เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19-12 สี่ตราสี่สี

ตอนที่ 19-12 สี่ตราสี่สี

ตอนที่ 19-12 สี่ตราสี่สี


ภูเขาเฟลมบอน ทั่วทั้งภูเขามีเปลวไฟคลุมรอบ

ร่างคนสองคนพุ่งผ่านขอบฟ้าและหยุดในกลางอากาศเหนือภูเขาเฟลมบอน  เป็นลินลี่ย์และบีบี

“กร้วม!” บีบีกัดกินผลไม้ลูกหนึ่งก้มหน้ามองยอดเขาข้างล่าง  “พี่ใหญ่, ครั้งล่าสุดที่เรามาที่นี้  เราถูกทหารพวกนั้นขัดขวางเป็นเพราะเราไม่ใช่เจ้าแคว้นหรือลอร์ดทาร์ทารัส ผ่านไปสองสามเดือน ตอนนี้เป็นไงเล่า? พี่ใหญ่, ตอนนี้ท่านได้เป็นลอร์ดทาร์ทารัสแล้วข้าสงสัยว่าพวกทหารเหล่านั้นจะทำหน้ายังไง?”

ขณะที่พูดเขาโยนเม็ดผลไม้ที่กินแล้วไว้ข้างหนึ่ง

“ไปกันเถอะ” ลินลี่ย์หัวเราะอย่างเยือกเย็นและบินไปในท้องฟ้าโดยมีบีบีตามหลัง

บนยอดเขามีปราสาทเก่าแก่โบราณสีดำสนิทและมีเพลิงลุกท่วมเช่นกัน มีทหารหลายคนลาดตระเวณอยู่ด้านนอก และที่หน้าประตูมีคนมากกว่าสิบคนยืนนิ่งกับที่เป็นสองแถว  เมื่อเห็นลินลี่ย์กับบีบีหนึ่งในทหารเกราะดำก้าวออกมาเล็กน้อย “เอ๊ะ? พวกเขาอีกแล้วหรือ?”

ทหารเกราะดำที่รู้สึกทึ่งผู้นี้คือคนที่เคยรับหน้าลินลี่ย์เมื่อครั้งก่อน

ที่สำคัญในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือนทหารที่นี่ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

“เฮ้, ทำไมพวกเจ้าทั้งสองคนถึงกลับมาที่นี่อีก?”  ทหารเกราะดำอดถามด้วยความไม่พอใจไม่ได้  “ครั้งล่าสุด, ข้าบอกพวกเจ้าทั้งสองไปแล้ว  เราเปิดประตูมิติให้เฉพาะลอร์ดทาร์ทารัสและเจ้าแคว้นเท่านั้น”

ลินลี่ย์และบีบีลงมายืนที่พื้น

“พี่ใหญ่!  ทหารพวกนี้ยังไม่รู้สถานะของท่าน ”บีบีพูดอย่างสงสัย  “ก็เจ้านั่นบอกว่าในวันเดียวข้อมูลของท่านจะถูกส่งไปถึงภูเขาเฟลมบอนไม่ใช่หรือ?  ทำไมทหารเหล่านี้จึงไม่รู้? เราใช้เวลาสองสามวันบินจากเขตเรดคลิฟมาที่นี่  พี่ใหญ่!  ข้อมูลของท่านควรจะมาถึงที่นี่นานแล้ว”

ลินลี่ย์เหลือบมองดูทหาร จากนั้นหัวเราะอย่างใจเย็น “ข้อมูลเกี่ยวกับข้าคงจะไปถึงสมาชิกระดับสูงของภูเขาเฟลมบอน  แต่ทหารธรรมดาเหล่านี้ยังไม่ทราบข้อมูล” ลินลี่ย์ไม่ต้องการเปลืองคำพูดกับทหารธรรมดาเหล่านี้ดังนั้นเขาก้าวเดินทันที ความเคลื่อนไหวเดินเข้ามากะทันหันของเขาทำให้ทหารเหล่านี้รู้สึกประหลาดใจเป็นธรรมดา

“หยุดนะ!”  ทหารมากกว่าสิบคนถลึงตามองลินลี่ย์

“พวกเจ้าทั้งสอง!  ที่นี่ไม่ใช่ที่ธรรมดา  พวกเจ้าไม่อาจบุกรุกเข้ามาได้  เราไม่สามารถหยุดพวกเจ้า  แต่พวกเจ้าคงไม่กล้าล่วงเกินมหาเทพใช่ไหม?” หัวหน้านักรบเกราะดำจ้องมองลินลี่ย์และบีบีด้วยนัยน์ตาสีฟ้า ครั้งล่าสุดพวกเขารู้จักพลังของลินลี่ย์และบีบีดีแล้วดังนั้นพวกเขาไม่กล้าลงมือป่าเถื่อนเกินไป

“ข้าคือลอร์ดเรดคลิฟ”  ลินลี่ย์พูดอย่างสงบ

“เอ๋?”

นักรบเกราะดำสิบกว่าคนตะลึงทันที

“เจ้าต้องล้อเล่นแน่” นักรบเกราะดำไม่อยากเชื่อ เขาหัวเราะและมองลินลี่ย์ “เพิ่งผ่านมาเพียงสองสามเดือนเท่านั้น”

ประการแรกเวทีประลองร้อยศึก  จากนั้นก็ท้าประลองกับลอร์ดทาร์ทารัส..ผลก็คือชัยชนะ! ทั้งหมดกินเวลาไม่กี่เดือนเองหรือ? ความเร็วระดับนี้มันเร็วเกินไป นักรบเกราะดำไม่กล้าเชื่อเรื่องนี้

“อย่าเสียเวลาพูด”  บีบีตวาดอย่างเหลืออด  “ถ้าพี่ใหญ่ข้าบอกพวกเจ้าว่าเขาเป็นท่านลอร์ด  อย่างนั้นเขาก็ต้องเป็นท่านลอร์ด!  รีบไปบอกหัวหน้าของพวกเจ้า เขาจะรู้ข่าวเรื่องลินลี่ย์เป็นลอร์ดเรดคลิฟคนใหม่”

“เอ๊ะ?”

นักรบเกราะดำมองหน้ากันเอง จากนั้นมองหน้าลินลี่ย์และบีบีอย่างระมัดระวังอีกครั้ง

“หัวหน้า ดูเหมือนพวกเขาจะพูดความจริง”  นักรบเกราะดำกระซิบกันเองผ่านสำนึกเทพ

“แต่นี่เป็นเวลาเพียงไม่กี่เดือน  มันบ้าไปแล้ว”

แม้ว่านักรบเกาะดำทุกคนจะรู้สึกตื่นเต้น  แต่หัวหน้านักรบเกราะดำยังคงกล่าว  “ก็ได้ ข้าจะไปสอบถามดูก่อน  ท่านทั้งสองโปรดรออยู่ตรงนี้ก่อน” หลังจากพูดแล้วนักรบเกราะดำบินเข้าไปในปราสาทลึกทันที  ขณะที่ลินลี่ย์และบีบีรออยู่ข้างนอกอย่างอดทน

นักรบเกราะดำที่เหลือยังคงจ้องมองดูลินลี่ย์และบีบีด้วยความประหลาดใจ

เห็นได้ชัดว่านักรบเกราะดำเหล่านี้ไม่กล้าปักใจเชื่อ

ครู่ต่อมา...

“ลอร์ดเรดคลิฟ, ลอร์ดเรดคลิฟ!”  มีเสียงทุ้มดังออกมา  ลินลี่ย์และบีบีหันไปมอง เห็นเป็นบุรุษร่างกำยำสวมเกราะสีฟ้าตัวสูงกว่าลินลี่ย์เล็กน้อยก้าวเดินเข้ามา   นักรบเกราะดำข้างหลังเขามองดูลินลี่ย์ด้วยความทึ่ง  สายตาของบุรุษเกราะฟ้ามองดูลินลี่ย์โดยตรงและดวงตาของเขาเป็นประกายทันที

“ลอร์ดเรดคลิฟเราเพิ่งจะได้รับข้อมูลเมื่อไม่นานมานี้และเรายังไม่ได้ส่งต่อข้อมูลไปให้ทหารระดับล่าง ใครจะคิดกันเล่าว่าท่านจะมาถึงที่นี่รวดเร็วนัก  ลอร์ดเรดคลิฟ?”  นักรบเกราะฟ้าพูดพลางหัวเราะ  “โอว, ข้าขอแนะนำตัวเองก่อน ข้าชื่อดิลาส!”

