เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 ด้อยกว่าข้าแค่นิดเดียว

บทที่ 55 ด้อยกว่าข้าแค่นิดเดียว

บทที่ 55 ด้อยกว่าข้าแค่นิดเดียว


"ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกันไม่ใช่หรือ?" เซี่ยงเส้าหยุนตอบกลับอย่างเย็นชา

เหมยเหลียนฮวาร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย เผยสีหน้าเศร้าสร้อย "ตอนนั้นสถานการณ์อันตราย ข้า... ข้าก็จำใจต้องทำแบบนั้น!"

"เจ้าไม่ต้องอธิบายอะไรกับข้ามากมาย ยังไงเราก็ไม่ได้สนิทกันอยู่แล้ว!" เซี่ยงเส้าหยุนตัดบท แล้วไม่สนใจนางอีก พาเซี่ยหลิวฮุยเดินจากไป

เซี่ยหลิวฮุยได้แต่งุนงง ไม่เข้าใจว่าทั้งสองคนพูดเรื่องอะไรกัน

น้ำตาไหลรินจากดวงตาคู่สวยของเหมยเหลียนฮวา ดูเศร้าโศกเสียใจอย่างยิ่ง แต่ในใจกลับคิดอย่างเคียดแค้น "ในเมื่อเจ้าทำกับข้าแบบนี้ ก็อย่าโทษข้าก็แล้วกัน!"

เซี่ยงเส้าหยุนหารู้ไม่ว่าเหมยเหลียนฮวาเปลี่ยนจากรักเป็นแค้นไปเสียแล้ว!

แม้เขาจะรังเกียจพฤติกรรมเอาตัวรอดของเหมยเหลียนฮวาและโม่ปู้ฮุ่ยในยามคับขัน แต่เขาก็เข้าใจความรู้สึกของพวกเขา!

ไม่มีใครอยากซวยเพราะคนอื่นโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่หรอก!

แต่พวกเขาไม่รู้ว่าเซี่ยงเส้าหยุนเคยถูกหักหลังมาก่อน เขาจึงเกลียดชังคนที่ไร้สัจจะเช่นนี้ที่สุด!

นี่คือเหตุผลที่เซี่ยงเส้าหยุนไม่เปิดโอกาสให้เหมยเหลียนฮวาได้อธิบาย

เมื่อเซี่ยงเส้าหยุนและเซี่ยหลิวฮุยมาถึงเหลาอาหาร ก็ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนทันที!

ผ่านเรื่องราวเมื่อครู่ ใครบ้างจะไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเซี่ยงเส้าหยุน!

ลำพังแค่เป็นกายห้าดาราฉายฟ้าคราม แถมยังก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ใครไม่รู้จักก็แปลกแล้ว!

เซี่ยงเส้าหยุนไม่สนใจสายตาเหล่านั้น ในใจครุ่นคิดว่าฝีมือยังห่างไกลนัก ไม่อย่างนั้นวันนี้คงไม่ต้องให้ศิษย์พี่ออกหน้าปกป้อง!

ขณะที่เซี่ยงเส้าหยุนกำลังเหม่อลอย มีคนผู้หนึ่งเดินมานั่งที่โต๊ะของเขาโดยไม่ได้รับเชิญ!

"เอ่อ ศิษย์พี่ท่านนี้ ท่านนั่งผิดโต๊ะหรือเปล่า?" เซี่ยหลิวฮุยเอ่ยทัก

เซี่ยงเส้าหยุนได้สติ เงยหน้ามองผู้มาเยือน แล้วหัวเราะร่า "ฮ่าฮ่า ศิษย์หลานมาแล้วรึ ข้ากำลังจะไปหาเจ้าพอดี!"

"งั้นรึ? ข้านึกว่าเจ้าลืมเรื่องของข้าไปแล้วเสียอีก!" ผู้มาเยือนตอบเสียงเรียบ

คนที่เซี่ยงเส้าหยุนเรียกว่าศิษย์หลานได้ ก็มีเพียงหวังเจิ้นชวนที่ต้องการกราบจื่อฉางเหอเป็นอาจารย์นั่นเอง!

"จะเป็นไปได้ยังไง เรื่องของเจ้าข้าใส่ใจอยู่ตลอดเวลา!" เซี่ยงเส้าหยุนรับคำ จากนั้นก็กล่าวอย่างกระตือรือร้น "มา ๆ ศิษย์หลาน ศิษย์อาจะเลี้ยงข้าวมื้อใหญ่เจ้าก่อน เดี๋ยวค่อยพาไปกราบอาจารย์!"

"ข้ากินแล้ว ข้ารอเจ้า!" หวังเจิ้นชวนตอบสั้น ๆ แล้วนั่งหลับตานิ่ง ไม่พูดอะไรอีก

"ศิษย์พี่ท่านนี้ มา ๆ ไม่ต้องเกรงใจ!" เซี่ยหลิวฮุยชวนหวังเจิ้นชวนกินด้วย

น่าเสียดายที่หวังเจิ้นชวนทำราวกับไม่ได้ยิน ไม่ตอบรับคำใดทั้งสิ้น

ทำเอาเซี่ยหลิวฮุยหน้าแตกยับเยิน!

"อย่าไปสนใจเขา เรากินกันเถอะ!" เซี่ยงเส้าหยุนพอจะเข้าใจนิสัยของหวังเจิ้นชวนอยู่บ้าง จึงชวนเซี่ยหลิวฮุยกินต่อ

ไม่นานหลังจากอิ่มหนำ เซี่ยหลิวฮุยก็รู้กาลเทศะขอตัวกลับไปก่อน

ส่วนเซี่ยงเส้าหยุนพาหวังเจิ้นชวนมุ่งหน้าไปยังที่พักของจื่อฉางเหอ

ระหว่างทาง เซี่ยงเส้าหยุนพูดกับหวังเจิ้นชวน "เรื่องของข้า เจ้าคงได้ยินมาบ้างแล้ว ตอนนี้จะกราบศิษย์พี่ข้าเป็นอาจารย์ ก็เท่ากับล่วงเกินผู้อาวุโสสิบสาม วันข้างหน้าคงลำบากแน่ เจ้าต้องคิดให้ดี!"

"เรื่องนั้นข้ารู้ดี!" หวังเจิ้นชวนตอบหน้านิ่ง

เซี่ยงเส้าหยุนถึงกับพูดไม่ออกกับท่าทีของหวังเจิ้นชวน!

แต่เขากลับชื่นชมนิสัยที่แน่วแน่ไม่หวั่นไหวของอีกฝ่าย!

ไม่นาน เซี่ยงเส้าหยุนก็พาหวังเจิ้นชวนมาถึงที่พักของจื่อฉางเหอ เขาผลักประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะ!

แต่หวังเจิ้นชวนกลับไม่กล้าตามเข้าไป ยืนรออยู่หน้าประตูและบอกเซี่ยงเส้าหยุนว่า "ข้าจะรอท่านผู้อาวุโสเรียกพบ!"

"เรียกพบบ้าบออะไร ตามข้ามา!" เซี่ยงเส้าหยุนพูดจาหยาบคาย ลากหวังเจิ้นชวนเข้าไปในลานเรือน

"ศิษย์พี่ ข้าหาลูกศิษย์หน่วยก้านดีมาให้ท่านคนหนึ่ง รีบออกมาดูเร็ว!" เซี่ยงเส้าหยุนตะโกนเรียกเข้าไปข้างใน

"เพ้อเจ้ออะไร!" เสียงของจื่อฉางเหอดังออกมา

"ไม่ได้เพ้อเจ้อ ท่านออกมาดูเดี๋ยวก็รู้เอง!" เซี่ยงเส้าหยุนตอบ

จื่อฉางเหอเดินออกมาจากห้อง มองเซี่ยงเส้าหยุนแวบหนึ่ง แล้วเบนสายตาไปที่หวังเจิ้นชวน!

"ศิษย์ฝ่ายในหวังเจิ้นชวน คารวะท่านผู้อาวุโสจื่อ!" หวังเจิ้นชวนทำความเคารพจื่อฉางเหออย่างนอบน้อม

"ไม่ต้องมากพิธี!" จื่อฉางเหอโบกมือ แล้วกล่าวกับเขาอย่างเย็นชา "ตอนนี้ข้ายังไม่มีความคิดจะรับศิษย์ เจ้ากลับไปเถอะ!"

ถ้าเขาอยากรับศิษย์ ป่านนี้คงรับไปนานแล้ว ไม่ต้องรอจนถึงตอนนี้หรอก!

ตอนนี้เขาจดจ่ออยู่กับการฝึกฝน หวังว่าสักวันจะได้ออกไปสู่โลกกว้างที่ยิ่งใหญ่กว่า!

ส่วนเซี่ยงเส้าหยุนนั้นมีพรสวรรค์โดดเด่น เขาไม่อยากพลาดอัจฉริยะไป จึงได้รับไว้ดูแล

หวังเจิ้นชวนได้ยินจื่อฉางเหอปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย สีหน้าก็หมองลง

"ศิษย์พี่ ข้าดูโครงสร้างกระดูกเขาแล้วไม่เลว พรสวรรค์ในการฝึกฝนก็ยอดเยี่ยม ด้อยกว่าข้าแค่นิดเดียวเอง หยกงามแบบนี้ท่านจะปล่อยผ่านไปไม่ได้นะ!" เซี่ยงเส้าหยุนช่วยพูดให้หวังเจิ้นชวน

"ถ้าข้าจำไม่ผิด เจ้าเป็นกายสามดาราใช่ไหม?" จื่อฉางเหอไม่ตอบเซี่ยงเส้าหยุน แต่หันไปถามหวังเจิ้นชวน

หวังเจิ้นชวนพยักหน้าเบา ๆ "ขอรับ!"

"สามดาราไม่ธรรมดา มีหวังบรรลุขอบเขตพลังคุ้มกาย แต่... ถ้าจะไปให้สูงกว่านั้นคงยาก!" จื่อฉางเหอถอนหายใจ

หวังเจิ้นชวนรูม่านตาหดลง คารวะเล็กน้อย "ศิษย์เข้าใจแล้ว!"

พูดจบ เขาก็หันหลังเตรียมจะจากไป เพราะรู้ดีว่าจื่อฉางเหอปฏิเสธเขาแล้ว!

"ช้าก่อน!" เซี่ยงเส้าหยุนตะโกนเรียกหวังเจิ้นชวนไว้!

จากนั้น เขาก็หันไปพูดกับจื่อฉางเหอ "ศิษย์พี่ ศิษย์หลานคนนี้ข้ายอมรับแล้ว ว่ามาเถอะ ท่านต้องการเงื่อนไขอะไรถึงจะยอมรับเขาเป็นศิษย์!"

จื่อฉางเหอขมวดคิ้วมองเซี่ยงเส้าหยุน ดุว่า "เหลวไหล!"

"ศิษย์พี่คิดว่ากายสามดาราอนาคตคงไปไม่ได้ไกลใช่ไหม? ท่านคิดผิดแล้ว จำนวนดวงดาวที่ปลุกได้แสดงถึงพรสวรรค์แฝง แต่ไม่ได้ตัดสินความสำเร็จในอนาคต ยอดฝีมือระดับตำนานมากมายในโลกนี้ ปลุกดวงดาวได้ไม่มาก แต่พวกเขาอาศัยความมุ่งมั่นและความพยายาม ทะลวงขีดจำกัด ผงาดขึ้นเหนือผู้คนนับหมื่น!" เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวอย่างจริงจังที่สุด

จื่อฉางเหอและหวังเจิ้นชวนได้ฟังคำพูดของเซี่ยงเส้าหยุน ต่างก็ตกตะลึง!

ในความคิดของพวกเขา จำนวนดวงดาวคือตัวกำหนดอนาคต แต่คำพูดของเซี่ยงเส้าหยุนกลับชี้ให้เห็นอีกแง่มุมหนึ่ง ทำให้พวกเขาได้ฉุกคิด!

"บางทีเจ้าอาจจะพูดถูก ความมุ่งมั่นและความพยายามเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจำนวนดวงดาวคือตัวบ่งชี้ศักยภาพ!" จื่อฉางเหอกล่าว หยุดครู่หนึ่งเขาก็มองไปที่หวังเจิ้นชวน "ตอนนี้เจ้าอยู่ขอบเขตพลังดาราระดับสามขั้นต้น ถือว่าไม่เลวในหมู่ศิษย์ฝ่ายใน แสดงว่าเจ้าก็ฝึกฝนอย่างหนัก ข้าจะให้โอกาสเจ้าครั้งหนึ่ง ภายในสองเดือน ถ้าเจ้าบรรลุขอบเขตพลังดาราระดับสี่ได้ ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์!"

ผู้ฝึกยุทธ์ยิ่งระดับสูง การเลื่อนขั้นก็ยิ่งต้องสะสมพลังมากขึ้น ความเร็วในการพัฒนาก็จะยิ่งช้าลง

การจะให้ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตพลังดาราระดับสามขั้นต้น เลื่อนเป็นระดับสี่ภายในสองเดือน นับว่ายากไม่ใช่เล่น!

ทว่าหวังเจิ้นชวนกลับไม่มีทีท่าท้อแท้แม้แต่น้อย กลับยินดีปรีดา "ขอบคุณท่านผู้อาวุธโสจื่อที่เมตตา ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง!"

จบบทที่ บทที่ 55 ด้อยกว่าข้าแค่นิดเดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว