เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21-19 คำเชิญของโอล็อฟ

ตอนที่ 21-19 คำเชิญของโอล็อฟ

ตอนที่ 21-19 คำเชิญของโอล็อฟ


ภายในมิติว่างเปล่าประมุขมหาเทพวิถีชะตาในชุดขาวยังคงยืนนิ่งอย่างใจเย็น

“ควั่บ!”  “ควั่บ!”

รอบลำตัวขาและไหล่ของประมุขมหาเทพวิถีชะตามีแสงพร่าเลือนหมุนวนและหดตัว  ดูเหมือนกับน้ำที่กำลังเดือดปล่อยฟองปุดๆรอบตัวเขา แสงระยิบระยับเปล่งอยู่ด้านบนของประมุขมหาเทพวิถีชะตา  แต่สายตาของประมุขมหาเทพวิถีชะตาจับนิ่งอยู่ที่หอกที่กำลังแทงเข้าหาเขา

หอกดำกำลังแทงเข้ามาใกล้

ขณะนั้นนั่นเองสายตาของประมุขมหาเทพวิถีชะตาพลันคมกล้าขึ้น

“ควั่บ...” มือขวาของเขาเหยียดออกทันทีเหมือนกับกวาดใส่ท้องฟ้าต่อหน้าเขา  แม้แต่มิติที่หยุดนิ่งรอบตัวเขาก็เริ่มสั่น

“ปั้ก!”

มือขวาของประมุขมหาเทพวิถีชะตาแนบติดกับหัวหอกยาวดำ

ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างตกใจกับเหตุนี้และจากนั้นเขาถอนหายใจ  “ข้าแพ้อีกแล้ว”

“วอร์เรด” สายตาของประมุขมหาเทพวิถีชะตาฉายประกายแปลกประหลาด และเขารีบถาม  “ไม้ตายที่เจ้าใช้นี้มีชื่อว่ายังไง?”

“นี่ข้ายืมมาจากสุดยอดวิชาของสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์  มีชื่อว่า”กาลมิติบิดเบือน”

“กาลมิติบิดเบือน?  เป็นไม้ตายที่ทรงพลังมาก  ที่สำคัญตลอดหลายปีมานี้  ในที่สุดข้าก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของความตายที่แผ่มาถึงข้าได้”  ประมุขมหาเทพวิถีชะตาถอนหายใจ

ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างอดหัวเราะอย่างสุดฝืนมิได้  “พอเถอะ โอล็อฟ ข้าแพ้ แพ้แล้ว! วิชานี้กาลมิติบิดเบือนเป็นพลังโจมตีที่ทรงพลังที่สุดที่ข้าเคยพัฒนาขึ้นมา  มันช่วยเพิ่มพลังให้ข้าอย่างน้อยพันเท่า  และวิชานี้ก็ยังไม่สามารถเอาชนะเจ้าได้ฮ่าฮ่า” เสียงหัวเราะของประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างแฝงไปด้วยความเศร้าและท้อแท้อยู่ในใจ

“วอร์เรด”ประมุขมหาเทพวิถีชะตาพูดอย่างเคร่งขรึม “ข้าสามารถบอกเจ้าได้ เห็นได้ชัดว่าไม้ตายของเจ้าเน้นไปที่พลังโจมตีวิญญาณ!  แต่ข้าข้ามีสมบัติจอมเทพสำหรับปกป้องวิญญาณ!  ดังนั้นสุดยอดวิชาโจมตีกาลมิติบิดเบือนของเจ้านี้ส่งผลในแง่มิติและเวลาทั้งสองนี้  แต่ในช่วงเวลาหลายปีนานนับไม่ถ้วนที่ผ่านมาข้ามุ่งเน้นค้นคว้าวิจัยด้านพลังโจมตีวัตถุของข้าเช่นการเสริมพลังแข็งแกร่งให้ร่างกายและพลังโจมตีวัตถุ  ถึงอย่างนั้นข้าก็ต้องใช้พลังทั้งหมดของข้าจึงจะสามารถป้องกันพลังหอกของเจ้า  แม้ว่าพลังจะลดลงไปถึงขนาดนั้นก็ตาม”

ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างถอนหายใจ

เขาเข้าใจดี

เขาเข้าใจทันทีว่าทันทีที่เขาพัฒนาไม้ตายกาลมิติบิดเบือนประมุขมหาเทพอีกสองวิถีไม่ใช่คู่มือของเขาในตอนนี้แล้ว!

