เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20-27 จุดวิกฤติ

ตอนที่ 20-27 จุดวิกฤติ

ตอนที่ 20-27 จุดวิกฤติ


“ท่านเชกวิน!  เกิดการต่อสู้แย่งชิงเพชรกระจับแดงอย่างรุนแรงข้างหน้า  เราจำเป็นต้องไปที่นั่นโดยเร็ว” หนึ่งในสองอสูรเจ็ดดาวที่อยู่ข้างตัวเชกวินลนลานส่งสำนึกเทพบอกเชกวิน

“หุบปากซะ” เชกวินส่งสำนึกเทพบอก

แม้ว่าอสูรเจ็ดดาวสองคนเหล่านี้จะเป็นบริวารของเชกวิน  แต่พวกเขาไม่ได้เข้าร่วมรบในสงครามมหาพิภพ  เชกวินไม่ได้บอกเรื่องลินลี่ย์กับใครๆ  ดังนั้นสองคนนี้จึงไม่รู้จักเขา

“ข้าคาดไม่ถึงเลยว่าลินลี่ย์จะมาด้วยเช่นกัน”  เชกวินเริ่มกังวล  “ตามรายงานข่าวกรองเรื่องเพชรกระจับแดงนี้  อาจเป็นเครื่องรางจอมเทพก็เป็นได้  แม้ว่าจะไม่ใช่ก็ตามแต่ก็คงเป็นสมบัติที่มีพลังระดับมหาเทพ ถ้าข้าได้รับไว้ ข้าจะให้ประมุขมหาเทพแห่งแสง!  บางทีประมุขมหาเทพแห่งแสงอาจจะช่วยให้ข้าคิดถึงวิธีได้สมบัติมหาเทพชิ้นที่สาม”

เครื่องรางจอมเทพอยู่ในเงื้อมมือของเขา!  เชกวินจะยอมแพ้ได้อย่างไร?

“ข้าไม่คาดเลยว่าท่านลินลี่ย์จะมาด้วยเหมือนกัน”  เชกวินหัวเราะอย่างใจเย็น  “ข้าขอถามได้ไหม ว่าท่านมาที่นี่เพื่ออะไร  ท่านลินลี่ย์?”

“เมื่อเร็วๆนี้มีข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับสมบัติอย่างเพชรกระจับแดง ข้าค่อนข้างสงสัย”  ลินลี่ย์พูดพลางหัวเราะอย่างใจเย็นขณะบินเข้ามาหา  “เชกวิน!  เราไปด้วยกัน”

“เรื่องนั้น ข้ารู้สึกเป็นเกียรติ”  เชกวินไม่รีบร้อนแต่กลับปรับตัวตามหลังลินลี่ย์แทน

เชกวินเห็นพลังของลินลี่ย์มาแล้ว  และเขารู้ว่าถ้าเขาสู้กับลินลี่ย์โดยตรง ลินลี่ย์สามารถฆ่าบริวารของเขาได้แค่เพียงพลิกมือ  ขณะที่เชกวินเอง..แม้ว่าเขาจะมีสมบัติปกป้องวิญญาณและเกราะป้องกันทำให้ลินลี่ย์ยากจะฆ่าเขาได้ก็ตาม แต่คงไม่ยากเกินไปที่ลินลี่ย์จะขับเขาเข้าไปในมิติปั่นป่วน

เชกวินไม่มีร่างแยกศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่อื่น  ถ้าเขาถูกขับเข้าไปในมิติปั่นป่วน  คงเป็นเรื่องยากที่มหาเทพจะตามหาเขาได้เจอ

ที่สำคัญมิติปั่นป่วนมีมากมายไม่สิ้นสุดแทบจะมีขนาดเท่ากับพิภพอื่นๆรวมกัน

มหาเทพจะค้นคนในมิติปั่นป่วนที่กว้างไกลได้ยังไง? ทางเดียวที่สามารถทำได้ก็คือถ้ามีร่างแยกศักดิ์สิทธิ์อยู่กับมหาเทพและชี้บอกตำแหน่งแก่มหาเทพ

