- หน้าแรก
- นายน้อยจอมราชัน
- บทที่ 22 โชคดีที่ข้าไหวตัวทัน
บทที่ 22 โชคดีที่ข้าไหวตัวทัน
บทที่ 22 โชคดีที่ข้าไหวตัวทัน
ศึกระหว่างเซี่ยงเส้าหยุนและอูหมิงเลี่ยงปิดฉากลง
ชัยชนะของเซี่ยงเส้าหยุนทำให้ผู้คนตกตะลึงจนแว่นตาแทบแตก แต่กลับส่งผลให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังยิ่งขึ้นไปอีก!
ทว่า เรื่องที่เขาบรรลุขอบเขตแรกยุทธ์ระดับเจ็ดก็แพร่งพรายออกไปเช่นกัน!
แต่กระนั้นก็ไม่ได้ลดทอนความเก่งกาจของเขาลงเลย การใช้ระดับเจ็ดเอาชนะระดับเก้าได้ พรสวรรค์ระดับนี้ย่อมแข็งแกร่งเพียงพอแล้ว!
"ลูกพี่ ท่านเก่งกาจจริง ๆ ท่านเคยบอกว่าจะคุ้มครองข้า! ข้า... ต่อไปข้าเป็นคนของท่านแล้วนะ!" เซี่ยหลิวฮุยเกาะแขนเซี่ยงเส้าหยุนออดอ้อน
เซี่ยงเส้าหยุนถีบเซี่ยหลิวฮุยกระเด็น ด่าเปิง "เวรเอ้ย ไอ้ตุ๊ด ข้าไม่ได้นิยมไม้ป่าเดียวกันโว้ย!"
เซี่ยหลิวฮุยทำหน้ามุ่ยน้อยใจ "ข้าไม่ใช่ตุ๊ดนะ ข้าแค่ตื่นเต้นไปหน่อยเท่านั้นเอง!"
เวลานั้น สุ้มเสียงใสกระจ่างไพเราะก็ดังขึ้น "เซี่ยงเส้าหยุน ยินดีด้วยที่ได้รับชัยชนะ!"
เซี่ยงเส้าหยุนหันกลับไปมอง เห็นสาวน้อยหน้าใสลู่เสี่ยวชิงยืนมองเขาอยู่ไม่ไกล ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
เซี่ยงเส้าหยุนยิ้มตอบ "ขอบใจ! แต่แค่จัดการปลาซิวปลาสร้อยตัวหนึ่ง ไม่น่าเอ่ยถึงหรอก!"
วาจาดูถ่อมตน แต่รอยยิ้มเย่อหยิ่งบนใบหน้านั้นไม่ได้ลดน้อยลงเลย!
ถูกสาวงามชมเชย นับเป็นเรื่องราวที่วิเศษสุดยอด!
"หน้าท่านนี่หนาไม่ใช่เล่นเลยนะ!" ลู่เสี่ยวชิงยิ้มบาง ๆ
"จะเป็นไปได้ยังไง!" เซี่ยงเส้าหยุนรับคำ แล้วเอ่ยชวนลู่เสี่ยวชิง "แม่สาวงาม ไปเถอะ ข้าจะเลี้ยงข้าวที่เหลาอาหารเอง!"
"ถ้าท่านเรียกข้าแบบนี้อีก ข้าจะโกรธแล้วนะ!" ลู่เสี่ยวชิงชักจะทนสรรพนามที่เซี่ยงเส้าหยุนเรียกนางไม่ไหว
"ก็ได้ ๆ น้องสาวเสี่ยวชิง ข้าขอเลี้ยงข้าว ให้เกียรติข้าหน่อยได้ไหม?" เซี่ยงเส้าหยุนเปลี่ยนคำเรียก
ใบหน้าลู่เสี่ยวชิงแดงก่ำยิ่งขึ้น "เรียกข้าว่าลู่เสี่ยวชิง!"
"ลูกพี่ ข้าไปด้วย ข้าไปด้วย!" เซี่ยหลิวฮุยรีบตะกายลุกขึ้นมาประจบสอพลอ
เซี่ยงเส้าหยุนถลึงตาใส่เซี่ยหลิวฮุยอย่างดุเดือด นึกด่าในใจ "ไอ้หมอนี่ทำไมมันตาถั่วขนาดนี้!"
เขากะจะหาโอกาสอยู่กับลู่เสี่ยวชิงสองต่อสอง ไอ้บ้านี่ยังจะมาเป็นก้างขวางคออีก!
ขณะที่เซี่ยงเส้าหยุนพาลู่เสี่ยวชิงและเซี่ยหลิวฮุยไปเหลาอาหาร ก็มีคนสองคนมาปรากฏตัวขวางหน้าเซี่ยงเส้าหยุนไว้!
"ศิษย์พี่โม่ปู้ฮุ่ยกับศิษย์พี่หญิงเหมยเหลียนฮวา!" เซี่ยหลิวฮุยอุทานด้วยความประหลาดใจ
"ไม่ทราบทั้งสองท่านมีธุระอันใด?" เซี่ยงเส้าหยุนถามโม่ปู้ฮุ่ยและเหมยเหลียนฮวา
เซี่ยงเส้าหยุนรู้จากปากเซี่ยหลิวฮุยมาก่อนแล้วว่าสองคนนี้คืออันดับสองและสามของฝ่ายนอก!
"ฮ่าฮ่า ข้าได้ยินว่าน้องเซี่ยงจะเลี้ยงข้าว พวกเราเลยถือวิสาสะมาเอง ไม่ทราบน้องเซี่ยงจะรังเกียจเลี้ยงพวกเราเพิ่มอีกสักสองคนหรือไม่!" โม่ปู้ฮุ่ยหัวเราะร่า
"ข้าเชื่อว่าน้องเซี่ยงไม่ใช่คนขี้เหนียว คงไม่รังเกียจหรอกนะ!" เหมยเหลียนฮวาส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มอยู่ข้าง ๆ
หากก่อนหน้านี้พวกเขามองข้ามเซี่ยงเส้าหยุนไปบ้าง ตอนนี้ความรู้สึกเหล่านั้นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงแล้ว!
เซี่ยงเส้าหยุนไม่เพียงมีชื่อเสียงเทียบเคียงพวกเขา แต่ยังเป็นกายห้าดาราฉายฟ้าคราม อนาคตย่อมรุ่งโรจน์กว่าพวกเขาแน่ การผูกมิตรไว้ตอนนี้มีแต่ได้กับได้!
เซี่ยงเส้าหยุนเป็นคนชอบคบหาเพื่อนฝูงอยู่แล้ว เขาโบกมืออย่างใจป้ำ "ไม่มีปัญหา ในเมื่อทั้งสองให้เกียรติ ข้าเซี่ยงเส้าหยุนย่อมต้องต้อนรับขับสู้ให้ดี!"
จากนั้น เซี่ยงเส้าหยุนก็นำคณะมุ่งหน้าสู่เหลาอาหาร
เจ้าหนูเซี่ยหลิวฮุยถูกเหมยเหลียนฮวาทำให้หลงจนโงหัวไม่ขึ้น สายตาคอยแอบมองนางอยู่ตลอด ใบหน้ายังแดงระเรื่อเป็นพัก ๆ ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่ไร้เดียงสาเสียจริง!
เซี่ยงเส้าหยุนเห็นสภาพไม่ได้เรื่องของหมอนี่แล้วก็นึกเสียใจที่รับมาเป็นลูกน้อง ช่างเสื่อมเสียภาพพจน์อันสง่างามของเขาจริง ๆ!
เมื่อเดินมาได้ครึ่งทาง เซี่ยงเส้าหยุนจู่ ๆ ก็ตบศีรษะตัวเองดังฉาด ร้องอุทาน "แย่แล้ว!"
"อะไรแย่แล้ว?" ลู่เสี่ยวชิงที่อยู่ข้าง ๆ ถามอย่างงุนงง
"หรือว่าท่านสมองกระทบกระเทือน? ลูกพี่อย่าขู่ข้าสิ!" เซี่ยหลิวฮุยถามแทรก
"พวกเจ้ารอข้าเดี๋ยว ข้ายังมีภารกิจที่หอขีดจำกัดค้างอยู่ ทำเสร็จเมื่อไหร่ ออกมาจะพาไปกินของดีที่เหลาอาหาร ไม่ผิดคำพูดแน่!" เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวยืนยันหนักแน่น แล้วรีบวิ่งกลับไปทางหอขีดจำกัด
"เวรเอ้ย เกือบลืมไปว่าตัวเองไม่มีคะแนนแล้ว โชคดีที่คุณชายไหวตัวทัน!" เซี่ยงเส้าหยุนอุทานในใจ
ขืนไปกินดื่มที่เหลาอาหารแล้วไม่มีคะแนนจ่าย มีหวังขายขี้หน้าแย่!
เขาจำต้องไปท้าทายห้องขีดจำกัดห้องที่สองให้ได้!
"ภารกิจหอขีดจำกัด? เขาคงไม่ได้จะไปท้าทายห้องขีดจำกัดห้องแรกหรอกนะ?" เหมยเหลียนฮวาสงสัย
"ข้าว่าน่าจะใช่ ด้วยฝีมือเขาย่อมท้าทายห้องแรกได้สบาย เราตามไปดูกันเถอะ!" โม่ปู้ฮุ่ยเสนอ
"ลูกพี่ไม่ได้ท้าทายห้องแรกแน่ ข้าว่าน่าจะเป็นห้องที่สอง!" เซี่ยหลิวฮุยยืนยัน
"จริงรึ?" ลู่เสี่ยวชิงถามด้วยความประหลาดใจ
"จริงแน่นอน ลูกพี่ท้าทายห้องแรกสำเร็จไปนานแล้ว เขาเคยบอกข้า!" เซี่ยหลิวฮุยกล่าวอย่างภูมิใจ
"งั้นยิ่งต้องไปดู ห้องขีดจำกัดห้องที่สองข้าก็อยากลองท้าทายดูสักตั้ง!" โม่ปู้ฮุ่ยตาเป็นประกาย
จากนั้น พวกเขาจึงเดินตามไป
เมื่อไปถึง เซี่ยงเส้าหยุนก็เข้าไปในห้องขีดจำกัดห้องที่สองเรียบร้อยแล้ว!
"ท่านผู้ดูแล เซี่ยงเส้าหยุนไปท้าทายห้องขีดจำกัดห้องที่สองหรือ?" เหมยเหลียนฮวาถามผู้ดูแล
ผู้ดูแลตอบ "ถูกต้อง เพิ่งเข้าไปเมื่อกี้!"
"ข้าบอกแล้วว่าลูกพี่ต้องไปห้องที่สอง!" เซี่ยหลิวฮุยทำท่าทางเหมือนอยากได้ความดีความชอบ
"ข้าจะเข้าไปด้วย!" โม่ปู้ฮุ่ยกล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น
"แน่ใจรึ?" ผู้ดูแลถาม
"แน่ใจ!" โม่ปู้ฮุ่ยยืนยัน
"ได้ เข้าไปเถอะ ทนให้ได้หนึ่งเค่อ (15 นาที) ถือว่าผ่าน!" ผู้ดูแลกล่าว
"ข้าก็จะเข้าด้วย!" ลู่เสี่ยวชิงเอ่ยตาม
"ขนาดศิษย์น้องเสี่ยวชิงยังใจกล้า ข้าเหมยเหลียนฮวาจะยอมน้อยหน้าได้ไง!" เหมยเหลียนฮวากล่าว
"ดีมาก พวกเจ้าล้วนกล้าหาญ จะผ่านหรือไม่ผ่านก็น่ายกย่อง!" ผู้ดูแลยิ้ม แล้วหันไปมองเซี่ยหลิวฮุย "พวกเขาเข้าไปกันหมดแล้ว เจ้าล่ะ?"
"เอ่อ คือว่าท่านผู้ดูแล ข้า... ข้ายังไม่ได้ท้าทายห้องแรกเลย ดังนั้น... ช่างมันเถอะ!" เซี่ยหลิวฮุยบ่ายเบี่ยง
"งั้นก็ลองท้าทายห้องแรกดูสิ! ตอนนี้เจ้าก็อยู่ระดับเจ็ดขั้นสูงสุดแล้ว ไม่ถือว่าอ่อนแอเกินไปหรอก!" ผู้ดูแลหว่านล้อม หยุดครู่หนึ่งเขาก็เสริมว่า "ขอแค่อยู่ให้ได้ครึ่งเค่อก็ถือว่าผ่านแล้ว เป็นไง อยากลองไหม?"
เซี่ยหลิวฮุยลังเล แต่พอเหลือบไปเห็นสายตาดูแคลนของเหมยเหลียนฮวา ก็กัดฟันตอบ "ลองก็ลอง ข้าเซี่ยหลิวฮุยไม่มีอะไรต้องกลัว!"
จากนั้น พวกเขาต่างแยกย้ายกันเข้าห้องขีดจำกัดไป
ภายในห้องขีดจำกัดห้องที่สอง เซี่ยงเส้าหยุนเริ่มลิ้มรสความยากลำบากของห้องนี้แล้ว!
ห้องนี้กลับกลายเป็นค่ายกลหินถล่ม หินแต่ละก้อนหนักพันจินพุ่งเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน ราวกับถูกผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแรกยุทธ์ระดับเก้าจำนวนมากรุมโจมตี หากประมาทเพียงนิดเดียว ย่อมถูกหินเหล่านี้กระแทกจนบาดเจ็บสาหัส หรืออาจถึงแก่ชีวิต!
ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแรกยุทธ์ระดับเก้าคนใดก็ตาม หากคิดจะต้านทานอยู่ที่นี่ให้ได้หนึ่งเค่อ เกรงว่าจะไม่ใช่เรื่องง่าย
หอขีดจำกัดท้าทายขีดจำกัด ดังนั้นผู้ที่สามารถออกมาจากห้องขีดจำกัดได้ ล้วนได้รับสิทธิพิเศษอย่างสูงส่ง!