เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20-11 เจ้าแคว้นสกายเมาท์

ตอนที่ 20-11 เจ้าแคว้นสกายเมาท์

ตอนที่ 20-11 เจ้าแคว้นสกายเมาท์


อสูรโลหะรูปกระบี่สีดำเร่งบินผ่านท้องฟ้าของแดนนรก

ภายในอสูรโลหะ กลุ่มของลินลี่ย์ห้าคนนั่งล้อมโต๊ะ

“ลินลี่ย์! เหตุผลที่ไดอาน่ากับข้าได้อยู่ร่วมกันอีกครั้งเป็นเพราะความช่วยเหลือจากเจ้าทั้งหมด ขอบคุณจริงๆ”  โอลิเวอร์ชูแก้วเหล้า จากนั้นดื่ม

“ฮ่าฮ่า...”  บีบีที่อยู่ใกล้หัวเราะลั่น  “โอลิเวอร์! ระหว่างทางมาแคว้นสกายเมาท์ข้าไม่เคยเห็นเจ้ายิ้มเลยสักครั้ง  ถึงเจ้าจะยิ้ม แต่ดูเหมือนเป็นการฝืนยิ้ม  แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า..เจ้ายิ้มกว้างมากจนตาตี่ไปหมดแล้ว”  บีบีตั้งใจหยอกล้อเขา

โอลิเวอร์เมื่อได้ยินเช่นนี้ ก็แค่หัวเราะและมองดูไดอานาที่อยู่ใกล้ๆ  สองสามีภรรยามองดูกัน ราวกับมีชีวิตคู่ที่หวานชื่น

ลินลี่ย์มองเห็นภาพนี้อดหัวเราะไม่ได้ แต่จู่ๆ เขาขมวดคิ้ว

“น่ารำคาญ!”  บีบีบ่นพึมพำเหยียดหยาม

โอลิเวอร์ที่อยู่ในอารมณ์ที่ดีแค่หัวเราะ  “อย่าไปใส่ใจพวกเขาเลย  อสูรโลหะของเรากำลังบินอยู่ในอากาศ  และแดนนรกก็เต็มไปด้วยกลุ่มโจรนับไม่ถ้วน เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะใช้สำนึกเทพเพื่อตรวจสอบเรา  แม้ว่าพวกเขาจะค่อนข้างน่ารำคาญ  แต่ก็ไม่มีอะไรที่เราทำได้  อะไรกัน.. จะให้เราออกไปลงโทษพวกเขาทีละคนๆ หรือไง?”

ขณะนี้สำนึกเทพกวาดผ่านเข้ามาในอสูรโลหะ

แดนนรกมีกลุ่มโจรมากมายนับไม่ถ้วน  แม้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นบ่อย  แต่ละครั้งที่มีการสอดแนมผ่านสำนึกเทพ  ทุกคนก็ยังรู้สึกอึดอัดอยู่ดี

“ฮึ่ม..พวกโจรทั้งหมดกล้าสอดแนมเราหรือ  เมื่อพบว่าเราเป็นเทพชั้นสูงพวกเขาไม่กล้ารบกวนเราต่อไป”  บีบีพูดอย่างเหยียดหยาม

“โอลิเวอร์”  ลินลี่ย์กล่าว  “อีกไกลเท่าไหร่กว่าเราจะไปถึงที่ๆ เจ้าพูดถึง?”  การเดินทางของพวกเขาเที่ยวนี้ก็คือไปยังที่ๆ เลยาลูกชายคนโตของโอลิเวอร์ตาย  ลูกชายของนางตาย แต่ไดอาน่ายังต้องไปดูหลุมศพเขา  ถ้านางไม่ไปนางจะรู้สึกสบายใจได้ยังไง?

โอลิเวอร์ถอนหายใจ  “อีกไม่นาน เนื่องจากความเร็วของอสูรโลหะที่เจ้าควบคุมการบินอยู่นั้น ลินลี่ย์ เป็นไปได้ว่าในอีกราวๆ ห้าหรือหกวัน เราก็คงจะไปถึง  ลินลี่ย์..เมื่อถึงเวลา ช่วยลดระดับความเร็วลงด้วย  ข้าต้องการดูเหมือนกัน เนื่องจากข้าจำเป็นต้องยืนยันตำแหน่ง  ที่นั่นเป็นพื้นที่ภูเขา”

“ไม่ต้องห่วง เรารีบมาจนถึงแคว้นสกายเมาท์  แต่ไม่จำเป็นที่เราจะต้องรีบกลับ”  ลินลี่ย์หัวเราะอย่างเยือกเย็น

ลินลี่ย์ตั้งใจจะไปโลกธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์  แต่หลังจากเบรุตจัดการส่งข้อความนั้นให้เขา  ลินลี่ย์ยกเลิกความตั้งใจชั่วคราว

ภายในเทือกเขาที่กว้างใหญ่ไพศาล  มีร่างคนสองคนยืนอยู่บนยอดเขา

“อสูรโลหะรูปกระบี่สีดำ มีคนอยู่ข้างในห้าคน คนหนึ่งเป็นเซียน ใช่แล้วเพิ่งจะบินผ่านไปนี่เอง”  บุรุษคนหนึ่งในนั้นมีผมสั้นสีทอง จ้องมองไปยังทิศทางที่อสูรโลหะบินผ่าน   บุรุษหนุ่มหัวโล้นที่อยู่ข้างเขาหัวเราะ  “นี่ตรงกับรายงานที่ส่งมาให้เราผ่านหน่วยสื่อสารก่อนนั้น  อย่างไรก็ตามอสูรโลหะนี้บินเร็วมาก  รายงานครั้งล่าสุดมาจากที่ห่างออกไปหลายสิบล้านกิโลเมตร  เวลาห่างกันสองวันนับแต่ได้รับรายงาน  โดยทั่วไปก็หมายความว่าเดินทางได้วันละราวๆ สิบล้านกิโลเมตร”

ความเร็วขนาดนี้น่าตื่นตะลึงจริงๆ

ที่สำคัญอสูรโลหะทั้งหมดแค่เดินทางได้วันละล้านกิโลเมตรก็น่าประทับใจมากแล้ว

พวกเขาไม่รู้อะไร...ว่าความเร็วในการเดินทางวันละสิบล้านกิโลเมตรนั้น ลินลี่ย์ไม่ได้ใช้พลังเต็มที่  นอกจากนี้อสูรโลหะก็เป็นชนิดธรรมดา  ไม่ใช่ระดับสูง

“ด้วยระดับความเร็วในการเคลื่อนที่ อสูรโลหะนี้จะต้องมีคุณภาพระดับสูง  นอกจากนี้คนควบคุมต้องเป็นยอดฝีมือที่ทรงพลัง”  หน่วยข่าวกรองได้ข้อสรุป

ขณะที่ติดตามความเคลื่อนไหวของลินลี่ย์ พวกเขารายงานกลับไปที่ศูนย์บัญชาการใหญ่ทันที

ศูนย์บัญชาการใหญ่ของพวกเขาแจ้งข้อมูลนี้ส่งไปยังด่านอื่นๆ

การเดินทางของลินลี่ย์ถูกติดตาม

อสูรโลหะสีดำรูปเคียวยมทูตลอยอยู่ในอากาศเหนือเทือกเขา

ภายในอสูรโลหะ

เจ้าแคว้นสกายเมาท์ผมดำกำลังยืนอยู่ข้างหน้าจ้องมองข้างหน้าผ่านโลหะใส  มีคนสามคนคยืนนนอบน้อมอยู่ด้านข้างเขา  หนึ่งในนั้นเป็นบุรุษคิ้วขาว

“หืม?  เกี่ยวกับข้อสรุปของเจ้า เจ้าบอกว่ากลุ่มนี้น่าจะผ่านตำแหน่งนี้ไปแล้วไม่ใช่หรือ?”  เจ้าแคว้นพูดเย็นชา

หนึ่งในบุรุษสามคนที่อยู่ข้างเขา ผู้อาวุโสผมขาวคนหนึ่งคำนับและกล่าว  “ท่านเจ้าแคว้น!  ตามเส้นทางที่คาดการณ์กันไว้ของคนกลุ่มนี้  พวกเขาควรจะผ่านไปยังตำแหน่งทิศทางนี้แน่  นอกจากนี้เมื่อไม่นานมานี้มีรายงานมาจากหน่วยข่าวกรองว่าอสูรโลหะก็มุ่งหน้าไปยังทิศทางนี้ด้วยเช่นกัน”