“ท่านเชกวิน ยอดฝีมือตรงนั้นมีจำนวนมากขึ้นๆ ทุกที ถ้าท่านไม่เข้ามาแทรกแซง อย่างนั้นเลียร์กับข้าคงไม่สามารถต้านทานเอาไว้ได้”  อสูรเจ็ดดาวส่งสำนึกเทพบอกอย่างแตกตื่น

“ไม่ต้องรีบร้อน”  เชกวินส่งสำนึกเทพบอก  “ลินลี่ย์มาถึงแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนอื่นจะได้รับเพชรกระจับแดง”

“ลินลี่ย์, เขาคือใคร?” อสูรเจ็ดดาวส่งสำนึกเทพตอบและมองมาที่เชกวิน  ที่สำคัญเชกวินไม่เคยพูดถึงเรื่องลินลี่ย์กับเขาในอดีต..เรื่องนั้นทำให้เชกวินอับอาย ทำไมเขาจึงต้องพูดเรื่องนี้กับบริวารของเขาด้วยเล่า?

“เทพพารากอน” นี่คือคำตอบเดียวที่ห้วนสั้นของเชกวิน

อสูรเจ็ดดาวตื่นกลัวแทบแย่

สำหรับลินลี่ย์  เขาได้แต่สงสัย  “เชกวินเป็นทูตของประมุขมหาเทพแห่งแสง อาจเป็นไปได้ว่าเขามาที่นี่เพราะประมุขมหาเทพแห่งแสงขอให้เขาช่วยหาเครื่องรางจอมเทพหรือ?” สิ่งที่ลินลี่ย์กังวลก็คือว่ามหาเทพจะให้ความสนใจเรื่องนี้  ลินลี่ย์กวาดตามองเชกวิน  เชกวินตอนนี้แสดงความนอบน้อมเป็นอย่างมาก

เทพชั้นสูงสองคนที่ด้านหลังมีพลังระดับทั่วไป  ลินลี่ย์ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงพวกเขาและไม่ใส่ใจพวกเขา

เท่าที่ลินลี่ย์กังวลในตอนนี้ก็คืออสูรเจ็ดดาวธรรมดาไม่มีอะไรมากก็จริง แม้แต่เจ้าแคว้นและเทพอสูรก็คงแค่ได้รับความสนใจจากลินลี่ย์เล็กน้อย  ที่สำคัญ..เขายืนอยู่ในจุดสุดยอดอย่างแท้จริง  ในบรรดาพวกเทพ ไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้!

“เชกวิน ข้าตั้งใจจะเร่งความเร็วขึ้น  มากับข้า” แค่เพียงคิดลินลี่ย์ส่งพลังเทพธาตุดินกระจายออกไปล้อมกลุ่มคนไว้

“ควั่บ!”

รัศมีสีเหลืองธาตุดินฉายผ่านอากาศ  และชั่วเวลาหัวใจเต้นต่อมาคณะของลินลี่ย์ก็มาถึงจุดที่ลึกเข้าไปในเทือกเขาเนวิลล์

ลึกเข้าไปในเทือกเขาเนวิลล์  มีคนเป็นร้อยมาที่นี่

“ฮ่าฮ่า, ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าข้า..โบรดีจะได้รับความสนใจและถูกยอดฝีมือรายล้อมเต็มไปหมด”  เสียงหัวเราะดังขึ้นมาจากป่าเขาด้านหนึ่ง  และจากนั้นก็ในอากาศมีร่างหลายร่างปรากฏตัวขึ้นทันที มีร่างหนึ่งอยู่ภายในป่าด้วยเช่นกัน เห็นได้ชัดว่า คนเหล่านี้ได้รายล้อมโบรดีเอาไว้

เพียงแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปจับ

“ผู้คนมากมายต่างก็มาที่นี่”  คนแคระร่างกำยำเคราดก,กวาดสายตาสีเขียวมองดูคนอื่น “ข้ารู้จักอสูรหกดาวห้าสิบคน และอสูรหกดาวอื่น นอกจากนี้ยังกระทั่งยอดฝีมือระดับเทพอสูรปนอยู่ด้วยคนหรือสองคน”

ทุกคนเข้าใจว่าเพชรกระจับแดงเป็นของร้อนยากจะยึดถือเอาไว้ได้

ถ้าใครยึดถือครอบครองเอาไว้ส่วนมากจะพบกับการโจมตีจากกลุ่มยอดฝีมือที่เหลือ  ไม่มีใครมั่นใจว่าสามารถมั่นครอบครองไว้แล้วจะรอดพ้นจากการโจมตีจากกลุ่มอสูรเจ็ดดาวพวกนี้

ขณะนั้นเอง...

บุรุษชุดดำผมยาวสยายค่อยๆบินออกมาจากป่าภูเขา ตาของเขาเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และมองดูกลุ่มผู้คนที่รายล้อมเข้า  “ฮ่าฮ่า...คาดไม่ถึง  คาดไม่ถึงจริงๆ  ข้า,โบรดีจะทำให้ยอดฝีมือจำนวนมากมายถึงกับรวมกำลังกันไล่ล่าข้า นับว่าเป็นเกียรติจริงๆ!  ต่อให้ข้าโบรดีต้องตายไปก็คุ้มค่า”

คนผู้นี้คือโบรดี  คนที่รายล้อมอยู่หลายชั้นเขาไม่หนีแต่กลับเผยตัวเองแทน

“วูบบ!”  ขณะที่โบรดีพูดมีร่างสีเขียวพุ่งเข้าหาเขาเห็นได้ชัดว่าต้องการฉวยโอกาสโจมตี

“ฮึ่ม!”  เสียงแค่นเย็นชาดังขึ้น

“ครืน...” เงาดาบเพลิงสีแดงลอยลงมาจากท้องฟ้าฟันมิติแตกกระจายและฟันใส่ร่างสีเขียวนั้นทันที ตาของบุรุษชุดเขียวทอประกายวูบ และเขาพยายามต้านพลังโจมตีที่น่ากลัวนี้  แต่เขายังถูกกระแทกกระเด็นถอยหลังอยู่ดี

ทันใดนั้นคนอื่นที่วู่วามทุกคนพากันยับยั้งหมดไม่กล้าลงมือโจมตี

ขณะนั้นเอง..

โบรดีที่สยายผมยืนลอยตัวกับที่ในอากาศเหนือป่าเขา  รายล้อมไปด้วยสุดยอดฝีมือกลุ่มใหญ่ อย่างไรก็ตามโบรดีดูเหมือนไม่รู้ว่าเขามาถึงปลายทางแล้ว  เขายิ้มให้ขณะที่มองดูยอดฝีมือรายรอบ  จากนั้นพูดเสียงดัง  “ทุกท่าน, บอกข้าที ที่นี่มีคนมากมาย  จริงๆ แล้วข้าควรจะให้เพชรกับใครดี?”

อสูรเจ็ดดาวและอสูรหกดาวหลายคนมองหน้ากันเองไม่ส่งเสียงแต่อย่างใด

“นั่นคือคำถามที่ง่ายที่สุดเลยทีเดียว”  เสียงที่ชัดเจนดังขึ้น  “แค่มอบให้พี่ใหญ่ข้าโดยตรง”

แสงรัศมีทรงกลมสีเหลืองใหญ่ปรากฏขึ้นในกลางอากาศรัศมีสีเหลืองหายไปเผยให้เห็นคนเจ็ดคน เป็นเชกวินและบริวารของเขาสองคน พร้อมกับลินลี่ย์บีบีและชาวเผ่าสองคนที่พวกเขานำมาด้วย

“ความเร็วเหลือเชื่ออะไรอย่างนี้”  บริวารของเชกวินตกใจ

“ท่านเชกวิน” เมื่อเห็นเชกวิน อสูรหกดาวและเจ็ดดาวหลายคนร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ  พวกเขาตะลึงกันหมด  ที่สำคัญเมื่อเทียบกับลินลี่ย์  เชกวินมีชื่อเสียงมายาวนานแล้ว  ตลอดเวลาหลายปีนับไม่ถ้วน  แม้แต่ในบรรดาผู้บัญชาการ เขาเป็นยอดฝีมือแทบจะอยู่ในระดับสุดยอดอยู่แล้ว  ข้อมูลของเชกวินเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปมานานแล้ว

แต่ลินลี่ย์เพิ่งเข้าร่วมสงครามมหาพิภพครั้งเดียวเมื่อเร็วๆนี้ ข่าวเกี่ยวกับเขายังไม่แพร่กระจายไปอย่างแท้จริง

แม้ว่าจะมีกลุ่มอสูรหกดาวและอสูรเจ็ดดาวอยู่ที่นี่  ขณะที่เชกวินมีตัวคนเดียวแท้จริงแล้วเชกวินก็สามารถสู้กับพวกเขาได้ทั้งหมด เพราะเขามีสมบัติมหาเทพป้องกันทั้งร่างหยาบและวิญญาณ

“ดูแล้วเราไม่มีหวังเลย”  คนแคระเคราดกพูดแค่นเสียง

“ไม่มีหวังแม้แต่น้อย”  เสียงบุรุษหนุ่มผมขาวชำเลืองมองดูเชกวินแต่ไกลด้วยเช่นกัน

เชกวินสามารถสู้กับทุกคนที่นี่ได้ แม้ว่าพวกเขาทุกคนสู้เพื่อแย่งชิงเพชรกระจับแดง  เชกวินสามารถชิงมันเอาไปได้  นอกจากนี้อสูรหกดาวและอสูรเจ็ดดาวไม่ใช่โง่ ทุกคนรู้ว่าถ้าให้เทียบคุณค่าระหว่างชีวิตพวกเขากับคุณค่าของสมบัติ  ชีวิตของพวกเขายังสำคัญมากกว่า!

“ท่าน...ท่านคือลอร์ดลินลี่ย์?”  ทันใดนั้น..มีเสียงดังขึ้น

ลินลี่ย์หันไปมองเพียงแต่เห็นอสูรหกดาวจ้องมองมาทางลินลี่ย์ด้วยความประหลาดใจ

“อะไรกัน เจ้ารู้จักพี่ใหญ่ข้าด้วยหรือ?”  บีบีหลิ่วตาให้อสูรหกดาวผู้นี้

“อา..ลอร์ดลินลี่ย์  ข้าน้อยเคยเข้าร่วมสงครามมหาพิภพก่อนนั้น  ข้าโชคดีพอได้เห็นลอร์ดลินลี่ย์สู้กับลอร์ดแม็กนัส  คาดไม่ถึงเลยว่าท่านก็มาด้วย!”  อสูรหกดาวผู้นี้ตื่นเต้นมากจากนั้นเขามองดูคนรอบๆ และพูดเสียงดัง  “ทุกคนเมื่อลอร์ดลินลี่ย์มาแล้ว  ไม่มีประโยชน์จะสู้อีกต่อไป  เพชรกระจับแดงคงจะตกอยู่ในมือของลอร์ดลินลี่ย์”

“เขาคือลอร์ดลินลี่ย์หรือ?”

ในบรรดาคนร้อยเปอร์เซ็นต์มีอีกเพียงสองสามคนที่รู้ว่าลินลี่ย์เป็นใคร เพียงแต่พวกเขาไม่รู้ว่าลินลี่ย์มีลักษณะยังไงหรือมีรัศมีกลิ่นอายเช่นไร  ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้จักเขาในทันที

เชกวินยิ้มทันที  “ทุกคน,คนที่อยู่ข้างข้าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์และเป็นเทพพารากอน ลอร์ดลินลี่ย์  ทุกคน! พวกเจ้าต้องการสู้แย่งชิงเพชรกระจับแดงไหม?”  เมื่อได้ยินคำเหล่านี้  อสูรหกดาวและอสูรเจ็ดดาวตกใจและเริ่มทบทวนคำนี้

“เทพพารากอน?”

นั่นเป็นบุคคลไร้เทียมทานที่สามารถสังหารยอดฝีมือระดับผู้บัญชาการได้ง่ายราวกับตัดหญ้า  ถ้าเขาต้องการเพชรกระจับแดง  ใครจะชิงเอาไปจากเขาได้?

ลินลี่ย์อดชำเลืองมองเชกวินไม่ได้  เชกวินกำลังพูดแทนเขางั้นหรือ?

“ท่านเชกวิน?” โบรดีเมื่อได้ยินเสียงเรียกด้วยความประหลาดใจนี้เขาเริ่มเข้าใจว่าเชกวินคงเป็นยอดฝีมือระดับสูง แต่ตอนนี้ดูเหมือนข้างตัวเชกวินจะเป็นพารากอนในตำนาน  “ลินลี่ย์?” โบรดีมองลินลี่ย์อย่างพินิจพิจารณา

“โบรดี!  ส่งมอบเพชรกระจับแดงให้ลอร์ดลินลี่ย์เถอะ  ใต้เท้าอาจไว้ชีวิตเจ้า  ถ้าเจ้าไม่ส่งมอบ..”  ทันใดนั้น อสูรเจ็ดดาวที่อยู่ด้านบนเขาแค่นเสียงทันที

“หุบปาก!”  โบรดีเงยหน้าตวาดด้วยความโมโห

“เจ้า..” อสูรเจ็ดดาวโกรธจัด

“ฮึ่ม.. ข้าไม่ให้ ต่อให้เจ้าเป็นอสูรเจ็ดดาว,เจ้าแคว้น, ทูตมหาเทพ..และต่อให้เจ้าเป็นเทพพารากอน แล้วไงเล่า?”  โบรดีเงยหน้าจ้องมองไปรอบตัวจากนั้นจงใจจ้องมองลินลี่ย์  “ข้าขอบอกเจ้าไว้ก่อนเพชรกระจับแดงอยู่ในแหวนมิติเก็บของ!  ถ้าเจ้าต้องการแย่งชิง  อย่างนั้นข้าจะทำลายมันซะ!”

แหวนมิติเก็บของอยู่ในระหว่างนิ้วของโบรดี

ถ้าเขาใช้กำลังบังคับมันจะแตกอย่างแน่นอน

ลินลี่ย์รู้สึกกระวนกระวายใจ “ถ้าโบรดีบ้าดีเดือดและทำลายแหวนมิติเก็บของ  แม้ว่าเพชรกระจับแดงที่อยู่ภายในจะไม่ถูกทำลาย  แต่มันจะติดอยู่ภายในมิติปั่นป่วน  แล้วข้าจะไปหาพบได้ยังไง?”

“โบรดี, อย่าโง่ไปเลย  ถ้าเจ้าทำลายมัน เจ้าจะต้องตาย”  เชกวินตะคอกเย็นชา

“เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าทำหรือ?”  โบรดีจ้องเชกวินกลับ

“หุบปากเจ้าซะ” ลินลี่ย์ชำเลืองมองเชกวินเย็นชาและทั้งหมดที่เชกวินทำได้คือหัวเราะอย่างเก้อเขิน จากนั้นก้าวถอยไป  ในใจของเขาคิดว่าเขารู้สึกสุดฝืนลินลี่ย์กลับเข้าใจ “เชกวินไม่สามารถได้รับเองได้ ดังนั้นบางทีเขาต้องการให้โบรดีทำลายแหวนเพื่อที่ว่าข้าจะไม่มีโอกาสรับเช่นกัน”

“พวกเจ้าทั้งหมด..ฟัง”

โบรดีหัวเราะเยาะ ทันใดนั้นเขารู้สึกเหมือนกับว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกแล้วขู่และสั่งอสูรหกดาวและเจ็ดดาว และพารากอนได้เป็นเรื่องที่น่าประทับใจ  พารากอน..ผู้สง่าสูงส่งก็คือพวกเขา  แต่วันนี้เขาโบรดีสามารถวางท่าต่อหน้าเทพพารากอนได้

“เจ้าอย่ามายั่วโมโหต่อหน้าข้าเป็นดีที่สุด  ถ้าเจ้าทำเช่นนั้น ข้าจะทำลายแหวนเก็บสมบัติและพวกเจ้าจะไม่มีใครได้รับแหวนไป” โบรดีแค่นเสียง

อสูรเจ็ดดาวและหกดาวไม่กล้าส่งเสียง พวกเขากลัวว่าจะยั่วโมโหโบรดีจนทำลายแหวนและลินลี่ย์โกรธที่สูญเสียโอกาสได้รับเพชรกระจับแดงและระบายความโกรธลงกับพวกเขา นั่นจะน่ากลัว

ลินลี่ย์มองดูโบรดีจากนั้นหัวเราะ  “โบรดี, พูดมาได้เลยเจ้าต้องการแลกเปลี่ยนเพชรกระจับแดงกับอะไร?”

“พารากอนสมกับเป็นพารากอนจริงๆ  ท่านยังมีความตรงไปตรงมา”

โบรดียิ้ม  “ง่ายๆ ประการแรก ท่านต้องรับรองว่าข้าจะรอดชีวิต และว่าข้าจะมีชีวิตรอดผ่านประตูเทเลพอร์ตและออกไปจากแดนนรกได้!  ประการที่สองข้าต้องการเงินหมื่นล้านศิลาดำ ข้าเชื่อว่าจำนวนเพียงเท่านี้ไม่ถือว่ามากสำหรับพารากอนอย่างท่าน  ประการที่สาม ข้าต้องการพลังมหาเทพจำนวนหนึ่ง  ข้าไม่ต้องการมากขอสักยี่สิบสามสิบหยด  ข้าต้องการรอดชีวิตอยู่เช่นกัน  ถ้าท่านเห็นด้วยกับเงื่อนไขสามข้อของข้า  ข้าจะให้เพชรกระจับแดงกับท่าน!”  โบรดีพูดในอึดใจเดียว  นี่คือราคาที่สูงมาก!

“โหว...”

มีเสียงสูดหายใจลึกจากทุกที่ทันที

ให้โบรดีจากไปอย่างปลอดภัยไม่เป็นปัญหา  แต่อีกสองเงื่อนไขนั้นมากเกินไป

หมื่นล้านศิลาดำ?  โดยทั่วไป ทรัพย์สินรวมทั้งหมดของอสูรเจ็ดดาวก็แค่ล้านล้านศิลาดำ ขณะที่พลังมหาเทพอสูรเจ็ดดาวธรรมดาปรารถนามากฝันว่าจะได้มาสักหยด    แต่โบรดีนี้บอกว่าเขาไม่ต้องการมากแค่เพียงไม่กี่สิบหยด!  โลภเกินไป!

“ก็ได้ ข้าตกลง”  ลินลี่ย์และพยักหน้าและสีหน้าเขาไม่เปลี่ยนเลย

โบรดีตะลึง

เขาเรียกร้องมากๆเพื่อเป้าหมายว่าเผื่อลินลี่ย์จะต่อรองกับเขา...แต่ลินลี่ย์กลับตกลงอย่างตรงไปตรงมา

“พารากอนมั่งคั่งขนาดนี้เชียวหรือ?”  โบรดีรำพึงกับตนเอง

จบบทที่ ตอนที่ 20-27 จุดวิกฤติ

คัดลอกลิงก์แล้ว