เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19-38 ดินหนึ่งนิ้วฟ้าหนึ่งฟุต

ตอนที่ 19-38 ดินหนึ่งนิ้วฟ้าหนึ่งฟุต

ตอนที่ 19-38 ดินหนึ่งนิ้วฟ้าหนึ่งฟุต


“พื้นที่ซึ่งบีบอัดศัตรูเปลี่ยนเป็นใหญ่หรือเล็กได้ตามต้องการ  ในที่สุดข้าก็เชี่ยวชาญเคล็ดนี้จนได้”  ลินลี่ย์รู้สึกดีใจแทบคลั่ง

พลังแทงของกระบี่ของเขาเทียบได้กับท่าไม้ตายเดิมของเขา  แต่ความต่างกันก็คือพลังพันธนาการ,พลังจำกัดพื้นที่!  นี่จะพันธนาการความเคลื่อนไหวของศัตรูและเป็นไปได้จะทำให้พวกเขาไม่สามารถป้องกันกระบี่ของลินลี่ย์ได้แม้แต่น้อย

คุกศิลาดำหายไป บีบีหันไปมองและวิ่งเข้ามาหาอย่างดีใจระคนแปลกใจ  “พี่ใหญ่,ท่านใช้เวลาเกือบครึ่งปีสำหรับคิดวิชานี้ มาลองดูกันว่าจะทรงพลังขนาดไหน?”

“ก็ได้ อย่างนั้นมาทดสอบกัน”  ลินลี่ย์ค่อนข้างกระตือรือร้นเช่นกัน

“ไม่ต้องออมมือ พลังป้องกันของข้ายังไม่กลัวแม้แต่เทพพารากอน โจมตีข้าให้หนักก็ได้”  บีบีเชิดหน้าและตบอกขณะยืนนิ่งกับที่และหลิ่วตาให้ลินลี่ย์

ลินลี่ย์รู้ว่าพลังป้องกันของบีบีน่าทึ่งเพียงไหน  เขาพยักหน้าและกล่าว  “ก็ได้, อย่างไรก็ตามข้าไม่จำเป็นต้องแปลงร่างมังกร เนื่องจากเป็นการทดลองและดูว่าเจ้าจะสามารถใช้อาวุธของเจ้าป้องกันกระบี่ของข้าได้”  ขณะที่ลินลี่ย์พูดกระบี่เงาลวงปรากฏอยู่ในมือของเขา  ขณะที่ดาบสั้นปรากฏอยู่ในมือของบีบี

“มาเลย” ตาของบีบีฉายประกายและเขาเพ่งมองระวังกระบี่เงาลวงของลินลี่ย์ที่ชี้ออกมา

“ควั่บ!”

ทันใดนั้นกระบี่เงาลวงกลายสภาพเป็นโปร่งแสงและแทงมาข้างหน้าอย่างสบายๆ  บีบีเลิกคิ้ว เขาเห็นรังสีพลังเทพธาตุดิน 108 สายแผ่ออกมาจากกระบี่ประกายเทพของลินลี่ย์  เหมือนกับมังกรคำราม 108 ตัวกำลังขู่ขวัญเขาก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว พลังธาตุดินเริ่มรวมตัวกันด้วยความเร็วสูง รังสีพลังเทพ108สายผสานเข้ากันกับแก่นธาตุดินโดยรอบก่อตัวเป็นลูกกลมเส้นผ่าศูนย์กลางห้าเมตรกักเขาไว้ภายใน

“พลังบีบอัดค่อนข้างมาก” บีบีรู้สึกได้ถึงแรงกดดันเช่นกัน

นี่คือแรงโน้มถ่วงที่มากที่สุดเท่าที่อสูรเจ็ดดาวยังพบว่ายากจะทนได้เป็นพลังกดดันมาจากรอบด้าน แม้แต่บีบีก็ยังรู้สึกอึดอัด

กระบี่เงาลวงไร้รูปไร้ลักษณ์

แต่ระลอกมิติที่มันสร้างขึ้นมาส่งผลต่อบีบี

“เอ๊ะ?”  บีบีรู้สึกได้ชัดเจนว่ากระบี่เงาลวงกำลังโจมตีใส่เขา เขาต้องการขยับแขนและใช้มีดสั้นรับพลังโจมตี  “พลังบีบอัดนี่สร้างความลำบากได้จริงๆ” บีบีรู้สึกเหมือนกับว่าเขามีเชือกมัดอยู่รอบแขนของเขาทำให้ความเร็วของเขาตกลงไปมาก”

“ฉัวะ!”