เนื่องจากวิธีที่ไม้ตายกาลมิติบิดเบือนโจมตีใส่พลังวิญญาณ ใครบางคนที่ไม่มีสมบัติจอมเทพสำหรับปกป้องวิญญาณจะไม่มีทางต้านทานได้  แต่น่าเสียดาย ประมุขมหาเทพวิถีชะตากลับป้องกันได้!  ประมุขมหาเทพวิถีชะตาได้เสร็จสิ้นภารกิจจอมเทพและเลือกสมบัติจอมเทพปกป้องวิญญาณ  หลายคนรู้สึกว่าเขาโง่การเลือกของเขาไม่มีประโยชน์

ที่สำคัญเป็นไปได้ยังไงที่ประมุขมหาเทพอื่นจะคุกคามต่อวิญญาณเขาได้?

แต่ใครจะคิดว่าจุดนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ

“เจ้าคงจะจำได้ถึงข้อตกลงของเรา”  สายตาของประมุขมหาเทพวิถีชะตาร้อนแรง

ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างมองดูเขาจากนั้นฝืนหัวเราะ  “ข้าต้องรักษาคำพูดอยู่แล้ว”

ยอดฝีมือระดับประมุขมหาเทพที่มองดูการต่อสู้อยู่ห่างๆเมื่อเห็นบทสรุปพากันมึนงง

“เป็นแบบนั้นไปได้อย่างไร?  ท่านโอล็อฟ..แม้จะอยู่ภายใต้พลังควบคุมอย่างนั้น เขายังสามารถป้องกันพลังโจมตีที่รวดเร็วอย่างนั้นได้”  ประมุขมหาเทพธาตุน้ำไม่อยากเชื่อแม้แต่น้อย  เมื่อครู่นี้ไม้ตายกาลมิติบิดเบือนก่อให้เกิดแรงกดดันที่ทรงพลังมากในพื้นที่โดยรอบแม้แต่ประมุขมหาเทพที่อยู่ไกลก็ยังรู้สึกได้

“ท่านโอล็อฟชนะจริงๆ”

ประมุขมหาเทพตกตะลึงกันอย่างแท้จริง

“น่ากลัวจริงๆ” ลินลี่ย์เพียงแต่พูดในใจตนเอง

ประมุขมหาเทพวิถีชีวิตยิ้ม “การผสานพลังโจมตีของสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ส่งผลต่อมิติและเวลา  แต่โดยหลักก็คือพลังโจมตีวิญญาณ!  โอล็อฟมีสมบัติจอมเทพสำหรับปกป้องวิญญาณดังนั้นเมื่อไม้ตายนี้ถูกนำมาใช้กับเขา ทั้งหมดที่สามารถทำได้ก็คือพันธนาการเขา แต่แม้ว่าจะถูกพันธนาการ แต่เขาก็สามารถป้องกันหอกโจมตีได้”

“ไร้ประโยชน์จริงๆ”

ประมุขมหาเทพวิถีมรณะอดสบถเบาๆไม่ได้

ลินลี่ย์อดมองดูประมุขมหาเทพวิถีมรณะไม่ได้ เขาไม่เคยเห็นหญิงงามผู้น่ารักนี้หงุดหงิดมาก่อน

“ลินลี่ย์” ประมุขมหาเทพวิถีมรณะส่งสำนึกเทพคุยกับลินลี่ย์ทันที

“มีอะไรหรือ?” ลินลี่ย์มองดูประมุขมหาเทพวิถีมรณะด้วยความสงสัย

“มีเรื่องบางเรื่องที่ข้าหวังว่าเจ้าจะให้สัญญากับข้าได้”  ประมุขมหาเทพวิถีมรณะส่งสำนึกเทพบอกจริงจัง

“เชิญบอก” ลินลี่ย์รีบกล่าว แต่ในใจของเขายังเต็มไปด้วยความสงสัย ประมุขมหาเทพวิถีมรณะจะขออะไรบางอย่างกับเขา?

