เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 315: ดอกไม้ (ฟรี)

บทที่ 315: ดอกไม้ (ฟรี)

บทที่ 315: ดอกไม้ (ฟรี)


“รถไฟสายทรานส์ไซบีเรียนมีมากกว่าขบวนเดียวใช่ไหม?” ทอมจับความนัยในคำพูดของเจ้าหน้าที่ขายตั๋วได้ทันที

“ใช่เลย!” เจ้าหน้าที่ขายตั๋วที่เป็นหญิงวัยกลางคนผู้ใจดี อธิบายประวัติศาสตร์ของรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียนให้ทอมฟังอย่างอดทน การที่ข้าราชการมาอธิบายอะไรให้เข้าใจง่ายแบบนี้ถือว่าแรร์มากในรัสเซีย ส่วนใหญ่พวกเขาจะนิ่งเหมือนไม้ ไม่พูดอะไรที่เป็นประโยชน์เลย ที่วันนี้หญิงชราคนนี้เต็มใจให้ข้อมูลขนาดนี้ ก็เป็นเพราะอิทธิพลของแฟรงคลินและสมเด็จพระราชินี ที่ทำให้เธอเต็มใจเหนื่อยหน่อย

จากคำบอกของเจ้าหน้าที่ขายตั๋ว ทอมได้รู้ว่ารถไฟสายทรานส์ไซบีเรียนไม่ได้ถูกสร้างโดยสหภาพโซเวียต แต่ต้นคิดโครงการนี้คือพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 3 แล้วลูกชายของเขาคือซาร์นิโคลัสที่ 2 เป็นคนสานต่อให้เสร็จ โดยแบ่งการก่อสร้างเป็น 7 ช่วงแล้วเริ่มพร้อมกันหมด เขาใช้แรงงานทางรถไฟถึง 70,000 คน และทหารอีก 20,000 นาย จนรถไฟเสร็จในปี 1916 — ปีถัดมาหลังจากรถไฟเสร็จ เขาก็ถูกบีบให้สละราชสมบัติ

จุดประสงค์ตอนแรกของรถไฟสายนี้ไม่ใช่เพื่อโดยสาร แต่เพื่อขนส่งแร่และควบคุมภูมิภาคตะวันออกไกล เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่แค่รถไฟโดยสาร แต่มีทั้งขบวนขนของด้วย ผลคือ รถไฟสายนี้มีมากกว่าหนึ่งขบวน

ทอมถึงกับสับสนขึ้นมาทันที: แล้วขบวนไหนกันล่ะที่เป็นเป้าหมายของเควสต์?

“...รถไฟโกลเด้นอีเกิลเป็นรถไฟหรูสำหรับนักท่องเที่ยว เพิ่งเริ่มให้บริการได้ไม่กี่เดือน และเพิ่งผ่านการซ่อมบำรุงมาเมื่อสองวันก่อน พอดีเลยที่พวกคุณมาถึงช่วงนี้”

“เพิ่งซ่อม?” ทอมจับประโยคมีพิรุธได้ทันที “รถไฟเพิ่งให้บริการแค่ไม่กี่วัน ทำไมถึงต้องซ่อมแล้ว?”

สีหน้าของเจ้าหน้าที่ขายตั๋วแสดงความอึดอัดเล็กน้อย “ตอนให้บริการก่อนหน้านี้ มีผู้โดยสารหายไปหลายสิบคน... ตำรวจลงความเห็นว่าเป็นการลักลอบหนีไปเชชเนีย เพื่อความปลอดภัยจึงเรียกตัวรถไฟกลับมาตรวจสอบอีกครั้ง—แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้วจริง ๆ ค่ะ ไม่ต้องห่วง”

ทอมเข้าใจทันที นี่ไม่ใช่การลักลอบหนีข้ามประเทศแน่นอน แต่มันคือเวทมนตร์ชัด ๆ! ดูเหมือนว่ารถไฟโกลเด้นอีเกิลนี่แหละคือเป้าหมายของภารกิจนี้

“สองที่นั่ง ห้องเดียวกันค่ะ” เฮอร์ไมโอนี่พูดแทรกก่อนที่ทอมจะทันเอ่ยอะไร เธอหยิบบัตรธนาคารออกมาจ่ายเงินค่าตั๋ว ซื้อห้องเตียงคู่ 2 ใบของรถไฟโกลเด้นอีเกิลให้เรียบร้อย