“ลินลี่ย์”  ลินลี่ย์หัวเราะรับทราบ

เมื่อได้ยินลินลี่ย์รายงานชื่อบุรุษร่างกำยำเกราะฟ้าพยักหน้าและหัวเราะ “เนื่องจากเราเพิ่งจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับท่านเราค่อนข้างแน่ใจเกี่ยวกับสถานะของท่าน ยิ่งเมื่อเห็นเด็กหนุ่มที่อยู่กับท่าน  แต่อย่างไรก็ตามใต้เท้า, โปรดแสดงข้อพิสูจน์เล็กน้อยให้กับเราด้วย  ท่านสามารถแสดงร่างแปลงมังกรหรือแสดงเทพกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ท่านมีก็ได้”

ลินลี่ย์เพียงแต่เหยียดมือขวา

เกล็ดมังกรสีทองฟ้าคลุมเต็มมือของเขา

“แค่นั้นก็มากพอแล้ว” นักรบเกราะฟ้าหัวเราะ “โปรดอภัยให้เราด้วย เราจำเป็นต้องระมัดระวังเช่นกัน ข้าจะนำทางใต้เท้าเอง โปรดตามข้ามา”

ลินลี่ย์และบีบีตามนักรบเกราะฟ้าเข้าไปข้างใน

บีบีหันหน้าไปมองนักรบเกราะดำที่ด้านข้างและจงใจเชิดหน้าใส่

“เขาคือลอร์ดทาร์ทารัสจริงๆ!”  หัวหน้านักรบเกราะดำลูบจมูกแสดงอาการเหลือเชื่อ  “นานเท่าไหร่แล้ว?ครั้งสุดท้ายที่เราโบกมือไล่พวกเขาออกไป แต่ในพริบตา เขาก็กลายเป็นลอร์ดทาร์ทารัสคนหนึ่งได้”

“ยังดีที่ลอร์ดลินลี่ย์เป็นคนที่อารมณ์ดี  ถ้าเป็นอย่างลอร์ดเฟลมบอน และหัวหน้ากล้าแสดงความไม่เคารพอย่างนี้ เป็นไปได้ว่าเจ้าอาจถูกฆ่าตายเพราะความโกรธไปแล้ว”  นักรบเกราะดำที่อยู่ใกล้ๆ ยิ้มและหัวเราะ  แม้ว่า..ปราสาทนี้จะเป็นของมหาเทพ  แต่กิจการของปราสาทดำเนินการโดยทูตมหาเทพ

ทูตมหาเทพเป็นคนที่จัดการดูแลทหารนักรบเหล่านี้  ถ้าลอร์ดทาร์ทารัสฆ่าทหารไปคนหนึ่ง  ทูตมหาเทพจะเข้ามาโต้เถียงกับลอร์ดทาร์ทารัสเพราะเห็นแก่นักรบผู้น้อยหรือ?

“เมื่อข้าคิดถึงเรื่องนี้ทีไร มันน่ากลัวจริงๆ  แต่ข้าก็ยังรู้สึกเหมือนกับว่าข้าฝันไป” นักรบเกราะดำอดมองไปตรงตำแหน่งที่ลินลี่ย์กับบีบีเดินผ่านไปไม่ได้  เขาส่ายศีรษะถอนหายใจ

ลินลี่ย์และบีบีอยู่ภายใต้การนำทางของดิลาสนักรบเกราะฟ้าและยังคงเดินนำไปตามทางที่กว้าง ทางเดินที่กว้างนี้ล่วงลึกเข้าไปในพื้นที่ แม้ว่าจะเป็นทางเดินลงไป แต่ก็ยังกว้างเพียงพอให้คนมากกว่าสิบคนเดินเรียงหน้าไปพร้อมกันได้และมีความสูงอย่างน้อยสิบเมตร

เพียงแต่เมื่อพวกเขาเดินลึกเข้าไป  ก็ค่อนข้างมืด

“ประตูมิติสร้างอยู่ในใจกลางภูเขาเฟลมบอน”  ดิลาสเดินอธิบายอย่างอารมณ์ดี “สมรภูมิมหาพิภพเชื่อมโยงกับเจ็ดโลกธาตุศักดิ์สิทธิ์และสี่พิภพชั้นสูง  รวมแล้วมีประตูมิติถึงสิบเอ็ดแห่ง ตามตำนานกล่าวไว้ว่า...ผลงานที่ยิ่งใหญ่นี้เสร็จสิ้นสมบูรณ์โดยฝีมือของสี่จอมเทพสร้างสำเร็จพร้อมกัน”

“พร้อมกันเชียวหรือ?” ลินลี่ย์พูดด้วยความทึ่ง

ความจริงมีแต่บุคคลอย่างจอมเทพจึงสร้างประตูมิติระดับนี้ได้ อย่างไรก็ตามลินลี่ย์คาดไม่ถึงเลยว่าจอมเทพทั้งสี่จะพร้อมใจกันสร้างประตูนี่

“หึหึ!  ท่านลอร์ด นั่นคือสิ่งที่ข้าได้ยินได้ฟังมา” ดิลาสหัวเราะ

“จอมเทพ....จอมเทพ...พวกเขาทรงพลานุภาพมาก  แต่ข้าไม่เคยเห็นเลยสักคน”  บีบีพึมพำ

ดิลาสเพียงแต่พูดพลางหัวเราะ  “ไม่เคยเห็นเลยหรือ?  จอมเทพอยู่รอบตัวพวกท่านเสมอ”

“เหรอ?” บีบีจ้องมอง

“เรามักจะถูกรายล้อมและใช้ชีวิตอยู่ภายใต้กฎธาตุและวิถีธรรมชาติ สี่จอมเทพเป็นศูนย์รวมของสี่วิถีที่ยิ่งใหญ่  ตามปกติพวกท่านอยู่อยู่ข้างๆ พวกเจ้า”  ดิลาสพูดพลางยิ้ม และจากนั้นเขามองไปข้างหน้า  “โอว, เราเกือบจะถึงที่นั่นอยู่แล้ว!  ประตูมิติปรากฏอยู่ข้างหน้า  ท่านลอร์ดเชิญท่านทั้งสองไปรอคอยอยู่ที่นั่นก่อน

ลินลี่ย์มองดูข้างหน้า เขารู้สึกเลือนรางได้ถึงรัศมีที่ไม่เหมือนใครข้างหน้า

ในที่สุดทางเดินเป็นห้องกว้างที่มีการคุ้มกันอย่างดี ในใจกลางห้องมีสระสีดำกลมเส้นผ่าศูนย์กลางสิบเมตร  ในใจกลางสระมีประตูบานหนึ่งยาวห้าเมตรสูงสิบเมตร ประตูบานนี้ตั้งตระหง่านอยู่กลางสระเปล่งแสงสีดำ  ลินลี่ย์สามารถรู้สึกได้ว่ารังสีที่ไม่เหมือนใครนี้แผ่ออกมาจากภายในนั้น

“ลอร์ดลินลี่ย์” มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

ลินลี่ย์หันไปมองที่ด้านซ้ายของห้องโถงมีผู้อาวุโสผมขาวยืนอยู่กับกลุ่มนักรบเกราะฟ้า

ชายชราผมขาวยิ้มขณะเดินเข้ามาหา “เราเพิ่งทราบข่าวของท่านมาไม่นานนี้ลอร์ดลินลี่ย์  งั้นท่านก็เป็นสมาชิกของเผ่ามังกรฟ้า  ข้าเป็นสหายเก่ากับประมุขกัซลีสันแห่งเผ่ามังกรฟ้าของเจ้า  โอว, ข้าลืมแนะนำตัวเองไป  ข้าชื่อกัลเลน!”

“ท่านกัลเลน!”  ลินลี่ย์ยิ้ม  “ข้าต้องการเข้าสมรภูมิมหาพิภพ  ไม่แน่ใจว่าข้ายังต้องทำอะไรอีกไหม?”

“นี่ง่ายมาก”  ชายชราผมขาวสร้างป้ายตราขนาดเท่าฝ่ามือคู่หนึ่งปรากฏอยู่ในมือของเขา ตราทั้งสองเปล่งรัศมีสีดำ  แต่แม้ว่าตราทั้งสองจะคลุมไปด้วยรัศมีดำ  แต่ก็ทำจากวัสดุที่แตกต่างกัน  ชิ้นหนึ่งทำมาจากวัสดุสีแดงดุจโลหิต  ขณะที่อีกป้ายหนึ่งทำมาจากวัสดุสีดำสนิท  “บรรดาป้ายทั้งสองนี้ป้ายสีแดงเป็นตัวแทนผู้บัญชาการ ขณะที่ป้ายสีดำนี้เป็นของทหารธรรมดา!  ขณะเดียวกัน...นี่ยังเป็นเครื่องหมายแสดงว่าเจ้าทั้งสองคนเป็นคนฝ่ายมืดในการสู้รบครั้งนี้”

ขณะที่เขาพูด เขาส่งป้ายทั้งสองให้ลอยเข้าหาลินลี่ย์และบีบี

ลินลี่ย์รับป้ายแดงไว้ ขณะที่บีบีรับป้ายสีดำ

“โปรดผูกสัญญาและเก็บเอาไว้กับตัวพวกเจ้า”  ชายชราผมขาวหัวเราะอย่างเยือกเย็น  ขณะที่เขากล่าว  “หลังจากพวกเจ้าเข้าสู่สมรภูมิมหาพิภพ  ถ้าเจ้าเผชิญเจอกับคนฝ่ายเดียวกัน  เมื่อพวกเขาเข้ามาใกล้  เจ้าจะรู้สึกได้ถึงรัศมีตราป้ายของกันและกัน”

ลินลี่ย์หัวเราะ นี่เป็นขั้นตอนเดียวกันกับป้ายตราของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์

ลินลี่ย์และบีบีผูกสัญญาด้วยเลือดกับป้ายทันทีและเก็บป้ายไว้ในตัว

“พวกเจ้าทั้งสองคน ป้ายศิลาที่อยู่ตรงนี้จะมีข้อมูลเกี่ยวกับความดีความชอบทางทหารสลักเก็บไว้  เชิญดูก่อน” ชายชราผมขาวชี้แผ่นป้ายศิลาที่ติดอยู่ผนัง แผ่นหินมีความกว้างหนึ่งเมตรและสูงสามเมตร

“ความดีความชอบทางทหาร?”

ลินลี่ย์และบีบีตาเป็นประกาย  ครั้งนี้ที่ลินลี่ย์มาโดยเฉพาะเจาะจงก็เพื่อสะสมความดีความชอบทางทหาร  เขาเดินไปที่แผ่นศิลาทันทีมองดูอย่างระมัดระวัง

ข้อมูลบนแผ่นศิลาเขียนไว้คร่าวๆ  แต่เมื่อเห็นแล้ว ลินลี่ย์สูดหายใจหนาวเหน็บ

“โหดอำมหิตจริงๆ” ลินลี่ย์รำพึงกับตนเอง

กฎของสงครามมหาพิภพ...

สงครามแต่ละครั้งแบ่งออกเป็นสองฝ่าย  ด้านผู้บัญชาการจะมีตราสีแดง  กับทหารธรรมดาจะมีตราสีดำ  ผู้บัญชาการอีกฝ่ายหนึ่งจะมีป้ายตราสีทองส่วนทหารธรรมดาอีกฝ่ายหนึ่งจะมีตราสีขาว การกลายเป็นผู้บัญชาการเขาจะต้องเป็นลอร์ดทาร์ทารัส เจ้าครองแคว้น เทพอสูร หรือคนในระดับเดียวกัน สำหรับทหารจะต้องเป็นเทพชั้นสูง

ตัวอย่างเช่น ลินลี่ย์กับบีบี

ถ้าพวกเขาฆ่าทหารฝ่ายเดียวกัน  พวกเขาจะไม่ได้รับความดีความชอบทางทหาร

ต้องฆ่าฝ่ายศัตรูและได้ป้ายขาวร้อยป้ายก็จะได้หยดพลังมหาเทพหนึ่งหยด  เมื่อได้รับป้ายขาวพันป้าย  พวกเขาจะขอรับสมบัติมหาเทพได้  แต่แน่นอน ถ้าพวกเขาได้รับป้ายทองสิบป้าย พวกเขาจะใช้แลกสมบัติมหาเทพได้ชิ้นหนึ่ง

อย่างไรก็ตามมีหนึ่งอย่าง.. ที่ป้ายทองไม่สามารถแลกได้ก็คือพลังมหาเทพ!  จะแลกพลังมหาเทพได้เขาจะต้องใช้ป้ายขาวเท่านั้น

นี่เป็นการทำลายโอกาสให้นักสู้ได้รับพลังมหาเทพในปริมาณมากจนเกินไป

นอกจากนี้ ถ้าคนสามารถฆ่าผู้บัญชาการฝ่ายศัตรูได้ห้าคนระหว่างสงครามมหาพิภพ  หลังจากการสู้รบได้ผลสรุป  ความดีความชอบทางทหารสามารถบันทึกสะสมไว้ได้  เมื่อมีสงครามมหาพิภพครั้งต่อไปเริ่มขึ้น  ถ้าเขาฆ่าผู้บัญชาการได้มากกว่าห้าคนผลความดีความชอบทางทหารก็จะรวมกันเป็นสิบ

“อย่างนั้นก็สะสมได้ใช่ไหม?”  ลินลี่ย์ถอนหายใจ  “และคนต้องฆ่าทหารธรรมดาด้วยหรือ?  นั่นเป็นแค่การฆ่าไม่ใช่หรือ?”

“แม้ว่าดูเหมือนจะง่าย แต่ทหารธรรมดาจะรวมตัวกันอยู่ในที่แห่งหนึ่ง  จะฆ่าพวกเขาร้อยคนน่ะหรือ? เป็นไปได้ว่าเจ้าอาจต้องเจ็บตัวจากพลังโจมตีจากทหารเป็นหมื่น ส่วนใหญ่เป็นอสูรหกดาวและอสูรเจ็ดดาวที่มีพลังโจมตีวิญญาณหนึ่งในสิบของพลังเจ้าแคว้น  แต่เมื่อเป็นการโจมตีจากทหารหมื่นคน แม้แต่ลอร์ดทาร์ทารัสคนเดียวก็ยังต้องเผ่นหนี  และอาจถูกฆ่าได้ถ้าเขาหนีไวไม่พอ”  ผู้อาวุโสผมขาวกัลเลนพูดพลางหัวเราะอย่างใจเย็น

ลินลี่ย์ได้แต่พยักหน้า

ถ้าผู้บัญชาการคนหนึ่งเชิญหน้ากับทหารหลายสิบคนอาจไม่ยากเกินที่จะฆ่าพวกเขา

แต่ถ้าผู้บัญชาการเผชิญเจอกับทหารเป็นพันเป็นหมื่นแล้วยังโจมตีก็เท่ากับฆ่าตัวตาย

“ผู้บัญชาการทุกคนยากจะฆ่าได้ ทุกคนที่กล้าเข้ามาจะมีวิธีดำรงชีวิตของตนเอง ดังนั้นนั่นคือเหตุผลให้ความดีความชอบทางทหารสะสมตามเวลาได้!” ชายชราผมขาวกัลเลนพูดพร้อมกับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี  “ถ้าเจ้าเข้าร่วมสงครามมหาพิภพหลายครั้งเจ้าจะสามารถสะสมความดีความชอบทางทหารได้พอ แต่แน่นอนว่าเจ้าอาจจะเสียชีวิตได้เช่นกันในสงครามมหาพิภพนี้และนั่นจะทำให้ความดีความชอบที่เจ้าสร้างมาสูญสลายไปหมด”

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย

“ท่านกัลเลน ถ้าอย่างนั้นเราจะเข้าไปกันเลย”  ลินลี่ย์พูดทันที

จบบทที่ ตอนที่ 19-12 สี่ตราสี่สี

คัดลอกลิงก์แล้ว