- หน้าแรก
- นายน้อยจอมราชัน
- บทที่ 140 คงไม่ใช่กะเทยหรอกนะ
บทที่ 140 คงไม่ใช่กะเทยหรอกนะ
บทที่ 140 คงไม่ใช่กะเทยหรอกนะ
ตำบลภูเขาทมิฬ เป็นตำบลที่โอบล้อมด้วยภูเขาทั้งสี่ด้าน
สิ่งที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่คือหินเหล็กทมิฬ ซึ่งเป็นหินสำหรับหลอมศาสตราวุธ แม้จะไม่ใช่วัสดุระดับราชัน แต่สำหรับระดับตำบลแล้ว ถือเป็นของล้ำค่าอย่างยิ่ง
ลัทธิภูเขาทมิฬครอบครองสายแร่หินเหล็กทมิฬอยู่หลายสาย ในแต่ละปีขุดหินเหล็กทมิฬได้จำนวนมาก นอกจากส่วนหนึ่งที่ต้องส่งส่วยให้ทางเมืองแล้ว ส่วนที่เหลือพวกเขานำไปแลกเปลี่ยนกับตำบลต่างๆ เพื่อแลกทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์กลับมา
ด้วยเหตุนี้ ทรัพยากรของลัทธิภูเขาทมิฬจึงอุดมสมบูรณ์กว่าหลายๆ ตำบลมากนัก
เมื่อมีทรัพยากร ย่อมสามารถบ่มเพาะเด็กหนุ่มอัจฉริยะได้ไม่น้อย ความแข็งแกร่งโดยรวมของตำบลย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย
ทว่า ในการประลองร้อยตำบลเมื่อสามเดือนก่อน ลัทธิภูเขาทมิฬสูญเสียอย่างหนักหน่วง สิ่งที่ทำให้พวกเขาเจ็บปวดที่สุดคือเด็กหนุ่มอัจฉริยะขอบเขตปราณแกร่งคุ้มกายที่มีเพียงห้าคน คนหนึ่งเกือบพิการ อีกคนหนึ่งไม่ได้กลับมาอีกเลย
เหล่านี้ล้วนเป็นความหวังในอนาคตของลัทธิภูเขาทมิฬ สูญเสียไปแม้เพียงคนเดียวก็เพียงพอให้พวกเขาทุกข์ระทมแล้ว
ลัทธิภูเขาทมิฬรู้ดีว่าอัจฉริยะขอบเขตปราณแกร่งคุ้มกายทั้งสองถูกใครเล่นงาน แต่ไม่อาจไปแก้แค้นอย่างเอิกเกริกได้ ทำได้เพียงกลืนความแค้นลงท้อง
โชคดีที่พวกเขาได้ยินว่าคนผู้นั้นก็ไม่ได้กลับมาจากหุบเขาธารทองเช่นกัน พวกเขาจึงค่อยรู้สึกดีขึ้นบ้าง
น่าเสียดายที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าเด็กหนุ่มคนนั้นได้ลอบเข้ามาในถิ่นของลัทธิภูเขาทมิฬแล้ว
เซี่ยงเส้าหยุนไม่เคยคิดว่าตนเป็นคนดี เขาถือคติบุญคุณต้องทดแทนแค้นต้องชำระ ใครทำให้เขาไม่เป็นสุข เขาก็จะทำให้คนนั้นไม่มีความสุขเช่นกัน!
เซี่ยงเส้าหยุนเดินอาดๆ เข้าสู่ตำบลภูเขาทมิฬ เขาไม่กังวลเลยสักนิดว่าจะถูกคนจำได้
แม้เขาจะไม่รู้แน่ชัดว่าทำไมลัทธิภูเขาทมิฬถึงจ้องเล่นงานเขา แต่เขามั่นใจว่าไม่ใช่ฝีมือคนทรยศในตระกูลแน่
เพราะคนของพวกทรยศจะต้องลงมืออย่างเด็ดขาดรุนแรงเพื่อจัดการเขาให้สิ้นซาก ไม่ใช่ส่งพวกปลายแถวมาหาที่ตายแบบนี้
เขาสงสัยว่าอาจเป็นคนของสำนักม่านถ้ำสมรู้ร่วมคิดกับลัทธิภูเขาทมิฬ หรือตระกูลอูอาจมีความสัมพันธ์บางอย่างทางนี้ จึงส่งคนมาจัดการเขา
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด เขาต้องให้คนของลัทธิภูเขาทมิฬได้ลิ้มรสความแค้นของเขา
เซี่ยงเส้าหยุนเดินเล่นไปเรื่อยๆ คอยฟังเสียงพูดคุยของชาวบ้าน เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับลัทธิภูเขาทมิฬ แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
"ช่างเถอะ ระหกระเหินกลางแจ้งมาตั้งนาน ไปหาของดีๆ กินก่อนดีกว่า!" เซี่ยงเส้าหยุนมุ่งหน้าไปยังเหลาอาหารที่หรูที่สุดในตำบล
เหลาอาหารกิจการดี ลูกค้าเข้าออกพลุกพล่าน
เซี่ยงเส้าหยุนเลือกที่นั่งตามใจชอบ สั่งอาหารรสเลิศและสุราชั้นดีมาเต็มโต๊ะ แล้วลงมือกินอย่างมูมมามคนเดียว
ในสายตาคนอื่น เขาเหมือนเด็กที่อดอยากมานาน หิวโหยปานนั้นเชียว!