กระบี่ฟันใส่อกของบีบีและร่างบีบีสั่นสะท้านรุนแรง

“เป็นยังไงบ้าง, บีบี?” ลินลี่ย์หัวเราะจากนั้นรั้งกระบี่กลับ

“พลังบีบอัดส่งผลกระทบมากจริงๆ”  บีบีพยักหน้าและถอนหายใจชมเชย  “แม้ว่าจะไม่ถึงกับน่ากลัวเท่าของไบเออร์  แต่ก็ยังทรงพลังมากกว่าพลังดึงดูดทิศทางเดียวมากมาย”

ลินลี่ย์พบเช่นกันว่าบีบีไม่สามารถใช้อาวุธประกายเทพของเขาป้องตัวเองจากพลังโจมตีได้

เมื่อยอดฝีมือต่างโจมตีใส่กันโดยทั่วไปพวกเขาจะใช้อาวุธฟาดฟันหรือไม่ก็ป้องกันอาวุธของอีกฝ่ายหนึ่ง  จะใช้ร่างกายตนเองเพื่อป้องกันพลังโจมตีน่ะหรือ?  นอกจากคนเพียงไม่กี่คนแล้วผู้บัญชาการส่วนใหญ่ไม่สามารถทำได้

“แต่ว่าพลังยังไม่แข็งแกร่งมากพอ แค่ทำให้ข้าคันๆเท่านั้น”  บีบีแค่นเสียง  ลินลี่ย์ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี  “บีบี, ข้ายังไม่ได้อยู่ในร่างมังกรแปลง!  หลังจากข้าแปลงเป็นมังกรพลังของข้าจะเพิ่มขึ้นอีกมาก และพลังโจมตีก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมากมายเช่นกัน  แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถทำให้เจ้าบาดเจ็บได้”  ลินลี่ย์รู้ขีดจำกัดตัวเองดี

บีบีหัวเราะ “ข้าล้อเล่น, พี่ใหญ่ วิชานี้ของท่านจะตั้งชื่อว่ายังไง?”

“แรงอัดกดดันคนไว้ในโลกใบเล็กมีพื้นดินหนึ่งนิ้วผืนฟ้าหนึ่งฟุตทำให้เขาไม่สามารถหลบได้จึงต้องจำใจรับพลังโจมตีของข้า....ใช่แล้วข้าจะเรียกว่า‘ย่อโลก’”

ย่อโลก!

ลินลี่ย์เชื่อว่าในร่างมังกรแปลง  พลังของกระบี่นี้จะทำให้เขาเหนือกว่าผู้บัญชาการทั่วไปผสานกับพลังบีบอัดวิชานี้ควรนับได้ว่าเป็นวิชาไม้ตายระดับสูงในหมู่ผู้บัญชาการ  บางทีพลังโจมตีล้วนๆไม่อาจเทียบได้กับอาวุธมหาเทพของคนอื่น แต่วิชานี้ของลินลี่ย์.. จะทำให้ศัตรูยากจะป้องกันได้

ตัวอย่างเช่นโอมาน เมื่อเขาหวดฟาดด้วยคทาหนามของเขา พลังนับว่ายิ่งใหญ่รุนแรงจริงๆ!  แต่อาศัยอาวุธประกายเทพของเขา  ลินลี่ย์ยังสามารถป้องกันและทนรับได้  ถ้าโอมานสามารถรับวิชาของลินลี่ย์ได้และสามารถสร้างพลังบีบอัดทำให้เป็นไปไม่ได้ที่ลินลี่ย์จะป้องกันไว้ได้  เขาอาจฆ่าลินลี่ย์ได้ในท่าเดียว

“บีบี! ได้เวลาที่เราจะออกไปดูข้างนอกกันแล้ว” ลินลี่ย์พูดพลางหัวเราะอย่างเยือกเย็น

สมรภูมิมหาพิภพยังคงเงียบและสงบเหมือนเคย

นี่เป็นสถานที่ซึ่งไม่เคยมีแสงอาทิตย์ส่อง ไม่มีความอบอุ่นมีแต่เพียงเสียงลมหนาวหวีดหวิวไม่สิ้นสุด ลินลี่ย์และบีบีเคลื่อนไหวอย่างเงียบงันในสมรภูมิมหาพิภพ  อย่างไรก็ตามหลังจากเดินทางมาเจ็ดวันเต็ม  พวกเขาไม่เห็นคนแม้แต่คนเดียว เห็นได้ชัดว่าจำนวนคนที่ท่องเที่ยวเตร็ดเตร่อยู่ในสมรภูมิมหาพิภพลดน้อยลงมากทุกที

“พี่ใหญ่ดู ดูเหมือนมีคนปรากฏอยู่ข้างหน้า” บีบีพูดทันที

ลินลี่ย์มองดูข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ร่างนั้นยังห่างจากเขาไม่กี่กิโลเมตรและพงหญ้าหนาที่คั่นระหว่างพวกเขาพัดลู่ตามลมทำให้ลินลี่ย์ยากจะเห็นคนผู้นั้นได้

ขณะต่อมา...

“เป็นเขา!”  ลินลี่ย์ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

“แฮมเมอร์จริงๆด้วย”  บีบีจ้องมองเช่นกัน พวกเขาทั้งสองจำตัวประหลาดที่มีพลังป้องกันและพลังโจมตีที่น่ากลัวมากได้  ขณะที่เขามีสมบัติมหาเทพสำหรับปกป้องวิญญาณ

“ฮ่าฮ่า พวกเจ้าสองคน อย่าคิดหนี”  เสียงหัวเราะดังลั่น

ลินลี่ย์และบีบีแค่ยืนอยู่กับที่ไม่ได้เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย

“บีบี, ไปคอยอยู่ตรงนั้นก่อน  ข้าจะซ้อมมือกับคนตัวใหญ่นี่สักหน่อย”  สายตาของลินลี่ย์ร้อนแรงและความกระหายการต่อสู้ของเขาเดือดพล่าน  “แม้ว่าแฮมเมอร์ผู้นี้จะทรงพลัง  แต่ความเร็วของเขาธรรมดา  และเขาไม่รู้วิธีจู่โจมระยะไกล เขาสมบูรณ์แบบที่สุดที่ช่วยให้ข้าได้ซ้อมมือและทดสอบพลังของตนเอง”

“ได้” บีบีหัวเราะ  “พี่ใหญ่, อย่าให้เสียหน้าหนีไปโดยยังไม่ได้ทุบเจ้านั้นสักสองสามคราเล่า”

ลินลี่ย์และบีบีทั้งสองคนเคยปะทะกับแฮมเมอร์มาก่อน  ถ้าพวกเขาต้องการหนี พวกเขาก็ย่อมทำได้

ร่างสูงสามเมตรราวกับหอหอคอยเหล็ก ผมสีทอง จมูกที่เชิดรั้นปากที่คล้ายพยัคฆ์ ดวงตาสีทองจ้องมองลินลี่ย์กับบีบี  นี่คือแฮมเมอร์  แฮมเมอร์ขมวดคิ้วและแค่นเสียง  “พวกเจ้าสองคนกล้ามากครั้งก่อนข้าปล่อยให้พวกเจ้าหนีไปได้ ครั้งนี้พวกเจ้ายังกล้ามาเจอกับข้าที่นี่อีกหรือ?”

“แฮมเมอร์!  ข้ามีความก้าวหน้าขึ้นเล็กน้อย และครั้งนี้ต้องการขอคำแนะนำจากเจ้าสักสองสามข้อ”  ลินลี่ย์พูดพลางยิ้ม

“ชี้แนะเจ้าสักสองสามอย่างใช่ไหม?”  แฮมเมอร์ลูบจมูกยิ้มจนเห็นฟันสีทอง“ให้ข้าชี้แนะเจ้าสองสามข้ออาจต้องแลกด้วยชีวิตของเจ้า”

“ไม่ใช่เราสองคน แค่ข้า” ลินลี่ย์หัวเราะอย่างใจเย็น “แฮมเมอร์!  ถ้าเจ้าต้องการชีวิตของข้าอย่างนั้นก็มาหาข้าได้”

แฮมเมอร์ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด  “หรือว่าเจ้าเด็กนี่ต้องการตาย?  ช่างปะไร, ถ้าเขาต้องการตายก็ไม่ใช่ความผิดของข้า” แฮมเมอร์ไม่ยอมเปลืองคำพูดอีกต่อไป เขาใช้เท้าขวาย่ำกระแทกพื้นอย่างรุนแรงพื้นสั่นสะเทือน  แสงสีทองกระจายออกทั่วตัวของเขาเหมือนเทพสงครามร่างสีทอง  เขาบุกเข้าจู่โจมใส่ลินลี่ย์

พร้อมกับเสียงดังปัง ลินลี่ย์แปลงร่างมังกรทันที  เขาเตะใส่พื้นเต็มกำลังหลบด้วยความเร็วสูง

“เขามีความเร็วเพิ่มขึ้น?” แฮมเมอร์สังเกตได้ทันทีถึงความเปลี่ยนแปลงของลินลี่ย์  ความรู้แจ้งเพิ่มขึ้นของเขาในเรื่องเคล็ดความรู้ลึกลับทำให้ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นเป็นธรรมดาเช่นกัน

“ยัง เขายังเพิ่มพลังขึ้นไม่พอ!” แฮมเมอร์คำรามและเท้าของเขาเปล่งประกายแสงและดวงตาของเขามีแสงสีทอง

“ปัง!”  “ปัง!”  แฮมเมอร์กระแทกเท้ากับพื้นทำให้เกิดรอยแตกจากแรงย่ำของเขา เพราะพลังที่น่ากลัวจึงทำให้ผลในการใช้พลังตอบโต้  แฮมเมอร์มีพลังความเร็วเพิ่มขึ้นอีกครั้ง...แต่สิ่งที่รอต้อนรับเขาก็คือรัศมีแสงสีเหลืองที่กระจายออกมาข้าง  สนามพลังศิลาดำ!

ความเร็วของแฮมเมอร์ตกลงไปอย่างมาก

ลินลี่ย์รู้ดีว่าเขาไม่สามารถฆ่าแฮมเมอร์ได้  การสู้ระหว่างพวกเขานี้ก็แค่เพื่อให้เขาได้คุ้นเคยกับวิชาใหม่ล่าสุดของเขา

“แฮมเมอร์ ลองดูพลังกระบี่นี้ของข้า”  เสียงของลินลี่ย์ก้องอยู่ในใจของแฮมเมอร์  และกระบี่เงาลวงแทงปราดออกไป

แฮมเมอร์หันไปมอง  เขาเห็นรังสีเหลือง 108 สายจู่ก็ปรากฏขึ้นมาทันที “กระบี่ของเจ้าพิเศษไม่เบา มันสามารถล่องหนได้”  แฮมเมอร์ใช้สำนึกเทพของเขา เห็นได้ชัดว่าสามารถรู้สึกได้ว่ากระบี่เงาลวงกำลังแทงใส่เขาด้วยความเร็วสูง

แต่ขณะที่แฮมเมอร์ใช้หมัดของเขากระแทกตอบโต้ ทันใดนั้นเขารู้สึกถึงพลังบีบอัดที่ทรงพลังไร้ลักษณ์ ลูกกลมแสงสีเหลืองกึ่งโปรงใสที่มีขนาดยาวห้าเมตรคลุมเขาไว้ทันที

“พลังบีบอัดที่ทรงพลังนี่คืออะไร”  แฮมเมอร์เลิกคิ้ว

แฮมเมอร์ควงหมัดอัดกระแทกใส่กระบี่เงาลวงโดยตรง ต้องบอกว่าพรสวรรค์ธรรมชาติของแฮมเมอร์ทรงพลังมหาศาล  ความแข็งแกร่งของเขาไม่มีที่สิ้นสุด  แม้อยู่ภายใต้แรงกดดันที่เหลือเชื่อเช่นนั้นหมัดของเขาก็ไม่ถึงกับช้าลงเท่าใด  ในช่วงสุดท้ายหมัดของเขามีแสงสีทองแผ่คลุมทั้งหมดและปะทะเข้ากับกระบี่เงาลวงของลินลี่ย์โดยตรง

“ปัง!” พลังโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของลินลี่ย์ระเบิดออกมาจากกระบี่ในที่สุด

พลังกระบี่โจมตีที่ทรงพลังที่สุด...ไม้ตายย่อโลก!

“ปัง!”  มิติพื้นที่ปรากฏรอยฉีก

ลินลี่ย์กระเด็นถอยหลัง ขณะที่ร่างของแฮมเมอร์สั่นสะท้านเช่นกัน และจากนั้นเขาก้มหน้ามองหมัดของเขาด้วยความประหลาดใจ ผิวที่แข็งแกร่งดังเหล็กเหนือหมัดของเขาถูกผ่าออกและมีรอยเลือดไหลออกมา  อย่างไรก็ตามแผลสมานตัวอย่างรวดเร็ว

ลินลี่ย์ยืนอยู่ไม่ไกล เขารู้สึกลิงโลดดีใจ

ครั้งก่อนเมื่อแสงสีทองนั้นยิงออกมาจากหมัดของแฮมเมอร์และกระแทกใส่กระบี่เงาลวงมือของลินลี่ย์จะสั่นอย่างรุนแรงจนเกล็ดมังกรแตกขณะที่กระบี่เงาลวงจะสะท้อนกลับมากระแทกใส่ร่างของลินลี่ย์เอง

“ตอนนั้นเป็นแค่บอลแสงสีทอง  แต่ครั้งนี้เป็นหมัดของเขาโดยตรง!  พลังของข้าเพิ่มขึ้นอย่างมากมายเลยทีเดียว  แต่ข้ายังคงรู้สึกว่ามือของข้ากำลังชา  ถ้าข้าเผชิญหน้ากับโอมานอีกครั้งข้าคงไม่ทุกลักทุเลเมื่อต้านรับคทาหนามของเขา” ลินลี่ย์มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม

“นอกจากนี้พลังกระบี่โจมตีเต็มกำลังของข้ายังทำให้ผนังมิติของสมรภูมิมหาพิภพฉีกขาดได้”  ลินลี่ย์ดีใจ

แฮมเมอร์เงยหน้ามองลินลี่ย์อย่างจริงจัง  “เจ้ามีพลังเพิ่มขึ้นมากจริงๆ  และยังทำให้ข้าได้รับบาดเจ็บได้”  แฮมเมอร์รู้ดีว่าหมัดของเขาใช้เคล็ดความรู้ลึกลับและแฝงไว้ด้วยพลังมากมายขนาดไหน ถ้าแม้แต่ผิวหมัดของเขายังแตกปริได้...ถ้ากระบี่ของลินลี่ย์โจมตีร่างกายส่วนอื่นเขาคงได้รับบาดเจ็บจริงๆ”

“แต่เจ้าก็ไม่ได้รับบาดเจ็บจริงๆ ใช่ไหม?”  ลินลี่ย์ตาเป็นประกาย  “เมื่อครู่นี้เจ้าสามารถป้องกันกระบี่โจมตีของข้าได้จริงๆ เอาอีกครั้ง!”

ร่างของลินลี่ย์หายไปทันที และร่างเลือนรางพุ่งใส่แฮมเมอร์

“ปัง!”  “ปัง!”

ทั้งสองคนปะทะกันครั้งแล้วครั้งเล่า  และแต่ละครั้งที่ต่างปะทะใส่กัน ร่างเลือนรางของลินลี่ย์ยังคงเคลื่อนถอนออกมาซ้ำเหมือนเดิมจากนั้นก็บุกเข้าไปใหม่!  ขณะที่แฮมเมอร์ ยืนปักหลักอยู่กับที่  เมื่อใดก็ตามที่ลินลี่ย์โจมตี  เขาจะใช้หมัดและขาทั้งสองป้องกันไว้  แต่ละครั้งที่พวกเขาปะทะกันลินลี่ย์จะถูกกระแทกกระเด็นถอยหลัง

ทั้งลินลี่ย์ ทั้งแฮมเมอร์ไม่ได้ใช้สมบัติมหาเทพ

“พี่ใหญ่, จัดการให้ได้!”  บีบีส่งเสียงให้กำลังใจจากด้านข้าง

แต่สำหรับลินลี่ย์เขายิ่งตระหนักรู้ถึงความน่ากลัวของแฮมเมอร์มากขึ้น  “แฮมเมอร์แข็งแกร่งมากจริงๆ สมควรบอกว่าเขามีพลังมากมายไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย! แม้ด้วยพลังบีบอัดของข้าคอยจำกัดความเคลื่อนไหวของเขา  แต่เขาก็ยังสามารถตั้งรับกระบี่ของข้าได้”  และสถานการณ์เป็นเช่นนี้พลังตอบโต้แต่ละครั้งทำให้มือของลินลี่ย์ถึงกับชา

พลังที่แฝงอยู่ในหมัดเหล่านั้นน่ากลัวจริงๆ

“ยังเป็นไปไม่ได้เลยที่ข้าจะสามารถฆ่าเจ้าเด็กเผ่ามังกรฟ้านี้ได้”  แฮมเมอร์ไตร่ตรองถึงตนเอง  “ข้าไม่มีอาวุธมหาเทพ!  ไม่อย่างนั้นข้าเล่นงานเขาได้นานแล้ว”

“เฮ้!”

ทันใดนั้นแฮมเมอร์ตะโกนด้วยความโกรธ  “เด็กน้อย, ถ้าเจ้าแข็งแกร่งมากนักงั้นใช้กระบี่ของเจ้ารับหมัดของข้าโดยตรงสิ!  เลิกใช้พลังบีบอัดที่ส่งผลต่อข้าได้แล้ว”  แฮมเมอร์รู้สึกอึดอัด  ขณะที่ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันต่อเนื่อง  ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยพลังหมัดโจมตีได้เต็มที่  ถ้าเขาปล่อยหมัดในเงื่อนไขที่ดีที่สุดได้

ลินลี่ย์จะป้องกันเขาได้ง่ายๆ ยังไง?

“ข้าไม่โง่ขนาดนั้นแน่” ลินลี่ย์พูดพลางหัวเราะลั่น

“เท่าที่ข้าดู พวกเจ้าทั้งสองคนควรเลิกรากันได้แล้ว!”  เสียงชัดใสดังขึ้น  ขณะเดียวกันระลอกพลังที่รุนแรงทรงพลังพุ่งเข้าหาพวกเขาด้วยความเร็วสูงกระแทกใส่หมัดของแฮมเมอร์และกระบี่เงาลวงของลินลี่ย์ ระลอกที่ทรงพลังนี้กระแทกทั้งลินลี่ย์และแฮมเมอร์กระเด็นถอยหลังไปหลายสิบเมตร

ลินลี่ย์และแฮมเมอร์หันไปมองดูทั้งคู่

ในที่ไม่ไกลออกไป พวกเขาเห็นบุรุษชุดขาวกำลังเดินอย่างสบายอารมณ์คิ้วสีแดงของเขาห้อยตกลง และสายตาของเขาลึกล้ำ ตอนนี้เขามองมาทางลินลี่ย์และแฮมเมอร์

“จู่ๆ คนที่ทรงพลังแบบนี้โผล่มาจากไหน? ไม่มีใครเหมือนเขาเลยในบรรดาสุดยอดฝีมือในพิภพจักรวาลต่างๆ”  หน้าของแฮมเมอร์เปลี่ยนไปอย่างมาก  เขามั่นใจในพลังที่เขาเพิ่งใช้ออกไป  แต่เขากลับถูกกระแทกกระเด็นถอยหลัง

“ท่านเลย์ลิน!” ลินลี่ย์อดร้องเรียกด้วยความดีใจไม่ได้

“บลูไฟร์?”  บีบีจ้องมองอย่างเหลือเชื่อ  คิ้วของเขากระตุก

คนผู้นี้คือเลย์ลินบลูไฟร์จริงๆ

จบบทที่ ตอนที่ 19-38 ดินหนึ่งนิ้วฟ้าหนึ่งฟุต

คัดลอกลิงก์แล้ว