- หน้าแรก
- นายน้อยจอมราชัน
- บทที่ 170 หินเนตรสวรรค์
บทที่ 170 หินเนตรสวรรค์
บทที่ 170 หินเนตรสวรรค์
ดอกไม้เน่า!
คำสามคำนี้หลุดออกมา โม่โม่รู้สึกราวกับหัวใจถูกเซี่ยงเส้าหยุนใช้มีดกรีดแทงอย่างจัง!
แม้นางจะมีกำพืดเป็นโจร แต่ก็ไม่ใช่สตรีสำส่อนไร้ยางอาย ไฉนถึงกลายเป็นดอกไม้เน่าไปได้ แน่จริงก็ออกมาพูดให้ชัดๆ สิ!
ทว่า โม่โม่ทำได้เพียงกรีดร้องต่อต้านในใจ ไม่กล้าปริปากพูดมากความแม้แต่ครึ่งคำ
"เช่นนั้นจอมยุทธ์น้อยต้องการจะทำสิ่งใดกันแน่?" โม่โม่สวมเสื้อผ้าเงียบๆ แล้วเอ่ยถาม
"ข้อแรก ไปสลายกลุ่มคนของค่ายโจรหมาป่าแดงให้หมด มิฉะนั้นข้าจะฆ่าล้างบางพวกมัน ข้อสอง พาข้าไปดูห้องเก็บสมบัติของพวกเจ้า ดูว่ามีของที่เข้าตาคุณชายอย่างข้าบ้างไหม" เซี่ยงเส้าหยุนบอกจุดประสงค์อย่างชัดเจน
โม่โม่เผยสีหน้าลำบากใจ "พี่น้องพวกนี้ร่วมเป็นร่วมตายกับพวกเรามาตลอด..."
นางยังพูดไม่ทันจบ เซี่ยงเส้าหยุนก็พูดแทรกขึ้นว่า "ข้าบอกแล้ว ถ้าไม่สลายตัว ข้าจะฆ่าพวกมันให้หมด อย่ามาพูดยืดเยื้อต่อหน้าข้า ข้าไม่มีความอดทนจะฟัง!"
โม่โม่รู้ว่าไม่มีทางให้ต่อรอง จึงได้แต่พยักหน้าตอบรับ
การยุบค่ายโจรหมาป่าแดง ยังดีกว่าถูกเขาฆ่าล้างบาง
"ตอนนี้พาข้าไปดูห้องเก็บสมบัติของพวกเจ้า!" เซี่ยงเส้าหยุนกล่าว
"ได้ ตามข้ามา!" โม่โม่ไม่กล้าขัดขืน ขานรับแล้วพาเซี่ยงเส้าหยุนไปยังห้องเก็บสมบัติของพวกนาง
ที่เรียกว่าห้องเก็บสมบัติ แท้จริงก็เป็นเพียงที่เก็บของที่พวกมันปล้นชิงมาได้เท่านั้น
ไม่นานนัก เซี่ยงเส้าหยุนก็ถูกพามาถึงห้องลับแห่งหนึ่ง
โม่โม่เปิดห้องลับออก ทรัพย์สมบัติเงินทองจำนวนมหาศาลกองอยู่ตรงหน้าทันที
หากคนทั่วไปมาเห็นคงต้องร้องตะโกนว่ารวยเละแน่
ทว่า เซี่ยงเส้าหยุนกลับไม่มีความสนใจในทรัพย์สินเงินทองเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย ราวกับมองไม่เห็นมัน
ทำให้โม่โม่ถึงกับเผยสีหน้าประหลาดใจ นางคิดในใจว่า "ดูท่าเขาจะเป็นคุณชายจากขุมกำลังใหญ่สักแห่งจริงๆ ความหนักแน่นเช่นนี้คนทั่วไปไม่อาจเทียบได้"
โม่โม่เปิดห้องลับชั้นถัดไป ที่นี่ต่างหากคือสถานที่เก็บของล้ำค่าที่แท้จริง
"ของที่ค่ายโจรหมาป่าแดงปล้นชิงมาตลอดหลายปีอยู่ที่นี่หมดแล้ว!" โม่โม่กล่าวตามตรง
ข้าวของหลากหลายประเภทถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งที่แตกต่างกัน มีทั้งทักษะยุทธ์ อาวุธ สมุนไพร วัตถุดิบอสูร... สิ่งเหล่านี้ในสายตาเซี่ยงเส้าหยุนล้วนเป็นของเกรดต่ำ ไม่เข้าตาเลยสักนิด
เพียงแต่เขายังคงตรวจสอบสิ่งของที่นี่อย่างละเอียด ด้วยหวังว่าจะมีสักชิ้นที่ทำให้เขาหวั่นไหวได้
หลังจากเดินดูรอบหนึ่ง เขาพบหินประหลาดก้อนหนึ่ง จึงอดไม่ได้ที่จะหยิบขึ้นมาพินิจดู
หินก้อนนี้มีหลุมเล็กๆ คล้ายดวงตาปรากฏอยู่ทั่ว ลวดลายบนหินซับซ้อนพิสดาร มองแวบแรกจะรู้สึกว่ามันอัปลักษณ์ยิ่งนัก แต่ก็แฝงความรู้สึกภูตผีปีศาจอันน่าประหลาด
เซี่ยงเส้าหยุนดูอยู่ครู่หนึ่ง แล้วลูบคลำหินก้อนนั้น สุดท้ายถึงกับชักดาบทรราชท้าสวรรค์ออกมา ฟันใส่หินก้อนนั้น
เคร้ง!
พลังดาบที่ฟันลงไปนั้นไม่ใช่น้อยๆ แต่เมื่อกระทบหินก้อนนี้ กลับไม่เกิดความเสียหายแม้แต่ปลายก้อย
"หินก้อนนี้ได้มาหลายปีแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นหินอะไร เลยวางทิ้งไว้อย่างนี้!" โม่โม่กล่าวเสริมจากด้านข้าง
"อืม ตอนนี้มันเป็นของข้าแล้ว!" เซี่ยงเส้าหยุนยิ้มจางๆ แล้วเก็บหินประหลาดนั้นไป
เขาลอบยินดีในใจ "หวังว่านี่จะเป็นหินเนตรสวรรค์ในตำนานนะ! หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าก็รวยเละแล้ว!"
หินเนตรสวรรค์ คือหินวิเศษที่หมื่นปีจะพบสักครั้ง เล่าลือว่าภายในหินบรรจุพลังงานพิเศษบางอย่าง ที่สามารถช่วยให้คนเปิดเนตรสวรรค์ และสำเร็จวิชาเนตรสวรรค์ได้!
หลังจากเก็บหินเนตรสวรรค์แล้ว เซี่ยงเส้าหยุนไม่ได้จากไปทันที ยังคงตรวจสอบของแปลกๆ อย่างละเอียด
ต่อมา เขาเลือกของออกมาอีกชิ้นหนึ่ง เป็นหน้ากากหนังมนุษย์ที่สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าได้ ซึ่งคนทั่วไปไม่มีทางดูออกแน่นอน ถือเป็นของดีทีเดียว สำหรับเขาแล้วมันเปรียบเสมือนชีวิตสำรองอีกชีวิตหนึ่ง
นอกจากนั้น เขาก็เลือกหยิบสมุนไพรไปบ้าง ส่วนที่เหลือก็ไม่ได้แตะต้องอีก
โม่โม่แนะนำขึ้นว่า "ทางนี้ยังมีคัมภีร์ระดับราชันฉบับไม่สมบูรณ์อยู่ม้วนหนึ่ง ท่านไม่ลองดูหน่อยหรือ?"
"ไม่จำเป็น!" เซี่ยงเส้าหยุนโบกมือปฏิเสธ
"เป็นคนแปลกประหลาดจริงๆ!" โม่โม่คิดในใจ
ในสายตาคนอื่น ของพวกนี้ล้วนเป็นของล้ำค่า ยอดฝีมือระดับปราณแกร่งคุ้มกายคนไหนเห็นก็ต้องอยากได้มาครอบครอง แต่เซี่ยงเส้าหยุนกลับเลือกไปเพียงไม่กี่ชิ้น ที่เหลือไม่เอาเลย จะให้นางไม่ประหลาดใจก็คงยาก
ทั้งสองออกจากห้องลับ เซี่ยงเส้าหยุนจึงถามโม่โม่ว่า "เจ้ารู้ไหมว่าที่ไหนมีแหล่งไฟวิเศษบ้าง?"
โม่โม่ส่ายหน้าตอบ "ข้าไม่รู้ บางทีท่านอาจไปลองถามคนที่เมืองหวินหยา ผู้คนที่นั่นมีความรู้กว้างขวาง รู้เรื่องราวมากกว่าพวกเรามากนัก"
"เมืองหวินหยาอย่างนั้นรึ!" เซี่ยงเส้าหยุนถอนหายใจเบาๆ หยุดครู่หนึ่งแล้วพึมพำกับตัวเอง "ดูท่าคงต้องไปเยือนสักรอบแล้ว!"
"เช่นนั้นท่านพาข้าไปด้วยได้หรือไม่?" โม่โม่เผยแววตาคาดหวัง
"พาเจ้าไปด้วย?" เซี่ยงเส้าหยุนแปลกใจ
"อื้ม ก็ท่านให้ข้ายุบค่ายโจรหมาป่าแดงไม่ใช่หรือ? ถึงตอนนั้นข้าก็ไม่มีที่ไปแล้ว ก็ได้แต่ติดตามอยู่ข้างกายท่าน!" โม่โม่แสดงสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจ
"ระดับปราณแกร่งคุ้มกายขั้นปลายอย่างเจ้าจะไม่มีที่ไปเชียวรึ?" เซี่ยงเส้าหยุนหัวเราะ
"คนที่เป็นโจรป่าอย่างพวกข้า ไปที่ไหนก็มีแต่คนรุมประณามไล่ฆ่า พอลูกค่ายแยกย้ายกันไป ต้องมีคนมาหาเรื่องข้าแน่ สู้ข้าหาที่พึ่งพิงเสียตั้งแต่ตอนนี้ไม่ดีกว่าหรือ ข้าพอมีความสามารถอยู่บ้าง สามารถช่วยแบ่งเบาเรื่องจุกจิกให้จอมยุทธ์น้อยได้ไม่ใช่หรือ?" โม่โม่มองเซี่ยงเส้าหยุนอย่างจริงจัง
ใช่แล้ว โม่โม่คิดหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเองได้ในเวลาอันสั้น หลังจากยุบค่ายโจรหมาป่าแดง นางต้องการติดตามรับใช้เด็กหนุ่มตรงหน้า ย่อมดีกว่าใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร้จุดหมาย
อีกอย่างนางก็เบื่อหน่ายชีวิตโจรแบบนี้เต็มทน อยากลองสัมผัสดูว่าชีวิตอีกแบบจะเป็นอย่างไร
"จัดการเรื่องลูกน้องของเจ้าให้เรียบร้อยก่อนค่อยว่ากัน!" เซี่ยงเส้าหยุนไม่ได้ตอบรับคำขอของโม่โม่ตรงๆ
สิ่งนี้ทำให้โม่โม่รู้สึกกังวลใจอยู่บ้าง นางรู้สึกว่าเซี่ยงเส้าหยุนรังเกียจนาง แต่เมื่อเห็นเขาไม่ได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ก็ยังพอมีความหวังอยู่บ้าง!
โม่โม่ทำตามคำพูดของเซี่ยงเส้าหยุน เรียกรวมพลคนในค่ายโจรหมาป่าแดงทั้งหมด แล้วประกาศข่าวยุบค่าย
โจรพวกนี้เคยชินกับชีวิตแบบนี้แล้ว การให้พวกเขาแยกย้ายกันไป ก็เหมือนเด็กที่ต้องจากบ้าน รู้สึกสับสนทำอะไรไม่ถูก
ผ่านไปครู่หนึ่ง คนในค่ายโจรหมาป่าแดงก็เริ่มตื่นตระหนก
บางคนวางตัวไม่ถูก บางคนโกรธจัด และก็มีคนที่ยินดีจะทำตาม... มีอารมณ์ความรู้สึกหลากหลายปะปนกันไป
หลายคนลุกฮือขึ้นมาด่าทอโม่โม่ว่ารักตัวกลัวตาย ด่าว่านางไปซบพวกหน้าขาว (แมงดา/ผู้ชายสำอาง)
ทว่า โม่โม่ไม่ได้โต้เถียงพวกเขาแม้แต่คำเดียว นางเพียงปลดปล่อยพลังระดับปราณแกร่งคุ้มกายออกมา แล้วฟันกระบี่ลงบนพื้น เกิดรอยดาบที่น่ากลัว ทำเอาคนพวกนั้นตกใจรีบหนีหายไป
ถึงอย่างไร โม่โม่ก็เป็นถึงรองหัวหน้าค่าย ความน่าเกรงขามที่สั่งสมมาไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
เซี่ยงเส้าหยุนมองเหตุการณ์ที่โม่โม่จัดการทุกอย่างอยู่ในสายตา พลางคิดในใจ "แม่คนนี้มีลูกล่อลูกชนไม่เบา!"
"เจ้าเด็กโง่ โจรสลายตัวไปก็ยังเป็นโจร พวกมันก็ยังฆ่าคนปล้นชิงเลี้ยงชีพเหมือนเดิม การที่เจ้าทำแบบนี้เท่ากับทำร้ายผู้คนทางอ้อม!" ฉับพลัน มีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูเซี่ยงเส้าหยุน ทำเอาเขาสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