เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 347 เรื่องไม่คาดฝัน (ตอนจบ)

บทที่ 347 เรื่องไม่คาดฝัน (ตอนจบ)

บทที่ 347 เรื่องไม่คาดฝัน (ตอนจบ)


บทที่ 347 เรื่องไม่คาดฝัน (ตอนจบ)

"อ๋อ หนูไม่ได้หมายถึงเพื่อนบ้านข้างๆ หรอกค่ะ พอดีพี่สาวข้างบ้านเขาทำงานที่นี่ เจ้านายให้ของกลับมาลองทาน หนูเลยพลอยรู้ไปด้วยน่ะค่ะ"

คำอธิบายของเฉิงหลวนฟังดูมีเหตุผล แม่ของฉู่หลิงอวิ๋นจึงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

แต่เมื่อได้ลิ้มลองรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นความเค็มที่กลมกล่อมหรือความนุ่มละมุนของวัตถุดิบต่างๆ ทุกอย่างช่างลงตัวไปหมด

"หนูนี่อัจฉริยะจริงๆ! ต้มข้าวต้มครั้งแรกยังอร่อยกว่าที่โรงแรมทำเสียอีก"

เฉิงหลวนยิ้มบางๆ เมื่อได้รับคำเชิญจากแม่ของฉู่หลิงอวิ๋น เธอกับป้าจางก็นั่งลงร่วมรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน

ป้าจางเองก็พลอยเอ่ยปากชมเฉิงหลวนไม่ขาดปากว่าเป็นยอดฝีมือในครัว

"ป้าจางก็ทำอาหารอร่อยมากเหมือนกันค่ะ ไม่งั้นคุณน้าหานเซียงคงไม่จ้างป้าไว้ดูแลบ้านนานขนาดนี้หรอกจริงไหมคะ?"

ในที่สุดสีหน้าภาคภูมิใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของป้าจาง แม้ปากจะแสร้งถ่อมตัวพร้อมรอยยิ้มก็ตาม

"กินข้าวเสร็จแล้ว น้าสอนภาษาอังกฤษให้เอาไหม? เรื่องอื่นหนูอาจจะเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ง่ายๆ แต่ภาษาอังกฤษถ้าไม่มีคนช่วยชี้แนะ มันยากอยู่นะจ๊ะ"

แม่ของฉู่หลิงอวิ๋นเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดีระหว่างทานอาหาร

"ตกลงค่ะ!"

เฉิงหลวนตอบรับอย่างกระตือรือร้น

ด้วยเหตุนี้ บ้านตระกูลฉู่จึงกลายเป็นห้องเรียนภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัว แม่ของฉู่หลิงอวิ๋นคอยแก้ไขสำเนียงที่แปร่งปร่าของเฉิงหลวนอย่างใจเย็นและอ่อนโยนทุกครั้ง

และทุกครั้งที่เฉิงหลวนมีพัฒนาการแม้เพียงเล็กน้อย เธอก็จะแสดงความดีใจออกมาอย่างปิดไม่มิด

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เฉิงหลวนสัมผัสได้ว่าอารมณ์และสภาพจิตใจของแม่ฉู่หลิงอวิ๋นดีขึ้นมาก และทัศนคติที่พ่อของฉู่หลิงอวิ๋นมีต่อเธอก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเช่นกัน

เฉิงหลวนรู้สึกเหมือนพ่อของฉู่หลิงอวิ๋นมีบางอย่างอยากจะพูด แต่ทุกครั้งที่ทำท่าจะเอ่ยปาก เขาก็ลังเลและเงียบไป

วันนั้น ป้าจางบอกว่าจะทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ แม้เฉิงหลวนจะไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แต่ในฐานะผู้อาศัย เธอจึงไม่มีสิทธิ์ออกเสียงอะไรมาก

เมื่อถูกมอบหมายให้ทำความสะอาดบันได เฉิงหลวนคัดค้านหัวชนฝา เพราะบันไดปูพรมเต็มพื้นที่ หากจะทำความสะอาด เปลี่ยนพรมใหม่ไปเลยยังจะง่ายกว่า

ทว่าป้าจางกลับไม่พอใจ นางเลิกพรมขึ้นแล้วคว้าน้ำยาทำความสะอาดสาดเทลงมาจากบันไดชั้นบน น้ำยาเกือบครึ่งขวดชุ่มโชกไปทั่วบันได ดูเหมือนมันกำลังจะไหลซึมผ่านรอยต่อลงสู่พื้นเบื้องล่าง

ข้างล่างนั้นมีทั้งโซฟา เฟอร์นิเจอร์ และพรมราคาแพง เฉิงหลวนไม่มีทางเลือก นอกจากต้องรีบใช้ผ้าและกระดาษทิชชูซับน้ำยาออก ก่อนจะวิ่งไปตักน้ำจากห้องน้ำมาล้างบันไดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เมื่อเธอหิ้วถังน้ำออกมาจากห้องน้ำอีกครั้ง หัวใจของเธอก็แทบจะกระดอนออกมานอกอก

แม่ของฉู่หลิงอวิ๋นกำลังยืนอยู่บนบันไดและค่อยๆ ก้าวลงมา เฉิงหลวนทิ้งถังน้ำทันทีแล้วพุ่งตัวเข้าไปที่บันไดสุดชีวิต

"คุณน้า อย่าลงมาค่ะ! ข้างล่างยังเช็ดไม่แห้ง มันลื่นมาก!"

แต่ทุกอย่างสายเกินไป ด้วยแรงเฉื่อย แม่ของฉู่หลิงอวิ๋นก้าวเท้าลงมาแล้ว

พรมบนบันไดถูกรื้อออกไปแล้ว พื้นที่เพิ่งถูกเช็ดถูจึงลื่นราวกับน้ำแข็ง

แม้เฉิงหลวนจะระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายพุ่งเข้าไปรับร่างนั้นไว้ได้ แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่น้อยกว่ามาก เฉิงหลวนจึงกลายเป็นเหมือนแผ่นสเก็ตบอร์ด รองรับร่างของแม่ฉู่หลิงอวิ๋นไถลครูดลงมาจากบันไดพร้อมกัน

"เฉิงหลวน! เฉิงหลวน!"

แม้จะเจ็บท้องเจียนตาย แต่แม่ของฉู่หลิงอวิ๋นกลับไม่สนใจตัวเอง เธอมองดูเฉิงหลวนที่เพิ่งจะได้สติ หน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวดทันทีที่ศีรษะกระแทกพื้นพรม ก่อนจะหมดสติไป

ป้าจางโผล่ออกมาจากไหนไม่รู้ด้วยท่าทีตื่นตระหนก รีบเข้ามาช่วยพยุงแม่ของฉู่หลิงอวิ๋น จนกระทั่งคนเจ็บต้องเตือนสติให้รีบโทรเรียกรถพยาบาล

ที่เบื้องล่างของเธอ น้ำคร่ำปนเลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด

รถพยาบาลสองคันมาถึงพร้อมกับพ่อของฉู่หลิงอวิ๋นที่รีบบึ่งมาทันทีที่ทราบข่าว สถานการณ์โกลาหลวุ่นวายไปหมด

"คุณน้าแพ้ยาสลบค่ะ! ห้ามใช้ยาสลบเด็ดขาด!"

จู่ๆ เฉิงหลวนก็คว้ามือพยาบาลคนหนึ่งไว้แล้วตะโกนสุดเสียง ก่อนจะสิ้นสติไปอีกครั้ง

"เกิดอะไรขึ้น? ใครแพ้ยาสลบ? ใครใช้ไม่ได้?"

พยาบาลมองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความงุนงง แพทย์ที่อยู่ข้างๆ จึงโบกมือสั่งการ

"ไปถึงโรงพยาบาลแล้วแจ้งแผนกวิสัญญีแพทย์ไว้ก่อน ให้ระวังเป็นพิเศษ"

แม้จะยังมีความสงสัย แต่เมื่อเห็นเฉิงหลวนที่บาดเจ็บสาหัสถึงขนาดนั้นยังใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายตะโกนเตือนก่อนจะสลบไป เรื่องนี้จึงถูกให้ความสำคัญทันที

รถพยาบาลเปิดไซเรนเสียงดังสนั่น พุ่งทะยานสู่โรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุด

ถึงกระนั้น เมื่อไปถึงโรงพยาบาล น้ำคร่ำของแม่ฉู่หลิงอวิ๋นก็แทบจะแห้งหมดแล้ว ประกอบกับอาการบาดเจ็บและการใช้แรงกายอย่างหนัก การคลอดธรรมชาติจึงเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง

แต่เพราะเสียงตะโกนของเฉิงหลวน ทางโรงพยาบาลจึงระมัดระวังเป็นพิเศษ และเป็นจริงดังคาด เพียงแค่ยาสลบปริมาณเล็กน้อย ร่างกายคนไข้ก็ตอบสนองรุนแรงทันที วิสัญญีแพทย์ถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ หากใช้ปริมาณปกติ คนไข้คงไม่รอดชีวิตแน่

หนึ่งวันต่อมา แม่ของฉู่หลิงอวิ๋นนั่งอยู่บนรถเข็น ในมือถือบัตรนักศึกษามหาวิทยาลัยปักกิ่งของเฉิงหลวน เธอมองดูร่างที่ถูกพันแผลราวกับบ๊ะจ่างนอนนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้

"ฉันกับเด็กคนนี้คงมีวาสนาต่อกันจริงๆ ตั้งแต่แรกเห็นฉันก็รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก ที่แท้เธอมาเพื่อทดแทนคุณจริงๆ"

พ่อของฉู่หลิงอวิ๋นกุมมือภรรยาไว้แล้วพยักหน้า เฉิงหลวนยังไม่ฟื้นคืนสติ และยังมีปริศนาอีกมากมายที่ยังไม่กระจ่าง

อย่างเช่น เฉิงหลวนควรจะเรียนมหาวิทยาลัยอยู่แท้ๆ แต่ทำไมถึงยอมแกล้งทำเป็นเด็กจนๆ หลงทางเพื่อขอมาอาศัยอยู่ที่บ้านพวกเขา

เธอทำอาหารให้ทาน พูดคุยเป็นเพื่อน และที่น่าขันท่าสุดคือการยอมเรียนภาษาอังกฤษกับเธอ แกล้งพูดภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่นสำเนียงแปร่งๆ อย่างตั้งอกตั้งใจขนาดนั้น

พอนึกถึงตรงนี้ แม่ของฉู่หลิงอวิ๋นก็น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง

"อย่าร้องไห้ไปเลย ถ้าแม่หนูนั่นไม่ไปล้างบันได เธอก็คงไม่เกิดเรื่องหรอก!"

หญิงชราคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"เด็กที่ต้องกินยาแก้ปวดประทังชีวิต จะลุกมาขัดบันไดตอนนี้เนี่ยนะคะ?"

แม่ของฉู่หลิงอวิ๋นทนฟังต่อไปไม่ไหว ในกระเป๋าของเฉิงหลวน พวกเขาพบยาแก้ปวด และไม่ใช่แค่ขวดเดียว เห็นได้ชัดว่าหลายวันมานี้เธอกินยาไปไม่น้อยเลย

ในเมื่อยืนยันตัวตนได้แล้วว่าเฉิงหลวนเป็นเด็กฉลาดระดับหัวกะทิ เธอจะทำเรื่องโง่ๆ อย่างการยืนกรานจะล้างบันไดในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินลงมาได้อย่างไร? มันผิดวิสัยเกินไป

"ป้าจางอยู่ไหน? ป้าจางไปไหนแล้ว?"

พอถูกหญิงชราพูดกระตุ้น แม่ของฉู่หลิงอวิ๋นก็เริ่มสติแตก

"ใจเย็นๆ ก่อน ป้าจางอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ต้องมีการสอบสวนให้ถึงที่สุดแน่"

"จะสอบสวนอะไรอีก? นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แม่คุณพยายามจะฆ่าฉัน หย่ากันเถอะ!"

แม่ของฉู่หลิงอวิ๋นสะบัดมือสามีออก พ่อของฉู่หลิงอวิ๋นยืนตะลึงงันด้วยความตกใจ

เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนหน้านี้ทุกอย่างก็ดูปกติดี ทำไมพอเฉิงหลวนเข้ามา เรื่องราวมันถึงพลิกผันไปขนาดนี้?

"เอาล่ะ เดี๋ยวผมกลับไปจะแจ้งตำรวจให้ตรวจสอบเรื่องนี้ โอเคไหม? ร่างกายคุณยังอ่อนแอ กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ"

"ไม่จำเป็น ถ้าไม่ใช่เพราะเฉิงหลวน ฉันคงตายไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือแม่ของคุณนั่นแหละ ท่านรู้ว่าฉันได้ลูกสาว ก็เลยสั่งให้ป้าจางคอยหาทางกำจัดฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต่อหน้าคุณทำเป็นดี ลับหลังเป็นอีกอย่าง

เมื่อวานซืนฉันเห็นกับตาว่าแม่คุณให้เงินป้าจาง แถมยังกำชับว่าถ้างานสำเร็จ จะให้เงินก้อนโตกลับไปใช้ชีวิตสุขสบายที่บ้านนอก"

"แล้วในเมื่อคุณรู้ ทำไมคุณถึงยัง..."

พ่อของฉู่หลิงอวิ๋นส่ายหน้า เขาเชื่อทุกคำพูดของภรรยา สิ่งเดียวที่เขาหาคำตอบไม่ได้คือ ทำไมเธอรู้ทั้งรู้แต่ยังเดินเข้าไปหากับดัก นั่นหมายความว่าเธอไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วอย่างนั้นหรือ

"ฉันเขียนพินัยกรรมไว้แล้ว ถ้าฉันตาย พวกเขาก็คือฆาตกร แต่ฉันไม่คิดเลยว่าเด็กโง่คนนี้จะเข้ามารับเคราะห์แทน..."

สิ้นเสียงถอนหายใจยาว ทารกน้อยในอ้อมกอดก็ส่งเสียงร้องไห้จ้าขึ้นมาทันที

จบบทที่ บทที่ 347 เรื่องไม่คาดฝัน (ตอนจบ)

คัดลอกลิงก์แล้ว