ประมุขมหาเทพวิถีมรณะส่งสำนึกเทพบอก  “จำเรื่องนี้ไว้ให้ดี  ไม่ว่ายังไงพวกเจ้าทั้งสามคนจากพิภพยูลานต้องไม่ยอมให้เลือดบริสุทธิ์ของสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์กับโอล็อฟเด็ดขาด!”

“เอ๊ะ?” ลินลี่ย์งงงันไปหมด “ท่านประมุขมหาเทพ สามารถบอกเหตุผลได้ไหม?”

“อือ” ประมุขมหาเทพวิถีมรณะถอนหายใจ “ลินลี่ย์, เจ้ารู้ไหมทำไมวอร์เรดถึงเปลี่ยนอาวุธจอมเทพของเขามาใช้เป็นอาวุธมหาเทพแทน?”

“ข้าไม่ทราบ” ลินลี่ย์ยังสงสัยก่อนหน้านั้นถึงเหตุผลที่อาวุธจอมเทพถูกสลับเป็นอาวุธมหาเทพแทน  นั่นก็หมายความว่าลดพลังโจมตีของตัวเองไม่ใช่หรือ?

ประมุขมหาเทพวิถีมรณะพูดผ่านสำนึกเทพ “ความจริงครั้งนี้หลังจากเราสี่ประมุขมหาเทพวิถีตัดสินคดีของเจ้า พวกเจ้าทั้งหมดจากไป เวลานั้นประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างวอร์เรดเสนอท้าประลองกับประมุขมหาเทพวิถีชะตา อย่างไรก็ตามประมุขมหาเทพวิถีชะตาไม่ตกลงด้วย  เพราะ..ประมุขมหาเทพวิถีชะตารังเกียจการแข่งขัน”

“หลังจากนั้นประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างพูดถึงสุดยอดไม้ตายที่เขาพัฒนาขึ้นมาเกี่ยวกับทักษะเทพธรรมชาติของสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์”  ประมุขมหาเทพวิถีมรณะถอนหายใจ  “ขณะนั้นเราตกใจกันหมดสำหรับโอล็อฟที่บ้าเรื่องนี้อยู่แล้วถึงกับตะลึง อย่างไรก็ตามเขาสามารถคาดถึงพลังของสุดยอดไม้ตายที่คล้ายกับการผสานพลังทักษะเทพธรรมชาติของสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์  คนบ้าอย่างโอล็อฟไม่รู้สึกมั่นใจ  ดังนั้นพวกเขาจึงทำข้อตกลงกัน”

“ตกลงกันว่าไง?”  ลินลี่ย์รีบถาม

“ข้อตกลงคือเมื่อประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างเตรียมจะปล่อยสุดยอดไม้ตายนี้ เขาได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธมหาเทพโจมตีเท่านั้น ถ้าประมุขมหาเทพวิถีชะตาไม่สามารถยกมือป้องกันอาวุธมหาเทพได้  นั่นถือว่าประมุขมหาเทพวิถีชะตาพ่ายแพ้! ถ้าประมุขมหาเทพวิถีชะตาถูกพลังโจมตีแล้วแต่ยังสามารถป้องกันไว้ได้  อย่างนั้นเขาต้องถือว่าได้รับชัยชนะ”  ประมุขมหาเทพวิถีมรณะกล่าว

ลินลี่ย์เข้าใจเช่นกัน

ประมุขมหาเทพวิถีชะตาอาศัยความเข้าใจในกฎและพลังของเขาเองก็สามารถใช้มือป้องกันอาวุธจอมเทพได้

อย่างไรก็ตามเมื่อเขาถูกไม้ตายกาลมิติบิดเบือนโจมตีใส่ ความเร็วของประมุขมหาเทพวิถีชะตาลดลงมาก ถ้าเขาไม่สามารถป้องกันพลังโจมตี จากนั้นถ้าประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างใช้อาวุธจอมเทพ  ประมุขมหาเทพวิถีชะตาอาจพินาศก็ได้!

“ฉะนั้นเมื่อใช้วิชานั้นประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างไม่ได้ใช้อาวุธจอมเทพของเขา  ทั้งสองแค่กำลังซ้อมฝีมือกันเท่านั้น”  ประมุขมหาเทพวิถีมรณะส่ายศีรษะถอนหายใจ  “แต่พวกเขาเพิ่มเดิมพันในการแข่งขัน”

“เดิมพันอะไร?” ลินลี่ย์พูดด้วยความสงสัย

“ถ้าประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างชนะประมุขมหาเทพวิถีชะตาจะต้องอธิบายหลักการของสุดยอดวิชาของเขาให้ฟัง  แต่ถ้าประมุขมหาเทพวิถีชะตาชนะ อย่างนั้นประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างจะต้องอธิบายหลักการสุดยอดไม้ตายของเขา”  ประมุขมหาเทพวิถีมรณะถอนหายใจ

“แต่...” ลินลี่ย์ค่อนข้างงงงวย

“ตอนแรก, วอร์เรดไม่ยินดียอมรับข้อตกลงนี้  แต่เห็นได้ชัดว่าโอล็อฟต้องการรู้หลักการของสุดยอดวิชามากดังนั้นเขาพูดว่าถ้าวอร์เรดไม่ยอมรับข้อตกลงนี้ เขาจะไม่ร่วมประลอง”  ประมุขมหาเทพวิถีมรณะถอนหายใจ  “เป็นวอร์เรดที่ต้องการท้าทายโอล็อฟ  นอกจากนี้เขายังมีความมั่นใจในตนเอง  ดังนั้นเขาจึงตกลงพนันด้วย”

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย

“ลินลี่ย์ข้ารู้..แม้ว่าจะมีคนเข้าใจหลักการของพลังโจมตีที่คล้ายกับทักษะเทพธรรมชาติทั้งหมดแต่การดำเนินการดังกล่าวโดยไม่มีเลือดบริสุทธิ์พลังจะลดน้อยลงไปมากต่อให้สามารถใช้พลังโจมตีได้ก็ตาม”  ประมุขมหาเทพวิถีมรณะมองดูลินลี่ย์  “ดังนั้น, ลินลี่ย์! พวกเจ้าทั้งสามในพิภพยูลานอย่ามอบเลือดสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่บริสุทธิ์ให้กับโอล็อฟไม่ว่ายังไงก็ตาม”

ประมุขมหาเทพวิถีมรณะค่อนข้างจะพูดขวานผ่าซาก

“ข้าเข้าใจ ข้าจะไม่ให้เลือดบริสุทธิ์ของสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์กับเขาแน่”  ลินลี่ย์พยักหน้า

“อนิจจา!  ต้องให้คำแนะนำแก่เจ้าจริงๆ...”  ประมุขมหาเทพวิถีมรณะจ้องมองในมิติว่าง ระหว่างประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างและวิถีชะตา  “ตั้งแต่เขามาเกี่ยวข้องกับไม้ตายนั้นประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างก็มีพลังเหนือข้าและวาวาย่าสมดุลพลังระหว่างสี่ประมุขมหาเทพวิถีสูญเสียไปแล้ว”

ลินลี่ย์พยักหน้า

ประมุขมหาเทพวิถีชะตามีสมบัติจอมเทพสำหรับปกป้อง  แต่ประมุขมหาเทพวิถีมรณะและวิถีชีวิตไม่มี  เป็นไปได้ยังไงที่ใครจะต้านทานไม้ตายมิติเวลาบิดเบือนได้?

“นี่...” ลินลี่ย์ได้แต่มองดูประมุขมหาเทพวิถีมรณะอย่างจนใจ

“วอร์เรดกับโอล็อฟสามารถสามารถตอบโต้กันได้ พวกเขาคงไม่บ้าคลั่งจนถึงกับลงมือกับข้าและวาวาย่า” ประมุขมหาเทพวิถีมรณะส่งสำนึกเทพพลางหัวเราะ  “ก็คล้ายที่เราสี่ประมุขมหาเทพวิถีไม่ไปลงมือกับประมุขมหาเทพกฎธาตุ  เนื่องจากเราอยู่ในจุดสุดยอดแล้ว  ถ้าเราฆ่าทุกคน  คนอื่นในระดับเราก็คงรู้สึกเหงา?”

คำพูดของประมุขมหาเทพวิถีมรณะความจริงใช้ปลอบใจนางเอง

“พวกเขาสามารถค้นคว้าวิจัย  ทำไมท่านประมุขมหาเทพถึงไม่ทำบ้าง?”  ลินลี่ย์พูดอย่างสงบเสงี่ยม

“ข้าไม่มีความอดทนมากพอ”  ประมุขมหาเทพวิถีมรณะหัวเราะเบาๆ  “ถ้าเราสู้กันจริงๆ ตราบเท่าที่ข้ากับวาวาย่าผนึกกำลังกันก็ยากจะบอกได้ว่าใครจะพินาศ!”

ขณะนั้นเองประมุขมหาเทพวิถีมรณะและประมุขมหาเทพวิถีชีวิตต่างมองหน้ากันเหมือนว่ากำลังปรึกษาเรื่องบางอย่าง

ภายในมิติว่างประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างและประมุขมหาเทพวิถีชะตาพูดคุยผ่านสำนึกเทพ

“ฮ่าฮ่า ช่างมหัศจรรย์จริงๆ”  ตาของประมุขมหาเทพวิถีชะตาเต็มไปด้วยสีสันที่แปลก  “กาลมิติบิดเบือนของเจ้ามหัศจรรย์มากอย่างแท้จริง แม้ว่าพลังจะด้อยกว่าทักษะเทพธรรมชาติของสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่ผสานกันแต่ก็ทำให้หลีกเลี่ยงปัญหาความแตกต่างในวิญญาณได้ วอร์เรด!  ข้าชื่นชมเจ้าจริงๆ”

“ฮึ่ม” ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างมีสีหน้าบิดเบี้ยว

“น่าเสียดายที่ไม้ตายนี้จะปล่อยได้ต่อเมื่ออาศัยความเกี่ยวเนื่องทางสายเลือดของสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์”  ประมุขมหาเทพวิถีชะตาถอนหายใจ  หลังจากพูดเขาอดหันไปมองลินลี่ย์ในกลุ่มของประมุขมหาเทพที่อยู่ห่างออกไปไม่ได้

การต่อสู้จบแล้ว ยอดฝีมือระดับประมุขมหาเทพต่างกระจายอยู่ในพื้นที่มิติปั่นป่วนและกลับเข้าพิภพลมศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ใกล้

สายลมเย็นพัดผ่าน เหนือทะเลมีร่างสิบสองร่างต่างแยกย้ายกันกลับเช่นกัน

“ควั่บ!”ไม่ไกลนักที่เหนือทะเล อสูรโลหะบินผ่าน พวกเทพที่อยู่ในอสูรโลหะมองดูร่างทั้งสิบสองในที่ห่างไกล  พวกเขาไม่ให้ความสนใจแต่อย่างใด  พวกเขาจะคาดคิดได้ยังไงกันว่าคนทั้งสิบสองคนคือยอดฝีมือระดับประมุขมหาเทพ?

“โอล็อฟ,ครั้งสุดท้ายเจ้าบอกว่าเจ้าทุ่มพลังสู้ ครั้งนี้เจ้าก็บอกว่าเจ้าทุ่มพลังสู้” สตรีผมแดงมองดูโอล็อฟและแค่นเสียง “เจ้ายังซ่อนพลังเอาไว้อีกหรือเปล่า?”

โอล็อฟถอนหายใจหัวเราะเบาๆ  “ครั้งนี้ข้าทุ่มเทพลังสู้จริงๆ  เจ้าไม่รู้..เมื่อวอร์เรดใช้ไม้ตายนั้นข้าตกใจแทบแย่ พลังโจมตีวิญญาณนั่นแข็งแกร่งมากจนถ้าไม่ได้สมบัติจอมเทพสำหรับปกป้องวิญญาณช่วยไว้  ข้าคงจะเสร็จจริงๆ แม้ว่าความบิดเบือนของมิติเวลาก็ทำให้ข้าแทบจะปัดหอกไม่ทัน”

“ฮึ.. ยังคงทำเหมือนไม่มีอะไรอีกนะ”  สตรีผมแดงแค่นเสียง

ลินลี่ย์และประมุขมหาเทพคนอื่นได้แต่มองอย่างเงียบงัน

ที่สำคัญประมุขมหาเทพสี่วิถีมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่ควรที่พวกเขาจะเข้าไปรบกวน

“ลินลี่ย์” ประมุขมหาเทพวิถีชะตาจู่ๆ ก็หันไปมองลินลี่ย์  เขาหัวเราะและกล่าว  “เจ้าว่างหรือเปล่า?  ถ้าเจ้าว่างมาเยี่ยมข้าที่อุทยานโอล็อฟในแดนสวรรค์ได้ไหม?  เจ้าจะว่ายังไง?”

อุทยานโอล็อฟในแดนสวรรค์ถูกมองว่าเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด

นี่เป็นอุทยานขนาดมหึมาที่ลอยอยู่ในกลางอากาศ  และยังเป็นที่พำนักของประมุขมหาเทพวิถีชะตา  แม้แต่มหาเทพธรรมดา เมื่อไม่ได้รับอนุญาตจากโอล็อฟจะไม่กล้าย่างเข้าไปในอุทยานโอล็อฟเลย ปกติประมุขมหาเทพวิถีชะตาโอล็อฟจะใช้เวลาทั้งหมดในอุทยานเพื่อค้นคว้าวิจัย

“ลินลี่ย์, จำไว้ว่าเจ้าสัญญกับข้าไว้แล้ว”  ประมุขมหาเทพวิถีมรณะส่งสำนึกเทพบอกเขา  ไม่ใช่แค่นางแม้แต่ประมุขมหาเทพวิถีมรณะและประมุขมหาเทพวิถีชีวิตก็หันมามองลินลี่ย์ทันที

ขณะที่ทั้งสามมองดูพลังป้องกันของโอล็อฟต้องบอกว่าไร้เทียมทาน

ถ้าโอล็อฟได้เรียนรู้วิชากาลมิติบิดเบือน  เขาคงไม่ฆ่าพวกเขา แต่...พวกเขาไม่ต้องการให้โอล็อฟมีพลังเพิ่มมากเกินไป

ลินลี่ย์หัวเราะอย่างเก้อเขินจากนั้นพูดอย่างจนใจ  “มหาเทพโอล็อฟข้าต้องขออภัย ข้ามีเรื่องสำคัญต้องไปทำก่อน”

“ฮ่าฮ่า, ไม่รีบ ไม่รีบ เมื่อเจ้ามีเวลาเจ้าค่อยมาหาข้าทีหลังก็ได้” โอล็อฟยิ้ม  “เอาละทุกคนบัดนี้ข้าขอกลับก่อน”

ประมุขมหาเทพวิถีชะตาโอล็อฟหัวเราะและจากไปเอง

“ลินลี่ย์” ประมุขมหาเทพแห่งแสงออกุสตาที่เงียบมาตลอดยิ้มให้ลินลี่ย์  เขาส่งสำนึกเทพบอก “เจ้าจะไปพิภพแสงศักดิ์สิทธิ์ของข้าไม่ใช่หรือ?”

จบบทที่ ตอนที่ 21-19 คำเชิญของโอล็อฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว