เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17-5 บาลุค

ตอนที่ 17-5 บาลุค

ตอนที่ 17-5 บาลุค


เมื่อลินลี่ย์ได้ยินพวกเขาพูดถึงตระกูลบาลุคใจของเขาผ่อนคลายทันที ที่สำคัญคือบรรพบุรุษของเขาในตระกูลบาลุคอยู่ในแดนนรกและพวกเขาก็อยู่ที่นี่จริงๆ ขณะนั้นลินลี่ย์มีอารมณ์ความรู้สึกนานัปประการอยู่ในใจ

“ใช่แล้ว ใช่แล้ว ตระกูลบาลุค”  บีบีดีใจจนพูดไม่ออก  “พี่ใหญ่ ในที่สุดก็จะได้พบกับพวกเขาแล้ว”

“ลินลี่ย์”เดเลียรู้สึกมีความสุขแทนลินลี่ย์เช่นกัน

โอลิเวอร์โอเบรียน ทารอสและไดลินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พากันยิ้มทุกคนตระกูลบาลุคในทวีปยูลานมีชื่อเสียงมาก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินคนอื่นพูดถึงตระกูลนี้ในแดนนรก

“ลินลี่ย์, ยินดีด้วย” ไดลินหัวเราะ

“ครั้งนี้คงไม่ผิดพลาดแน่”  ซีซาร์และคนอื่นหัวเราะด้วยเช่นกัน

ลินลี่ย์ร่าเริงเขาได้รับการแนะนำพร่ำสอนจากตระกูลมาตั้งแต่เยาว์วัย และลินลี่ย์รู้ถึงวีรกรรมที่บรรพบุรุษของเขาได้ทำไว้เป็นอย่างดี  และตอนนี้ วันนี้เขากำลังจะได้พบกับบรรพบุรุษตระกูลของเขา

“ใต้เท้า, ข้าเป็นคนของตระกูลบาลุค  ได้โปรดพาข้าไปพบกับบรรพบุรุษตระกูลข้าด้วยเถิด”ลินลี่ย์อดกล่าวไม่ได้

“บังอาจ!” หัวหน้าเยียร์แค่นเสียงเย็นชา

ลินลี่ย์ตกใจ

“เจ้ารู้ไหมว่าใต้เท้าท่านนี้มีสถานะอะไร?  เขาน่ะหรือ?จะพาพวกเจ้าไปที่นั่นด้วยตนเอง?” หัวหน้าเยียร์ไม่พอใจที่คนผู้นี้อยู่ต่อหน้าเขาก็ยังไม่เข้าใจสถานะความแตกต่างระหว่างพวกเขา  “ไม่ว่าเจ้าจะเป็นคนของสาขายูลานหรือไม่ทุกอย่างจะชัดเจนในไม่ช้า อย่าเพิ่งดีใจแร็วเกินไป”

บุรุษวัยกลางคนหัวเราะ  “เยียร์, เจ้าไปจัดการด้วยตัวเองได้”  หลังจากพูดเสร็จ บุรุษวัยกลางคนจากไป

เยียร์มองดูกลุ่มของลินลี่ย์อย่างเย็นชา“พวกเจ้าทุกคนฟังให้ดี พอเมื่อเราเข้าไปภายในภูเขาสกายไรท์  อย่าบินสุ่มสี่สุ่มห้า  ตามข้ามา!  ถ้าเจ้าไปชนหรือรบกวนสมาชิกระดับสูงของตระกูลเราเมื่อพวกเขามองหาคนตำหนิว่ากล่าว  ข้าก็คงปกป้องเจ้าไม่ได้”

“เข้าใจแล้ว”

แต่ลินลี่ย์สามารถรู้สึกได้ถึงระดับความเข้มงวดภายในตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์

“ตามข้ามา” เยียร์บินนำข้างหน้า  ขณะที่กลุ่มของลินลี่ย์บินตามทันที  ภูเขาสกายไรท์กว้างขวางใหญ่โต  และเขตด้านตะวันออกของภูเขาเป็นที่อยู่ของเผ่ามังกรฟ้า