รถไฟโกลเด้นอีเกิลมีสามระดับชั้น: ซิลเวอร์, โกลด์ และอิมพีเรียล แต่ละขบวนบรรจุผู้โดยสารได้ 120 คน มีเชฟและหมอประจำรถครบครัน เฮอร์ไมโอนี่ครุ่นคิดสักพักก่อนจะเลือกห้องอิมพีเรียล

แต่ละระดับของรถไฟหรูก็หรูไม่เท่ากัน ห้องซิลเวอร์มีพื้นที่แค่ 5.5 ตารางเมตร คล้ายตู้นอนชั้นดีในรถไฟทั่วไป แค่ตกแต่งหรูขึ้น ส่วนห้องโกลด์กว้าง 7 ตารางเมตร ให้อารมณ์เหมือนหอพักนักศึกษาหรือโรงแรมเล็ก ๆ แต่ห้องอิมพีเรียลนั้นกว้างถึง 11 ตารางเมตร — นึกไม่ออกเลยว่าบนรถไฟจะมีห้องใหญ่ขนาดนี้! แถมตกแต่งแบบโรงแรมห้าดาว มีแสงสว่างเยอะ ไม่แออัดเลย ถือว่าเพิ่มประสบการณ์การเดินทางได้มาก

ในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว เพิ่มเงินอีกนิดจะเป็นไรไป? จะลำบากตัวเองเพื่อเซฟเงินทำไม? เฮอร์ไมโอนี่คิดว่า: แค่เพิ่มเงินนิดเดียวก็เพิ่มความสุขได้มากขนาดนี้ ไม่ลงทุนได้ไง?

ผลลัพธ์ของความสบายนี้ก็คือ… ทอมอ้าปากค้างตอนเห็นใบเสร็จที่เจ้าหน้าที่ส่งมา เฮอร์ไมโอนี่ที่ยืนข้าง ๆ ยิ้มบาง ๆ “ไม่ต้องห่วง ฉันออกให้เอง”

“โอ้ พี่สาวผู้ยิ่งใหญ่ ความเมตตาของคุณ โยเดลจะไม่มีวันลืม ฉันจะตอบแทนคุณด้วยการเป็นวัวเป็นม้าให้ในอนาคต…”

เฮอร์ไมโอนี่:....

“ฉันไม่ต้องการวัวหรือม้าหรอก ต้องให้อาหารหญ้าด้วยเปลือง! ฉันตัดสินใจแล้ว นายจะเป็นผู้ช่วยของฉัน เหมือนโฮล์มส์กับวัตสัน—”

“คุณหนูโฮล์มส์กับผู้ช่วยของเธอ ฟังดูเข้าท่า…” ทอมก็แอบตัดสินใจเหมือนกัน ในเมื่อเฮอร์ไมโอนี่ออกค่าตั๋วให้ เขาจะเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการเดินทางนี้แทน—หวังว่าบนรถไฟจะรับทองนะ

ระหว่างที่พูดคุยกัน เจ้าหน้าที่ก็รูดบัตรออกตั๋วเรียบร้อย ใบหน้าของเธอเปื้อนยิ้มกว้าง — เพราะการขายตั๋วรถไฟโกลเด้นอีเกิลมีค่าคอมมิชชัน และนี่คือแรงจูงใจหลักของเธอ

ตามหลักแล้ว วิธีที่ทำเงินได้มากที่สุดของเจ้าหน้าที่ขายตั๋วคือสมรู้ร่วมคิดกับพวกนายหน้า กว้านซื้อตั๋วราคาปกติไปหมดแล้วปล่อยราคาสูงเพื่อเก็งกำไร แต่รัฐบาลใหม่ของรัสเซียกำลังใช้วิธี "ช็อกบำบัด" เศรษฐกิจเลยซบเซา จะเอาผู้โดยสารมาจากไหนกัน? คอมมิชชันตรง ๆ แบบนี้เลยดูน่าสนใจกว่า

พูดถึงโครงการรถไฟโกลเด้นอีเกิล มันคือความเฟลระดับชาติของรัฐบาลเลย เศรษฐกิจแย่แต่ดันคิดจะพัฒนาการท่องเที่ยวตะวันออกไกล โดยใช้รถไฟหรู แต่ผู้โดยสารกลับน้อยมาก รายได้แทบไม่พอค่าใช้จ่าย จะได้กำไรจริง ๆ คงต้องรอให้การเมืองนิ่ง เศรษฐกิจฟื้น นักท่องเที่ยวเพิ่ม — ซึ่งน่าจะรอถึงศตวรรษใหม่เลยทีเดียว

เนื่องจากผู้โดยสารน้อยมาก ขบวนรถไฟเลยลดจำนวนเที่ยวลง คนที่มาซื้อตั๋วตรงหน้าสถานีแบบทอมกับเฮอร์ไมโอนี่จึงมีน้อยมาก ส่วนใหญ่จะจองล่วงหน้าทั้งนั้น

วันนี้ถือว่าโชคดี เพราะบังเอิญเป็นวันที่รถไฟโกลเด้นอีเกิลออกพอดี ถ้าพวกเขามาช้ากว่านี้ไม่กี่ชั่วโมง คงพลาดไปแล้ว

หลังจากได้ตั๋ว ทอมกับเฮอร์ไมโอนี่ก็ถูกพนักงานพิเศษพาไปยังชานชาลาที่รถไฟจอดอยู่ พนักงานต้อนรับของโกลเด้นอีเกิลล้วนเป็นสาวสลาฟผมทองตาฟ้า อารมณ์ดี แต่งเครื่องแบบสีฟ้าอ่อนคล้ายฟ้าเย็น มีลวดลายชาติพันธุ์นำสมัย นำพาทั้งสองไปยังรถไฟไอน้ำสีฟ้าท้องฟ้าที่จอดอยู่ตรงหน้า

“สีฟ้าสวยขนาดนี้ เข้าธีมเรเวนคลอสุด ๆ เลย” เฮอร์ไมโอนี่ตื่นเต้นทันที

ทั้งสองจึงเดินตามพนักงานขึ้นรถไฟ

แต่ทันทีที่ใกล้ถึงขบวนรถ ทอมก็ได้ยินเสียงกระดิ่งเงินใสดังกรุ๊งกริ๊ง ทำให้เขาชะงักทันที เฮอร์ไมโอนี่ก็หยุดเดินด้วย ตอนแรกเธอยังไม่รู้ตัว แต่ต่อมาถึงนึกได้ว่าเสียงนั้นมาจากกำไลข้อเท้าของเธอเอง

สีหน้าทอมเปลี่ยนไปทันที เขาเคยคิดว่าภารกิจนี้เป็นแค่พิธี แต่ดูเหมือนว่า "บอสใหญ่" ถูกมือปราบมารระดับสูงจัดการไปแล้ว ทว่า… แค่ถึงชานชาลาก็เจอกับคนที่คิดร้ายกับเฮอร์ไมโอนี่เลยเหรอ!?

ใครกัน? แล้วทำไมต้องปองร้ายเฮอร์ไมโอนี่ด้วย? ทอมเริ่มสับสน ถ้าเป็นพวกหลงเหลือจากกลุ่มพิวริไฟเออร์ พอรู้ว่าทั้งคู่เป็นพ่อมดแม่มด ก็คงจะหันมาเป็นศัตรูแน่นอน—แต่เขาจะรู้ได้ยังไงว่าเธอเป็นพ่อมดแม่มด!?

หรือเพราะเฮอร์ไมโอนี่พูดคำว่า "เรเวนคลอ" ออกมา? นั่นทำให้พวกเขาถูกจับตา? ถ้าใช่ งั้นพนักงานสองคนนี้ก็น่าสงสัยสุด ๆ เพราะเป็นคนเดียวที่อยู่ใกล้พอจะได้ยิน

“คุณสองคนจะอยู่กับเราตลอดการเดินทางเลยเหรอครับ?” ทอมถามอย่างเป็นกันเองตอนขึ้นรถไฟ

“แน่นอนค่ะ ท่านผู้โดยสาร เราเป็นลูกเรือ จะดูแลพวกคุณตลอดทริปนี้” ทั้งคู่ตอบเสียงเรียบ ๆ อย่างเป็นทางการ

ทอมพยักหน้าเงียบ ๆ เขาตัดสินใจจะจับตาดูพนักงานสองคนนี้อย่างใกล้ชิดตลอดการเดินทาง

พนักงานพาทั้งคู่ไปยังห้องพักส่วนตัว

“กว้างมาก!” คือปฏิกิริยาแรกของเฮอร์ไมโอนี่ตอนเห็นห้องตัวเองกับทอม ห้องนี้ใหญ่แค่ไหนน่ะเหรอ? บอกได้ง่าย ๆ เลยว่า มันมีหน้าต่างถึงสองบาน แต่ละบานใหญ่ขนาดโต๊ะน้ำชา ทำให้ห้องสว่างมาก

“หรูเกินไปแล้ว” นี่คือปฏิกิริยาที่สอง พื้นฐานของห้องคือโทนสีฟ้า มีเฟอร์นิเจอร์ไม้แท้ทั้งห้อง: โซฟาเบดนุ่ม ๆ โต๊ะสองตัว — โต๊ะเครื่องแป้งกับโต๊ะอาหาร บนโต๊ะมีดอกไม้สด ผลไม้ และแชมเปญแช่เย็นจัด

เก้าอี้ โซฟา ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ อ่างอาบน้ำ… ทุกอย่างที่ไม่น่าจะมีในรถไฟ กลับมีอยู่ในห้องนี้ครบหมด!

ทั้งคู่เก็บกระเป๋าไว้ใต้โต๊ะ ก่อนจะได้ยินเสียง "แกร๊ก ๆ" มาจากหน้าต่าง ทอมเงยหน้ามองแล้วก็แทบหลุดคำว่า "เหี้ย" ออกมา: นกสีแดงสดตัวเบ้อเริ่มยืนอยู่ข้างนอกหน้าต่างรถไฟ จ้องเขม็งรอให้เขาเปิดให้เข้า

หลังจากพาฟ็อกส์เข้ามาเรียบร้อย ทั้งสองก็เดินไปยังห้องอาหารสุดหรูของรถไฟ พร้อมเสียงกระดิ่งเบา ๆ ระหว่างทาง ทั้งคู่สังเกตว่าแม้พนักงานจะไม่อยู่แล้ว แต่กำไลข้อเท้าของเฮอร์ไมโอนี่ก็ยังส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งอยู่

“หรือมันพัง?” เฮอร์ไมโอนี่คิดแบบนั้นขึ้นมา แม้จะพูดแบบนี้แล้วดูเหมือนดูถูกทอม แต่ความสามารถด้านเล่นแร่แปรธาตุของเขาก็ไม่ได้น่าไว้ใจนัก

“ก็ไม่ผิดหรอก…” ทอมเองยังไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองเลย อุปกรณ์จับพลังมืดแบบนี้พังง่ายจะตาย เฮอร์ไมโอนี่ใส่แล้วมันดังทุกที่แบบนี้ มันดูแปลกจริง ๆ

“เดี๋ยวฉันซ่อมให้ทีหลัง ไปกินก่อนเถอะ”

ทั้งคู่ยังไม่ได้กินอะไรเลย พอเข้าห้องอาหารมาก็พบว่ามีผู้โดยสารหลายคนอยู่ก่อนแล้ว

มีคนรู้จักด้วย! ชายแว่นกันแดดที่เคยเจอกลางถนนก็นั่งอยู่กับผู้หญิงข้างเขาที่โต๊ะติดหน้าต่างกลางห้องอาหาร

พอเห็นทอมกับเฮอร์ไมโอนี่เดินเข้ามา สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปทันที รีบเบือนหน้าหนีเหมือนไม่เห็นอะไรเลย

ทอมไม่สนใจเขา เลือกโต๊ะมุมห้องนั่งกับเฮอร์ไมโอนี่ รอพนักงานเสิร์ฟเงียบ ๆ

โต๊ะข้าง ๆ พวกเขาเป็นคู่สามีภรรยาชราที่หน้าตาเป็นคนเอเชีย แต่งตัวธรรมดาด้วยเสื้อผ้าสีเทาเรียบ ๆ แต่การที่พวกเขาอยู่บนรถไฟหรูแบบนี้แสดงว่าฐานะทางการเงินไม่ธรรมดาแน่ ๆ ด้านหน้าของทั้งสองมีชายหนุ่มผอม ผมหยิก ตาเล็ก จมูกโด่ง แก้มตอบ ดูมีเชื้อสายเอเชียเช่นกัน

นอกจากนั้นก็มีนักท่องเที่ยวอีกหกเจ็ดคนกระจัดกระจายไปตามโต๊ะต่าง ๆ เป็นเวลามื้อเย็นแท้ ๆ แต่กลับมีผู้โดยสารในห้องอาหารแค่สิบคน แปลว่า...อาจจะมีแค่นี้ทั้งขบวนก็ได้

“อยากทานอะไรคะ?” พนักงานสาวในยูนิฟอร์มคล้ายแอร์โฮสเตสเดินเข้ามาข้างเฮอร์ไมโอนี่ แล้วยื่นเมนูให้

“ขอชาดำกับชีสเค้กชิ้นนึงก่อนค่ะ” เฮอร์ไมโอนี่อยากกินของหวานเลยสั่งของเบา ๆ เป็นออร์เดิร์ฟ ส่วนทอมสั่งหอยทากอบชีสแบบฝรั่งเศส — เนื้อหอยถูกแงะออกมาหั่นคลุกครีม สมุนไพร และเครื่องเทศ แล้วใส่กลับเข้าไปในเปลือก หยอดชีสแล้วอบอีกที เสิร์ฟพร้อมขนมปังฝรั่งเศสบาง ๆ เป็นเมนูที่เป๊ะมากสำหรับเรียกน้ำย่อย

“ช่วยนำไก่ที่เราสั่งไว้มาก่อนหน้านี้มาด้วยครับ” คู่สามีภรรยาไม่ได้สั่งจากเมนู แต่ขออาหารที่จองไว้ล่วงหน้า

หลังรับออร์เดอร์ครบ พนักงานก็นำรถเข็นที่เต็มไปด้วยอาหารออกมา เขาเริ่มจากเสิร์ฟให้เฮอร์ไมโอนี่ก่อน วางจานเล็กที่มีลวดลายแบบรัสเซีย พร้อมช้อนเงินหรู จากนั้นวางชีสเค้กเนื้อเนียนหรูลงไปอย่างประณีต ต่อมาเขาเสิร์ฟหอยทากของทอมในจานทรงเปลือกหอย 6 ช่อง พร้อมตะกร้าขนมปังฝรั่งเศส

จากนั้นก็ถึงคิวของสามีภรรยาชรา — ปรากฏว่าเป็นไก่ย่างสองตัว! ห่อด้วยกระดาษไขแน่นหนา ใส่ในโถปิดสนิท พอพนักงานเปิดโถ ฉีกกระดาษแล้วจัดใส่จาน กลิ่นหอมเค็ม ๆ ก็ลอยอบอวลไปทั่ว

ทอมถึงกับกลืนน้ำลาย: ไก่กับรถไฟนี่มันของคู่กันจริง ๆ!

อาจจะเกรงใจอยู่หน่อย คู่สามีภรรยาก็ฉีกน่องไก่กับเนื้อชิ้นใหญ่มาหนึ่งชิ้น แล้วยื่นให้ทอม

“ลองดูสิ ของขึ้นชื่อจากบ้านเราเลย” คุณลุงพูดด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงบริติชเป๊ะ ๆ ไก่ตุ๋นบนจานของเขาห่อด้วยกระดาษไขถึงเจ็ดแปดชั้น แต่ไขมันจากเนื้อไก่ยังซึมออกมา พอเปิดห่อปุ๊บ กลิ่นก็หอมฉุย

“ไก่ตุ๋นเต๋อโจวแท้ ๆ ใช้ไก่อ้วนเลี้ยงมา 3 ปี เคี่ยวเครื่องเต็มที่จนเข้าเนื้อหมด” ไม่ใช่แค่ให้ไก่ แต่ลุงยังแนะนำประวัติไก่บนจานอย่างภาคภูมิใจ ทำให้เขากับเฮอร์ไมโอนี่รู้สึกสนิทขึ้นในทันที

ลุงเล่าประวัติสี่ไก่ในตำนานไปเรื่อย ๆ “...ในสายตาฉัน ไก่ตุ๋นเต๋อโจวนี่แหละที่สุด — เนื้อแน่น ไม่มัน กินเย็นก็อร่อย ส่วนถ้าเป็นไก่รมควันต้องยกให้โก่วป่างจื่อ…”

ระหว่างที่กำลังคุยเพลิน พนักงานก็ยังคงเสิร์ฟอาหารต่อไป พอจานสุดท้ายเสิร์ฟเสร็จ เขาก็ดึงช่อดอกไม้สดช่อหนึ่งออกมาจากรถเข็นแล้วนำไปวางประดับที่มุมห้องอาหาร

ทอมแอบมองช่อดอกไม้แล้วก็อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ — มันช่างสีสันฉูดฉาด แถมเขาไม่รู้จักมันเลย

“นั่นดอกอะไรน่ะ?” เขาสะกิดถามเฮอร์ไมโอนี่ แต่เธอก็ไม่รู้เหมือนกัน

ในกลิ่นหอมของดอกไม้ ทั้งคู่ก็นั่งทานอาหารสุดหรูไปอย่างเอร็ดอร่อย

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]

……….

จบบทที่ บทที่ 315: ดอกไม้ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว