- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาเป็นยอดหญิงอัจฉริยะ ภารกิจรวยช่วยหมู่บ้าน
- บทที่ 2 เด็กหญิงคนนี้มีเงิน
บทที่ 2 เด็กหญิงคนนี้มีเงิน
บทที่ 2 เด็กหญิงคนนี้มีเงิน
บทที่ 2 เด็กหญิงคนนี้มีเงิน
"ต้องเป็นใบนี้แหละ ใบอื่นถูกซื้อไปหมดแล้วแต่โทรทัศน์สียังตั้งอยู่ แสดงว่ารางวัลต้องอยู่ในใบนี้แน่นอน"
เฉิงหลวนยังคงกำใบสลากในมือไว้แน่น
"ตรรกะประหลาดแท้! ถ้ามันถูกรางวัลกันง่ายดายปานนั้น คนที่เหมาไปเป็นสิบเป็นร้อยใบเขาไม่หอบรางวัลกลับบ้านไปหมดแล้วหรือ!"
แม้คำพูดของเฉิงหลวนจะฟังดูไร้สาระ แต่บางคนในกลุ่มคนดูรอบๆ กลับพยักหน้าเห็นด้วยอย่างประหลาด ทั้งที่ในใจก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่สมเหตุสมผล เพราะสลากใบนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของสลากชุดห้าใบมาก่อน
"เปิดสิ ข้ารู้สึกว่าต้องเป็นใบนี้แหละ!"
เฉิงหลวนพยายามจะฉีกตามรอยปรุบนใบสลาก แต่เล็บของนางสั้นเกินไป พยายามขูดอยู่นานก็ยังไม่สำเร็จ
"มานี่มา เดี๋ยวข้าช่วยเอง!"
ชายคนหนึ่งหยิบวัตถุโลหะแบนๆ ขึ้นมาสอดเข้าไปในช่องเล็กๆ แล้วบรรจงฉีกมันออกอย่างเบามือ
"ผงซักฟอก!" ชายผู้นั้นเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
"ดวงไม่เลวนะเนี่ย ผงซักฟอกห่อนี้น่าจะมีราคาซักหยวนสองหยวนได้!"
"ฮ่าๆ!"
เฉิงหลวนกอดถุงผงซักฟอกไว้แนบอกโดยไม่ปริปากพูดสิ่งใด นางเดินเลี่ยงออกไปท่ามกลางเสียงหัวเราะของฝูงชน ก่อนจะยืนพิงรถจัดกิจกรรมพลางจับจ้องโทรทัศน์สีตาไม่กะพริบ บางครั้งก็ลอบมองคนอื่นๆ ที่เข้ามาซื้อสลากเป็นระยะ
งานกิจกรรมนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาสามวัน และเฉินหลวนก็เฝ้าดูอยู่ทั้งสามวัน แม้นางจะกลับบ้านไปกินข้าวตรงเวลาทุกมื้อ แต่พอกินเสร็จนางก็จะมาปรากฏตัวที่นี่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงค่ำที่มีผู้คนพลุกพล่าน
นางจะทักทายคนรู้จักที่จำหน้าได้บ้าง จากนั้นก็กลับไปจ้องโทรทัศน์สีต่อ พลางค่อยๆ ล้วงเงินออกมาซื้อสลากอย่างระมัดระวัง
ทว่านางกลับไม่ถูกรางวัลใดๆ เลยจนถูกคนรอบข้างหัวเราะเยาะอีกครั้ง เมื่อโทรทัศน์สีสองเครื่องแรกถูกรางวัลไปตามลำดับ คนขายสลากก็เริ่มยิ้มออกและค่อยๆ เลิกให้ความสนใจในตัวนางไปในที่สุด
พริบตาเดียวก็ล่วงเข้าสู่ช่วงบ่ายของวันที่สาม หลังจากเฉิงหลวนซื้อสลากไปอีกใบแล้วไม่ถูกรางวัล นางก็ถอยออกมายืนดูเงียบๆ อย่างที่เคยทำมาตลอด ดวงตาของนางแทบจะถลนออกมาขณะจ้องโทรทัศน์สีเครื่องสุดท้ายที่เหลืออยู่ เพราะงานกิจกรรมนี้กำลังจะสิ้นสุดลงในช่วงเย็นวันนี้แล้ว
เฉิงผิงเดินทางมาถึงพร้อมกับเฉิงเว่ย เฉิงหลวนเรียก "พ่อ" คำหนึ่ง แล้วกลับไปยืนนิ่งงันราวกับรูปปั้นหินดังเดิม
"เอาเถอะ ในเมื่อไม่ถูกรางวัลก็กลับบ้านกันเถอะลูก!"