พักใหญ่ต่อมา อาหารที่เขาสั่งก็ถูกฟาดเรียบ
เขายกกาเหล้ากรอกลงคอ ความร้อนแรงของสุราทำให้เขาอดชมไม่ได้ "กับแกล้มรสดี สุรารสเลิศ สุขขีเสียยิ่งกว่าเซียน!"
นานมากแล้วที่เขาไม่ได้กินดื่มอย่างผ่อนคลายเช่นนี้
ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งเดินเข้ามานั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้วกล่าว "พี่ชายท่านนี้ ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนรักอิสระ รังเกียจที่จะดื่มกับข้าสักจอกไหม?"
เซี่ยงเส้าหยุนเงยหน้ามองผู้มาเยือนแปลกหน้า พบเด็กหนุ่มที่หล่อเหลากว่าเขากำลังจ้องมองอยู่
พูดให้ถูกคือ เป็นเด็กหนุ่มที่สวยกว่าผู้หญิงเสียอีก ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายความอ่อนช้อย
หากไม่ได้แต่งกายแบบบุรุษ ใครๆ คงคิดว่าเขาเป็นหญิงปลอมตัวมาแน่
"เฮ้ย ข้าว่าเจ้าเป็นผู้หญิงปลอมตัวมาใช่ไหม?" เซี่ยงเส้าหยุนไม่ตอบคำถาม แต่กดเสียงต่ำถามกลับ
เด็กหนุ่มตรงหน้าหน้าแดงระเรื่อขึ้นทันที ก่อนจะกางพัดรูปสาวงามออกมาโบกเบาๆ พลางกล่าว "พี่ชายช่างล้อเล่นนัก ท่านดูตรงไหนว่าข้าเหมือนผู้หญิง?"
เซี่ยงเส้าหยุนกวาดตามองเด็กหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า อีกฝ่ายถูกจ้องจนทำตัวไม่ถูก จึงเอ่ยปาก "ดูพอหรือยัง?"
"พอสมควรแล้ว!" เซี่ยงเส้าหยุนละสายตากลับมาพยักหน้าเบาๆ หยุดครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ "นอกจากอกแบนราบ ส่วนอื่นเหมือนผู้หญิงหมด!"
"เจ้า... เจ้าคนไร้ยางอาย!" เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนตวาดด้วยความโกรธ
"เฮ้ๆ ยังจะบอกว่าไม่ใช่ผู้หญิงอีก ท่าทางกิริยานี่ก็เหมือนผู้หญิงชัดๆ! เลิกเสแสร้งเถอะน่า!" เซี่ยงเส้าหยุนยิ้มจางๆ
เด็กหนุ่มรู้ตัวว่าเสียกิริยา รีบแก้ต่าง "ข้าแค่คิดไม่ถึงว่าพี่ชายจะมองคนแค่เปลือกนอกเช่นนี้!"
"เอาเถอะๆ จะชายหรือหญิงก็ช่าง อยากดื่มก็รินเอาเอง!" เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวอย่างเกียจคร้าน
เด็กหนุ่มทำท่าจะเดินหนี แต่ลังเลครู่หนึ่งก็กลับมานั่งลง รินเหล้าให้ตัวเองเต็มแก้ว แล้วดื่มรวดเดียวหมด
"แค่ก แค่ก... สุรารสดี!" เด็กหนุ่มสำลักเล็กน้อย แต่ใบหน้ากลับเผยความตื่นเต้น
เซี่ยงเส้าหยุนเหลือบมองเขา สังเกตเห็นรายละเอียดอย่างหนึ่ง พบว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีลูกกระเดือกจริงๆ จึงคิดในใจ "หมอนี่เป็นผู้ชายจริงๆ แฮะ แต่ทำไมท่าทางตุ้งติ้งจังวะ! คงไม่ใช่กะเทยหรอกนะ?"
พอคิดได้ดังนั้น เซี่ยงเส้าหยุนก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันที อาหารในท้องปั่นป่วนไปหมด
"พี่ชาย มาสิ ดื่มกันสักจอก! พบพานกันโดยบังเอิญก็นับเป็นวาสนา!" เด็กหนุ่มทำตัวตีสนิท
เซี่ยงเส้าหยุนปฏิเสธลำบาก จึงยกแก้วขึ้นดื่มเป็นเพื่อนจอกหนึ่ง
"ข้าอิ่มแล้ว เหล้าที่เหลือข้ายกให้เจ้า ถ้าไม่พอเดี๋ยวสั่งเพิ่มให้อีกสองกา!" เซี่ยงเส้าหยุนไม่อยากนั่งกับเด็กหนุ่มคนนี้ต่อ จึงลุกขึ้นกล่าว
"พี่ชายจะรีบไปไย ดื่มคนเดียวมันกร่อยนะ!" เด็กหนุ่มรั้งไว้
แต่เซี่ยงเส้าหยุนยืนกรานจะไป เด็กหนุ่มจึงพูดขึ้นอีกว่า "พี่ชาย ข้าดูออกนะว่าท่านเป็นศิษย์ลัทธิภูเขาทมิฬ หากท่านอยู่ดื่มกับข้าสักหน่อย ข้าจะบอกความลับของลัทธิภูเขาทมิฬให้ฟัง!"
เด็กหนุ่มทิ้งปริศนาได้ถูกจุด จี้โดนจุดอ่อนของเซี่ยงเส้าหยุนเข้าอย่างจัง
"จริงหรือหลอก?" เซี่ยงเส้าหยุนชะงักฝีเท้าถาม
"เชื่อก็มี ไม่เชื่อก็ไป!" เด็กหนุ่มรู้จักวิธีล่อหลอกคนเสียด้วย
จนปัญญา เซี่ยงเส้าหยุนจำต้องกลับมานั่งลง แล้วตะโกนสั่ง "บริกร เอาเหล้าดีๆ มาอีกสองกา ถั่วลิสงอีกสองจาน!"
"ฮ่าฮ่า แบบนี้ค่อยยังชั่ว!" เด็กหนุ่มพอใจอย่างยิ่ง
"เจ้ารู้เรื่องอะไรของลัทธิภูเขาทมิฬ?" เซี่ยงเส้าหยุนกดเสียงต่ำถาม
"ดื่มเป็นเพื่อนข้าให้หนำใจก่อนค่อยว่ากัน!" เด็กหนุ่มไม่สนใจคำถามของเซี่ยงเส้าหยุน
เด็กหนุ่มคนนี้ดูท่าจะเป็นคอทองแดงไม่เบา ชื่นชอบของมึนเมาเอาเรื่อง
เซี่ยงเส้าหยุนจำใจต้องนั่งดื่มเป็นเพื่อน และไม่ลืมถาม "พี่น้องท่านนี้มีนามว่ากระไร?"
"คุณชายผู้นี้มีนามว่าต่งจื่อ... อื้ม แล้วเจ้าล่ะ?" เด็กหนุ่มตอบ
"ข้าเหรอ! ไปไม่เปลี่ยนชื่อ นั่งไม่เปลี่ยนแซ่ ข้าคือเซี่ยงป้าหวัง ผู้เป็นที่รักของผู้คน ดอกไม้แรกแย้มยามได้ยล หล่อเหลาสง่างาม หนึ่งเดียวในใต้หล้า!" เซี่ยงเส้าหยุนกรอกเหล้าเข้าปากแล้วกล่าวอย่างหลงตัวเองสุดขีด
ทันทีที่เขาพูดจบ เด็กหนุ่มก็พ่นเหล้าใส่หน้าเขาเต็มแรง
พรวด!
โชคดีที่เซี่ยงเส้าหยุนปฏิกิริยาไวพอ เบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างทันท่วงที จึงรอดพ้นจากการเปียกปอนไปได้