เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17- 9 แปดสิบปี

ตอนที่ 17- 9 แปดสิบปี

ตอนที่ 17- 9 แปดสิบปี


ขณะที่พวกเขาคุยกันเรื่องนี้ บาลุคหัวเราะ“แต่เรื่องที่แปลกก็คือสายเลือดของข้าบริสุทธิ์มากจริงๆ เมื่อผ่านพิธีชุบตัวข้าทำให้นักรบที่คุ้มกันที่นั่นตกใจแทบแย่และผู้อาวุโสถึงกับออกมารับเอง”

“สายเลือดของท่านบริสุทธิ์มากนักหรือ?”  ลินลี่ย์มองดูบาลุค

บาลุคเพิ่งอายุหกพันปี ขณะที่ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์อยู่มานานนับปีไม่ถ้วนเป็นเรื่องแปลกประหลาดมากที่สายเลือดของบาลุคบริสุทธิ์มาก

“โดยทั่วไปแล้วลูกของบรรพบุรุษเราโดยเฉพาะในสมาชิกรุ่นที่สองและรุ่นที่สามของเผ่ามังกรฟ้าเราจะมีสายเลือดบริสุทธิ์มาก  แต่คาดไม่ถึงเลยว่าสายเลือดของข้าจะเทียบได้กับรุ่นที่สอง”  บาลุคไม่ปกปิดอะไรแม้แต่น้อย

รุ่นที่สองของเผ่ามังกรฟ้าก็เทียบได้กับบุตรและธิดาของมหาเทพมังกรฟ้า

ลูกของมหาเทพมังกรฟ้ามีเลือดที่บริสุทธิ์มากอยู่แล้วสมาชิกของรุ่นที่สามซึ่งมีพรสวรรค์ตามธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ก็ยังเทียบได้กับรุ่นที่สอง

แต่สำหรับรุ่นต่อมา....

บางทีในบางรุ่นจะมีอัจฉริยะปรากฏมีเลือดมังกรฟ้าที่บริสุทธิ์  แต่นี่เป็นเหตุการณ์ที่พบเจอได้ยากอย่างไรก็ตามบาลุคเป็นหนึ่งในตัวอย่างนั้น

“นี่ยังเป็นเหตุให้ผู้อาวุโสนั้นบอกเรื่องเหล่านี้ให้ตระกูลสาขาเราทราบด้วย”  บาลุคกล่าว

ก็คงเป็นเช่นนั้น

ตอนนี้ลินลี่ย์เข้าใจแล้ว จนถึงตอนนี้ เขายังสงสัยว่าบาลุครู้เรื่องเหล่านี้ได้ยังไง

“ความจริง,เรื่องราวของบรรพบุรุษของเราและแปดตระกูลเหล่านั้นไม่ใช่เป็นเรื่องลับอะไร  ในตระกูล, ทุกคนที่มีสายเลือดบริสุทธิ์มีศักยภาพสูงหรือเป็นระดับเทพชั้นสูงจะรู้เรื่องเหล่านี้กันทั้งนั้น”  บาลุคพูดอย่างเคร่งขรึม  “ที่สำคัญสงครามระหว่างเผ่าตระกูลเกิดขึ้นถี่มาก”

ลินลี่ย์พยักหน้า “ข้ารู้สึกได้เมื่อตอนเห็นทหารลาดตระเวนเหล่านั้นแล้ว”

ความเข้มงวดกวดขันและเฝ้าระวังของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งกว่าการลาดตระเวนของเกาะมิลัวร์เสียอีก

“ลินลี่ย์! พรสวรรค์ธรรมชาติของเจ้าดีกว่าข้าแน่นอน”บาลุคตาเป็นประกาย “เจ้ายังไม่ผ่านพิธีชุบตัวของบรรพบุรุษแต่เจ้าก็แข็งแกร่งทรงพลังมากเสียแล้ว หลังจากเจ้าผ่านพิธีชุบตัวแล้ว เจ้าจะได้รับความรู้แจ้งกฎธรรมชาติธาตุน้ำ”

“รู้แจ้งกฎธรรมชาติธาตุน้ำ?”  ลินลี่ย์พูดด้วยความประหลาดใจ

ปัจจุบันนี้เขาได้รับการรู้แจ้งในกฎธาตุดิน ธาตุลมและธาตุไฟเขาไม่มีความรู้อะไรในกฎธาตุอื่น

บาลุคพูดอย่างจริงจัง “ใช่แล้วเผ่ามังกรฟ้าเราคือตระกูลอสูรศักดิ์สิทธิ์สายธาตุน้ำ ถ้าสมาชิกของเผ่าเราไม่สามารถเข้าใจพลังกฎธาตุน้ำอย่างนั้นเราจะกลายเป็นตัวตลก ตอนนี้เจ้าไม่สามารถรู้แจ้งได้ แต่นั่นเป็นเพราะสายเลือดของเจ้ายังไม่ตื่นเต็มที่  หลังจากเจ้าเข้าไปในสระมังกรและผ่านพิธีชุบตัวของบรรพบุรุษเจ้าจะกลายเป็นมังกรฟ้าขณะเดียวกันเจ้าจะบรรลุระดับเทียมเทพในกฎธาตุน้ำ นอกจากนี้เจ้ายังจะได้รับทักษะเทพธรรมชาติของเผ่าเรา”

ลินลี่ย์ตกตะลึง

ในอดีตเมื่อลินลี่ย์มองดูอสูรศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นระดับเทพหลังจากโตเต็มวัยแล้ว  เขาลอบถอนใจกับความโชคดีของพวกเขา

แต่เขาไม่คาดเลยว่าความจริงนั้นจะเกิดขึ้นกับตัวเขา

“ข้าจะกลายเป็นมังกรฟ้าและไม่เพียงแค่รับทักษะเทพตามธรรมชาติแต่ยังจะกลายเป็นเทพในกฎธาตุน้ำ!”  ลินลี่ย์อดดีใจไม่ได้  “มีแนวโน้มว่าในแดนนรกมีคนน้อยนักที่มีร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ห้าร่าง รวมทั้งร่างหลักอย่างข้า”

เมื่อเขาผ่านพิธีชุบตัวของบรรพบุรุษ เขาจะมีร่างแยกธาตุดินไฟ น้ำและลมรวมทั้งร่างหลักเป็นห้าร่าง

ตั้งแต่เกิด เขามีสัมพันธ์ธาตุเข้ากับธาตุดินและลมได้สูงและเขาสามรถใช้ไฟได้ แต่ตอนนี้ เขาจะมีธาตุน้ำ

“เราคือเผ่ามังกรฟ้า!”  บาลุคพูดด้วยความภูมิใจ  “การฝึกฝนในกฎธาตุน้ำจะก้าวหน้าได้เร็วมากดูข้าสิ แม้แต่ความเข้าใจและความสามารถรู้แจ้งของข้ายังอยู่ในระดับต่ำแต่ในช่วงสองสามพันปีนี้ ข้ารู้แจ้งเคล็ดกฎธาตุน้ำได้ถึงห้าเคล็ดแล้ว  ข้าอยู่ห่างจากระดับเทพชั้นสูงไม่ไกลนักแล้ว”

ลินลี่ย์อดประหลาดใจไม่ได้ สำหรับคนผู้หนึ่งได้รับการรู้แจ้งและเชี่ยวชาญเคล็ดลึกลับกฎธาตุน้ำห้าเคล็ดในช่วงเวลาเพียงไม่กี่พันปีนับว่าเร็วมาก

“สวรรค์นับว่าเมตตาต่อเผ่ามังกรฟ้า” ลินลี่ย์พูดกับตนเอง

“หัวหน้าตระกูล, ข้ายังไม่ผ่านพิธีชุบตัวของบรรพบุรุษ  อย่างนั้นข้าจะเข้าพิธีได้ยังไง?”  ลินลี่ย์รีบถามพิธีชุบตัวของบรรพบุรุษจะช่วยให้เขามีพลังเพิ่มขึ้น ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี

“ไม่ต้องรีบร้อน” บาลุคหัวเราะ  “พิธีชุบตัวของบรรพบุรุษจะจัดภายในเผ่าทุกๆร้อยปี แม้ว่าเผ่าเราจะมีขนาดใหญ่มาก ทุกๆ ร้อยปีจะมีลูกหลานเกิดใหม่จำนวนหนึ่งดังนั้นพวกเขาจึงจะอนุญาตให้ดำเนินพิธีการชุบตัว”

“โอว” ลินลี่ย์รีบถาม “อย่างนั้นพิธีชุบตัวครั้งต่อไปจัดขึ้นเมื่อใด?”

“ครั้งล่าสุดจัดเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ดังนั้นถ้าเจ้าต้องการเข้าพิธีชุบตัวของบรรพบุรุษ  เจ้าจะต้องคอยอีกแปดสิบปี” บาลุคกล่าว

“แปดสิบปี” ลินลี่ย์ไม่เร่ง

ตั้งแต่เขาอยู่ในเทือกเขาอะเมทิสต์ได้ห้าร้อยปี ลินลี่ย์ไม่ใส่ใจเรื่องเวลาเท่าใดนักเข้าสมาธิรวดเดียว.. หลังจากเขาหลับตาแปดสิบปีผ่านไป เขาอาจลืมตาอีกครั้ง

“ลินลี่ย์, ในอนาคตเจ้าจะต้องทรงพลังมาก ดังนั้นความรับผิดชอบของเจ้าจะต้องยิ่งใหญ่มาก ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ของเราปัจจุบันนี้ยังสู้กับแปดตระกูลใหญ่เหล่านั้น  เจ้าจะต้องเป็นนักรบที่ทรงพลังของตระกูลเราแน่นอน  ดังนั้น..เจ้าจำเป็นต้องฝึกหนักมีแต่วิธีนี้เจ้าจึงจะเอาตัวรอดในการสู้รบที่อันตรายในอนาคตได้”  บาลุคพูดอย่างจริงจัง

และลินลี่ย์พยักหน้าจริงจัง

แปดตระกูลใหญ่ เจ็ดตระกูลมาจากพิภพอื่น  พวกเขาย้ายตระกูลเข้ามาทั้งหมดเพื่อไล่ล่าโจมตีตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์  ใครจะคิดกันว่าความเกลียดที่พวกเขามีต่อตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์จะมีมากมายเพียงไหน  อย่างไรก็ตามเนื่องจากความหยิ่งผยองของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์จะไม่มีทางที่พวกเขาจะซ่อนตัวอยู่ในเทือกสกายไรท์ตลอดไป

การสู้รบระหว่างพวกเขาจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

การรบระหว่างตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์และแปดตระกูลใหญ่...เท่าที่ลินลี่ย์เข้ามาเกี่ยวข้อง เขาเริ่มประสบกับฝนโลหิตและพายุการเข่นฆ่า

“ข้าจำเป็นต้องฝึกหนัก” ลินลี่ย์พูดกับตนเอง

เทือกเขาสกายไรท์ แคว้นอินดิโก ยังคงสงบสุขเหมือนเคย บางทีก็มีทหารของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ถูกส่งออกไปรบกับแปดตระกูลใหญ่ แต่กลุ่มของลินลี่ย์อยู่ลึกเข้าไปในเทือกเขาสกายไรท์ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

วันคืนที่ฝึกฝนอย่างสงบสุขผ่านไปอย่างรวดเร็ว  ไม่ช้าผ่านไปหกสิบปี

ในวันนี้

ในเทือกเขาสกายไรท์หุบเขาที่กลุ่มของลินลี่ย์อาศัยอยู่ในปัจจุบัน สมาชิกเผ่ามังกรฟ้าหลายคนอาศัยอยู่ที่นี่ทั้งฝึกฝนและรวมตัวกันอยู่

“เราไปสาขายูลาน ไปล้อเจ้าเด็กพวกนั้นกันเถอะ  จะมาด้วยกันไหม?”  ที่มุมหุบเขามีเด็กหนุ่มหกคนรวมตัวกันอยู่และหนึ่งในนั้นเป็นบุรุษผมฟ้า เขาพูดกลั้วเสียงหัวเราะ

“ข้าไม่ไป”

“ข้าก็ไม่ไป”

อีกห้าคนส่ายศีรษะ และหนึ่งในนั้นพูดขึ้น “พี่รอง! อย่าไปก่อเรื่องยุ่งยากให้สาขายูลานเลย”

“พวกเจ้าเป็นอะไรไป?พวกเจ้าทุกคนขี้ขลาดกันได้ยังไง ก็แค่สาขายูลาน สมาชิกที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขาก็เป็นแค่เทพแท้  เจ้าจะต้องกลัวอะไร?”  บุรุษหนุ่มผมฟ้าไม่พอใจ

“พี่รอง, ในอดีตที่ผ่านมาการไปหาเรื่องกับพวกสาขายูลานก็คงไม่เป็นไร แต่เรื่องที่ท่านไม่รู้ก็คือในรอบร้อยปีที่ท่านปลีกสันโดษมีการเปลี่ยนแปลงในสาขายูลาน”

“การเปลี่ยนแปลงแบบไหน?”  บุรุษหนุ่มผมฟ้าแค่นเสียง “หรือว่าในช่วงแค่ไม่กี่ร้อยปีพวกเขาสร้างเทพชั้นสูงออกมา?  ช่วงเวลาสองสามร้อยปีที่แล้ว ทั้งตระกูลสาขาของพวกเขามีเทพแท้แค่สิบสองคน  นอกจากบาลุคที่ฝึกได้เร็วอยู่บ้าง คนอื่นๆฝึกได้ช้าทั้งนั้น หรือว่าบาลุคกลายเป็นเทพชั้นสูง?”

“ไม่ใช่บาลุค เมื่อหกสิบปีที่แล้วมีสมาชิกอีกคนของเผ่าเรากลับมาและบอกว่าเขาเป็นคนของสาขายูลาน  คนในเผ่านึกว่าเขาเป็นแค่เทพแท้  แต่เขายังไม่ขยับเคลื่อนไหวแค่ยืนอยู่กับที่ก็ชัดอัสซูร์จนกระเด็นได้”

บุรุษผมฟ้าตะลึงอย่างช่วยไม่ได้  “เจ้าพูดถึงอัสซูร์หรือ?”

“ไม่ใช่แค่อัสซูร์เท่านั้น เมื่อเราได้ยินเรื่องนี้จากอัสซูร์ เราไม่เชื่อดังนั้นเราจึงไปพร้อมกับพี่ใหญ่เพื่อเอาเรื่องเขาแต่...แม้แต่พี่ใหญ่ก็พ่ายแพ้ลินลี่ย์นั้นอย่างง่ายดาย”

“พี่ใหญ่?” ตอนนี้บุรุษหนุ่มผมฟ้าได้แต่ตกตะลึง  “พี่ใหญ่ของข้าก็พ่ายแพ้ด้วยหรือ?”

“ใช่แล้ว ดังนั้นพี่ใหญ่ในตอนนี้จึงปลีกตัวฝึกสมาธิ”  หนึ่งในห้าคนนั้นพูดขึ้น

ถึงตอนนี้บุรุษหนุ่มผมฟ้าจึงได้ตระหนักว่าเหตุผลที่เขาไม่พบเห็นพี่ใหญ่ในเวลานี้เพราะเขาปลีกตัวฝึกวิชานั้นเอง  เขาคิดว่าพี่ใหญ่ของเขาออกเดินทาง  แต่ในความเป็นจริงคือเขาปลีกสันโดษฝึกวิชา

“คนผู้นี้ทรงพลังมากจริงๆ หรือ?”  บุรุษหนุ่มผมฟ้าถามด้วยความสงสัย  “เขาชื่ออะไร?”

“จากที่พวกสาขายูลานพูดคุยกัน เขามีชื่อว่าลินลี่ย์!”  ใครบางคนพูดขึ้น

“ใช่แล้วเขาชื่อลินลี่ย์ สมาชิกสาขายูลานตอนนี้ดีใจกันมาก พวกเขายังพูดว่า...ถ้าเราต้องการสู้กับสาขายูลานอย่างนั้นเราก็ควรมาดูว่าสามารถเอาชนะลินลี่ย์ได้ไหม  โชคไม่ดีเทพชั้นสูงในหุบเขาของเราทั้งหมดที่เข้ามาลองดีกับเขาล้วนพ่ายแพ้กันหมด”

“ดังนั้นในช่วงเวลาหกสิบปีที่ผ่านมาไม่มีใครกล้าหาเรื่องพวกสาขายูลานอีกเลย”

หลังจากได้ยินคำอธิบายจากสหายของเขาบุรุษผมฟ้าก็เข้าใจได้ในที่สุด

หุบเขานี้เป็นที่อาศัยของสาขาที่อ่อนแอ  หลายสาขามีเทพชั้นสูงเพียงไม่กี่คนและทั่วทั้งหุบเขารวมกันทั้งหมดมีเทพชั้นสูงอยู่เพียงยี่สิบหรือสามสิบคนเท่านั้น  แต่ลินลี่ย์สามารถเอาชนะพวกเขาได้หลายคน

เป็นธรรมดาที่สาขาอื่นๆ ที่อยู่ในหุบเขาจะต้องยอมรับสถานะใหม่ของสาขายูลานและไม่หยามทำให้พวกเขาอัปยศ

ที่สำคัญ ถ้าหยามพวกสาขายูลานให้อัปยศ  กลับจะเป็นพวกเขานั่นเองที่ได้รับความอับอายและเสียหน้าอย่างแท้จริง

ทันใดนั้น....

ระลอกคลื่นพลังธาตุธรรมชาติไม่มีที่สิ้นสุดจากสวรรค์แผ่ลงมา ระลอกพลังงานเฉพาะอย่างนี้ทำให้บุรุษหนุ่มผมฟ้าและพวกอีกห้าคนตกใจ

“การชะลอลงมาของกฎธาตุธรรมชาติหรือ?”  คนทั้งหกตกใจอย่างหนัก

นี่เป็นสัญญาณว่ามีคนกลายเป็นเทพด้วยตัวเอง

ทั้งหกคนเริ่มพูดคุยกันเองทันที

“ใครบรรลุพลังระดับใหม่?”

“การชะลอลงมาของกฎธาตุธรรมชาติมีศูนย์กลางอยู่ที่สาขายูลานเป็นคนจากสาขาพวกเขา”

“อาจเป็นเซียนที่บรรลุกลายเป็นเทพก็ได้ไม่เห็นต้องวุ่นวายขนาดนี้เลย” บุรุษผมฟ้าแค่นเสียง

…………………

ในตอนนี้มีคนหลายคนมารวมอยู่ด้านนอกประตูบ้านลินลี่ย์มีแต่เดเลียและบีบีที่วิ่งเข้าไปข้างใน

“เกิดอะไรขึ้น?” บาลุคเดินเข้ามาถามทันที

ทารอสหัวเราะ “ลินลี่ย์บรรลุระดับใหม่”

“เขากลายเป็นเทพชั้นสูงหรือ?” บาลุคถามผ่านสำนึกเทพทันทีจนถึงตอนนี้มีชาวสาขายูลานมองลินลี่ย์เหมือนกับเป็นเทพชั้นสูงเพียงแต่ทำตัวธรรมดาและซ่อนงำประกายไว้

“ไม่แน่ใจเหมือนกัน” ทารอสส่ายศีรษะ “เขาน่าจะยังไม่ใช่ เมื่อลินลี่ย์มาถึงตอนแรก เขายังคงฝึกเคล็ดที่ห้าของกฎธรรมชาติธาตุดิน”

ขณะที่พวกเขาพูดคุยกันเอง มีร่างสามร่างปรากฏออกมาจากในห้อง

“เขาออกมาแล้ว ลินลี่ย์ออกมาแล้ว” คนในสาขาตระกูลยูลานล้วนตื่นเต้นกันมาก

“ทุกท่าน พวกท่านกลับไปในที่ของตนเองได้แล้วหนึ่งในร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ของข้าแค่บรรลุระดับใหม่เท่านั้นเอง”  ลินลี่ย์หัวเราะอย่างใจเย็น  เมื่อเห็นกลุ่มคนในตระกูลปรากฏตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเลื่อมใสที่พวกเขามีต่อลินลี่ย์  ลินลี่ย์ก็ยิ่งรู้สึกสุขใจมาก

หลังจากมาถึงที่นี่ลินลี่ย์ไม่ยอมมองดูคนในตระกูลของเขาถูกหยามหยันอัปยศเท่านั้น แต่ยังแสดงพลังทำให้สาขาอื่นตกใจหลายครั้งครา

วันคืนเหล่านี้สาขาตระกูลยูลานไม่จำเป็นต้องทนอับอายอีกต่อไป  คนในตระกูลอื่นๆ ก็รู้สึกขอบคุณต่อลินลี่ย์เช่นกัน

“ทุกคน, แยกย้ายกันไปได้แล้ว อย่ารั้งอยู่ที่นี่เลย”บาลุคหัวเราะเช่นกัน

ถึงตอนนี้กลุ่มคนในตระกูลพูดคุยกันหยอกล้อกันเองและแยกย้ายกลับ  ขณะที่ทำเช่นนั้นพวกเขาพูดกันในกลุ่มตนเอง“ลินลี่ย์น่ากลัวมากจริงๆ เจ้าคิดว่าร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ร่างไหนของเขาที่บรรลุระดับใหม่?”

“เป็นไปได้ว่า ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์วิถีทำลายล้าง”

“อาจจะเป็นร่างแยกธาตุลมก็ได้”

คนในตระกูลเหล่านั้นไม่รู้รายละเอียดสถานะของลินลี่ย์  พวกเขาไม่แน่ใจว่าลินลี่ย์ในตอนนี้ฝึกพลังกฎธาตุชนิดใด

“ลินลี่ย์, เจ้าบรรลุพลังระดับใหม่ชนิดใดกัน?”  ซีซาร์เดินเข้ามาหาทักทายและถามเขา

“เป็นร่างแยกธาตุไฟ” ลินลี่ย์หัวเราะ“ถึงตอนนี้ในที่สุดร่างแยกธาตุไฟของข้าก็บรรลุระดับเทพแท้  ข้าฝึกกฎธรรมชาติธาตุไฟได้ช้าจริง”

ซีซาร์ ทารอสและคนอื่นพูดไม่ออกทันที  เขาฝึกฝนมายังไม่ถึงพันปี แต่ก็บรรลุระดับเทพแท้ในกฎธาตุดินลมและไฟ.. นี่เขายังบ่นว่าช้าอีกหรือนี่?

“การฝึกฝนในกฎธาตุดินของเจ้ามีความก้าวหน้าขนาดไหน?”  ทารอสถาม

“ยังคงเป็นการฝึกในเคล็ดที่ห้า  ข้าฝึกถึงระดับคอขวดแล้วยังสงสัยอยู่ว่าข้าจะสามารถเชี่ยวชาญเคล็ดพลังธาตุได้ก่อนพิธีชุบตัวของบรรพบุรุษหรือไม่”  ลินลี่ย์กล่าว

เพียงแต่เหลือเวลาอีกยี่สิบปีก่อนจะถึงพิธีชุบตัวของบรรพบุรุษ

ราวๆ สิบปีของพวกเทพถือเป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก  ร่างหลักของลินลี่ย์อยู่ร่วมกับเดเลีย ขณะที่ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์สามร่างยังคงฝึกฝนต่อ  แต่กระทั่งถึงวันพิธีชุบตัวของบรรพบุรุษลินลี่ย์ยังคงติดอยู่ที่คอขวดของเคล็ดพลังธาตุ

ในวันนี้เวลาผ่านไปเกือบแปดสิบปีแล้วนับตั้งแต่ลินลี่ย์มาถึงเทือกเขาสกายไรท์

ข้างหน้าที่พักของลินลี่ย์ บาลุคเดินเข้ามาหา

“ลินลี่ย์!  คืนนี้พิธีชุบตัวของบรรพบุรุษกำลังจะเริ่มขึ้นข้าลงทะเบียนสมัครชื่อเจ้าไปแล้ว ในไม่ช้าจะมีคนนำเจ้าไปร่วมพิธีชุบตัวของบรรพบุรุษ  เตรียมตัวให้พร้อม”

“เข้าใจแล้ว”ตาของลินลี่ย์เต็มไปด้วยความคาดหวังอย่างช่วยไม่ได้

พิธีชุบตัวของบรรพบุรุษ จะเป็นยังไงกัน?

จบบทที่ ตอนที่ 17- 9 แปดสิบปี

คัดลอกลิงก์แล้ว