ลินลี่ย์และพวกเดินทางไปตามเส้นทางมังกร

เส้นทางมังกรมีความกว้างห้าสิบเมตรขณะที่ขอบทางสลักเป็นรูปเกล็ดมังกร เส้นทางมังกรที่มีความยาวคดเคี้ยวนับหมื่นกิโลเมตรนี้ทอดตัวไปตามแนวเขา  คฤหาสน์และปราสาทนับไม่ถ้วนก่อสร้างอยู่ตามสองข้างทางเส้นทางมังกรมีมนุษย์อยู่ภายในนั้นอย่างเห็นได้ชัด

“พี่ใหญ่!  ที่นี่มีคนมากมายนัก”  ตาของบีบีแทบถลนจากเบ้า  “เท่าที่ข้าเห็นเผ่ามังกรฟ้ามีคนอย่างน้อยล้านคนอยู่ในนั้น พี่ใหญ่ , เท่าที่ข้าจำได้ตระกูลของท่านดูเหมือนจะมีลูกได้ยากมาก”

ลินลี่ย์หัวเราะ

ความจริงยิ่งเผ่าพันธุ์หรือตระกูลที่มีพลังอำนาจมาก จำนวนประชากรจะมีน้อยลง

“แต่เมื่อเวลาผ่านไปประชากรที่สะสมก็ยังมีจำนวนมากอยู่ดี”ลินลี่ย์พูดตามปกติ

สมมติว่ามีสมาชิกใหม่เกิดขึ้นร้อยปีต่อคน

สมาชิกแต่ละคนอาจมีลูกคนหนึ่งหรือสองคน  พอเวลาผ่านไปโดยเฉพาะเมื่อเวลาผ่านไปหลายร้อยล้านปีสมาชิกตระกูลจะเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าใด? ที่สำคัญเมื่อถึงระดับเซียน พวกเขาก็จะไม่แก่ตาย

เว้นแต่ถูกฆ่าเท่านั้น

“หลังจากเกิดแล้ว เรายังต้องอยู่รอดให้ได้”  หัวหน้าเยียร์พูดจากด้านหน้า  “ในอดีตตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ของเราแข็งแกร่งทรงพลังมากและสามารถปกป้องลูกหลานในตระกูลของเราได้หมดเป็นธรรมดาว่าจำนวนประชากรมีแต่จะเพิ่มขึ้น แต่บัดนี้ กลับไม่ใช่เรื่องง่ายนัก”

ลินลี่ย์ได้แต่สงสัยมากขึ้น

อะไรกันแน่เป็นต้นเหตุให้ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ตกต่ำลง?

“ปราสาทนั่นสวยงามมาก” เดเลียกระซิบเบาๆข้างหูลินลี่ย์ ลินลี่ย์หันไปเห็นปราสาทสีฟ้า มีความต่างกันก็คือโทนสีเข้มอ่อนต่างกันมีลักษณะงดงามอย่างน่าประหลาด

“จำเอาไว้ให้ดี แค่บินไปตามเส้นทางอย่าเถลไถลไปที่อื่น”  เยียร์เตือน

บีบีแค่นเสียงลินลี่ย์อดมองบีบีและหัวเราะไม่ได้  “บีบี!  กฎเผ่าของเราค่อนข้างเข้มงวดเมื่อเรากลับไปยังที่อยู่ของเราเอง หลายอย่างคงจะดีขึ้น”  ลินลี่ย์ในตอนนี้อารมณ์ดีมาก

“ข้ารู้” บีบีส่งสำนึกเทพตอบ

ขณะที่พูดคุยกันลินลี่ย์ไปตามเส้นทางมังกรโดยมีหัวหน้าเยียร์นำทาง และพวกเขามาถึงอาคารเก่าสองชั้นที่สร้างอยู่ในกึ่งกลางความสูงของภูเขา อาคารสองชั้นนี้มีชายชราผมขาวนั่งสะลึมสะลืออยู่บนเก้าอี้ดูเหมือนกำลังพักผ่อน

“เฮนด์แมน!”เยียร์หัวเราะ

ชายชราผมหงอกลืมตาจากนั้นหัวเราะและลุกขึ้นยืน  “โอว,เยียร์..เป็นเจ้านั่นเอง ทำไมวันนี้เจ้ามาถึงที่ของข้าได้เล่า?”

