เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20-8 จะไปทางไหน?

ตอนที่ 20-8 จะไปทางไหน?

ตอนที่ 20-8 จะไปทางไหน?  


“อย่างไรก็ตาม..” โอลิเวอร์พูดอย่างขมขื่น  “แม้ว่าข้าจะฆ่าคนพวกนั้นได้หมด แต่พวกเขามีมากเกินไป  ข้าต้องปกป้องเดยาและเลยาลูกทั้งสองของข้าในเวลาเดียวกัน  ข้าเพียงแต่สามารถป้องกันได้เพียงสองในสาม  ป้องกันไม่ได้ทั้งหมด!  เห็นได้ชัดว่าโบนินนั่นออกคำสั่งให้มาฆ่าข้าและลูกชายทั้งสองของข้า!  ในการต่อสู้นั้นเลยาตาย!  พลังของข้าเพียงพอแค่ปกป้องเดยาเท่านั้น”

ลินลี่ย์ลอบถอนหายใจ

แม้ว่าพลังของเขาจะเพิ่มขึ้นมาก แต่โอลิเวอร์เองมีภาระแบกอยู่บนบ่าสองคน!  อย่างไรก็ตามศัตรูเป็นเทพชั้นสูงกลุ่มใหญ่  เมื่อพวกเขาลงมือโจมตีอย่างหนัก.. แค่โอลิเวอร์ปกป้องลูกได้คนเดียวก็นับว่าน่าทึ่งแล้ว

“โอลิเวอร์, เจ้ามีลูก ทำไมเจ้าไม่ส่งเด็กไปอยู่ในเมือง?”  ลินลี่ย์อดถามไม่ได้

ถ้าโอลิเวอร์ปล่อยเด็กไว้ในเมือง พวกเขาจะปลอดภัยหรือ?

“ข้าไม่มีเวลามากพอ”  โอลิเวอร์พูดอย่างขมขื่น  “ข้าต้องการทำอยู่แล้ว  ถ้าข้าเที่ยวไปตามลำพังข้าคงเข้าไปในเมืองได้  แต่ข้าต้องนำเด็กสองคนไปด้วย  พวกเขายังไม่ได้เป็นแม้แต่เทพ เป็นแค่เซียน  ความเร็วในการบินของศัตรูเร็วมาก  ความเร็วของข้าได้รับผลกระทบ เพราะข้าต้องนำพวกเขาไปด้วย  นอกจากนี้ไดอาน่ากับข้าอาศัยอยู่หุบเขาห่างไกล  เนื่องด้วยพลังของเราพวกโจรไม่กล้ามาก่อเรื่องยุ่งยากกับเรา  แต่หุบเขานั่นอยู่ห่างเมืองที่ใกล้ที่สุดด้วยการเดินทางประมาณปีครึ่ง”

ลินลี่ย์ลอบถอนหายใจ

ความเร็วของโอลิเวอร์ช้าเกินไป!  ก่อนที่จะหลอมรวมกับประกายเทพ โอลิเวอร์เป็นเพียงเทพชั้นสูงธรรมดา จะเคลื่อนไหวได้เร็วเพียงไหน เนื่องจากมีลูกสองคนเป็นภาระอยู่?

“หลังจากฆ่าคนพวกนั้นแล้ว  ในที่สุดข้าจึงเข้าเมืองกับลูกชายข้า  ข้าให้เดยาพักรออยู่ในโรงแรม ส่วนตัวข้าเองบุกไปที่เทือกเขายูสโตนแห่งแคว้นสกายเมาท์”  โอลิเวอร์คำราม

“แคว้นสกายเมาท์?”  ลินลี่ย์คำราม

ทวีปบลัดริจกว้างใหญ่ไพศาล  แคว้นสกายเมาท์ตั้งลึกเข้าไปในใจกลางทวีปบลัดริจ และอยู่ห่างจากแคว้นอินดิโกร้อยล้านกิโลเมตร

“ใช่แล้ว เจ้าโบนินนั่นอยู่ที่แคว้นสกายเมาท์”  โอลิเวอร์พยักหน้า  “โบนินหยิ่งยโสมาก  เมื่อเขาพาตัวไดอาน่าไป  เขาบอกข้าว่า..ถ้าข้ามีความสามารถ  ก็ให้ข้ามาหาเขาที่ภูเขายูสโตน แคว้นสกายเมาท์  เขาจะรอข้าอยู่ที่นั่น”

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อยขณะที่เขาฟังเรื่องนี้  เขาสามารถนึกภาพได้ว่าโบนินหยิ่งยโสเพียงไหน

“เมืองที่ข้าเข้าไปนั้นอยู่ไม่ไกลจากเทือกเขายูสโตนแห่งแคว้นสกายเมาท์มากนัก  ด้วยความเร็วของข้าเพิ่มมากหลังจากที่ข้าหลอมรวมพลังเทพชั้นสูงสองรูปแบบ  ในเวลาปีเดียวข้าก็ไปถึงเทือกเขายูสโตน  หลังจากลอบสืบดู  ข้ารู้มาว่าโบนินนี้เป็นลูกของเจ้าแคว้นสกายเมาท์”  โอลิเวอร์หัวเราะอย่างเย็นชา  “ข้าไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าเขาเป็นลูกของเจ้าแคว้นสกายเมาท์ ทั้งหมดที่ข้าต้องการก็คือฆ่าโบนินผู้นี้ ช่วยไดอาน่า ภรรยาของข้า”

ลินลี่ย์เข้าใจว่าเมื่อถึงจุดนี้แล้ว โอลิเวอร์อยู่ในสภาพจนตรอก

“โบนินเป็นคนหัวรั้นและว่ายาก  เขาไม่มีสัมพันธ์ที่ดีกับบิดาเขา  ดังนั้นเขาจึงไม่อยู่กับบิดาของเขา  แต่กลับอาศัยอยู่ในเทือกเขายูสโตนแทน เขาสร้างปราสาทไว้ที่นี่”  โอลิเวอร์แค่นเสียง  “ข้าลอบเข้าไปตั้งใจจะหาตัวโบนิน จากนั้นฆ่าเขา และหลังจากหลอมรวมกับประกายเทพแล้ว พลังของข้าเหนือกว่าเขาระดับหนึ่ง!  ข้าเกือบฆ่าเขาได้...”

“แต่...เขา..มีหยดพลังมหาเทพ!”

โอลิเวอร์ฝืนหัวเราะขณะที่เขาพูด

ตอนนี้ลินลี่ย์เข้าใจแล้ว  หยดพลังมหาเทพเป็นไปได้ว่าเป็นสิ่งที่เจ้าแคว้นสกายเมาท์มอบไว้ให้ลูกชายของเขา เป็นมาตรการป้องกันและช่วยชีวิตเท่าที่จำเป็น

“หลังจากใช้พลังมหาเทพ  พลังของเขาอยู่เหนือข้ามากมาย!  ทั้งหมดที่ข้าทำได้ก็คือหนี  และเวลานั้น ไดอาน่าภรรยาข้ามาช่วยขัดขวางโบนินไว้เช่นกัน ขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย  โบนินถูกขัดขวางชั่วขณะ ข้าจึงหนีไปได้”  โอลิเวอร์พูดขมขื่น  “หลังจากล้มเหลวแล้ว ข้าเข้าใจว่าข้าคงไม่สามารถฆ่าเขาด้วยตัวข้าเอง  ดังนั้นข้าไม่มีทางเลือก จึงได้แต่ลอบหนีมา ข้ากลับไปพาตัวเดยาและมาแคว้นอินดิโก  ข้าตั้งใจว่าเนื่องจากเจ้ากำลังฝึกฝนอยู่ที่นี่เงียบๆ  ข้าก็จะทำอย่างเดียวกันบ้าง”

แม้ว่าโอลิเวอร์จะมีพลังเพิ่มขึ้นมากมาย แต่การเดินทางมาแคว้นอินดิโกก็ยังใช้เวลามากกว่าสิบปี  ขณะที่เขาพาลูกมากับเขาด้วย เด็กคนนั้นก็โตเป็นเด็กหนุ่มด้วยเช่นกัน