ในตอนนั้นเอง ผู้คนในฝูงชนหลายคนจำเฉิงผิงได้จึงเอ่ยทักทาย พลางมองมาที่เฉิงหลวนด้วยสายตาแปลกๆ
"ไม่ค่ะ โทรทัศน์สีถูกรางวัลไปสองเครื่องแล้ว หนูต้องอยู่ดูเครื่องสุดท้าย หนูยังมีเงินอยู่ เขาขายมาสามวันแล้ว สลากก็น่าจะใกล้หมด หนูจะซื้อเพิ่ม!"
เฉิงหลวนแสดงความมุ่งมั่นอย่างที่หาได้ยาก
"แม่หนู แต่มันยังเหลือสลากอีกตั้งหลายพันใบนะ เจ้าแน่ใจหรือว่าจะซื้อหมดน่ะ?"
ตลอดสามวันที่ผ่านมา คนที่เข้ามาซื้อสลากจริงๆ เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ เพราะส่วนใหญ่มีความคิดแบบเดียวกับเฉิงหลวน
"หนูจะไม่ซื้อตอนนี้หรอก หนูจะรอจนกว่าสลากจะเหลือเพียงไม่กี่ใบแล้วค่อยลงมือ! หนูมีเงินไม่มากนักหรอกค่ะ!"
เฉิงหลวนกล่าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
และก็เป็นไปตามคาด ฝูงชนพากันระเบิดเสียงหัวเราะออกมา จนเฉิงผิงเริ่มรู้สึกอับอาย
"ไปเถอะลูก มันยังเหลือตั้งเยอะ!"
"รออีกหน่อยเถอะค่ะ หนูต้องอยู่ดูคนถูกรางวัลโทรทัศน์สีเครื่องนี้ให้ได้!"
เฉิงหลวนโน้มตัวไปข้างหน้า พยายามขัดขืนแรงดึงของเฉิงผิงและปฏิเสธที่จะจากไป
"เอาเถอะ เห็นแก่แม่หนูที่เฝ้าดูมาตั้งสามวัน วันนี้ข้าจะช่วยซื้อเพิ่มเพื่อลดภาระให้เจ้าหน่อยก็แล้วกัน เอามาให้ข้าสักห้าสิบหยวนสิ"
ชายคนหนึ่งล้วงเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกง เขาไม่แม้แต่จะมองสลากเหล่านั้น แต่กลับยิ้มพลางจ้องมาที่เฉิงหลวน
"หึ ใครต้องการความช่วยเหลือจากท่านกัน? ข้ามีเงิน!"
สิ้นคำพูด เฉิงหลวนก็รีบล้วงธนบัตรใบละหนึ่งร้อยหยวนที่มีรูปสี่มหาบุรุษออกมาจากกระเป๋า นางตบมันลงบนโต๊ะเสียงดังฉาด ก่อนจะคว้าสลากมาจากมือของคนขายทันที
"ข้าจะซื้อหนึ่งร้อยหยวน และแถมให้ข้าอีกห้าใบด้วย!"
ชายผู้นั้นคาดไม่ถึงเลยว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น เขาถึงกับยืนอึ้งและพูดไม่ออกไปนานแสนนาน