“เราเพิ่งพบกับสมาชิกตระกูลที่มีเชื้อสายเกี่ยวข้องกับเรา  โปรดมากับเราช่วยตรวจสอบและลงทะเบียนให้เขาด้วย”เยียร์อธิบาย

“คนไหนล่ะ?”ชายชราผมขาวหันไปมองกลุ่มของลินลี่ย์

“เขา!”  เยียร์ชี้ไปที่ลินลี่ย์  ลินลี่ย์หัวเราะและพูดกับชายชราผมหงอก“ท่านเฮนด์แมน, ข้าชื่อลินลี่ย์ ข้ามาจากตระกูลบาลุค พิภพยูลาน!”

“โอว, ตระกูลบาลุคเหรอ?  สาขาจากทวีปยูลาน ข้ารู้จัก”เฮนด์แมนเลิกคิ้วและเริ่มหัวเราะ “เผ่ามังกรฟ้าของเรายังเป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งก็คือตระกูลเรดดิงปกติเผ่าสาขาของเราทั้งหมดจะเรียกตัวเองว่าตระกูลเรดดิง และมีเพียงไม่กี่สาขาที่ไม่รู้ชื่อจริงจึงมีการตั้งชื่อตระกูลใหม่ ตระกูลบาลุคของเจ้าก็เป็นหนึ่งในนั้น”

ลินลี่ย์ได้แต่ยิ้ม

บาลุคบรรพบุรุษตระกูลรุ่นแรกของตระกูลเขาไม่รู้จักตระกูลเผ่ามังกรฟ้าและไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นสมาชิกตระกูลเรดดิง ดังนั้นเขาจึงก่อตั้งตระกูลบาลุค

“สำหรับเจ้าสามารถรายงานว่าเป็นสมาชิกของตระกูลบาลุค...ข้าเชื่อว่าเจ้าเป็นสมาชิกของตระกูลของเรา”  เฮนด์แมนส่ายศีรษะอย่างจนใจ  “อย่างไรก็ตาม เผ่าเรามีกฎเราจะต้องทำการทดสอบที่เข้มงวด...ข้าจำเป็นต้องให้เจ้าไปพบกับบรรพบุรุษตระกูลของเจ้าเสียก่อน”

“พบกับบรรพบุรุษของข้า?”  ลินลี่ย์เริ่มตื่นเต้นมาก

“ถูกแล้ว เจ้าต้องพบกับพวกเขาเพื่อยืนยันสถานะของเจ้าอย่างสมบูรณ์”  จากนั้นเฮนด์แมนมองดูเยียร์  “เยียร์!  งานของเจ้าเสร็จแล้วเจ้ากลับไปทำธุระของเจ้าต่อได้ ข้าจะไปกับพวกเขาเอง”

เยียร์พยักหน้าและจากไป

“เป็นเรื่องยากที่ได้พบกับสมาชิกที่สูญหายและกลับมาหาเราแม้แต่ในรอบพันปีก็ตาม”  เฮนด์แมนถอนหายใจ  “ไปกันเถอะ, ตามข้ามา ไปพบกับบรรพบุรุษสาขาตระกูลของเจ้า”

ลินลี่ย์รีบตามเขาไปทันที  ขณะที่กลุ่มที่อยู่ด้านหลังลินลี่ย์เริ่มพูดคุยในหมู่พวกเขากันเอง

“สี่สุดยอดนักรบในอดีต...นักรบเลือดมังกร ‘บาลุค’ ข้าไม่ได้พบเขามาเกือบหกพันปีแล้ว”ใบหน้าของซีซาร์มีรอยยิ้มที่ยากจะเห็น “ข้าสงสัยจริงๆ สหายเก่าเหล่านั้นเดี๋ยวนี้เป็นยังไงกันบ้าง”

โอเบรียนพยักหน้าเช่นกัน

“สหายเก่า?” เฮนด์แมนที่กำลังเดินขึ้นหน้าหันหน้ามองและขมวดคิ้ว “สมาชิกที่แก่ที่สุดของสาขาทวีปยูลานอายุแค่หกพันปี และพวกเจ้าเรียกเขาว่า ‘สหายเก่าหรือ?’ ในตระกูลของเรา ข้าไม่รู้ว่ามีสมาชิกเท่าไหร่ที่ฝึกฝนกันมาเป็นร้อยล้านปีสาขาทวีปยูลานในตระกูลเรดดิงเรายังเป็นสาขาที่เด็กอยู่มาก”

“สาขาที่เด็กมากหรือ?”

กลุ่มของลินลี่ย์ได้แต่มองหน้ากันเอง

ในทวีปยูลานประวัติศาสตร์หลายพันปีนับได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ยาวนานแน่นอน  แต่ในแดนนรก หลายพันปียังเป็นแค่ ‘เด็กๆ’เทียบกับสาขาตระกูลอื่นซึ่งมีอายุเป็นร้อยล้านปี พวกเขานับว่ายังเด็กมากจริงๆ

“ท่านผู้เฒ่า” บีบีเรียก“เราเห็นปราสาทและคฤหาสน์มากมายทุกที่ตามแนวเทือกเขาและมีคนมากมาย  ท่านผู้เฒ่า!ท่านจำได้หรือว่าสาขาทวีปยูลานอาศัยอยู่ที่ไหน?”

“ทำไมข้าจะจำไม่ได้เล่า!”

เฮนด์แมนถลึงตามอง  “ต่อให้หลับตา ข้าเฮนด์แมนก็หาที่อยู่ของสาขาตระกูลเรดดิงหรือยอดฝีมือของเราได้แน่”

“แต่ว่าเราบินมาตามถนนมังกรนี้ตั้งนานมากแล้วนะเรายังไปไม่ถึงได้ยังไง?”  บีบีบ่น

เฮนด์แมนอดหงุดหงิดบีบีไม่ได้  “เจ้าเด็กหมวกฟางในกลุ่มนี้  ดูเหมือนว่าเจ้าพูดมากจริงๆ”

“บีบี” ลินลี่ย์เตือนเบาๆ

“ฮึ” บีบีแค่นเสียงเบาๆ ไม่กล้าพูดอะไรต่อ

ตอนนี้มีแต่เพียงเฮนด์แมนที่พูด  “สาขาทวีปยูลานเป็นสาขาที่อ่อนแอมากสาขาที่อ่อนแอเหล่านี้จะอยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่ชายขอบ  นั่นคือเหตุผลที่ต้องใช้เวลาบินไปที่นั่น  เรายังไปได้ไม่ถึงหนึ่งในสิบของเส้นทางด้วยซ้ำ”

หลังจากบินไปเป็นเวลานานและสวนทางกับทหารลาดตระเวนเป็นแสนคนแล้ว กลุ่มของลินลี่ย์ก็มาถึงที่หมายได้ในที่สุด

“นี่ไงเล่า” เฮนด์แมนบินออกจากถนนมังกรทันที “ตามข้ามา”

กลุ่มของลินลี่ย์พบว่าไม่ไกลจากนั้นมากนักยังมีหุบเขาขนาดใหญ่ เฮนด์แมนบินตรงไปที่หุบเขาใหญ่นั้น  ดังนั้นกลุ่มของลินลี่ย์บินตามเขาไปด้วยเช่นกันหุบเขามีเมฆหมอกเต็มอยู่ภายใน

ขณะที่บินลงมาพวกเขาผ่านไปตามเมฆหมอกและสามารถมองเห็นอาคารสิ่งก่อสร้างเล็กที่ข้างหน้า

“นี่คือสถานที่อยู่ของสาขายูลานของพวกเจ้า  และมีสาขาตระกูลอื่นอยู่ด้วยเช่นกัน”  เฮนด์แมนกล่าว “หุบเขานี้มีผู้คนอยู่อาศัยรวมกันมากกว่าหมื่นคน”

“บาลุค!”  เฮนด์แมนตะโกนลั่นทันที

“บาลุค!”  “บาลุค!” “บาลุค!”  เสียงตะโกนดังก้องไปทั้งหุบเขาและกลุ่มของลินลี่ย์ตกใจกับเสียงตะโกนขึ้นกะทันหันของเฮนด์แมน

พวกเขาลงมายืนอยู่บนพื้นหุบเขา

จากที่ไกลมีร่างสิบกว่าร่างบินเข้ามาด้วยความเร็วสูงผู้นำเป็นบุรุษร่างกายกำยำแข็งแรง กล้ามเนื้ออกเป็นมัดสวมเสื้อไม่มีแขนผมสีน้ำตาลของเขากระเซิง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเขาแฝงไปด้วยแววปัญญา

“ฮ่าฮ่า, ท่านเฮนด์แมนนี่เอง”  บุรุษผมน้ำตาลร่างกายกำยำหัวเราะลั่น

มีคนกลุ่มหนึ่งตามมาที่ด้านหลังของเขา  ในกลุ่มนั้นบางคนก็มีผมสีน้ำตาลยาวบางคนผมทองหรือบางคนก็มีผมสีฟ้า

ลินลี่ย์จ้องมองคนกลุ่มนั้น

“เขาคือบาลุคหรือ?  ผู้ก่อตั้งตระกูลบาลุคของข้า?”  หัวใจลินลี่ย์รู้สึกเหมือนกับถูกค้อนยักษ์หวดใส่คนหลายสิบคนที่กำลังบินส่วนใหญ่เป็นบุรุษ มีสตรีอยู่สองสามคน

ลินลี่ย์พอมองเห็นพวกเขาเกิดความรู้สึกคุ้นเคยขึ้นในใจ

“บาลุค” เฮนด์แมนหัวเราะ  “วันนี้,ข้ามาเพราะสมาชิกของเผ่าเราคนหนึ่งบอกว่าเขามาจากทวีปยูลานและว่าเขามาจากตระกูลบาลุคของเจ้า”

ลินลี่ย์ตาเป็นประกาย

ใช่แล้วบุรุษที่อยู่ข้างหน้าเขาคือบาลุค!  ผู้ก่อตั้งตระกูลนักรบเลือดมังกร!

“จากทวีปยูลานหือ?” บาลุคตะลึงและจากนั้นนัยน์ของเขาปรากฏแววดีใจแทบคลั่ง

“คนที่มาจากทวีปยูลาน?และบอกว่าเขาเป็นคนตระกูลบาลุคของเราเหรอ?”บุรุษหนุ่มร่างกำยำหน้าตาหล่อเหลาที่อยู่ข้างบาลุครีบกล่าวเช่นกัน  ขณะเดียวกันเขากวาดตามองดูกลุ่มคนที่อยู่ข้างหลังเฮนด์แมน

เหมือนกับว่าเขามีความรู้สึกบางอย่างสายตาของเขามองดูลินลี่ย์!

นี่คือสิ่งที่เรียกว่าความผูกพันทางสายเลือด

แต่สายตาของบาลุคกลับมองอีกคนหนึ่ง- ซีซาร์!

“ซีซาร์!เป็นเจ้านั่นเอง!” บาลุคประหลาดใจและดีใจ

“ฮ่าฮ่า, บาลุค, ข้านึกไม่ถึงเลยว่าหลังจากที่จู่ๆเจ้าก็หายไป  ที่แท้สหายเก่ากลับเผ่นมาอยู่ที่แดนนรกนี่เอง”  ซีซาร์หัวเราะเช่นกัน

“โอเบรียนหรือนี่?”จากนั้นบาลุคมองเทพสงครามโอเบรียน

“บาลุค!ไม่ได้พบกันนานเลยนะ” โอเบรียนทักทายเขาเช่นกัน

เฮนด์แมนจงใจพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์“เฮ้? วันนี้ข้ามาที่นี่เพื่อยืนยันสถานะของคนผู้นี้ว่าเขาเป็นสมาชิกของตระกูลเจ้าหรือไม่  และถ้าเขาเป็นสมาชิกตระกูลบาลุคของเจ้า  บาลุคเจ้าต้องช่วยยืนยันสถานะของเขาด้วย”

“โอว” ถึงตอนนี้บาลุคค่อยรู้สึกตัว

“เขาชื่อลินลี่ย์” เฮนด์แมนหัวเราะ  “เขาบอกว่าเขาเป็นคนของตระกูลบาลุค”  ขณะที่เขาพูด เขาชี้ไปที่ลินลี่ย์

ทันใดนั้นกลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังบาลุคหันไปมองลินลี่ย์  ผู้อาวุโสเหล่านี้มีสายตาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น  พวกเขาไม่ได้กลับไปที่นั่นเป็นพันๆ แล้ว การกลับมาของลูกหลานตระกูลของพวกเขาทำให้พวกเขาตื่นเต้น

ความจริงเมื่อเห็นซีซาร์และโอเบรียนบาลุคก็แน่ใจแล้วว่าลินลี่ย์นี้ก็คือลูกหลานของตระกูลของเขา

“ช่วยยืนยันสถานะของเขาด้วย”  เฮนด์แมนกล่าว

บาลุคพยักหน้าจากนั้นมองดูลินลี่ย์  “ลินลี่ย์ใช่ไหม?ถ้าเจ้าเป็นสมาชิกตระกูลบาลุคของข้า อย่างนั้นเจ้าก็สมควรจะรู้...หอบรรพบุรุษของตระกูลเรามีบันทึกเกี่ยวกับบรรพบุรุษแต่ละรุ่น”

ลินลี่ย์เริ่มเอ่ยปากท่อง

“บาลุค นักรบเลือดมังกรคนแรกสุดของทวีปยูลานในศักราชยูลานที่ 4560 นอกกำแพงเมืองหลินหนาน บาลุคต่อสู้กับมังกรดำและมังกรบินน้ำแข็งยักษ์ในที่สุดเขาสังหารทั้งมังกรบินน้ำแข็งยักษ์และมังกรดำทั้งสองทำให้ชื่อเสียงของเขาแพร่ขจรขจายไปทั่วโลก  ในศักราชยูลานที่ 4579ตามแนวชายฝั่งทะเลเหนือของทวีป บาลุคต่อสู้กับอสรพิษจักรพรรดิเก้าหัวในวันนั้นเกิดคลื่นซัดถล่มเมืองชายฝั่งพังพินาศ แต่หลังจากการต่อสู้ดุเดือดดำเนินไปตลอดหนึ่งวันหนึ่งคืนในที่สุดบาลุคสามารถฆ่าอสรพิษจักรพรรดิเก้าหัวได้..สุดท้ายบาลุคก่อตั้งตระกูลบาลุคและกลายเป็นประมุขตระกูลบาลุคคนแรก!”

“ไรอัน บาลุค...”

“ฮาซาร์ด บาลุค...”

ลินลี่ย์สาธยายผลงานความสำเร็จของบรรพบุรุษสามรุ่นบาลุคและกลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังเขาตื่นเต้นและดวงตาของพวกเขามีน้ำตาคลอเบ้า

“ใช่แล้ว ใช่แล้ว” บาลุครีบกล่าว

บาลุคก้าวเดินออกมาข้างหน้าและสวมกอดลินลี่ย์ในอ้อมแขน  “ลูกหลานเรา ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”

จบบทที่ ตอนที่ 17-5 บาลุค

คัดลอกลิงก์แล้ว