ลินลี่ย์เพิ่งเข้าใจเหตุผลที่เดยาเย็นชา ห่างเหิน และดูน่ากลัว

เห็นได้ชัดว่า..เดยาโตขึ้นมาในท่ามกลางความเกลียด

“ข้าเข้าใจว่าหลังจากการต่อสู้ครั้งนั้น โบนินคงจะอยู่แต่ในเทือกเขายูสโตน  ถ้าเขายังมีพลังมหาเทพอีกมาก ก็คงไม่มีอะไรต้องกลัว  ถ้าเขาไม่มี บางทีเขาคงกลัวว่าข้าจะกลับไปพาตัวไดอาน่าและจากไป  บิดาของเขาเป็นเจ้าแคว้น  ต่อให้ข้าฝึกไปอีกสิบล้านปีข้าคงไม่สามารถล้างแค้นให้ลูกข้าหรือตามหาตัวไดอาน่าได้!”

เขาตกอยู่ในสภาพผิดหวังเศร้าใจ  ทั้งหมดที่เขาต้องการก็คือฝึกฝีมือเงียบๆ  แต่แล้ว..โอลิเวอร์ได้ยินคนอื่นพูดว่าลินลี่ย์กลายเป็นเทพพารากอนแล้ว

“ข้าเองยกเลิกความหวังทั้งมวลไปแล้ว  แต่..แต่ข้าได้ยินว่า ลินลี่ย์ ว่าเจ้ากลายเป็นเทพพารากอนไปแล้ว”  โอลิเวอร์มองดูลินลี่ย์

โอลิเวอร์รู้ว่าลินลี่ย์ทรงพลังมากเท่ากับระดับอสูรเจ็ดดาว  แต่เบื้องหลังของโบนินเป็นเจ้าแคว้นสกายเมาท์  ดังนั้น..โอลิเวอร์ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับลินลี่ย์  เนื่องจากเขาไม่ต้องการลากลินลี่ย์เข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้

“แคว้นสกายเมาท์?”

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย

ความเศร้าและความทุกข์ใจของโอลิเวอร์ทำให้ลินลี่ย์รู้สึกเห็นใจมาก  ภรรยาของเขาถูกชิงไป และลูกชายคนหนึ่งถูกฆ่า  แต่เขาก็ยังไม่มีพลังสู้ตอบโต้เพื่อล้างแค้น

“โอลิเวอร์!  ไม่ต้องเป็นห่วง  ข้าจะไปกับเจ้า”  ลินลี่ย์พยักหน้า

“ขอบคุณ”  โอลิเวอร์เมื่อได้ยินคำตอบรับของลินลี่ย์  ก็อดพูดขอบคุณไม่ได้  “อย่างนั้น..ลินลี่ย์เราควรจะไปเมื่อใด?”

“เรื่องนี้...”  ลินลี่ย์ลังเลเล็กน้อย

“เอาอย่างนี้เป็นไง  เราจะไปกันพรุ่งนี้ดีไหม?”  โอลิเวอร์ไม่สามารถทนรอได้  ภรรยาของเขาถูกชิงและลูกชายถูกฆ่า ความเกลียดชังรุมเร้าอยู่ในใจของโอลิเวอร์เหมือนพยาธิ  ตอนนี้เปลวไฟแค้นที่มีอยู่ในใจของเขามีมากขึ้นๆ  โอลิเวอร์ไม่ต้องการเสียเวลาอีกต่อไป

“พรุ่งนี้หรือ?”  ลินลี่ย์ขมวดคิ้ว

พรุ่งนี้ลินลี่ย์ตั้งใจจะไปโลกธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์!

ความจริงลินลี่ย์รู้สึกกระวนกระวายใจเกี่ยวกับการเดินทางไปโลกธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์คราวนี้หลังจากได้ยินสิ่งที่กัซลีสันพูด เขาเกรงว่าประมุขมหาเทพแห่งแสงจะลดตัวลงมาสังหารเขา  แต่เขาไม่มีทางเลือกถ้าเขาต้องการช่วยมารดาเขา  เขามีเพียงทางเลือกเดียว คือขอให้ประมุขมหาเทพแห่งแสงปล่อยนาง!

ดังนั้น แม้ว่าจะอันตราย  แต่ลินลี่ย์ก็ยังคงจะไป

ลินลี่ย์แต่เดิมตั้งใจจะให้ร่างแยกธาตุดินของเขาไปที่โลกธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์

ร่างแยกธาตุดินของเขาเป็นแค่ร่างแยกร่างหนึ่ง  แต่ก็เป็นวิญญาณกลายสภาพเหมือนกัน สามารถหลอมรวมกับพลังปณิธาน  แม้ว่าพลังของปณิธานจะไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับร่างหลักของลินลี่ย์ก็ตาม พลังของร่างแยกธาตุดินของเขายังคงเทียบได้กับพลังของเทพพารากอน

ร่างหลักของลินลี่ย์ทรงพลังมากกว่าในแง่พลังและปณิธานมากกว่าเทพพารากอนอื่น

สำหรับร่างแยกธาตุดิน ลมและน้ำของเขา พลังปณิธานจะอ่อนกว่าเล็กน้อย  ดังนั้นร่างแยกเหล่านั้นจะอ่อนแอกว่าพารากอนเพียงเล็กน้อย

เพื่อมารดาของเขา ลินลี่ย์ยินดีจะส่งร่างแยกธาตุดินของเขาไปที่นั่น  แม้ว่าประมุขมหาเทพแห่งแสงจะไร้ยางอายจนฆ่าเขาก็ตาม  ลินลี่ย์อาจจะสูญเสียร่างแยกธาตุดินได้  แต่ลินลี่ย์ก็ยังเป็นยอดฝีมือระดับพารากอนอยู่ดี

แต่..กับคำขอร้องของโอลิเวอร์  ลินลี่ย์ในตอนนี้อยู่สถานะที่ลำบากใจ

ความจริงลินลี่ย์สามารถปล่อยให้ร่างแยกธาตุดินไปยังโลกธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์และร่างหลักของเขาร่วมเดินกับโอลิเวอร์ไปแคว้นสกายเมาท์

แต่..ถ้าร่างแยกทั้งสองเปิดเผยพลังระดับเทพพารากอนอย่างต่อเนื่องในโลกธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์และในแดนนรก  ทุกคนจะสรุปและเข้าใจได้ทันทีว่าลินลี่ย์เป็นวิญญาณกลายสภาพ!

นี่เป็นเพราะเทพพารากอนโดยทั่วไปพวกเขาจะเชี่ยวชาญในกฎธาตุเดียว  เป็นไปไม่ได้เลยที่คนผู้หนึ่งเป็นเทพพารากอนในธาตุหนึ่ง และจากนั้นจะกลายเป็นพารากอนด้วยร่างแยกอื่นของเขา   เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากแล้วที่ใครบางคนจะกลายเป็นพารากอนในธาตุอย่างหนึ่ง  คนที่มีร่างแยกศักดิ์สิทธิ์สองร่างเป็นระดับพารากอนเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อเลย

ถ้าลินลี่ย์เปิดเผยพลังระดับพารากอนในที่ต่างกันสองแห่งด้วยร่างสองร่าง คนอื่นจะพบว่าเป็นเรื่องประหลาดและจะมีการตรวจสอบ!

ความลับของวิญญาณกลายสภาพ..ในตอนนี้ ลินลี่ย์ไม่ต้องการเปิดเผย!

“ลินลี่ย์, เจ้า..เจ้ากำลังมีงานยุ่งหรือ?”  โอลิเวอร์ถาม

“ข้า..”  ลินลี่ย์ลังเล

“ถ้าเจ้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการ  อย่างนั้นเรื่องของข้าเลื่อนไปก่อนก็ได้  ไม่จำเป็นต้องเร่ง”  โอลิเวอร์รีบกล่าว

แต่ลินลี่ย์เข้าใจว่าเนื่องจากลูกของโอลิเวอร์ถูกฆ่าและภรรยาของเขาถูกพรากตัวไป  โอลิเวอร์ย่อมต้องคิดล้างแค้นทุกขณะอย่างมิต้องสงสัย  เขาต้องการช่วยเหลือภรรยาของเขา

“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่  ท่านประมุขกำลังมา”  เสียงของบีบีดังขึ้นจากข้างนอก

“ท่านประมุขเผ่า?”  ลินลี่ย์หันหน้าไปเห็นกัซลีสันกำลังก้าวยาวเดินเข้ามา เห็นได้ชัดว่ากำลังรีบ

“ท่านประมุข”  ลินลี่ย์ลุกขึ้นยืนต้อนรับเขาทันที และโอลิเวอร์ที่อยู่ใกล้ก็รีบเช็ดน้ำตาและยืนขึ้นทันที

เมื่อเข้ามาในห้องกัซลีสันรีบกล่าว  “ลินลี่ย์ ”เมื่อครู่นี้ข้าทำตามที่เจ้าบอกกับข้า และข้าได้ส่งคนฝากข้อความไปที่ลอร์ดเบรุต  ลอร์ดเบรุตให้คำตอบทันที  เขาขอให้ข้าบอกเจ้า..ว่าไม่ว่ายังไง อย่าไปโลกธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์!”

ลินลี่ย์ตะลึง

“โลกธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์?”  โอลิเวอร์เพิ่งเข้าใจตอนนี้เอง  เป็นไปได้ว่าเหตุผลที่ลินลี่ย์ลังเลก่อนนั้นเป็นเพราะเขาต้องไปทำธุระที่โลกธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์

“ทำไมลอร์ดเบรุตถึงบอกอย่างนั้น?”  ลินลี่ย์สับสนไปหมด

“ลอร์ดเบรุตบอกว่าเมื่อตอนร่างแยกธาตุไฟของเจ้าอยู่ที่ทวีปยูลาน  เจ้าได้คุยบอกกับเขาเรื่องช่วยบิดาเจ้า สหายและมารดาเจ้า ดังนั้นเขาเดินทางไปยังโลกธาตุแสงและขอให้ประมุขมหาเทพแห่งแสงให้ช่วยตามคำขอของเจ้า  ที่สำคัญไม่มีความแค้นระหว่างลอร์ดเบรุตและประมุขมหาเทพแห่งแสง”

ลินลี่ย์อดรู้สึกขอบคุณมิได้  ร่างแยกธาตุไฟของเขาก็บอกเรื่องนี้เช่นกัน  แต่เบรุตยังคงไปเยี่ยมประมุขมหาเทพแห่งแสงด้วยตนเอง

“แต่..ประมุขมหาเทพแห่งแสงไม่ตกลง!”  กัซลีสันพูดพลางถอนหายใจ  “ลอร์ดเบรุตยังขอให้มหาเทพบลัดริจช่วย และมหาเทพบลัดริจตอบว่า...เป็นไปไม่ได้ที่จะบังคับให้ประมุขมหาเทพแห่งแสงคืนอิสรภาพให้เทวทูต  ต่อให้มหาเทพไปขอเป็นการส่วนตัวก็ตาม โอกาสต่ำมาก  ถ้าเจ้าไป..ก็คงไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย”

ภาพท่าทีแววตาของบิดาของเขาปรากฏขึ้นในใจลินลี่ย์อีกครั้ง

“ท่านพ่อ...ไม่มีอะไรที่ข้าทำได้แล้ว”  ลินลี่ย์รู้สึกจนใจ

พระยายมราชก็พูดแบบนี้เหมือนกันว่า ต่อให้นางไปขอเป็นการส่วนตัว  โอกาสก็ยังต่ำ  ตอนนี้มหาเทพบลัดริจพูดเหมือนกันและเบรุตก็ไปเป็นการส่วนตัวเองจริงๆ

“ลินลี่ย์! เมื่อลอร์ดเบรุตพูดเรื่องนี้กับประมุขมหาเทพแห่งแสง  เขายังคงบอกว่าเจ้ายินดีจะเป็นทูตมหาเทพของประมุขมหาเทพ เพื่อแลกเปลี่ยนอิสรภาพของมารดาเจ้า  แต่ประมุขมหาเทพแห่งแสงก็ไม่ตอบตกลง”  กัซลีสันกล่าว

ต่อให้เป็นทูตมหาเทพก็ไร้ประโยชน์หรือ?

ลินลี่ย์ไม่มีไพ่ต่อรองอีกต่อไป

“นอกจากนี้ ลอร์ดเบรุตบอกให้ข้าห้ามเจ้าไป เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ไปโลกธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์   เป็นเรื่องดีถ้าเจ้าไม่ไป  แต่ถ้าเจ้าเผชิญหน้ากับประมุขมหาเทพแห่งแสง เป็นไปได้ว่าประมุขมหาเทพแห่งแสงจะฆ่าเจ้าทันที  นี่ไม่ใช่เพราะปัญหาระหว่างเจ้ากับตระกูลออกุสตา  ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งเช่นกัน”  กัซลีสันพูดเป็นนัย

“อีกเหตุผลหนึ่ง?”  ลินลี่ย์คิดไม่ออกว่าเขาเคยล่วงเกินประมุขมหาเทพแห่งแสง

หรือว่าเป็นเพราะเขาขับแม็กนัสเข้าไปในมิติปั่นป่วน?

แต่แม็กนัสเป็นเทพพารากอนวิถีชะตา  และเป็นทูตของหัวหน้ามหาเทพแห่งวิถีชะตา  ไม่ใช่ประมุขมหาเทพแห่งแสง!  เหตุผลเดียวที่เขาเลือกมาช่วยมอนเตโลเป็นเพราะเขามีสัมพันธ์ที่ยาวนานกับประมุขตระกูลออกุสตา

“มีเหตุผลอะไร?”  ลินลี่ย์ถาม

“ลอร์ดเบรุตกล่าวว่าสำหรับตอนนี้  เหตุผลนี้ไม่อาจเปิดเผยโดยทั่วไปได้  ซึ่งเป็นเหตุผลที่เขาไม่ได้บอกผ่านมาในข้อความจดหมาย”  กัซลีสันกล่าว

ลินลี่ย์พยักหน้า

หลังจากผ่านไปหลายปี  ลินลี่ย์ให้ความเชื่อถือเบรุตเป็นอย่างมาก

“อย่างนั้นตอนนี้ ข้าจะยกเลิกความคิดจะไปโลกธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์..”  ลินลี่ย์พึมพำกับตนเอง  จากนั้นเขาหันไปมองโอลิเวอร์  “โอลิเวอร์, พรุ่งนี้ข้าจะไปกับเจ้า  เราจะไปแคว้นสกายเมาท์ด้วยกัน!”

โอลิเวอ์มีสีหน้าประหลาดใจแกมดีใจ

วันต่อมาที่ประตูใหญ่คฤหาสน์ลินลี่ย์

“พี่ใหญ่ ให้ข้าไปกับท่านด้วย  ข้าเบื่อจะแย่อยู่แล้ว” บีบีหัวเราะ  ลินลี่ย์ไม่สามารถบอกปัดบีบีได้ ดังนั้นบีบีจึงติดตามไปด้วย  การเดินทางไปแคว้นสกายเมาท์ครั้งนี้ เท่าที่ลินลี่ย์กังวลไม่ใช่เรื่องอันตรายหรือความท้าทายอะไร  แม้ว่าตามตำนาน เจ้าแคว้นสกายเมาท์ก็ทรงพลังมาก...

เทียบกับเทพพารากอนแล้ว  เขายังอ่อนแอกว่ามาก!

นี่เป็นการเดินสำหรับลินลี่ย์ บีบี โอลิเวอร์และเดยา  เดยายังเป็นแค่ระดับเซียน  แม้ว่าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะพาเขามาด้วย  แต่เดยาเองยืนกรานจะไปให้ได้  ที่สำคัญมารดาของเขาอยู่ที่แคว้นสกายเมาท์!

ดังนั้นโอลิเวอร์ขอให้ลินลี่ย์เลือกเองว่าจะพวกเขาควรจะพาเดยาไปด้วยหรือไม่..และลินลี่ย์มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขาอนุญาตให้โอลิเวอร์พาเดยาไปด้วย

“ไปกันเถอะ  เราจะไปถึงแคว้นสกายเมาท์ในเวลาไม่ถึงปี”  ลินลี่ย์ยิ้มและจากนั้นในอากาศมีอสูรโลหะโดยสารรูปกระบี่สีดำขนาดใหญ่ปรากฏ

กลุ่มของลินลี่ย์เข้าไปในอสูรโดยสารทันที

ภายใต้การควบคุมของลินลี่ย์ อสูรโลหะพุ่งตัดอากาศกลายเป็นสีดำเลือนรางหายลับขอบฟ้าภูเขาสกายไรท์มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก

จบบทที่ ตอนที่ 20-8 จะไปทางไหน?

คัดลอกลิงก์แล้ว