เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 65 อะแฮ่ม แค่เล็กไปหน่อยเท่านั้นเอง

บทที่ 65 อะแฮ่ม แค่เล็กไปหน่อยเท่านั้นเอง

บทที่ 65 อะแฮ่ม แค่เล็กไปหน่อยเท่านั้นเอง


เมื่อเซี่ยงเส้าหยุนเพ่งสมาธิ ภาพพื้นที่ของทะเลดาราจักรวาลก็ปรากฏขึ้นในห้วงสมองทันที ทำให้เขารู้ว่ามีที่ว่างพอจะเก็บของตรงหน้าได้มากน้อยเพียงใด

"เอ๊ะ! ขยายใหญ่ขึ้นขนาดนี้เชียว!" เซี่ยงเส้าหยุนอุทานด้วยความยินดี

เขาพบว่าทะเลดาราจักรวาลขยายขนาดเท่าศีรษะคนแล้ว เทียบกับตอนแรกถือว่าใหญ่ขึ้นมากทีเดียว!

อย่างน้อยพื้นที่แค่นี้ก็เก็บสมุนไพรได้ไม่น้อยแล้ว!

"ดูท่าเคล็ดวิชาหลอมรวมทะเลดาราจักรวาลจะไม่เลวเลย ช่วยเร่งการดูดซึมฤทธิ์ยาได้ด้วย!" เซี่ยงเส้าหยุนชมเชยในใจ จากนั้นลุกขึ้นยืน สิ้นสุดการนั่งสมาธิอันสั้น หยิบหอกสายฟ้าขึ้นมาร่ายรำเพลงทวน!

ฟึ่บ! ฟึ่บ!

หอกสายฟ้าเคลื่อนไหวดุจอสนีบาต ไอม่วงไหลเวียนไม่ขาดสาย เงาทวนแหวกอากาศ รวดเร็วรุนแรง กลิ่นอายดุดันน่าเกรงขาม!

เมื่อวานตอนอยู่ในห้องขีดจำกัดที่ห้า เขาได้ใช้เคล็ดทวนสายฟ้าฟาดในการต่อสู้จริง ทำให้ตอนนี้เข้าถึงแก่นแท้ของเพลงทวนมากขึ้น เข้าใจไปกว่าหกส่วนแล้ว!

ห่างจากเป้าหมายเจ็ดส่วนที่จื่อฉางเหอกำหนดไว้เพียงครึ่งส่วนเท่านั้น ทั้งที่เขาไม่ได้ทุ่มเวลาฝึกทวนเพียงอย่างเดียวด้วยซ้ำ!

ในบรรดาอาวุธทั้งหลาย เซี่ยงเส้าหยุนโปรดปรานดาบที่สุด!

ดาบ คือราชันแห่งอาวุธ ได้รับการขนานนามว่าเป็นจิตวิญญาณแห่งร้อยศาสตรา ด้วยเหตุนี้ เซี่ยงเส้าหยุนจึงหลงใหลในดาบมาแต่เด็ก!

ส่วนกระบี่ ทวน ง้าว และอาวุธอื่น ๆ ก็เท่ไม่เบา เขาไม่รังเกียจที่จะเรียนรู้ศาสตราวุธทั้งสิบแปดชนิดให้ครบถ้วน!

หลังจากเซี่ยงเส้าหยุนร่ายรำเพลงทวนจบรอบหนึ่ง จื่อฉางเหอก็เดินออกมาจากทิศทางหนึ่ง เอ่ยชมว่า "นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะบรรลุถึงห้าส่วนแล้ว ดูท่าการจะถึงเจ็ดส่วนคงเป็นเรื่องง่ายดาย ศิษย์พี่คงไม่มีอะไรจะชี้แนะเจ้าแล้วล่ะ!"

หลังจากได้เห็นความอัจฉริยะแบบผิดมนุษย์มนาของเซี่ยงเส้าหยุน จื่อฉางเหอก็รู้สึกสะเทือนใจอย่างหนัก เขามั่นใจว่าต่อให้ไม่มีคำชี้แนะจากเขา เซี่ยงเส้าหยุนก็แข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยตัวเอง!

"ต้องขอบคุณคำสั่งสอนของศิษย์พี่ต่างหาก!" เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวอย่างถ่อมตน

แม้จื่อฉางเหอจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ในฐานะคนแรกที่พาเขาเข้าสู่ตำหนักอู่ถัง เซี่ยงเส้าหยุนซาบซึ้งจากใจจริง!

จื่อฉางเหอยิ้มบาง ๆ "เจ้าเด็กนี่ยังพอมีสำนึกอยู่บ้าง!" หยุดครู่หนึ่งเขาก็กล่าวต่อ "ต่อจากนี้เจ้าต้องการอะไรก็ได้ทั้งนั้น ตราบใดที่ตำหนักอู่ถังมี ในอีกครึ่งปีข้างหน้า หวังว่าเจ้าจะตั้งใจฝึกฝนเพิ่มพูนฝีมือ เพราะจะมีงานใหญ่เกิดขึ้น หวังว่าเจ้าจะสร้างชื่อเสียงจากการต่อสู้ครั้งนั้น กอบกู้เกียรติยศให้ตำหนักอู่ถังของเรา!"

ขณะที่เซี่ยงเส้าหยุนกำลังจะตอบรับ หน้าลานเรือนของเขาก็ปรากฏเงาร่างอันงดงามสายหนึ่ง!

"ลู่เสี่ยวชิง!" เซี่ยงเส้าหยุนเห็นเงาร่างนั้นก็ร้องเรียกด้วยความดีใจ

จากนั้น เขาก็เมินศิษย์พี่ที่เป็นถึงผู้อาวุโสคนนี้ วิ่งเหยาะ ๆ ออกไปหาทันที

จื่อฉางเหออดด่าในใจไม่ได้ "ไอ้พวกเห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อน!"

จากนั้น เขาก็รู้กาลเทศะ เดินเลี่ยงออกไป

ไม่เจอลู่เสี่ยวชิงหลายวัน นางดูผอมลงไปถนัดตา ระหว่างคิ้วลดความอ่อนแอนุ่มนวลลง เพิ่มความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวขึ้นมา ทำให้ใบหน้าจิ้มลิ้มของนางดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลยิ่งขึ้น!

นางสวมชุดสีเขียวขับเน้นรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นให้โดดเด่นสะดุดตา!

"เส้าหยุน!" ลู่เสี่ยวชิงเห็นเซี่ยงเส้าหยุนเดินออกมา ดวงตาคู่สวยก็เอ่อล้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เรียกชื่อเขาเบา ๆ

สรรพนามที่นางใช้เรียกเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว ดูสนิทสนมขึ้นมาก!

จำได้ว่าวันนั้นนางถูกเซี่ยงเส้าหยุนด่าจนหนีไป พอกลับมาคิดดู ถึงได้เข้าใจเจตนาดีของเซี่ยงเส้าหยุน!

ที่แท้เซี่ยงเส้าหยุนไม่อยากให้นางต้องมาเสี่ยงอันตรายด้วย จึงแกล้งด่าไล่นางไป แต่นางดันหัวช้าเกินไป

นางจึงรีบบึ่งกลับตำหนักอู่ถัง บอกเรื่องนี้กับว่าที่อาจารย์ ผู้อาวุโสสิบเอ็ด เหออิ่งฮวา

ตอนที่นางพาว่าที่อาจารย์กลับไป ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเซี่ยงเส้าหยุนแล้ว!

ต่อมาแม้จื่อฉางเหอจะกลับมา แล้วพาว่าที่อาจารย์ไปตระกูลอูด้วยกัน แต่ก็คว้าน้ำเหลว นางนึกว่าเซี่ยงเส้าหยุนเป็นอะไรไปแล้วจริง ๆ เสียใจอยู่พักใหญ่!

หลายวันก่อนนางเก็บตัวฝึกวิชา จนวันนี้ออกมาถึงได้รู้ข่าวว่าเซี่ยงเส้าหยุนกลับมาอย่างปลอดภัย ทำให้นางดีใจจนแทบบ้า!

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ในใจนางมีเงาของเขาประทับอยู่!

ตอนนี้ได้มาเห็นเขาอีกครั้ง พบว่าเขาดูสง่างามองอาจยิ่งกว่าเดิม ทำให้นางหลงใหลหัวปักหัวปำ!

ถ้าไม่ติดที่ต้องรักษาท่าทีของกุลสตรี นางคงกระโจนเข้าสู่อ้อมกอดเขาไปแล้ว!

เซี่ยงเส้าหยุนหารู้ไม่ถึงความในใจของลู่เสี่ยวชิง เขาแค่ต้องการขอบคุณนางอย่างจริงใจเท่านั้น!

เพื่อนที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามคับขัน ย่อมเป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้ ฝากฝังชีวิตไว้ได้!

"จุ๊ ๆ ๆ ไม่เจอกันเดือนเดียว สวยขึ้นเป็นกองเลยนะ!" เซี่ยงเส้าหยุนเดินมาหยุดตรงหน้าลู่เสี่ยวชิง อดเอ่ยปากชมไม่ได้!

ใบหน้าลู่เสี่ยวชิงแดงระเรื่อขึ้นทันที บิดตัวเขินอาย "ที่ไหนกันล่ะ!"

"ฮ่าฮ่า ข้าไม่มีข้อดีอะไรหรอก นอกจากเป็นคนซื่อสัตย์พูดตรงไปตรงมา เสียดายก็แต่..." เซี่ยงเส้าหยุนมองลู่เสี่ยวชิงที่หน้าแดงก่ำแล้วหัวเราะร่า

"เจ้าก็ยังหลงตัวเองเหมือนเดิม!" ลู่เสี่ยวชิงมองค้อน แล้วถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เสียดายอะไร?"

เซี่ยงเส้าหยุนกระแอมเบา ๆ "อะแฮ่ม เรื่องนี้ไม่พูดดีกว่า!"

"ไม่ได้ ข้าจะฟัง!" ลู่เสี่ยวชิงเริ่มอ้อน

"ก็ได้ ๆ เจ้าให้ข้าพูดเองนะ ห้ามโกรธล่ะ!" เซี่ยงเส้าหยุนออกตัวก่อน จากนั้นก็มองไปที่หน้าอกของลู่เสี่ยวชิง "อะแฮ่ม... แค่เล็กไปหน่อยเท่านั้นเอง!"

"คนบ้า!" ลู่เสี่ยวชิงคิ้วขมวดมุ่น ตวาดลั่น ยกฝ่ามือฟาดใส่เซี่ยงเส้าหยุนทันที

ลู่เสี่ยวชิงบรรลุขอบเขตพลังดาราระดับหนึ่งแล้ว ฝ่ามือนี้แม้มิได้ทุ่มสุดตัว แต่พลังก็ไม่ใช่น้อย ๆ!

"เฮ้ ๆ ไหนบอกไม่โกรธไง ลงไม้ลงมือซะแล้ว หยาบคายจริง ๆ! ระวังจะขายไม่ออกนะ!" เซี่ยงเส้าหยุนเบี่ยงตัวหลบวูบ ปากก็ว่าไป

"เจ้าสิขายไม่ออก คนนิสัยไม่ดี!" ลู่เสี่ยวชิงกระทืบเท้าด่าด้วยความโมโห

"ฮ่าฮ่า ข้าก็อยากขายออกเหมือนกัน หาผู้หญิงรวย ๆ เลี้ยงดูสักคน ชีวิตคงมีความสุขพิลึก!" เซี่ยงเส้าหยุนหัวเราะร่า

"เชอะ สภาพอย่างเจ้าใครเขาจะเอา!" ลู่เสี่ยวชิงพูดจาประชดประชัน

นิสัยกวน ๆ ร้าย ๆ แบบนี้ของเซี่ยงเส้าหยุน ทำให้นางหวั่นไหวเข้าให้แล้วจริง ๆ!

"เอาล่ะ ไม่แกล้งเจ้าแล้ว! ขอบใจนะ!" เซี่ยงเส้าหยุนหุบยิ้ม กล่าวขอบคุณอย่างจริงจัง

สำหรับคนทรยศ เขาจะเกลียดเข้ากระดูกดำ แต่สำหรับคนที่มีบุญคุณและจริงใจ เขาจะทะนุถนอมอย่างที่สุด!

"ไม่หรอก ข้าไม่ได้ช่วยอะไรเลย แถมเกือบจะทำเจ้าเดือดร้อนไปด้วย!" ลู่เสี่ยวชิงรู้สึกผิด

เพราะความอ่อนแอของนางในวันนั้น ทำให้นางพยายามอย่างหนักตลอดเดือนที่ผ่านมา จนทะลวงสู่ขอบเขตพลังดาราระดับหนึ่งได้ และกลายเป็นศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสสิบเอ็ด!

เซี่ยงเส้าหยุนยิ้มบาง ๆ "อย่าคิดแบบนั้น เจ้าเป็นคนรักพวกพ้องมาก!" จากนั้นเขาก็เสริมต่อ "แค่สมองช้าไปหน่อยเท่านั้นเอง!"

ฟังประโยคแรก ลู่เสี่ยวชิงรู้สึกหวานฉ่ำไปทั้งใจ แต่พอได้ยินประโยคหลัง หน้าก็นิ่วคิ้วขมวดทันที!

จบบทที่ บทที่ 65 อะแฮ่ม แค่เล็กไปหน่อยเท่านั้นเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว