไปเอง
เหมือนเรื่องปืนวันนั้น
หรือตอนที่แตะคอมพิวเตอร์ เธอก็สามารถพิมพ์โค้ดแปลกๆ ออกมาได้โดยสัญชาตญาณ
ดังนั้น หลังจากเจอจ้าวเสวี่ยเฟินกับถังอิ๋งอิ๋ง การค้นข้อมูลส่วนตัวของตระกูลถังในคอมพิวเตอร์จึงเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเธอ
นั่นแหละเธอถึงได้รู้
ภูมิหลังของเธอ... มันน่าอับอายจริงๆ... และเพราะแบบนี้ เธอเลยไม่อยากสืบเรื่องตระกูลถังต่อ และไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาอีก
ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ชายอาหยวน เธอคงภาวนาให้ชาตินี้ไม่ต้องจำอะไรได้อีกเลย
ในขณะเดียวกัน หลินเจียหร่านมองสีหน้าของถังถังแล้วรู้สึกว่าปฏิกิริยาของเธอมันแปลกๆ
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วลองหยั่งเชิงดู
"ดูเหมือนว่าอีกไม่กี่วันพี่สาวของเธอจะจัดงานหมั้นกับเจียงมู่เจ๋อนะ บังเอิญว่าครอบครัวฉันรู้จักกับตระกูลเจียง พวกเขาก็เชิญครอบครัวฉันด้วย ถังถัง ถ้าเธออยากไป ฉันพาเธอไปได้นะ"
"ไม่ เจียหร่าน ฉันไม่อยากไป"
ถังถังพูดแทรกขึ้นทันที ท่าทีเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างกะทันหัน เธอบอกตรงๆ ว่า "เจียหร่าน ต่อไปนี้ช่วยอย่าพูดถึงตระกูลถังให้ฉันได้ยินอีกได้ไหม ขอบคุณนะ!"
พูดจบ เธอก็หลับตาลงทันที แสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากคุยต่อแล้ว
ไม่รู้ทำไม เธอรู้สึกว่าวันนี้หลินเจียหร่านพูดจาแปลกๆ ให้ความรู้สึกตะขิดตะขวงใจที่อธิบายไม่ถูก จนเธอรู้สึกต่อต้าน
เมื่อเห็นถังเจียวเจียวจู่ๆ ก็ปิดกั้นตัวเองและไม่ยอมคุยด้วย หลินเจียหร่านแอบกลอกตามองบน แต่ยังคงรักษาน้ำเสียงอ่อนโยนไว้
"ขอโทษนะถังถัง ฉันผิดเอง ฉันนึกว่าเธอคงอยากจะกลับไปเจอครอบครัว ขอโทษทีนะ ฉันจะไม่พูดถึงอีกแล้ว"
ทว่า ถังถังยังคงหลับตาแกล้งทำเป็นหลับต่อไป ไม่ตอบโต้
ขณะที่หลินเจียหร่านฝังเข็มให้ถังถัง ความคิดในหัวเธอก็เริ่มหนักอึ้งขึ้น
ในเมื่อถังเจียวเจียวรู้ภูมิหลังตัวเองแล้วแต่กลับไม่ยอมปริปากบอก แถมยังไม่ยอมกลับไปหาครอบครัว แสดงว่ามันต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างแน่ๆ...
ทันใดนั้น หลินเจียหร่านก็หรี่ตาลง ประกายตาคมกริบวาบผ่าน
เรื่องงานหมั้นครั้งนี้ ในเมื่อถังเจียวเจียวไม่อยากไป เธอจะต้องทำให้ถังเจียวเจียวไปให้ได้!