เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19-40 เจตจำนง (ปณิธาน)

ตอนที่ 19-40 เจตจำนง (ปณิธาน)

ตอนที่ 19-40 เจตจำนง (ปณิธาน)


“ท่านเป็นพารากอนจริงๆ!” ลินลี่ย์แม้ว่าจะเตรียมใจอยู่แล้วแต่ก็อดสูดหายใจหนาวเหน็บไม่ได้

หมายความว่ายังไงสำหรับคนที่เป็นพารากอน? หมายความว่าเขาสำเร็จเชี่ยวชาญในกฎธาตุทุกกระบวนความรู้ จำนวนคนที่สามารถกลายเป็นพารากอนยังน้อยกว่าจำนวนคนที่กลายเป็นมหาเทพเสียอีก  จากเหตุนี้ก็คงบอกได้โดยไม่มีข้อยกเว้นว่าแต่ละคนที่มาถึงระดับนี้ได้ต้องเป็นคนยอดเยี่ยมมีทักษะพรสวรรค์, ความเข้าใจ,โชควาสนาและการฝึกฝนอย่างหนัก

ไม่อาจขาดแคลนด้านใดด้านหนึ่ง  มีแต่ความสมบูรณ์แบบจึงจะทำให้พารากอนถือกำเนิด

ตาของบีบีกลมโต เขาจ้องมองบลูไฟร์อยู่เป็นเวลานาน ไม่สามารถพูดอะไรได้

“ดูพวกเจ้าทำหน้าสิ? ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้” บลูไฟร์พูดพลางหัวเราะ

“ท่านหมายความว่ายังไง ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้?  พารากอนเชียวนะ!!!”  บีบีร้องออกมาอย่างตกใจ  “ท่านเลย์ลินรวมทั้งตัวท่านด้วย พิภพจักรวาลทั้งสิ้นมีพารากอนรวมกันไม่ถึงสามสิบคน!  แดนโลกธาตุมีมากมายนับไม่หวาดไม่ไหว  แต่ในเวลาเป็นอสงไขยปีมีพารากอนถือกำเนิดจากพวกเขาเท่าไหร่เอง?  เป็นไปได้ว่าทวีปยูลานจะมีแต่เพียงท่านเท่านั้น!”

บลูไฟร์เริ่มหัวเราะ แม้ว่าหัวใจเขาจะสงบเหมือนกับน้ำ แต่เมื่อเขาคิดถึงเรื่องเหล่านี้ เขาก็อดรู้สึกภูมิใจขึ้นมาบ้างไม่ได้

เมื่อบรรลุถึงระดับพารากอนเป็นเรื่องจริงที่คนผู้นั้นสมควรภูมิใจกับชีวิตที่เหลือ

“ท่านเลย์ลิน, น่าเลื่อมใส เลื่อมใสจริงๆ” ลินลี่ย์รู้สึกหัวใจร้อนระอุเช่นกัน อีกนานเท่าใดกว่าเขาจะไปถึงระดับเดียวนี้?

บลูไฟร์อดหัวเราะไม่ได้ ขณะที่บีบีพูดทันที  “พี่ใหญ่ปู่บอกว่าเมื่อท่านถึงระดับเดียวกับท่านเลย์ลินท่านจึงจะมีสิทธิ์เข้าสุสานเทพเจ้าไม่ใช่หรือ? อือ... เขาเป็นพารากอนแล้ว พี่ใหญ่ เมื่อไหร่ท่านจะเป็นพารากอนบ้าง? นั่นหมายความว่าการเข้าสุสานเทพเจ้าของเทพเป็นเรื่องที่ห่างไกลเกินไปไม่ใช่หรือ?”

“นั่นคือสิ่งที่เบรุตพูดหรือ?”  บลูไฟร์ตกใจ

“ใช่แล้ว เขาพูดอย่างนั้น” ลินลี่ย์พูดถอนหายใจ

ก่อนหน้านี้ลินลี่ย์ยังคงมีความหวังบ้าง  แต่ตอนนี้พอเขารู้ว่าบลูไฟร์เป็นพารากอน...“เป็นไปได้ไหมว่าข้าจะต้องถึงระดับพารากอนก่อนจึงจะเข้าสุสานเทพเจ้าได้หรือ?  จะต้องใช้เวลาอีกกี่ปี?”  ลินลี่ย์รู้ขีดจำกัดของตนเอง  ยิ่งไปกว่านั้นการหลอมรวมเคล็ดสักอย่างจะต้องใช้เวลามาก  ลินลี่ย์สงสัยว่าเขาจะต้องใช้เวลานานนับปีไม่ถ้วน  เขายังไม่สามารถกลายเป็นพารากอนได้

ที่สำคัญ มีคนหลายคนที่ฝึกฝนได้รวดเร็ว แต่เมื่อถึงระดับหนึ่งก็ไม่สามารถฝึกเพิ่มขึ้นได้อีกต่อไป  พวกเขาถึงขีดจำกัดของตนเอง

“ฮ่าฮ่า...” บลูไฟร์ส่ายศีรษะและหัวเราะ  “เมื่อข้าเข้าไปในสุสานเทพเจ้า  ข้าก็หลอมรวมได้ห้าเคล็ดแล้ว ข้าคิดว่าสิ่งที่เบรุตหมายความถึงก็คือเมื่อเจ้าลินลี่ย์ไปถึงระดับของข้าในตอนนั้นที่หลอมรวมเคล็ดได้ห้าเคล็ด เจ้าจึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าไป!  ไม่มีทางที่ต้องรอให้เจ้าเป็นพารากอนก่อน  นั่นเข้มงวดเกินไป”

ลินลี่ย์ได้ยินเช่นนี้ ก็อดพยักหน้าไม่ได้  ใช่แล้วเมื่อบลูไฟร์เข้าไป  เขายังไม่กลายเป็นพารากอน

บีบีบ่นพึมพำ “แม้หลอมรวมได้ห้าเคล็ดก็ตาม แต่ก็ยังใช้เวลานานมากๆๆๆ  ยิ่งหลอมรวมเคล็ดเพิ่มก็ยิ่งยาก”

“จะรีบร้อนไปทำไม?” ลินลี่ย์พูดพลางหัวเราะ “บีบีเนื่องจากพลังปัจจุบันของข้า ข้าก็สามารถมีชีวิตอยู่ในท่ามกลางผู้บัญชาการอื่นๆ ได้  เมื่อสงครามมหาพิภพนี้ได้บทสรุป  เราจะกลับไปแดนนรก!  เมื่อไม่มีธุระสำคัญให้ทำ  เราก็ค่อยๆใช้เวลาสักสองสามพันล้านปีฝึกฝนต่อไป”

บลูไฟร์ยิ้มและพูดเชิงเห็นด้วย  “ไม่เลว, เจ้าไม่ทะนงตนเกินไปและไม่ใจร้อนเกินไป อย่างนั้นขอเพียงเจ้าปล่อยให้หลายอย่างได้ผลสรุปตามธรรมดา  ยิ่งใจร้อนมากก็ยิ่งสำเร็จได้ยากมากขึ้นเป็นธรรมดา”

“ไม่มีความจำเป็นต้องคิดถึงเรื่องสุสานเทพเจ้าเลย”  ลินลี่ย์พูดพลางหัวเราะ

ตอนนี้ลินลี่ย์ไม่มีภาระอะไรจริงๆ  หลังจากใช้เวลาหลายปีมานี้ในสมรภูมิมหาพิภพ  เขาได้รับป้ายทองสามป้ายแล้ว  และยังขาดอยู่อีกป้ายเดียว  เนื่องจากพลังของเขาเพิ่มขึ้นอีกมาก ลินลี่ย์มั่นใจว่าถ้าเขากับบีบีร่วมกำลังกัน  ก็คงไม่ยากที่จะหาป้ายได้เพิ่มอีกสักป้าย  หลังจากเสร็จเรื่องนี้แล้ว  เขาคงโล่งใจได้จริงๆ และสามารถไล่ติดตามความสมบูรณ์แบบได้ต่อไปอย่างสบายใจ

“ท่านเลย์ลิน” ลินลี่ย์มองบลูไฟร์และพูดจริงจัง “ข้ายังมีคำถามหนึ่งอยู่ในใจ”

“ว่าไปสิ” บลูไฟร์จิบเหล้าและหัวเราะอย่างใจเย็น

“ข้ายังมีความสับสนมากเกี่ยวกับเทพพารากอน”  ลินลี่ย์พูดพลางขมวดคิ้ว มีผู้บัญชาการอยู่มากที่มีพรสวรรค์ธรรมชาติไม่ธรรมดา  อย่างเช่นรีสเจมและเรย์โฮม  พวกเขาเกิดมาพร้อมกับพลังมหาศาล  นอกจากนี้พวกเขายังหลอมรวมเคล็ดลึกลับได้ห้าเคล็ดกฎธาตุ! พูดโดยทั่วไปเนื่องจากร่างของพวกเขาทรงพลังขนาดไหนและความจริงที่ว่าพวกเขาหลอมรวมเคล็ดลึกลับได้ห้าเคล็ด ข้ารู้สึกว่าพวกเขาควรจะมีพลังเสมอกับเทพพารากอน  แต่เมื่อก่อนหน้านี้เมื่อพวกเขาสู้กับไบเออร์ ข้าพบว่า...มีความแตกต่างกันมากมาย พวกเขาถูกปั่นราวกับเป็นของเล่น”

“ถูกแล้ว,ไบเออร์ผู้นั้นน่ากลัวเกินไป เขาสามารถบีบอัดพื้นที่ได้อย่างง่ายดาย พลังบีบอัดพื้นที่น่ากลัวมาก”  บีบีรีบกล่าว

“นอกจากนี้,พลังโจมตีวิญญาณ ธาตุลมเหมาะกับพลังโจมตีวัตถุ ไม่ใช่พลังโจมตีวิญญาณ  แม้ว่าพลัง ‘ดนตรี’ และ พลัง‘คลื่นเสียง’จะไม่ธรรมดาก็ตาม แต่เหตุผลที่เมื่อไบเออร์ใช้พลังโจมตีวิญญาณ ข้าจะตกอยู่ในสภาพมึนงงโดยไม่สามารถต่อต้านได้แม้แต่น้อย?”  ลินลี่ย์ไม่เข้าใจแม้แต่น้อย

พารากอนทุกคนมีความแตกต่างกัน

พารากอนธาตุลมมีพลังโจมตีวัตถุที่แข็งแกร่งมาก พารากอนธาตุน้ำมีพลังป้องกันการโจมตีวัตถุที่ไม่ธรรมดา  ก่อนนั้นแฮมเมอร์บอกว่าพารากอนธาตุน้ำยังอ่อนแอกว่าเขาในการปะทะกันตรงๆ

แต่ไบเออร์เป็นพารากอนธาตุลม  ทำไมพลังโจมตีวิญญาณถึงได้น่ากลัวเล่า?

ลินลี่ย์ไม่เข้าใจจริงๆ

“ฮ่าฮ่า...” บลูไฟร์เริ่มหัวเราะลั่น

“มันตลกตรงไหน?” บีบีบ่น “พารากอนเป็นตัวประหลาดพลังมหาศาล ดูเหมือนกับว่าพวกเขาทรงพลังในทุกด้าน” พารากอนที่มีความแตกต่างกันในองค์ประกอบธาตุจะมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน  แต่แม้ว่าพวกเขาอาจอ่อนแอในบางด้าน แต่พวกเขาก็ยังมีพลังเหนือกว่าผู้บัญชาการโดยทั่วไป

ตัวอย่างเช่นแม้ว่าเทพชั้นสูงพารากอนธาตุน้ำจะอ่อนแอทางด้านพลังโจมตีวัตถุ  แต่เขาก็ยังสู้เสมอกับแฮมเมอร์

“เทพชั้นสูงพารากอนไม่มีจุดอ่อน”  บลูไฟร์พูดพลางหัวเราะอย่างเยือกเย็น

ลินลี่ย์และบีบีเริ่มตั้งใจฟังอย่างระมัดระวังทันที  ปกติเมื่อเทพชั้นสูงพารากอนพูดหัวข้อเรื่องนี้  พวกเขาจะพูดแค่ทฤษฎี

“เทพชั้นสูงพารากอนทรงพลังในทุกด้าน! ความแตกต่างกฎธาตุธรรมชาติและวิถีเป็นเพียงผลที่แตกต่างกันทำให้พารากอนแข็งแกร่งขึ้นในบางด้าน  ตัวอย่างเช่น ข้าแข็งแกร่งที่สุดในเรื่องพลังโจมตีวิญญาณ!  ความจริงเทพพารากอนทรงพลังในทุกด้าน...เป็นเพราะความลับอย่างหนึ่ง”  บลูไฟร์ตอบ

“ความลับ?”  ลินลี่ย์และบีบีตะลึง

“ถูกแล้ว” บลูไฟร์ถอนหายใจชื่นชม “ลินลี่ย์, ข้าสามารถบอกเจ้าทั้งสองคนได้ แต่...ความลับเกี่ยวกับข้าเป็นพารากอน นี่เป็นความลับด้วย? เจ้าไม่อาจบอกคนอื่น”

“แน่นอน” ลินลี่ย์ลินลี่ย์พยักหน้า

บลูไฟร์พยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นกล่าว  “ปีนั้น,เมื่อข้าหลอมรวมเคล็ดธาตุไฟทั้งหกได้ ข้าติดอยู่ที่ระดับคอขวด!  ข้าขาดอีกเพียงหนึ่งก้าวก็จะสำเร็จกลายเป็นพารากอน  ข้าทรงพลังมากเมื่ออยู่ในจุดนั้นอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อข้าก้าวผ่านขั้นสุดท้ายกลายเป็นพารากอน เจ้ารู้ไหมว่ามีความแตกต่างระดับพลังมากมายเท่าใด?”

ลินลี่ย์ส่ายศีรษะ “ข้าไม่แน่ใจ อย่างไรก็ตามการบรรลุผ่านคอขวดได้กล่าวโดยทั่วไป  คงไม่ส่งผลให้พลังเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจใช่ไหม?”

“เมื่อข้าผ่านก้าวย่างสุดท้ายไปได้  ข้ารู้สึกว่าตัวข้าเองเปลี่ยนแปลงไป!”  บลูไฟร์ถอนหายใจ “การเปลี่ยนแปลงทางคุณภาพแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน”

“ฟ้ากับดิน?”  ลินลี่ย์และบีบีตะลึง

“ข้าเชื่อว่าเจ้ารู้ว่าโดยทั่วไปแล้วเทพชั้นสูงทุกคนแม้จะเป็นเทพที่ทรงพลังมากก็ยังไปไม่ถึงระดับพารากอนเมื่อไปรบกวนมหาเทพ ก็อาจถูกมหาเทพทำลายแค่เพียงคิด  มีเทพชั้นสูงประเภทหนึ่งที่ได้รับการยกเว้นก็คือพารากอน! ปณิธานของมหาเทพไม่สามารถฆ่าเทพชั้นสูงพารากอนได้!”  บลูไฟร์หัวเราะ

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย เขารู้เรื่องนี้

“ทำไมน่ะหรือ?” บลูไฟร์พูดพร้อมกับหัวเราะ “นี่เกี่ยวข้องกับความลับของพารากอน!  เมื่อกลายเป็นพารากอนแล้วในทันทีนั้นเขาจะเปลี่ยนแปลงไป”

