เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17-53 เดินหน้าชำระคดี

ตอนที่ 17-53 เดินหน้าชำระคดี

ตอนที่ 17-53 เดินหน้าชำระคดี


“ลอร์ดเบรุตจะทำอะไรกันแน่?” ลินลี่ย์สงสัย ไม่ว่าเผ่าตระกูลจะมีคนทรยศหรือไม่ และไม่ว่าฟอร์ลันจะเป็นคนทรยศนั้นหรือไม่... ก็ไม่มีหลักฐานอะไร ทำไมลอร์ดเบรุตถึงได้ถามคำถามมากมายนัก?

ขณะที่ลินลี่ย์สงสัยอยู่ เบรุตนั่งอยู่ที่ด้านหอโถงก็กระแทกแก้วของเขาที่โต๊ะยาวข้างหน้าเขาทันที เสียงดังแสบหูทำให้สี่ประมุขตระกูลอสูรศักดิ์สิทธิ์และฟูโซ่หันไปมองเขาทุกคน

“เฮอะ!” เบรุตแค่นเสียงเย็นชา

ทันใดนั้นหอโถงใหญ่ทั้งหมดเงียบเสียง ทุกคนเข้าใจว่าเจ้าแคว้นอินดิโกนี้ดูเหมือนว่าค่อนข้างจะไม่พอใจกับบางเรื่อง ไม่สำคัญว่าพวกเขาจะล่วงเกินใคร แต่พวกเขาไม่อาจล่วงเกินคนผู้นี้ผู้สนับสนุนเผ่าของพวกเขาได้ กัซลีสันหัวเราะหึหึ และกล่าว “ท่านเจ้าแคว้น มีเรื่องอะไรหรือ?”

เบรุตชำเลืองมองด้านข้างเขา และจากนั้นมองดูคนรอบๆ สายตาเขาดุร้ายอย่างเห็นได้ชัด

“กลุ่มของลินลี่ย์ถูกผู้อาวุโสฝ่ายศัตรูแปดคนทำร้าย เขาฆ่าพวกนั้นไปหลายคน เขาทำความดีความชอบ ดังนั้นเขาจึงได้รับผลตอบแทน ข้าต้องชื่นชมเผ่าของเจ้ากับวิธีจัดการในส่วนนี้..แต่เป็นไปได้หรือว่าตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้าจะไม่เตรียมตัวสืบสวนเรื่องที่ผู้อาวุโสทั้งแปดมาโจมตีพร้อมกันได้ยังไง?”

เบรุตแค่นเสียงเย็นชา “จากสิ่งที่ข้ารู้ เมื่อผู้อาวุโสฝ่ายศัตรูทั้งแปดคนโจมตี มีสามคนที่ใช้พลังมหาเทพ! เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต้องการให้ลินลี่ย์ตาย! และแรงระเบิดจากการปะทะกันยังส่งผลต่อบีบีหลานของข้าด้วย โชคดีที่ข้าสร้างสมบัติปกป้องวิญญาณให้กับเขาไว้นานแล้ว จึงทำให้เขาสามารถต้านทานเข็มแสงสีเขียวเหล่านั้นได้ มิฉะนั้นเขาก็คงเป็นอย่างเดเลีย!”

“นี่เป็นเรื่องสำคัญขนาดนี้ แต่เผ่าของพวกเจ้ากลับไม่ตรวจสอบเลยหรือ? เฮอะ!” เบรุตแค่นเสียงด้วยความไม่พอใจ จากนั้นไม่พูดอะไรต่อไป

หลังจากคำเหล่านี้พรั่งพรูออกมาแล้ว เหล่าผู้อาวุโสทุกคนในห้องจัดเลี้ยงเริ่มคุยกันผ่านสำนึกเทพ แม้แต่ประมุขเผ่าทั้งสี่ที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็เริ่มปรึกษาพูดกันในหมู่พวกเขาผ่านสำนึกเทพ ขณะที่พวกเขาเห็นนั้น...

เหตุผลแท้จริงที่ทำให้เบรุตโกรธมากบางทีเพราะบีบีก็ได้รับผลกระทบไปด้วย

แม้ว่าบีบีจะไม่ได้รับอันตราย แต่เบรุตไม่พอใจกับเรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด ประมุขตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์เข้าใจเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

“ท่านเจ้าแคว้น” เจ้าแม่เผ่าหงส์เพลิงพูดขออภัยทันที “เราก็เหมือนกัน รู้สึกว่าต้องมีแผนการอยู่เบื้องหลังการโจมตีของแปดผู้อาวุโส มิฉะนั้นแปดผู้อาวุโสจู่ๆ จะปรากฏตัวออกมาทันทีที่กลุ่มของลินลี่ย์ออกจากเมืองเมียร์ได้อย่างไร? แต่... เรายังไม่มีแนวทางสืบสวนเลย!”

“ไม่มีทางสืบสวนหรือ?” เบรุตพูดอย่างใจเย็น “ง่ายมาก เผ่าของเจ้ามีคนทรยศอยู่คนหนึ่ง”

“คนทรยศ!”

คำนี้ทำให้ทั่วทั้งโถงใหญ่มีเสียงฮือฮาทันที

ฟอร์ลันตกใจหนักจนผมขนในตัวลุกชัน ใจของเขาเครียด..แต่จากนั้นเขาสงบใจได้ทันที “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรแน่นอน นอกจากตัวข้าเอง ไม่มีใครรู้ว่าข้าแจ้งข่าวกับแปดตระกูลใหญ่ ถ้าข้าไม่ยอมรับ ใครจะรู้ได้? ต่อให้ลินลี่ย์สงสัยข้า เขาจะมีข้อพิสูจน์หรือ?”

ความคิดของฟอร์ลันมั่นคงขึ้นและวนเวียนอยู่เพียงเรื่องเดียว - ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่ใช่คนทรยศนั้น!

แต่เหมือนคำภาษิตที่กล่าวว่า โจรมักหวาดระแวง ฟอร์ลันรู้ว่าไม่มีคนอื่นรู้ แต่เขาก็ยังรู้สึกค่อนข้างเครียด

“พ่อ! ท่านคิดว่ามีคนทรยศจริงๆ หรือ?” เอ็มมานูเอลถามฟอร์ลันด้วยสำนึกเทพ

“ก็อาจเป็นไปได้” ฟอร์ลันทำเป็นใจสงบขณะที่เขาตอบกลับผ่านสำนึกเทพ “บางทีอาจมีคนทรยศ อย่างไรก็ตามเป็นไปได้ว่าแปดตระกูลใหญ่คงมีวิธีหาที่อยู่ของลินลี่ย์ได้อย่างชัดเจน”

หอโถงใหญ่ตกอยู่ในความวุ่นวาย ผู้อาวุโสตะลึงกันหมด

สำหรับลินลี่ย์เขาอยู่ในสภาพตกใจเช่นกัน “ลอร์ดเบรุตอาจจะเกินไปหน่อย..” เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร เขาไม่มีข้อพิสูจน์ใดแม้แต่น้อย แต่เบรุตกระทำการอย่างนั้น นอกจากนี้เท่าที่ลินลี่ย์เห็น พฤติกรรมของเบรุตแตกต่างไปจากธรรมดา

“ลินลี่ย์! มีคนทรยศจริงๆ หรือ?” เดเลียที่อยู่ข้างลินลี่ย์ถามผ่านสำนึกเทพ

“อาจจะมีก็ได้” ลินลี่ย์ตอบ

“ใครกัน? ฟอร์ลันหรือเปล่า?” เดเลียชำเลืองมองฟอร์ลันเช่นกัน เมื่อคิดถึงผู้ทรยศที่อาจเป็นไปได้ คนแรกที่ผุดขึ้นมาในใจเดเลียก็คือฟอร์ลันเช่นกัน

“ถ้าจะมีคนทรยศจริงๆ สักคน เขาน่าจะเป็นคนๆ นั้นมากที่สุด” ลินลี่ย์ตอบ

ถึงตอนนี้กัซลีสันนั่งอยู่ข้างหน้าโถงใหญ่รีบพูดทันที “ท่านเจ้าแคว้น ท่านบอกว่ามีคนทรยศ หรือว่าท่านมีข้อพิสูจน์?”

“แน่นอน ข้ามี!” เบรุตหัวเราะอย่างใจเย็น

ทันใดนั้นเกิดความวุ่นวายในห้องโถงใหญ่อีกครั้ง แม้แต่ลินลี่ย์ก็ยังตะลึง

“เขามีข้อพิสูจน์ด้วยหรือ?” แม้แต่ลินลี่ย์เองก็ยังไม่รู้ว่ามีอะไรเป็นข้อพิสูจน์

“ข้อพิสูจน์?” ฟอร์ลันนั่งอยู่ข้างล่างตกใจ “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้แน่นอน ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ของข้าที่ส่งข่าวออกไปก็มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะแล้ว ไม่มีใครรู้สถานการณ์ครั้งนี้แน่นอน”

“ข้อพิสูจน์อะไร?” กัซลีสันพูดทันที “ถ้ามีคนทรยศผู้หักหลังต่อเผ่าจริงๆ.. ท่านเจ้าแคว้น ไม่ต้องกังวล ไม่ว่าเป็นใครตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ของเราจะทำลายร่างทุกร่างของคนผู้นั้นไม่ให้เหลือแม้แต่ร่างเดียว!”

คำพูดของกัซลีสันมั่นคงแน่วแน่

“ใช่แล้ว เขาต้องถูกประหารชีวิต!” ประมุขเผ่าพยัคฆ์ขาวพูดอย่างดุดัน

“ท่านเจ้าแคว้น มีหลักฐานอะไร?” เจ้าแม่เผ่าหงส์เพลิงกล่าว ทุกคนในโถงใหญ่มองดูเบรุต ขณะที่ลินลี่ย์และฟอร์ลันจ้องมองเบรุต พวกเขาสงสัยว่า...

มีข้อพิสูจน์อะไร!

“ข้าพูดไม่ได้ ข้าพูดไม่ได้!” เบรุตหัวเราะอย่างใจเย็น

ทุกคนตะลึง

“ท่านเจ้าแคว้น ก็เรื่องที่ท่าน..” กัซลีสันและคนอื่นตะลึง และลินลี่ย์ทั้งหงุดหงิดและสับสนเช่นกัน

เบรุตหัวเราะอย่างใจเย็น “ไม่มีประโยชน์ที่ข้าจะพูดออกไป มีเพียงสองคนที่รู้เรื่องนี้เท่านั้น คนหนึ่งคือตัวข้าเอง! อีกคนหนึ่งคือมหาเทพผู้ทรงพลานุภาพ! เจ้าคิดว่ามหาเทพจะมาเป็นพยานในเรื่องเช่นนี้หรือ? สำหรับรายละเอียด..เกี่ยวข้องกับความลับบางส่วนของมหาเทพ ข้าไม่กล้าเปิดเผย”

ทุกคนตกตะลึง

ลินลี่ย์มึนงงเช่นกัน มหาเทพเข้ามาเกี่ยวข้องได้อย่างไร?

“ท่านเจ้าแคว้น ท่านกำลังบอกว่าท่านไม่สามารถให้หลักฐานใดๆ ได้หรือ?” เสียงของประธานผู้อาวุโสดังขึ้นในโถงใหญ่

“ถูกแล้ว ข้าไม่สามารถให้หลักฐานข้อพิสูจน์ได้” เบรุตพยักหน้า

ประธานผู้อาวุโสพูดด้วยความเคารพ “ท่านเจ้าแคว้น ถ้าท่านไม่มีข้อพิสูจน์ใดๆ อย่างนั้นก็ไม่มีทางที่เรื่องนี้จะเอามาพิสูจน์ได้ ไม่ว่าจะมีคนทรยศหรือไม่! ในสถานการณ์ที่ไม่มีข้อพิสูจน์ ดีที่สุดอย่าทำให้ทุกคนต้องกังวลใจดีกว่า”

“น่าขัน!”

เบรุตจ้องมองประธานผู้อาวุโส “อะไรกัน, หรือว่าเจ้าคิดว่าข้ากำลังโกหก?”

ประธานผู้อาวุโสพูดไม่ออก

“น้องหญิง” กัซลีสันรีบตะโกนบอกผ่านสำนึกเทพ “ท่านเจ้าแคว้นนี้ต้องการติดตามเรื่องนี้จนถึงที่สุดอย่างเห็นได้ชัด ปล่อยให้เขาติดตามเท่าที่เขาต้องการ ถ้าเขาต้องการหาคนทรยศ ในที่สุด เขาก็จะต้องเอาหลักฐานมาพิสูจน์ให้เราเห็นว่ามีมูล ถ้าเขาชี้คนสุ่มสี่สุ่มห้า ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ของเราก็ไม่ยอมรับเหมือนกัน! ดีที่สุดอย่าไปตอแยให้เขาโมโห”

กัซลีสันถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ท่านเจ้าแคว้น ข้าขอบังอาจถาม ท่านรู้ว่าใครทรยศใช่ไหม?”

ทั้งห้องโถงใหญ่ตกอยู่ในความเงียบทันที

ลินลี่ย์ฟังอย่างระมัดระวังเช่นกัน เบรุตหัวเราะอย่างใจเย็น จากนั้นผายมือข้างขวาชี้นิ้วไปที่ฟอร์ลันที่นั่งข้างหน้าพวกเขา “คนทรยศของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้าก็คือเขา! ฟอร์ลัน!!!”

“ฟอร์ลัน!!!” เมื่อเบรุตระบุชื่อนี้ออกมา เสียงดังก้องไปทั้งหอจัดเลี้ยง และหน้าฟอร์ลันทำสีหน้าน่าเกลียดเกินจะมอง

ลินลี่ย์รู้สึกตกใจและประหลาดใจ เขารีบถามผ่านสำนึกเทพทันที “ลอร์ดเบรุต ท่านจะทำ....?”

“ไม่ต้องห่วง ข้ามีแผนของตนเอง พวกเจ้าทุกคนแค่ดูอยู่เฉยๆ” เบรุตตอบผ่านสำนึกเทพ

ผู้อาวุโสทั้งหมดภายในหอจัดเลี้ยงหันไปมองฟอร์ลันซึ่งลุกพรวดพราดทันที ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ เขาพูดเสียงดังลั่น “ท่านเจ้าแคว้น, ข้า ฟอร์ลันเป็นสมาชิกรุ่นที่สามของตระกูล ในอดีตที่ผ่านมาหมื่นปี ข้าได้ฆ่าอสูรเจ็ดดาวฝ่ายศัตรูไปสองคน! ลูกชายข้าต้องสูญเสียร่างแยกที่ทรงพลังที่สุดของเขาขณะต่อสู้กับศัตรูเหมือนกัน และท่านยังกล่าวหาข้าว่าเป็นคนทรยศหรือ? ฮ่าฮ่า...”

ฟอร์ลันเริ่มหัวเราะลั่นจริงๆ จากความเศร้าระคนโกรธ ความโกรธและความเศร้าที่ปนกันอยู่ในเสียงหัวเราะทำให้ผู้อาวุโสหลายคนที่อยู่ในที่นั้นเชื่อฟอร์ลัน

เห็นได้ชัดว่าเบรุตผู้นี้ไม่สามารถหาหลักฐานมาพิสูจน์ได้จริง และยังชี้หน้ากล่าวหาฟอร์ลันว่าเป็นคนทรยศ ถ้าเป็นสมาชิกรุ่นเยาว์ของเผ่าหรือสมาชิกผู้ร่วมกับเผ่ามาไม่นาน พวกผู้อาวุโสอาจเชื่อก็ได้

แต่ฟอร์ลันนี้ เป็นบุตรของประธานผู้อาวุโส!

พวกเขาไม่เชื่อว่าฟอร์ลันจะทรยศตระกูล!

“ท่านเจ้าแคว้น” ประธานผู้อาวุโสลุกขึ้นยืน ดวงตาที่อยู่เบื้องหลังหน้ากากเงินของนางโกรธอย่างเห็นได้ชัด นางพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน “ฟอร์ลันผู้นี้คือบุตรของข้า ข้ารู้จักและเข้าใจเขามานานนับปีไม่ถ้วน! ข้ากล้ารับรองได้ว่าเขาไม่ใช่ผู้ทรยศแน่นอน! และเขาไม่มีทางเป็นคนทรยศไปได้!”

รอยยิ้มเยือกเย็นยังปรากฏอยู่บนใบหน้าของเบรุต

“โอว, เจ้ายังไม่ยอมรับใช่ไหม?” เบรุตชำเลืองมองฟอร์ลัน

“ฟอร์ลัน! เจ้าคิดว่าเนื่องจากเจ้าลงมือปฏิบัติการเร้นลับ ตราบเท่าที่เจ้าไม่ยอมรับก็จะไม่มีใครพบเจอใช่ไหม?” เบรุตหัวเราะใจเย็น “แต่เจ้าลืมอะไรบางอย่าง ไม่มีทางที่เจ้าจะสังเกตออกเมื่อมหาเทพให้ความสนใจเจ้า!”

หัวใจฟอร์ลันสั่นสะท้าน “เป็นไปได้หรือว่ามหาเทพจะรู้ทุกอย่างที่ข้าทำ? เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้! จะบังเอิญขนาดนั้นได้ยังไงที่มหาเทพเกิดจะมาสนใจในสิ่งที่ข้าทำ?” ฟอร์ลันพยายามโน้มน้าวตัวเองซ้ำๆ กัน

แต่มองผิวเผิน ฟอร์ลันยังเชิดหน้าด้วยความภูมิใจและพูดอย่างหนักแน่น “ท่านเจ้าแคว้น, ข้า, ฟอร์ลันกล้าประกาศตัวว่า ข้าไม่มีทางทรยศต่อเผ่าตระกูลเด็ดขาด ไม่มีทาง!”

“ข้าจะไม่พูดให้เปลืองคำเปล่าๆ” เบรุตมองดูเขา “เจ้าเชื่อว่าเจ้าบริสุทธิ์ใช่ไหม?”

ฟอร์ลันเงยหน้าจากนั้นพยักหน้าด้วยความภูมิใจ “แน่นอน!”

เบรุตพยักหน้าเล็กน้อย “อย่างนั้นก็ดีแล้ว ถ้าเจ้าบริสุทธิ์อย่างแท้จริง อย่างนั้นก็อย่าต่อต้าน ข้าจะใช้การสะกดจิตกับเจ้า ขณะที่สะกดจิต เจ้าจะบอกความจริงกับทุกคน”

ตอนนี้ลินลี่ย์เข้าใจแล้วว่าเบรุตจะทำอะไร “ฟอร์ลันเป็นอสูรเจ็ดดาว ที่สำคัญคือแม้ในบรรดาผู้อาวุโสเขามีระดับที่ทรงพลังที่สุด และเขายังเป็นสมาชิกคนหนึ่งของเผ่ามังกรฟ้า ด้วยแสงสีฟ้าของทักษะธรรมชาติคอยปกป้องวิญญาณของเขา มีความเป็นไปได้ว่า ต่อให้ลอร์ดเบรุตก็ไม่มีความสามารถพอสะกดจิตเขาได้”

การสะกดจิตอสูรเจ็ดดาวเป็นเรื่องที่ยากมาก

อสูรเจ็ดดาวผู้มีทักษะเทพธรรมชาติจะมีแสงสีฟ้าคอยปกป้องวิญญาณ...จำนวนคนในแดนนรกผู้สามารถสะกดจิตเขาได้แทบนับได้ด้วยมือข้างเดียว

“สะกดจิต?” ฟอร์ลันพูดอย่างโมโห “ท่านเจ้าแคว้น, ข้าไม่ใช่คนทรยศ! ท่านต้องการดำเนินการสะกดจิตกับข้า แม้ว่าท่านจะเป็นเจ้าแคว้นผู้ทรงเกียรติ ข้าขอบอกว่าท่านกระทำการกับคนอื่นเกินไปแล้ว!”

“บังอาจ!” กัซลีสันตวาด

ฟอร์ลันก้าวเท้ามาข้างหน้า

“ปัง!” เขาคุกเข่า

“ท่านประมุขเผ่า!” ฟอร์ลันพูดอย่างโมโห “เนื่องจากสถานการณ์เป็นแบบนี้ ไม่มีอะไรที่ข้าพูดแก้ต่างให้ตนเองได้ ท่านเจ้าแคว้นป้ายสีข้า แต่เขาแค่ต้องการสะกดจิตข้าและไม่ต้องการให้ข้าขัดขืน ข้า, ฟอร์ลันเป็นผู้อาวุโสของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่มีเกียรติ! ข้ายังเป็นอสูรเจ็ดดาว! ข้าจะไม่ยอมรับการดูถูกดูแคลนอย่างนี้!”