“แต่ข้าไม่เห็นพวกเขา”  เจ้าแคว้นชำเลืองมองดูเขา

ผู้อาวุโสผมขาวอดสั่นสะท้านไม่ได้  จากนั้นรีบเรียนด้วยความเคารพ  “ท่านเจ้าแคว้นไม่ต้องเป็นห่วง  แม้ว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแนวเดินทางอ้อมไปบ้างเล็กน้อย  แต่เนื่องจากหน่วยข่าวกรองของ เราจะต้องพบเจอพวกเขาได้แน่นอน”

“ท่านเจ้าแคว้น”  ขณะนั้นเองบุรุษคิ้วขาวพูดขึ้นทันที

ลอร์ดเจ้าแคว้นอดมองดูเขาไม่ได้  และบุรุษคิ้วขาวรีบคำนับและกล่าว  “ท่านเจ้าแคว้น ข้าคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เดี๋ยวนี้เอง”

“พูดไป!”  เจ้าแคว้นพูดอย่างเยือกเย็น

“ท่านเจ้าแคว้น...ในอดีต คุณชายโบนินส่งคนไปไล่ล่าตามฆ่าโอลิเวอร์นั่นและลูกทั้งสองคน  ตอนนั้นนักรบที่ถูกส่งออกไปเผชิญกับโอลิเวอร์ในพื้นที่ราวๆ สองสามแสนกิโลเมตรจากตำแหน่งนี้  ในการต่อสู้ครั้งนั้น นักรบเราตายกันหมด  อย่างไรก็ตามพวกเขาฆ่าลูกของโอลิเวอร์ได้คนหนึ่ง!  ตอนนี้พอไดอาน่าและโอลิเวอร์กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง เนื่องจากไดอาน่าไม่เคยไปเยี่ยมลูกชายที่ตายไป  ข้าคิดว่า...บางที่นางอาจจะไปตอนนี้ก็ได้?”  บุรุษคิ้วขาวกล่าว

ความจริงหลังจากลินลี่ย์และโอลิเวอร์ฆ่าโบนินแล้ว  ไดอาน่าพูดเรื่องความต้องการไปเยี่ยมที่ซึ่งลูกชายนางถูกฆ่า  แม้ว่าบุรุษคิ้วขาวและพวกทหารจะอยู่ห่างจากไดอาน่า  แต่พวกเขาก็สามารถฟังคำของนางออก

แต่บุรุษบุรุษคิ้วขาวก็ยังไม่เข้าใจ..ว่าถ้าเขารายงานข้อมูลนี้กับเจ้าแคว้นทันทีแล้วและพวกเขาไปจัดเตรียมกับดักไว้ที่นั่นเหมือนกับนายพรานเฝ้ารอกระต่ายให้มาติดกับ  และจากนั้นกลุ่มลินลี่ย์เปลี่ยนแผนไปด้วยเหตุผลบางอย่าง  ท่านเจ้าแคว้นบางทีอาจจะโกรธและฆ่าบุรุษคิ้วขาวทันทีหลังจากรอคอยอย่างไม่ได้อะไร!

อย่างไรก็ตามสำหรับเขาการนำเรื่องนี้ขื้นเสนอก็หมายความว่าเป็นการสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่

เพื่อความก้าวหน้าในชีวิตของเขา  เขาต้องเลือกแนวทางนี้

“เหรอ?”  เจ้าแคว้นได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกได้ว่าสมเหตุผลทันที

เมื่อบุตรของมารดาตาย  แน่นอนว่ามารดาจะต้องไปเยี่ยมเขาอีกครั้งหนึ่ง  นี่จึงจะสมเหตุสมผล

“ดีมาก”  เจ้าแคว้นพยักหน้าให้บุรุษคิ้วขาวเล็กน้อย  “ตอนนี้เราไปที่ๆ ลูกของไดอาน่าตายกันเถอะ”

“ข้าน้อยขออาสานำทาง”  บุรุษคิ้วขาวพูดด้วยความเคารพ

“อืม”

เจ้าแคว้นพอใจกับความฉลาดของบุรุษคิ้วขาวเป็นอย่างดี  อสูรโลหะรูปเคียวมัจจุราชพุ่งแหวกอากาศทันที  มันเคลื่อนที่เหมือนกับเป็นมีดยักษ์ขณะที่บินไปยังตำแหน่งที่โอลิเวอร์ต่อสู้กับศัตรูของเขา

เทือกเขานิรนามแห่งนี้มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลและมียอดเขาและหุบเขาทอดตัวยาวเหยียดไปไกล

ความจริงเทือกเขาส่วนใหญ่ในแดนนรกใหญ่กว่าเทือกเขาอสูรวิเศษของทวีปยูลานมากมายนัก  และเทือกเขาเหล่านั้นมียอดฝีมืออาศัยอยู่มากมายเช่นกัน  แต่แน่นอนว่า ในสายตาของลินลี่ย์และโอลิเวอร์ พวกที่เรียกว่าเทียมเทพและเทพแท้ไม่มีความหมายอะไรเลยจริงๆ

ภายในหุบเขาแห่งหนึ่ง

มีทะสาบซึ่งมีน้ำสีดำแห่งหนึ่ง และที่ริมทะเลสาบมีหลุมศพที่สร้างจากหินสลักขนาดใหญ่

โอลิเวอร์ ไดอาน่าและเดยายืนอยู่ข้างหน้าหลุมศพนี้  ขณะที่ลินลี่ย์กับบีบียืนอยู่ด้านหนึ่ง

“เลยาลูกแม่..” ไดอาน่าอดคุกเข่าหลั่งน้ำตาไม่ได้  เดยาเด็กหนุ่มผู้เย็นชา และทำตัวห่างเหินเริ่มร้องไห้เช่นกัน  ความตายของพี่ชายของเขาเป็นสิ่งที่สลักลึกอยู่ในความทรงจำของเขาอย่างเห็นได้ชัด

ลินลี่ย์และบีบีมองหน้ากันเอง  พวกเขาไม่สามารถทำอะไร ได้แต่เงียบอย่างเดียว

จากสัมพันธ์ของครอบครัวทั้งสามนี้  ลินลี่ย์รู้สึกได้ว่าพวกเขาสนิทสนมกันมากเพียงไหน  ไดอาน่ารักโอลิเวอร์และลูกๆ ของนางจริงๆ  “บางทีไดอาน่าคงไม่ชอบคนอย่างโบนิน และชอบมีบ้านที่อบอุ่นอ่อนโยนแบบนี้”  ลินลี่ย์ลอบถอนหายใจ

โอลิเวอร์  ไดอาน่า โบนิน..เรื่องราวของพวกเขาเป็นโศกนาฏกรรมความรักอย่างแท้จริง

ร่างแยกที่ทรงพลังที่สุดของโบนินตาย  แต่เขาสาบานว่าจะทำลายไดอานาให้ได้

“ด้วยความสามารถของโอลิเวอร์  ข้าไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องเขา”

ลินลี่ย์ทำอะไรไม่ได้จึงเดินไปที่ข้างทะเลสาบ และบีบีเดินตามเขาไปด้วย  บีบีส่งสำนึกเทพคุยด้วยสีหน้าสุดฝืน  “พี่ใหญ่,  ข้ารู้สึกหดหู่เหมือนกัน  ดูครอบครัวของโอลิเวอร์แล้วน่าเศร้าจริงๆ”

“แค่รออยู่ตรงนี้ก็ได้”  ลินลี่ย์ส่งสำนึกเทพตอบ

พอเวลาผ่านไปครู่ใหญ่

“ลินลี่ย์, ตอนนี้เราไม่เป็นไรแล้ว”  โอลิเวอร์พาภรรยาและบุตรเข้ามาหา  “ขอโทษด้วย เราทำให้พวกเจ้าต้องเสียเวลารอนาน  กลับแคว้นอินดิโกกันเถอะ”

“ไม่เป็นไร”  ลินลี่ย์พยักหน้า

และจากนั้นลินลี่ย์ขมวดคิ้วและมองดูในท้องฟ้าไกลออกไป  เขาเห็นอสูรโลหะรูปเคียวมัจจุราชขนาดมหึมาบินเข้ามาด้วยความเร็วสูง ดูเหมือนกับมีดยักษ์ และบินตรงเข้ามาในหุบเขานี้ ไวมากจนทำให้ลมโดยรอบปั่นป่วน ต้นไม้และกิ่งไม้มากมายพัดฟุ้งกระเด็นไปทั่วหุบเขา

“ใครกัน?”  บีบีขมวดคิ้ว

“มาตามหาเราหรือ?”  ลินลี่ย์รำพึงในใจ

เนื่องจากพวกเขาบินเข้ามาในหุบเขา  เห็นได้ชัดว่าคนภายในตามพวกเขามาจริงๆ

ขณะนั้นเองลินลี่ย์ขยายสำนึกเทพกวาดเข้าไปในอสูรโลหะรูปเคียวมัจจุราชเพื่อตรวจสอบภายใน  “โอว, เทพชั้นสูงสี่คน!  หนึ่งในนั้นเป็นผู้อาวุโสผมดำดูน่ากลัว  นั่นควรจะเป็นเจ้าแคว้นสกายเมาท์ โมลด์”

ลินลี่ย์เคยได้รับหนังสือข้อมูลมาจากเบรุตศึกษาเกี่ยวกับยอดฝีมือในพิภพต่างๆ โมลด์ก็มีชื่ออยู่ในหนังสือนั้นด้วย

“หรือว่าโมลด์จะมาเพื่อแก้แค้นให้ลูก?”  ลินลี่ย์ลอบถอนหายใจ  เขาถอนหายใจที่โมลด์ช่างไร้เหตุผล  แม้ว่าลินลี่ย์จะใช้พลังของเขาเต็มที่  พลังของลินลี่ย์ก็ใช้อยู่ที่ปราสาทยูสโตนเท่านั้น  และจากนั้นลินลี่ย์จัดการกับโบนิน ด้วยระดับพลังเกินกว่าที่เจ้าแคว้นธรรมดาจะมีได้

โมลด์ควรจะคาดการณ์ได้ว่าพลังที่แท้จริงของลินลี่ย์ยิ่งใหญ่กว่านี้  ทำไมเขายังกล้ามาหา?

หรือว่าโมลด์ทรงพลังมาก?

เท่าที่ลินลี่ย์รู้ แม้ว่าโมลด์จะเป็นทูตของมหาเทพบลัดริจ  และครอบครองอาวุธมหาเทพ  แต่ในแง่พลัง เขายังอ่อนแอมากกว่ายอดดฝีมืออย่างรีสเจม แฮมเมอร์เสียอีก

“ลินลี่ย์!  เกิดอะไรขึ้น?”  โอลิเวอร์เดินเข้ามาหาอย่างกังวล

“นั่นคือโมลด์ เจ้าแคว้นสกายเมาท์”  ลินลี่ย์พูดเบาๆ  “ไม่ต้องกังวล”

“เขา?”  เมื่อได้ยินเช่นนี้ ไดอาน่าตกใจ  แต่เมื่อนางคิดว่าลินลี่ย์ทรงพลังแค่ไหน นางจึงเบาใจได้

อสูรโลหะขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือพวกเขาสิบเมตรหายไปทันที ปรากฏคนสี่คนลอยนิ่งอยู่ในอากาศ  ผู้นำเป็นผู้อาวุโสผมดำมีใบหน้าแข็งกระด้างเย็นชา  และตาเป็นประกายเหมือนมีด ขณะยืนอยู่กับที่เขาให้ความรู้สึกเหมือนสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ที่พร้อมจะโจมตีได้ทุกขณะ

บนแขนขวาเขาสวมกำไลซึ่งมีไข่มุกสีเขียวเก้าเม็ดฝังอยู่ในนั้น

“เอ๊ะ, นำกำไลมาด้วยหรือ?”  ลินลี่ย์ไม่เคยเห็นคนสวมกำไลมือ  ที่สำคัญเมื่อยอดฝีมือสู้รบ  โดยทั่วไปพวกเขาจะสวมเกราะ  ดังนั้นกำไลไม่ค่อยมีประโยชน์มาก  มีคนจำนวนน้อยนักที่สวมกำไล  เพราะบ้างก็ทำตามบรรพบุรุษ บ้างก็เพราะเป็นความเคยชินแบบท้องถิ่น  ส่วนคนอื่นๆ เป็นเพราะรสนิยมส่วนตัว

แค่เพียงเหลือบมอง ลินลี่ย์ประหลาดใจเล็กน้อย แต่จากนั้นก็ไม่ใส่ใจอีกต่อไป

โมลด์เจ้าแคว้นสกายเมาท์กวาดสายตามองดูกลุ่มลินลี่ย์อย่างเย็นชา  เขามองดูคล้ายกับราชสีห์ที่แข็งแกร่งจ้องมองดูลูกแกะน้อยห้าตัว  บุรุษคิ้วขาวด้านหลังโมลด์คำนับและเรียนด้วยความเคารพ  “ท่านเจ้าแคว้นในบรรดาห้าคนนี้คนที่มีผมดำขาวยาวคือโอลิเวอร์ เป็นคนที่ฆ่าคุณชายโบนิน  อย่างไรก็ตามคนที่ทรงพลังที่สุดในกลุ่มนั้นคือคนผมสีน้ำตาล  เขาเป็นคนพันธนาการคุณชายและเปิดโอกาสให้โอลิเวอร์ฆ่าเขา  ข้าไม่รู้จักชื่อของเขา”

โมลด์เจ้าแคว้นสกายเมาท์เหลือบมองโอลิเวอร์และกลับไปจ้องมองลินลี่ย์

“เจ้ารู้ใช่ไหมว่าโบนินเป็นลูกของข้า?”  โมลด์คำราม

“ข้าทราบ” ลินพูดอย่างเยือกเย็น

รัศมีของโมลด์แปลกประหลาด  แต่สำหรับลินลี่ย์ เขาเป็นเสมือนสุนัขน้อยที่แยกเขี้ยวใส่ยักษ์

“เฮ้, เจ้าคือโมลด์ เจ้าแคว้นสกายเมาท์ใช่ไหม?”  บีบีเริ่มหัวเราะ  “เราทำโทษเด็กน้อยไปคนหนึ่ง และตอนนี้ผู้ใหญ่ถึงกับต้องวิ่งโร่ออกมา!  พี่ใหญ่กับข้ากำลังจะกลับกันเดี๋ยวนี้  ถ้าเจ้าไม่คิดจะทำอะไร  อย่างนั้นก็ไปซะ  ถ้าเจ้าต้องการจะล้างแค้นให้ลูกก็อย่ามัวเสียเวลา  บุกเข้ามาได้แล้ว หลังจากจัดการเจ้าเสร็จแล้ว เราจะได้เราจะได้กลับบ้านเสียที!”

“บังอาจ!”  โมลด์จดจ่ออยู่กับลินลี่ย์ เขาไม่ให้ความสนใจบีบี  แต่คำพูดของบีบีทำให้เขาโกรธทันที

“ครืน...”

อากาศดูเหมือนระเบิดขณะที่โมลด์บุกเข้าโจมตีบีบีอย่างสบายๆ  มือขวาของเขาเป็นรูปกรงเล็บแหวกอากาศจนระลอกมิติฉีกขาด

“แครก...”  กรงเล็บส่งเสียงหวีดหวิวแหวกอากาศขณะปะทะอากาศ

ลินลี่ย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย  ทันใดนั้นร่างเลือนรางปรากฏอยู่ข้างหน้าโมลด์  ขณะเดียวกันเสียงดัง ‘ปัง’ ศีรษะของโมลด์ถูกเตะอย่างรุนแรง  และโมลด์กระเด็นออกไปเพราะแรงเตะนั้นราวกับดาวตกและกระแทกกับภูใกล้ๆ ที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร

เสียงระเบิดดังบึ้ม รอยแยกเป็นรูปเหมือนใยแมงมุมปรากฏอยู่ที่ภูเขาด้านข้าง โดยมีรูเป็นรูปมนุษย์ปรากฏอยู่ตรงกลางรอยแยกที่คล้ายใยแมงมุมนั้น

จบบทที่ ตอนที่ 20-11 เจ้าแคว้นสกายเมาท์

คัดลอกลิงก์แล้ว