ลินลี่ย์และบีบีฟังอย่างระมัดระวัง

“การเปลี่ยนแปลงทันทีเมื่อกลายเป็นพารากอน!” บลูไฟร์ดูเหมือนจะระลึกถึงความรู้สึกที่เขาเคยมี “กฎธรรมชาติที่ไม่เหมือนใครซึ่งรายล้อมวิญญาณของข้า! วิญญาณของข้าได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงที่ทรงคุณภาพ  หลังจากการเปลี่ยนแปลงได้สำเร็จ  ข้าเข้าใจว่าพารากอนจะทรงพลังมากมายเพียงไหน”  บลูไฟร์เริ่มหัวเราะ

การเปลี่ยนแปลงคุณภาพของวิญญาณ?  ลินลี่ย์ตะลึง

จากเทียมเทพไปเป็นเทพแท้ เป็นเทพชั้นสูงวิญญาณจะมีพลังเพิ่มขึ้นในแต่ละครั้ง แต่เขาไม่คิดว่าเมื่อถึงระดับพารากอน วิญญาณจะเพิ่มคุณภาพอีกครั้ง

“การเปลี่ยนแปลงวิญญาณแบบนี้ทำให้กฎธรรมชาติประทานอำนาจที่พารากอนพึงมี!”  บลูไฟร์ยิ้ม  “อำนาจที่รวมทั้งปณิธานของกฎธรรมชาติของโลก!  นั่นคือปณิธานของพารากอน!”

ลินลี่ย์ตะลึง

ทุกคนมีปณิธานอย่างหนึ่ง แต่ปณิธานของเทพชั้นสูงธรรมดาเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญไม่มีพลังโจมตีแฝงอยู่ “ปณิธานของพารากอน...แฝงไว้ด้วยกฎธาตุธรรมชาติของโลก?”  ลินลี่ย์อดถามไม่ได้

“ถูกแล้ว!”  บลูไฟร์หัวเราะ “ความจริงการเพิ่มพลังจากการหลอมรวมเคล็ดลึกลับ  ว่าด้วยตัวของมันเองแล้วยังมีขีดจำกัด  แต่เมื่อพลังโจมตีธรรมดาจากเราพอหลอมรวมเข้ากับปณิธานจะทำให้พลังเพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่น่ากลัว!  นี่เป็นอำนาจชนิดหนึ่ง!  อำนาจที่ทางเอกภพประทานให้มา! และนี่คือสิ่งที่เราอาศัยใช้ต่อต้านปณิธานของมหาเทพ!”

ลินลี่ย์และบีบีเริ่มเข้าใจ

พวกเขาก็เช่นกันได้ยินมาว่าปณิธานของมหาเทพไม่อาจละเมิดได้ พลังของมหาเทพไม่พิเศษขนาดนั้น อย่างไรก็ตามพลังของมหาเทพหลอมรวมกับปณิธานของมหาเทพจะทรงพลังน่ากลัว  สิ่งที่น่ากลัวที่สุดเกี่ยวกับมหาเทพก็คือปณิธานของพวกเขา

“เป็นเหมือนกับจักรพรรดิ!  เขาไม่ต้องลงมือด้วยตนเอง  แค่ราชโองการจากเขาอาจทำให้คนนับไม่ถ้วนต้องศีรษะหลุดจากบ่า  สำหรับคนธรรมดาราชประสงค์ของจักรพรรดิไม่อาจต่อต้านได้!”  บลูไฟร์หัวเราะอย่างใจเย็น  “นี่คืออำนาจอย่างหนึ่ง  พลังของเขาก็คือปณิธาน!  ปณิธานของเทพชั้นสูงธรรมดาไม่สามารถใช้โจมตีได้  แต่สำหรับเทพชั้นสูงพารากอน  พวกเขามีพลังอำนาจชนิดนี้ ซึ่งได้รับประทานมาจากเอกภพ!”

ตอนนี้ลินลี่ย์และบีบีเข้าใจแล้ว

สวรรค์โปรด!

งั้นสถานการณ์ก็เป็นเช่นนี้  ปณิธาน? ในบรรดาเทพชั้นสูงนับไม่ถ้วน เทพพารากอนเป็นเหมือนจักรพรรดิที่อยู่เหนือคนอื่น  ปณิธานของเทพพารากอนแฝงไปด้วยกฎธรรมชาติ ดังนั้นพลังโจมตีธรรมดาของเทพพารากอนจึงทรงพลังน่ากลัว!

“มิน่าเล่า! ความเคลื่อนไหวธรรมดาของไบเออร์ก็ทำให้พวกเราสี่คนถูกจำกัดอย่างนั้น”  บีบีถอนหายใจชื่นชม “โจมตีด้วยมือเปล่าเทียบเท่ากับใช้อาวุธมหาเทพโจมตี”

“แล้วปณิธานของมหาเทพเป็นยังไง?”  บีบีรีบกล่าว “แข็งแกร่งกว่าปณิธานของพารากอนมากแค่ไหน?”

“แข็งแกร่งกว่ามาก!”  บลูไฟร์หัวเราะ  “โดยหลักการเดียวกัน!  มหาเทพมีประกายมหาเทพและพวกเขาก็ยังได้รับพลังกฎธรรมชาติจากเอกภพที่มีอำนาจมากมายมหาศาล! นี่ทำให้ปณิธานที่พวกเขามีทรงพลังยิ่งใหญ่กว่า  มหาเทพอยู่ห่างไปเป็นล้านๆกิโลเมตรก็ยังสามารถใช้ปณิธานของพวกเขาอย่างเดียวควบคุมพลังมหาเทพของพวกเขาโจมตีใส่พวกเราได้ เราเหล่าเทพพารากอนแทบไม่อาจรักษาชีวิตของเราเองไว้ได้  อย่างไรก็ตาม ถ้ามหาเทพมาด้วยตนเองและโจมตีเรา  ไม่มีทางที่เราจะสามารถต่อต้านได้”

ลินลี่ย์และบีบีเข้าใจเป็นอย่างดี

ปณิธานของมหาเทพได้รับมาจากกฎธรรมชาติของเอกภพยังเหนือกว่าพลังอำนาจของปณิธานของเทพพารากอน

ถ้าพวกเขาอยู่ห่างไปเป็นล้านล้านกิโลเมตร  มหาเทพคงไม่สามารถฆ่าพารากอนได้  แต่ถ้าพวกเขาอยู่ใกล้  พารากอนก็ยังจะต้องตาย  แต่แน่นอน...บรรดาพารากอนนั้น  ก็นับว่าไร้เทียมทานอยู่แล้ว

“ปณิธานที่ครอบครองคือพลังอำนาจที่มีตัวตนจริง”  ลินลี่ย์ถอนหายใจ

บลูไฟร์พูดคุยสนทนากับลินลี่ย์และบีบีเป็นเวลาสามวันเต็ม  ระหว่างสามวันนี้ทั้งสามคนกินและดื่ม  ลินลี่ย์เล่าเรื่องบางเรื่องเกี่ยวกับพลังโจมตีที่พวกเขาประสบเจอที่สมรภูมิมหาพิภพแห่งนี้  และบลูไฟร์ถึงกับถอนหายใจเมื่อได้ฟัง หลังจากผ่านไปสามวันบลูไฟร์ก็ยังต้องแยกกับทางกับลินลี่ย์

ที่สำคัญบลูไฟล์มาที่สมรภูมิมหาพิภพด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างจากลินลี่ย์บลูไฟร์รังเกียจการฆ่าคน

ตอนนี้พวกเขาอยู่ข้างนอกถ้ำ  ขณะที่ยืนอยู่ในที่รกร้างห่างไกลบลูไฟร์อำลาลินลี่ย์และบีบี

“ฮ่าฮ่า, ลินลี่ย์,อย่างนั้นข้าขอให้เจ้าโชคดีได้รับป้ายผู้บัญชาการป้ายที่สี่ก็แล้วกัน”  บลูไฟร์พูดพลางหัวเราะอย่างเยือกเย็น  “จริงสิ, ท่านพอจะบอกข้าได้ไหม ก่อนหน้านี้พวกเจ้าอยู่ร่วมกับรีสเจมช่วงเวลาหนึ่ง  ครึ่งเดือนก่อนที่จะพบพวกเจ้า ข้าพบรีสเจมและเรย์โฮมที่เจ้าอธิบายถึงในถ้ำแห่งหนึ่ง”

“โอว?” ลินลี่ย์และบีบีดีใจทันที

“พวกเขาอยู่ที่ไหน?”  ลินลี่ย์ถาม ลินลี่ย์ยังรู้สึกขอบคุณต่อรีสเจม

บลูไฟร์มองดูรอบๆ และชี้ไปทิศทางหนึ่ง “ตรงไปทางนั้นห่างไปราวหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นกิโลเมตรเจ้าจะพบภูเขาแห่งหนึ่งมีสองยอดคู่มองดูเหมือนเขาแกะ  เขาทั้งสองมีถ้ำอยู่ในภูเขา  แต่แน่นอนว่า..ข้าไม่แน่ใจว่าพวกเขายังอยู่ที่นั่นหรือเปล่า?”

“ขอบคุณท่านเลย์ลิน” ลินลี่ย์ดีใจ

กล่าวโดยทั่วไป พวกเขาอยู่ในที่เดียวนานหลายปี  ขณะที่บลูไฟร์เห็นพวกเขาเมื่อไม่นานนี้  รีสเจมก็คงจะเห็นเช่นกัน

“ดูเหมือนว่าเจ้าต้องการจะกลับไปสมทบกับพวกเขาเช่นกันสินะ  อย่างนั้นเราแยกทางกันตรงนี้เถอะ”  บลูไฟร์หัวเราะ

ลินลี่ย์และบีบีอำลาบลูไฟร์ทันทีจากนั้นพวกเขาไม่ได้กลับเข้าไปในถ้ำของพวกเขาบินตรงไปยังทิศทางที่บลูไฟร์ชี้บอกด้วยความเร็วสูง ความจริงเมื่อได้ยินคำอธิบายว่าภูเขาที่คล้ายเขาแกะลินลี่ย์ก็มีความรู้แล้ว เขามีแผนที่สมรภูมิมหาพิภพ จึงเป็นธรรมดาที่เขารู้ว่าภูเขาตั้งอยู่ที่ใดกันแน่

บลูไฟร์มองดูทั้งสองคนหายไปในพื้นที่รกร้าง  จากนั้นอดหัวเราะไม่ได้  เขาถอนหายใจ “เบรุตไม่ต้องใช้ความพยายามเข้ามาจัดการเลย! อย่างไรก็ตามตอนนี้ที่ลินลี่ย์หลอมรวมเคล็ดได้สี่เคล็ดก็อาจบอกได้ว่าเบรุตประสบความสำเร็จตามเป้าหมายแล้ว ขณะที่การหลอมรวมเคล็ดลึกลับที่ห้ายังห่างไกลอีกมาก ดูเหมือนว่าตอนนี้ไม่มีอะไรที่ข้าจะทำได้ในตอนนี้!  อืม..ข้าไม่เคยดูสงครามมหาพิภพ ข้ามิอาจพลาดดูศึกสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นในอีกสามร้อยปีข้างหน้า”  บลูไฟร์จากไปอย่างสง่างาม

จบบทที่ ตอนที่ 19-40 เจตจำนง (ปณิธาน)

คัดลอกลิงก์แล้ว