ฟอร์ลันเงยหน้าขึ้นมองด้วยความภาคภูมิ “ท่านประมุข ถ้าท่านกลัวพลังและอำนาจของเจ้าแคว้น อย่างนั้นในวันนี้ ข้า, ฟอร์ลันจะทำตามความต้องการของท่านเจ้าแคว้นและยอมรับความตาย! ท่านเจ้าแคว้นจะฆ่าจะประหารก็ทำตามใจเลย! แต่ท่าน, เบรุต.. ต่อให้ท่านเป็นเจ้าแคว้น, ต่อให้ท่านมีบุญคุณยิ่งใหญ่ต่อเผ่าเรา ข้าจะไม่ยอมให้ท่านดูหมิ่นอีกต่อไป! ต่อให้ท่านฆ่าข้าก็ตาม ข้าจะไม่ยอมให้ท่านใส่ความข้า!”

ฟอร์ลันหลับตา “ถ้าท่านต้องการฆ่าข้า อย่างนั้นก็เชิญเลย!”

ทันใดนั้นผู้อาวุโสในห้องจัดเลี้ยงเริ่มพูดคุยผ่านสำนึกเทพ

“ฟอร์ลัน, แค่ยอมรับการสะกดจิต เมื่อถึงเวลา ท่านเจ้าแคว้นก็ย่อมรู้ว่าเจ้าบริสุทธิ์เอง” กัซลีสันกล่าว

“ข้าทนทุกข์ทรมานจากการดูหมิ่นมากพอแล้ว ยังต้องมาทนทุกข์กับการสะกดจิตโดยไม่มีการต่อต้านอีกหรือ?” น้ำตาฟอร์ลันไหลและเขาขึ้นเสียง “ท่านประมุข.. เมื่อยามบรรพบุรุษของเรายังมีชีวิต ยังมีใครกล้าทำกับผู้อาวุโสเผ่าเราแบบนี้?”

คำพูดเหล่านี้กระทบใจของผู้อาวุโสที่อยู่ในที่นั้นหลายคน

เมื่อบรรพบุรุษยังมีชีวิต ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์คงไม่พบกับเรื่องเช่นนี้

เบรุตหัวเราะ

“ฮ่าฮ่า!”

เสียงหัวเราะของเบรุตกึกก้องไปทั้งโถงใหญ่ และเขายืนขึ้นและเดินออกมา

“ถ้าท่านต้องการฆ่าข้า อย่างนั้นก็ฆ่าได้เลย” ฟอร์ลันหลับตาคุกเข่ากับที่แสดงท่าทีคับแค้น

“ท่านเจ้าแคว้น” กัซลีสันรีบกล่าว

เบรุตแค่เดินออกไปจากหอโถง และหัวเราะอย่างใจเย็น “เด็กน้อย ฝีมือการแสดงของเจ้าไม่เลว ก็ได้, ในวันนี้ ข้าจะไม่บีบคั้นเจ้าจนตาย เจ้าบอกว่าข้าป้ายสีชื่อเสียงของเจ้าใช่ไหม? อย่างนั้นข้าจะให้เจ้ามีชีวิตต่ออีกสองสามเดือน..และภายในสองสามเดือนนั้น ข้าจะดูว่าจะมีใครพูดแก้ตัวให้เจ้าเอง!”

หลังจากพูดจบเบรุตก็สะบัดผ้าคลุมเดินออกไป

“ข้า, ฟอร์ลันไม่ใช่คนทรยศ หลายเดือนจากนี้ไป ข้าก็จะไม่ใช่คนทรยศ!” ฟอร์ลันคุกเข่ากับที่ แต่เชิดหน้าพูด

จบบทที่ ตอนที่ 17-53 เดินหน้าชำระคดี

คัดลอกลิงก์แล้ว